บทที่ 04 ใต้บัญชามาเฟีย

2056 Words
เสียงเคาะประตูห้องนอนที่ดังขึ้นอย่างแผ่วเบาปลุกให้คาราเมลตื่นขึ้นจากห้วงนิทราที่แสนเงียบ เธอไม่ได้นอนหลับอย่างเต็มอิ่มมาหลายคืนตั้งแต่โลกทั้งใบพังทลายในชั่วข้ามคืนและจมอยู่กับความเสียใจจนร่างกายชัดดาวน์ไปเองเช่นเมื่อคืน "คุณหนูคะ" เสียงเรียกของนวลทำให้เธอรู้ว่าเช้าวันใหม่ได้มาถึงแล้ว คาราเมลลุกขึ้นนั่งบนเตียงด้วยความรู้สึกที่ทั้งเหนื่อยล้าและเศร้าสร้อย การจากไปของคุณพ่อยังคงเป็นบาดแผลที่สดใหม่ในใจของเธอ "นม..." เธอเอ่ยตอบเสียงแผ่วเบา ขณะที่นวลเดินเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าเป็นห่วงเป็นใย "วันนี้คุณหนูต้องไปทำงานวันแรกนะคะ คุณเลออนท่านส่งคนมารับคุณหนูแล้ว รีบไปอาบน้ำนะคะ" "เมลง่วง เมลไม่ไป" คาราเมลตอบอย่างดื้อดึง เธอไม่เข้าใจเลยว่าทำไมต้องทำงาน ทั้งที่เธอยังไม่หายเศร้าจากการจากไปของพ่อ แต่คนใจร้ายอย่างเขาจะเข้าใจความรู้สึกของเธอได้อย่างไร "ไม่ได้นะคะคุณหนู คุณหนูเชื่อนมนะ นมช่วยอาบน้ำให้ค่ะ" หัวหน้าแม่บ้านพูดด้วยน้ำเสียงที่ทั้งอ่อนโยนและจริงจัง เธอค่อย ๆ ช่วยคาราเมลแต่งตัวและจัดเตรียมเสื้อผ้าอย่างเบามือ "สวยแล้วค่ะคุณหนูของนม" "นมขา...เมลยังไม่อยากไปทำงาน" "ทำตามคุณเขาดีกว่านะคะ เพื่อตัวของคุณหนูเอง" ป้านวลพูดพร้อมกับลูบศีรษะเธออย่างปลอบโยน "เมลไม่เข้าใจป๋าเลย ทำไมถึงใจร้ายกับเมลขนาดนี้" เธอพึมพำกับตัวเองอย่างน้อยใจ ทั้งที่พยายามต่อสู้และเอาตัวรอดจากคนบ้าที่ไหนไม่รู้ แต่หลักฐานและอำนาจที่คนเป็นพ่อมอบให้ก็ทำเธอแทบดิ้นไม่หลุดเลย "ท่านคงจะมีเหตุผลของท่าน แต่นมเชื่อนะคะว่าทั้งหมดคุณท่านทำเพื่อคุณหนูทั้งนั้น" "ทำเพื่อหนูยังไง...ไม่เห็นจะเข้าใจสักนิดเลย" คาราเมลยังคงบ่นพึมพำอยู่กับตัวเอง ก่อนจะก้าวลงจากห้องไปสู่โถงทางเดินด้านล่าง และต้องชะงักเมื่อเห็นชายชุดดำหน้าตาดียืนรอเธออยู่แล้ว "สวัสดีครับ ผมเซเรนบอดีการ์ดของ Black lion จะเป็นหัวหน้าการ์ดประจำตัวคุณหนูครับ" ชายคนนั้นแนะนำตัวด้วยน้ำเสียงที่สุภาพ ชายเสื้อกลัดกระดุมรูปสิงโตคำรามสีดำเงาที่เป็นสัญลักษณ์ของตระกูลเก่าแก่ และมีแววตาคมกริบที่ไปด้วยความจริงจังจ้องมองเธอไม่ละสายตา "ไม่จำเป็นค่ะ ฉันดูแลตัวเองได้" คาราเมลตอบอย่างไม่พอใจ เธอไม่จำเป็นต้องมีบอดีการ์ดหรือคนดูแล เธอไม่ใช่เด็กที่จะคอยมีคนเดินคุม เพราะที่ผ่านมาก็ทำมาด้วยตัวเองอยู่ตลอดแล้ว หญิงสาวกำลังจะเดินผ่านไป แต่ลูกน้องที่ถูกส่งมากลับก้าวมายืนขวางทางเธอไว้ "ผมต้องทำตามคำสั่งครับ" เขาตอบอย่างหนักแน่น "เจ้านายพี่ส่งคนมาคุ้มกันหรือจับตาดูฉันล่ะคะ" เธอถามอย่างเหนื่อยหน่ายใจ แค่วันแรกก็เห็นถึงการเบ่งอำนาจของผู้ปกครองเอาแต่ใจ เมื่อเห็นว่าเขาไม่ยอมถอยทั้งยังไม่ยอมตอบก็กรอกตาใส่ทันที ดื้อดึงไปก็ไร้ประโยชน์ พวกเขามันจอมบงการทั้งเจ้านายและลูกน้อง "น่าเบื่อ" คาราเมลกำลังจะเดินออกไปต่อ แต่เท้าเรียวก็ต้องชะงักเมื่อเซเรนยังคงทำหน้าที่ตัวเองไม่จบ "เดี๋ยวครับคุณหนู" "อะไรคะ" คาราเมลขมวดคิ้วทันทีที่อีกคนยื่นบัตรเครดิตใบหนึ่งส่งมาตรงหน้า มันไม่ใช่บัตรแบล็กการ์ดที่เธอมักใช้เป็นประจำ แต่เป็นบัตรเครดิตธรรมดา ๆ ใบหนึ่งที่ยังไม่เข้าใจจุดประสงค์ของมัน "ตอนนี้บัตรเครดิตของคุณหนูทุกใบถูกยกเลิกหมดแล้ว รวมไปถึงเงินในบัญชีก็ถูกโอนเข้าบัญชีกลางที่มีนายเป็นคนดูแล ส่วนบัตรนี้มีวงเงินห้าหมื่นต่อเดือน นายฝากมาให้ใช้ครับ" "วะ...ว่าไงนะ!!" คาราเมลตะโกนออกมาอย่างตกใจ เธอแทบไม่อยากจะเชื่อหูตัวเองกับการกระทำที่ไร้ซึ่งความเป็นมนุษยธรรม "..." เซเรนไม่ได้ตอบอะไร เพียงแต่ยืนนิ่ง ๆ และรอให้เธอรับบัตรไป "มันเกินไปแล้ว นั้นมันเงินฉันนะ!" "คุณหนูคะ...นมว่าใจเย็น ๆ ก่อนนะคะ" ป้านวลรีบเดินเข้ามาห้ามเธอไว้ "แต่นมคะ...ห้าหมื่นกระเป๋าใบเดียวยังซื้อไม่ได้เลยนะ อีกอย่างนี่มันก็เงินหนู...เขาไม่มีสิทธิ์มายุ่ง!" ทุกคนในที่นั้นเงียบลง ตอนนี้ร่างบางอยู่ในอารมณ์น้ำกำลังเชี่ยว ถึงจะเอาเรือสปีดโบ๊ทไปขวางก็คงจะเอาไม่อยู่ "พาฉันไปหาเจ้านายพี่เดี๋ยวนี้ ฉันต้องคุยกับเขาให้รู้เรื่อง" เธอเอ่ยอย่างเดือดดาล "ผมได้รับคำสั่งให้พาคุณหนูไปหาท่านเพื่อเริ่มทำงานวันแรกอยู่แล้วครับ" เซเรนตอบอย่างเรียบเฉย ท่าทีไม่ได้เดือดร้อนหรือถดถอยอย่างเกรงกลัว "เดี๋ยวนะ! ทำไมฉันต้องไปทำงานบริษัทเขา แล้วบริษัทป๋าฉันล่ะ" เธอถามด้วยความสงสัย "คุณหนูถามนายเองดีกว่าครับ" เซเรนตอบอย่างไม่มีข้อกังขา เขาถูกป้อนข้อมูลจากเจ้านายเพียงเท่านี้ "ชักจะบงการเกินไปแล้ว" คาราเมลพึมพำกับตัวเองอย่างหัวเสีย เธอไม่เข้าใจเลยว่าทำไมทุกอย่างถึงได้วุ่นวายขนาดนี้ หญิงสาวเดินนำหน้าบอดีการ์ดออกจากบ้านไปอย่างไม่ลังเล เธอพร้อมแล้วที่จะเผชิญหน้ากับเลออนอีกครั้งเพื่อทวงสิทธิ์ทุกอย่างของเธอคืนมา ... ... "ส่วนแนวโน้มของยอดขายในไตรมาสนี้-" เสียงของหัวหน้าฝ่ายการตลาดที่กำลังรายงานยอดขายในห้องประชุมต้องชะงักลงทันที เมื่อประตูห้องทำงานของเลออนถูกเปิดออกพร้อมกับเสียงเอะอะโวยวายของหญิงสาวคนหนึ่งที่พยายามจะห้ามใครอีกคนเข้ามาในห้องให้ได้ "คุณคะ..." เลขาสาวหน้าห้องถึงกับหน้าถอดสี เธอพยายามห้ามคนนอกเอาไว้สุดความสามารถ แต่ก็ไม่สามารถต้านทานแรงดึงดันของคาราเมลได้ "ปล่อยเธอ" เลออนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เรียบเฉย แต่น้ำเสียงนั้นกลับเต็มไปด้วยอำนาจจนทำให้ทุกคนในห้องต้องเงียบกริบ "ทั้งหมดออกไปก่อน" พนักงานทุกคนต่างโค้งรับคำสั่งแล้วรีบลุกออกจากห้องไปด้วยความหวาดกลัว ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะสบตาเลออน ยกเว้นเพียงแต่คาราเมลเท่านั้นที่ยังคงยืนจ้องมองเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความโกรธเคือง "หมายความว่าอะไร สรุปนายจะเอายังไงกับฉัน" เธอเปิดประเด็นที่คาใจทันทีที่พนักงานคนสุดท้ายก้าวออกไปจากห้อง "เซเรนอธิบายอะไรที่เธอไม่เข้าใจ" เลออนตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่เฉยชา "ทั้งหมด! ฉันไม่เข้าใจในสิ่งที่คุณทำทั้งหมด ทั้งเรื่องเงินของฉัน เครดิตการ์ดของฉัน และการทำงานของฉัน นายไม่มีสิทธิ์มาบงการชีวิตของฉัน" คาราเมลตวาดใส่เขาอย่างเหลืออด "สิทธิ์เหรอ?" ทำเอาอีกฝ่ายถึงเลิกคิ้วขึ้น พร้อมกับหัวเราะในลำคออย่างเย้ยหยัน เขาคิดว่าเธอจะเข้าใจกับพินัยกรรมที่เขียนชัดเจน แต่ไม่เลย… เธอยังคงไม่เข้าใจ และพยายามจะถามหาสิทธิ์จากคนที่มีสิทธิ์ถูกต้องตามกฎหมาย "หัวเราะบ้าอะไรของนาย!" เจ้าของชื่อหวานแต่ตอนนี้ไม่ได้มีอารมณ์จะหวานเหมือนชื่อว่าจบก็ทุบโต๊ะดัง 'ปั๊ง' เผลอใส่ไปไม่ยั้งแรงด้วยความลืมตัว ก่อนจะรู้สึกว่าทำไปทำไม ในเมื่อคนเจ็บคือเธอที่รู้สึกร้าวไปทั้งมือ แต่ก็พยายามเก็บอาการไม่ให้อีกฝ่ายเห็นถึงความอ่อนแอ "ถ้าไม่อยากให้ฉันยุ่งกับชีวิตของเธอ งั้นก็เซ็นตรงนี้" การกระทำนั้นไม่ได้ทำให้เขาอ่อนใจลง เพียงแต่ทำอะไรบางอย่างขึ้น นั้นคือการกางเอกสารฉบับหนึ่งให้เธอดู "แล้วฉันจะไม่มาข้องเกี่ยวกับชีวิตเธออีก" คาราเมลมองดูเอกสารในมือของเขาอย่างตกใจ มันคือหนังสือยกเลิกข้อตกลงและยอมบริจาคทรัพย์สินให้แก่มูลนิธิตามพินัยกรรม ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อไหร่ที่เธอลงลายมือชื่อ หลังจากนั้นมันจะทำให้เธอกลายเป็นคนสิ้นเนื้อประดาตัวในทันที "..." คนอารมณ์โมโหโทโสก่อนหน้าเงียบสนิทแทบพูดไม่อะไรไม่ออก ได้แต่กัดฟันกรอดระงับไฟความโกรธที่กำลังสุมอยู่ในอก "เซ็นซะ" เลออนพูดด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น สายตาของเขาไม่ใช่แค่การขู่ แต่ทันทีที่เธอเซ็นชื่อลง ทรัพย์สินทั้งหมดก็จะถูกจัดการตามความต้องการของวิศรุตทันที "นาย!!" คาราเมลตวาดกร้าว จนถึงตอนนี้เธอก็มั่นใจว่าไม่สามารถทำอะไรเขาได้ ยิ่งคิดก็ยิ่งเจ็บใจ "ทำตามคำสั่งของฉัน ถ้าอยากให้ทุกอย่างยังเป็นของเธอ ไม่ต้องสงสัยในตัวฉัน ฉันให้ทำอะไรก็ทำ อยู่ใต้บัญชาของฉันเท่านั้น" "..." ความเงียบเข้าปกคลุมคาราเมลที่ไม่มีข้อโต้แย้งอีก คนแบบนี้เหรอที่พ่อไว้ใจนักไว้ใจหนา คนที่บ้าทั้งอำนาจ จอมบงการ วายร้ายในคราบคนหล่อ พ่อไปให้ความไว้เนื้อเชื่อใจได้อย่างไรกัน "หมดคำถามก็ออกไปได้แล้ว ข้างนอกจะมีคนสอนงานให้" เลออนพูดพร้อมกับหันกลับไปนั่งบนเก้าอี้ทำงานตัวแพง เข้าใจว่าคนที่เงียบพูดอะไรไม่ออกตอนนี้ก็คงจะเข้าคำว่าสิทธิ์ที่เขามีในตัวของเธอแล้ว "ฉันขอเพิ่มวงเงินเครดิตการ์ด ห้าหมื่นมันไม่พอ" ในเมื่อปฏิเสธไม่ได้และไม่ต้องการที่จะสูญเสียทุกอย่างไปมากกว่านี้ คาราเมลจึงต้องยอมจำนนอย่างไม่เต็มใจ เธอลดเสียงอ่อนลงเพื่อเป็นการต่อรอง โดยไม่มีคิดเลยว่าวันหนึ่งจะต้องยอมทำแบบนี้กับใคร แต่นั่นก็เพื่อการเอาตัวรอด…ลำพังวงเงินแค่นั้นใช้วันเดียวก็แทบไม่พอ "ทุกอย่างขึ้นอยู่กับความประพฤติของเธอ ทำงานกับฉันเธอจะไม่ต่างอะไรไปจากพนักงานทั่วไป ฉันมีเงินเดือนแยกให้อีกเดือนละห้าหมื่น ซึ่งเท่ากับเงินเดือนเลขาของฉัน ขาดลามาสายเธอจะถูกหักเงินตามกฏของบริษัท" "รวม ๆ ก็แค่แสนเดียว ฉันใช้ไม่พอ" "ทำตัวดี ๆ ฉันอาจจะพิจารณาเพิ่มให้" "บ้าอำนาจ!" คาราเมลพึมพำกับตัวเองด้วยความไม่พอใจ "อีกอย่างที่เธอต้องจำไว้" เลออนเดินออกมาจากเก้าอี้ฝั่งที่นั่ง ตรงมาหาเธอที่นั่งอยู่ตรงข้าม แล้วหมุนเก้าอี้ของเธอเข้ามาหาเขา "ทะ...ทำอะไร" คาราเมลพยายามจะหลบหนี แต่เขาก็ยกมือขึ้นกั้นทั้งสองทางจนไม่สามารถขยับไปไหน "ทำตัวดีเธออาจจะได้รางวัล แต่ถ้าหากเธอดื้อ ฉันก็มีบทลงโทษให้เหมือนกัน" เสียงขู่เอาจริงพร้อมกับยื่นหน้าเข้ามาใกล้ทำเธอหยุดหายใจ "ถะ...ถอยไปนะ คิดว่าฉันกลัวเหรอ" แต่ความปากดีมันก็ไม่เลือนลางหายไปจากตัว ยอมรับว่ากลัวเพราะไม่เคยโดนผู้ชายคนไหนเข้าใกล้มากกว่า 50 เมตร แต่เรื่องอะไรจะยอมให้เขารู้ว่าเธอกำลังกลัว ระดับคุณหนูคาราเมลไม่เคยตกอยู่ภายใต้การควบคุมของใครง่าย ๆ "ถ้าไม่อยากโดนจูบจนปากแหก อย่าปากดี" เขาอยากจะปราบเด็กแสบเกินบรรยายให้อยู่หมัด เกิดมายังไม่เคยมีใครกล้ากับผู้นำมาเฟีย Black lion เหมือนเธอมาก่อนเลย "โรคจิต!" คาราเมลพึมพำ "อยากลองดี?" เขายิ่งยื่นหน้าเข้ามาใกล้อีก ดวงตามองริมฝีปากสีหวานจนเธอต้องใช้มือปิด "..." "ไอ้คนบ้า" จากนั้นก็อาศัยจังหวะเขาเผลอผลักตัวเขาออก แล้วรีบวิ่งหนีออกจากห้องด้วยความเร็วแสง "หึ!" เลออนหัวเราะในลำคอด้วยความพอใจ ในขณะที่อีกความคิดของเขากำลังคิดว่าท่าทีประหม่ากับผู้ชายก็ค่อนข้างน่าแปลกใจ คนเที่ยวกลางคืน รักการสังสรรค์ และอยู่ในแสงสีที่เต็มไปด้วยผู้หญิงและผู้ชายมากมาย ทำไมถึงกลัวการถูกเนื้อต้องตัว "กลัวจริงหรือเล่นละครเนียนกันแน่"
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD