เสียงเพลงที่กระหึ่มจากลำโพงชั้นดี และเสียงหัวเราะของเพื่อนฝูงที่ดังแซ่ซ้อง ทำให้คาราเมลรู้สึกเหมือนเป็นเจ้าหญิงที่กำลังอยู่ในดินแดนแห่งความสุขของตัวเอง เธอเพิ่งกลับจากลอนดอนได้ไม่กี่เดือน สำเร็จปริญญาโทด้านการบริหารตามที่พ่อต้องการก็กลับมาใช้ชีวิตอยู่ในวังวนเดิม ๆ ที่คุ้นเคย เพราะคำว่ายังไม่พร้อมจะจริงจังกับชีวิต และเป็นการเฉลิมฉลองความสำเร็จอีกหนึ่งขั้น ทำให้สามเดือนที่ผ่านมาก็เอาแต่เที่ยวเล่นผลาญสมบัติคนเป็นพ่อไปวัน ๆ
"คุณหนูคาราเมลมาแล้วเว้ย!" เสียงของเพื่อนสนิทดังขึ้นเมื่อเห็นเธอเดินเข้ามาในงานปาร์ตี้ริมสระน้ำที่จัดขึ้นอย่างหรูหรา เธอในชุดบิกินี่ตัวเก่งที่ซ่อนอยู่ภายใต้เสื้อคลุมซีทรูบางเบาโบกมือทักทายเพื่อน ๆ อย่างสดใส
"เต็มที่นะทุกคน วันนี้ฉันเลี้ยง!"
"วู้ว!" เสียงโห่ร้องยินดีดังขึ้นอีกครั้ง คาราเมลรินเครื่องดื่มสีสวยลงในแก้ว แล้วดื่มรวดเดียวเพื่อฉลองให้กับค่ำคืนที่เต็มไปด้วยความสุขที่กำลังจะเริ่มขึ้น
ทว่าความสุขนั้นกลับอยู่ได้ไม่นาน...เมื่อเพื่อนคนหนึ่งเดินเข้ามาหาเธอด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
"ยัยคุณหนู...ลูกน้องแกมา" คาราเมลหันไปมองตามทางที่เพื่อนบอก ก่อนจะถอนหายใจยาวเหยียดอย่างไม่พอใจกับการปรากฏตัวของลูกน้องพ่อที่ตามมาถึงที่
"เมลบอกแล้วไงว่าไม่จำเป็นไม่ต้องเข้ามา" เธอพูดเสียงแข็งด้วยความหงุดหงิด ชายหนุ่มในชุดสูทสีเข้มยืนก้มหน้ารับฟังอย่างนอบน้อม
"ป้านวลติดต่อคุณหนูไม่ได้ เธออยากคุยด้วยครับ" แต่เมื่อได้ยินชื่อของคนที่รักไม่ต่างจากแม่ คาราเมลก็ต้องอ่อนใจลงแล้วรีบรับโทรศัพท์จากมือเขามาแนบหูฟัง
"ค่ะนม" เธอรีบเดินออกห่างจากเสียงเพลงไปรับโทรศัพท์ด้วยสีหน้าที่เป็นกังวลเล็กน้อย ไม่บ่อยครั้งที่นวลจะโทรมาขัดจังหวะความสุขของเธอ
"คุณหนู...คุณหนูทำใจดี ๆ ไว้นะคะ" เสียงปลายสายสั่นเครือจนเธอรู้สึกใจหาย
"ทำใจ? เรื่องอะไรคะนม"
"คุณท่าน...คุณท่าน..."
"ป๋าทำไมคะนม!" คาราเมลเริ่มหายใจไม่ทั่วท้อง หัวใจเต้นแรงขึ้นอย่างผิดจังหวะ
"คุณท่านเข้าโรงพยาบาลค่ะ...ฮึก...คุณหนูรีบมานะคะ คุณท่านอาการแย่แล้ว" โทรศัพท์มือถือในมือของคาราเมลแทบจะหลุดร่วงจากความตกใจ ภาพงานปาร์ตี้ตรงหน้าพลันเลือนรางหายไปในพริบตา เหลือไว้แต่ความมืดมิดที่เข้าแทนที่กับเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึง
"ป๋า..." หญิงสาวพยายามตั้งสติที่สุดเท่าที่จะทำได้ เธอไม่มีเวลามากพอที่จะยืนเหม่อตอนนี้
"รีบพาฉันไปโรงพยาบาล!" จากนั้นก็รีบคว้าเสื้อมาคลุมบนตัว หันไปออกคำสั่งกับลูกน้องพ่อโดยไม่สนใจเสียงทักท้วงของเพื่อนฝูงที่ตามหลังมา
การเดินทางในรถคันหรูที่เคยมีแต่ความสุข ตอนนี้กลับเป็นช่วงเวลาแห่งการทรมานใจ ถนนที่เคยดูสวยงามกลับเลือนรางเหมือนภาพในความฝัน
เมื่อมาถึงโรงพยาบาล คาราเมลก็รีบวิ่งลงจากรถโดยไม่สนใจรองเท้าส้นสูงที่ทำให้การวิ่งเป็นไปอย่างยากลำบาก
"นมคะ...ป๋าล่ะ ป๋าเป็นยังไงบ้าง...หมอออกมาหรือยัง" เธอรีบวิ่งเข้าไปหาป้านวลที่ยืนตัวสั่นเทาอยู่หน้าห้องฉุกเฉิน
"ยังเลยค่ะ...อึก" นวลส่ายหน้าพลางสะอื้นไห้ ทำเอาคาราเมลทรุดตัวลงนั่งกับพื้นเย็นเฉียบด้วยความรู้สึกสิ้นหวัง
และแล้วประตูห้องฉุกเฉินเปิดออกในเวลาต่อมา...
เสียงรองเท้าแตะกับพื้นกระเบื้องดังไปทั่วโถงทางเดินอันเงียบสงบ
"หมอคะ! ปะ...ป๋าหนูเป็นยังไงบ้าง ป๋าปลอดภัยแล้วใช่ไหม" คาราเมลรีบลุกขึ้นถามด้วยความหวังอันริบหรี่
"ญาติใจเย็น ๆ ก่อนนะคะ" ขณะที่แพทย์หญิงในชุดสีเขียวเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน ต่างจากเนื้อความต่อมาที่เธอกำลังทำให้โลกทั้งใบของคาราเมลแตกสลายลงอย่างสมบูรณ์
"หมอยื้อชีวิตคนไข้สุดความสามารถแล้ว แต่ร่างกายของคนไข้...ไม่มีการตอบสนอง หมอเสียใจด้วยนะคะ"
"ไม่จริง มะ หมอโกหก..." ร่างบางส่ายหัวทั้งน้ำตา มันต้องไม่ใช่แบบนี้...
"คุณหนู..." นวลรีบโผเข้ามากอดเธอไว้ มากกว่าเสียใจที่เจ้านายจากไป คือการเห็นคนที่อยู่เสียใจถึงขั้นสติแตก
"หมอช่วยป๋าหนูสิ! หมอต้องช่วยป๋าหนู! บ้านฉันรวยนะ หมอจะเอาเท่าไหร่ก็ได้" เสียงกรีดร้องของคาราเมลดังก้องไปทั่วโรงพยาบาล การสูญเสียที่พึ่งเดียวในชีวิตทำเธอแทบตายทั้งเป็น
"หมอทำเต็มที่แล้วค่ะ"
"ฮึกฮือ...ไม่จริง ไม่จริงใช่ไหมนม...ป๋ายังไม่ตาย กรี๊ดดด..."
"โถ่...คุณหนูของนม" ป้านวลทำได้เพียงกอดปลอบด้วยความรักใคร่ คาราเมลในอ้อมกอดของนวลกรีดร้องจนไม่รับรู้อะไรอีกต่อไป
"ฮึกฮือ..." และแล้วเสียงสะอื้นไห้ก็ขาดห้วงไปอย่างกะทันหัน ภาพทุกอย่างตรงหน้าของเธอเริ่มเลือนราง
สิ่งสุดท้ายที่เห็นคือภาพของผู้ชายคนหนึ่งที่เดินเข้ามาหน้าห้องฉุกเฉิน ท่าทางของเขาดูสุขุมแต่ก็เต็มไปด้วยความน่าเกรงขาม
และหลังจากนั้นคาราเมลก็ทรุดลงพลันดับสนิทในอ้อมกอดของคนชรา
"ตามหมอมา ไม่ต้องห่วง ทางนี้ผมจัดการต่อเอง" น้ำเสียงทุ้มต่ำของคนมาใหม่เอ่ยขึ้นอย่างหนักแน่น ประโยคแรกเขาเอ่ยกับลูกน้องที่มาด้วยกัน จากนั้นก็หันไปบอกนวลที่มองการปรากฏตัวของเขาอย่างงุนงง
"คะ...ค่ะ" แต่ก็ยอมพยักหน้าอย่างว่าง่าย ก่อนจะเดินตามร่างของคาราเมลที่ถูกหามเข้าห้องรักษาโดยบุรุษพยาบาล ปล่อยให้ชายหนุ่มผู้ลึกลับที่เพิ่งมาถึงจัดการทุกอย่างที่เหลืออยู่เพียงลำพัง
...
...
7 วันต่อมา
เสียงสวดมนต์ของพระสงฆ์ดังขึ้นอย่างก้องกังวานในศาลาวัดที่เต็มไปด้วยความโศกเศร้า ผสมกับความเหนื่อยล้าที่กัดกินทุกคนที่มาร่วมงาน โลงศพไม้เนื้อดีตั้งเด่นสง่าอยู่เบื้องหน้า คาราเมลนั่งอยู่ตรงนั้นตลอดเจ็ดวันที่ผ่านมา สายตาเหม่อลอยจับจ้องไปยังภาพถ่ายคุณพ่อที่ตั้งอยู่บนพาน เธอไม่แตะอาหารเลยแม้แต่น้อย มีเพียงน้ำเปล่าเท่านั้นที่พอจะหล่อเลี้ยงร่างกายให้อยู่ต่อจนถึงวันนี้
"คุณหนูทานอะไรก่อนนะคะ" เสียงอ่อนโยนของนวลเอ่ยขึ้นอย่างเป็นห่วง ในขณะที่พยายามยื่นจานข้าวต้มให้เธอทาน
"เมลไม่หิวค่ะ" แต่คาราเมลก็ส่ายหน้าปฏิเสธเหมือนเดิม เสียงของเธอแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน มือเรียวกุมจี้สร้อยที่เป็นสิ่งสุดท้ายที่ได้จากคนเป็นพ่อมอบให้ ในใจเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด ผิดที่ไม่สงสัยหรือรับรู้สัญญาณใด ๆ จากคนที่รักเลย
ร่างเล็ก ๆ ในชุดสีดำของเธอทำหน้าที่ยื่นธูปให้กับแขกเหรื่อทุกคนที่เดินเข้ามาแสดงความเสียใจอย่างเงียบ ๆ ราวกับไร้ซึ่งชีวิตชีวา ท่ามกลางแขกจำนวนมากที่เข้ามาในงาน สายตาของเธอไปสะดุดเข้ากับชายคนหนึ่งที่เดินเข้ามาด้วยท่าทางสุขุมและสง่างาม คาราเมลนิ่งไปเล็กน้อยเมื่อเห็นเขาอีกครั้ง เธอจำได้ว่าเขาคือชายหนุ่มคนสุดท้ายที่เห็นก่อนภาพตัด ณ โรงพยาบาล และยังเป็นคนเดียวกับคนที่ป้านวลบอกเธอว่าเขาคือ "คุณเลออน" ผู้เป็นเจ้าภาพร่วมและจัดการงานศพทุกอย่างตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้
คาราเมลยื่นธูปให้เขาตามหน้าที่ เช่นเดียวกับชายหนุ่มรับธูปมาถือไว้ในมือ ก่อนจะส่งสายตาที่ว่างเปล่าแต่ก็แฝงไว้ด้วยบางอย่างที่ยากจะเข้าใจมาให้เธอ เธอไม่รู้ว่าเขาคือใคร มีความเกี่ยวข้องอะไรกับพ่อของเธอมากขนาดไหน แต่ก็ไม่ได้มีโอกาสได้ถามอะไรออกไป ความสงสัยในตัวชายแปลกหน้าคนนี้ยิ่งเพิ่มพูนขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อเห็นการกระทำของเขาที่ดูยิ่งใหญ่เกินกว่าจะเป็นคนรู้จักทั่วไป
นั่นเป็นครั้งแรกที่คาราเมลรู้สึกว่ากำลังอยู่ใกล้กับเลออนมากกว่าทุกครั้ง คนที่ในวันรุ่งขึ้น...จะเฉลยทุกความสงสัยของเธอ และทำให้เธอได้รู้ว่าเขาต้องการอะไรจากพ่อและตัวเธอ