"เป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะสำหรับการแสดงของโฉมงามอันดับหนึ่งของทางหอเรา หวังว่าจะถูกใจทุกท่านที่เสียสละเวลามาในวันนี้"
นางเหมียน แม่เล้าเจ้าของหอพูดคุยกับบรรดาแขกเงินหนาทั้งหลายเมื่อจบการแสดง
ด้านฝั่งของบรรดาบุรุษด้านล่างเวทีก็ต่างส่งเสียงโห่ชมพร้อมทั้งปรบมือให้กับการแสดงที่น่าตื่นตาเมื่อครู่
แม่เล้าวัยสี่สิบแย้มริมฝีปากที่แต้มชาดสีแดงก่ำของตนอย่างพึงพอใจกับการตอบรับในครั้งนี้
นับว่านางคิดถูกยิ่งนักที่ให้ซวงหลันอวิ๋นลงมารับแขก ที่ผ่านมานางนั้นสูญเสียโอกาสทำลายได้จากเด็กคนนี้ไปไม่น้อยเพราะกลัวอิทธิพลของหลี่อ๋อง
จริงอยู่ที่ยามหลี่อ๋องเรียกตัวซวงหลันอวิ๋นไปปรนนิบัติจะจ่ายค่าตัวซวงหลันอวิ๋นมากกว่าที่ตั้งเอาไว้ถึงสองเท่า แถมยังมอบของมีค่าให้แต่นางหาได้มีส่วนใดเสียกับหญิงสาวด้วยไม่
เพราะนางเป็นผู้ตั้งกฏเองว่าหากแขกมอบสิ่งของอันใดให้แก่คณิกาของหอของเหล่านั้นย่อมตกเป็นของอีกฝ่ายโดยที่ทางหอไม่สามารถไปยุ่งด้วยได้
แถมบุรุษสูงศักดิ์ไม่ได้เสด็จมาที่หอคณิกาของนางทุกวัน เมื่อหักลบกันแล้วนางย่อมเสียเปรียบกว่าหากนางให้หญิงสาวรับแขกตามปกติ
อีกทั้งเดือนที่ผ่านมาอีกฝ่ายก็ไม่ได้แวะมาเยี่ยมเยือนที่หอรายได้ที่ควรได้ก็ขาดหายนางจึงคิดที่จะให้ซวงหลันอวิ๋นกอบโกยเงินคืนแก่นางในวันนี้
ดังนั้นนางเหมียนจึงได้เริ่มแผนการของตนเองต่อทันที
"นอกจากค่ำคืนนี้อวิ๋นเอ๋อร์ของเราจะมาบรรเลงกู่ฉินให้ทุกท่านได้ฟังกันแล้ว นางยังมีใจคิดจะมาปรนนิบัตินายท่านที่มาในวันนี้ด้วย"
เสียงฮือฮาดังขึ้นทันทีเมื่อได้ยินว่าคืนนี้ตนอาจได้รับการดูแลจากโฉมงามอันดับหนึ่งของหอซือเซียน แถมวันนี้ไม่มีหลี่อ๋องดังนั้นทุกคนในที่นี่จึงมีโอกาสเท่ากัน
"เช่นนั้นคืนนี้ข้าขอรับแม่นางซวงมาปรนนิบัติข้าก็แล้วกัน" เสียงนี้ดังมาจากบุรุษผู้หนึ่งที่อยู่ใกล้บริเวณหน้าเวที เขาลุกขึ้นประกาศพร้อมควักถุงเงินของตนลงบนโต๊ะทันที
ชายหนุ่มคิดว่าเรื่องแบบนี้ผู้ใดเร็วกว่าย่อมได้เปรียบจึงได้รีบเอ่ยทันทีที่ฟังแม่เล้าเหมียนเอ่ยจบ
บรรดาคนอื่นๆ ต่างมองชายหนุ่มผู้นั้นเป็นตาเดียว
เจ้าหมอนี่มันจะฉวยโอกาสเกินไปหรือไม่!!
หลายคนต่างลอบก่นด่าชายหนุ่มผู้นั้นอย่างไม่พอใจ ก่อนที่ความไม่พอใจนั้นจะหายไปเมื่อได้ยินคนเป็นแม่เล้าเอ่ยกับชายหนุ่ม
"คุณชายหลินอย่าพึ่งใจร้อน ข้ายังกล่าวไม่จบเลยเจ้าค่ะ" เหมียนจางซื่อเอ่ยพร้อมรอยยิ้มการค้า
คุณชายหลินที่ถูกเรียกยืนนิ่งรอฟังสิ่งที่แม่เล้าร่างอวบจะพูด
"หลายๆ ท่านก็น่าจะทราบว่านานแล้วที่อวิ๋นเอ๋อร์ไม่ได้รับใช้ผู้ใด ที่ผ่านมานางจึงได้เก็บตัวฝึกฝนความสามารถและบำรุงร่างกายตนเองเป็นอย่างดี” แม่เล้าใหญ่เว้นไปครู่หนึ่ง1ก่อนจะเอ่ยต่อ
“ดูผิวพรรณนางสิเจ้าคะผุดผ่องงดงามมากกว่าเดิมยิ่งนักใช่หรือไม่" นางเหมียนจีบปากจีบคอพูดพร้อมกับลูบไล้หัวไหล่มนที่เปลือยเปล่าให้บุรุษด้านล่างได้ดู
นางลงทุนซื้อผงสมุนไพรจากต่างแดนมาให้สตรีนางนี้อาบแช่บำรุงตั้งหลายวัน บัดนี้ผิวพรรณทั่วเรือนร่างอรชรของคณิกาอันดับหนึ่งผุดผ่องราวกับหยกขาวมันแพะเนื้อดี
บรรดาบุรุษทั้งหลายต่างลอบกลืนน้ำลายกับการกระทำดังกล่าววกเขาล้วนพยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดของแม่เล้าผู้นั้น
แม่นางซวงดูงามจับตายิ่งกว่าที่เคยเห็นจริงๆ อย่างที่นางเหมียนกล่าวเมื่อครู่คนงามไม่ได้รับใช้ใครนอกเหนือจากหลี่อ๋องแถมช่วงนี้ก็ไม่เห็นบุรุษสูงศักดิ์แวะมาที่นี่
ดอกไม้งามดอกนี้มิได้มีผู้ใดได้เชยชมมาสักพักย่อมไม่ช้ำ
"ดังนั้นค่ำคืนนี้ของอวิ๋นเอ๋อร์ทางหอขอเราจะเปิดเป็นการประมูลแทนเจ้าค่ะ แน่นอนว่าทุกท่านสามารถจ่ายเป็นเงินสด ตั๋วเงิน หรือแม้กระทั่งของมีค่าติดตัวก็ได้ ทางเราจะมีผู้เชี่ยวชาญประเมินราคาทางด้านนี้"
เหมียนจางซื่อไม่รอให้ผู้ใดได้ตั้งตัวนางจึงเอ่ยออกไปทันที
"ราคาเริ่มต้นอยู่ที่หนึ่งร้อยลึง การประมูลเริ่มได้!"
จบประโยคนั้นทุกคนก็ต่างตื่นตัวรีบเอ่ยเสนอราคาทันที
"ร้อยยี่สิบตำลึง!"
"ร้อยสี่สิบตำลึง!"
"ร้อยหกสิบตำลึง!"
"สองร้อยตำลึง!"
"สองร้อยยี่สิบตำลึง!"
"สองร้อยห้าสิบตำลึง!"
"สองร้อยแปดสิบตำลึง!"
การเสนอราคาเป็นไปยังดุเดือดบุรุษแต่ละคนต่างไม่มีใครยอมใคร จนราคาพุ่งขึ้นมาถึงสามร้อยตำลึงซึ่งถือว่าราคามากกว่าค่าตัวของคณิกาอันดับหนึ่งยามปกติถึงสองเท่า
"สามร้อยห้าสิบตำลึง" บุรุษคนแรกที่แม่เล้าเรียกว่าคุณชายหลินเป็นผู้เอ่ยราคาเป็นคนสุดท้าย
"สามร้อยห้าสิบตำลึง มีใครให้มากกว่าคุณชายหลินหรือไม่เจ้าคะ" เหลียนจางซื่อหันมองไปรอบๆเมื่อราคาหยุดอยู่ที่สามร้อยห้าสิบตำลึงทอง
คนอื่นต่างเงียบกริบเพราะเงินจำนวนเท่านี้นั้นถือว่าไม่น้อย บุรุษหลายคนเป็นผู้นำครอบครัวแล้วมีภาระที่บ้าน
บางคนเป็นเพียงคุณชายบ้านรวยถึงแม้จะมีเงินอยู่บ้างแต่ก็ไม่สามารถควักเงินจำนวนมากกว่านี้มาใช้ฟุ่มเฟือยได้จึงทำได้เพียงลอบขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน
ต่างจากหลินเซ้าเจ๋อที่นอกจากจะไม่มีภาระทางบ้านแล้วยังเป็นถึงเจ้ากิจการร้านแกะสลักหยกของเมืองอวี้เฉิง
หยกที่แกะสลักจากช่างของหลินเซ้าเจ๋อนั้นปราณีตและงดงามเป็นเอกลักษณ์ต่างมีคนแย่งซื้อจนทำให้กิจการของชายหนุ่มรุ่งเรืองและทำให้เขาร่ำรวยเป็นอันดับต้นๆของเมือง
อาจกล่าวได้ว่าเป็นรองเพียงหลี่อ๋องเท่านั้น
"หากไม่มีผู้ใดเสนอราคาสู้แล้ว เช่นนั้นค่ำคืนของอวิ๋นเอ๋อร์ในวันนี้ก็เป็นของ-" ยังไม่ทันที่แม่เล้าเหมียนจะได้เอ่ยชื่อผู้ชนะการประมูล เสียงทุ้มต่ำของบุรุษผู้หนึ่งก็ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบในห้องโถง
"ห้าร้อยตำลึง”