ราคาที่ถูกเสนอมาในช่วงเสี้ยววินาทีสุดท้ายทำให้ทุกคนที่อยู่ในห้องโถงต่างมองไปยังเจ้าของเสียงเป็นตาเดียวกัน แม้กระทั่งตัวผู้ถูกประมูลอย่างซวงหลันอวิ๋นเองก็เช่นกัน
ท่าทีของนางคณิกาที่ค่าตัวพุ่งไปเป็นห้าเท่านั้นแสดงออกมาให้ผู้คนได้เห็นว่าตัวนางนั้นยินดีจนตาปิดทว่าในใจกลับกำลังลอบตกใจในความบ้าบิ่นของบุรุษผู้นั้นอยู่
ชายผู้สวมหน้ากากเหล็กปิดบังใบหน้าครึ่งท่อนบนที่กำลังมองมายังนางด้วยสายตาราบเรียบทว่าเมื่อสบตากับนางกลับเปลี่ยนเป็นแพรวพราวทันที
ทำให้นางรู้สึกเหมือนมีอะไรสะกิดใจเล็กน้อย แต่ก็ยังคงยิ้มตอบกลับอีกฝ่ายไปตามหน้าที่ก่อนจะเห็นว่าเขามองไปรอบๆก่อนจะเอ่ยต่อท่ามกลางความเงียบของผู้คนในห้อง
"ในที่นี่มีผู้ใดให้มากกว่าข้าหรือไม่ ถ้ามีก็ได้โปรดเอ่ยมาได้เลยข้าพร้อมที่จะสู้ต่อ"
ซวงหลันอวิ๋นฟังคำพูดของอีกฝ่ายแล้วได้แต่คิดว่าชายผู้นี้คงเป็นหนึ่งในบุรุษที่หลงใหลในตัวนางถึงได้กล้าเสนอราคาค่าตัวสูงถึงเพียงนี้
น่าเสียดายที่เขาต้องจ่ายเงินเสียเปล่า...
"คุณชายหลิน ว่าอย่างไรเจ้าคะ สู้ต่อหรือไม่?" แม่เล้าเหมียนที่ได้สติเป็นคนแรกถามพ่อค้าหนุ่มที่ยืนเงียบอยู่ไม่ไกล
หลินเซ้าเจ๋อมองไปยังบุรุษสวมหน้ากากที่ตอนนี้อีกฝ่ายชูจอกเหล้ามาทางเขาด้วยท่าทางท้าทายอย่างเปิดเผยก่อนจะเหลือบไปมองร่างบางบนเวทีอย่างใช้ความคิด
เงินห้าร้อยตำลึงสำหรับพ่อค้าเช่นตนแล้วถือว่าเป็นจำนวนเงินไม่น้อย ครั้นจะทุ่มให้คณิกาที่ตนพึงใจมากกว่านั้นก็คงไม่คุ้มค่า
ไม่สู้ยอมถอยในวันนี้และค่อยมาวันถัดไปก็ยังไม่สาย เพราะได้ยินข่าวว่าหลี่อ๋องทรงมีเรื่องให้จัดการที่เหมืองทองคงไม่ว่างมา
เมื่อคิดได้ดังนั้นพ่อค้าหนุ่มจึงส่ายหน้าพร้อมยิ้มบางอย่างผู้ยอมแพ้
เหมียนจางซื่อรู้สึกเสียดายไม่น้อยที่หลินเซ้าเจ๋อไม่สู้ราคามิเช่นนั้นนางคงอาจจะได้เงินจากการประมูลซวงหลันมากกว่านี้ก็เป็นได้!
"ถ้าเช่นนั้นผู้ชนะการประมูลได้แก่คุณชายหน้ากากเหล็กเจ้าค่ะ!"
เมื่อหญิงวัยสี่สิบประกาศผู้ชนะคนอื่นๆก็ได้แต่ปรบมือแสดงความยินดีด้วยความอิจฉาอยู่ลึกๆ
ใครๆก็อยากมีค่ำคืนกับซวงหลันอวิ๋นกันทั้งนั้น แต่จะทำเช่นไรได้ในเมื่อการประมูลครั้งนี้มูลค่าช่างสูงยิ่งนัก
แม้จะเสียดายที่ไม่ได้โฉมงามอันดับหนึ่งของหอมาเชยชมแต่เงินยี่สิบตำลึงของทุกคนที่จ่ายให้กับทางหอก็ไม่ได้เสียเปล่าเพราะเหมียนจางซื่อได้ประกาศว่าสาวงามที่นั่งประกอบทุกคนนั้นวันนี้ทางหอจะมอบให้ปรนนิบัตินายท่านทั้งหลายพร้อมยินดีให้ดื่มกินฟรีไม่อั้นได้จนถึงรุ่งสาง
สร้างความพึงพอใจให้กับคนที่มาเป็นอย่างมากลบเลือนความอิจฉาชายที่ได้ตัวซวงหลันอวิ๋นไปและหันไปหาความสำราญจากหญิงสาวข้างกายตนทันที
ส่วนผู้ที่ชนะการประมูลอย่างจางจงซินนั้น ทางหอได้ให้คนมาเชิญชายหนุ่มขึ้นไปพบคณิกาคนงามที่ห้องส่วนตัวชั้นบนถือว่าเป็นอภิสิทธ์พิเศษของผู้ชนะ
ใช้เวลาสักพักร่างสูงที่เดินตามคนของหอก็มาถึงหน้าห้องส่วนตัวของสตรีที่ตนเสียเงินประมูล
ทันทีก้าวเท้าเข้าห้องส่วนตัวของนางคณิกาของซือเซียนกลิ่นหอมของอะไรบางอย่างก็โชยมาปะทะจมูก คื้วหนาขมวดเข้าหากันครู่หนึ่งเมื่อรับรู้ได้ถึงความผิดปกติ
มีบางอย่างผสมอยู่ในกำยาน
สายหนุ่มคิดกับตนเองในใจจากนั้นก็เริ่มระมัดระวังตัวมากขึ้น
จางจงซินเดินผ่านเข้ามาถึงกลางห้องก็พบโฉมงามนั่งคอยอยู่แล้ว หญิงสาวลุกขึ้นแล้วเอ่ยทักทายพร้อมน้ำเสียงอ่อนหวานชวนให้คนฟังเคลิบเคลิ้ม
"ยินดีที่ได้พบกันเจ้าค่ะ ค่ำคืนนี้ของอวิ๋นเอ๋อร์เป็นของท่านแล้ว" ศีรษะเล็กโค้งให้แขกหนุ่มเล็กน้อยก่อนจะเงยหน้าขึ้นพร้อมกับส่งรอยยิ้มหวานให้
"หวังว่าเจ้าจะไม่ทำให้ข้าผิดหวังนะคนงาม" ร่างสูงส่งสายตาวาววับให้หญิงสาว แต่ภายใต้สายตานั่นกลับเต็มไปด้วยความสงสัยและระแวงเป็นอย่างยิ้งโดยที่ร่างเล็กไม่รู้
ร่างบางปิดปากหัวเราะอย่างมีจริตก่อนจะเอ่ยตอบพร้อมส่งสายตายั่วเย้ากลับ "อวิ๋นเอ๋อร์ก็หวังเช่นกันเจ้าค่ะ"
จากนั้นเจ้าของห้องก็เอ่ยเชิญให้แขกหนุ่มนั่งลงแล้วเริ่มชวนคุย
"อวิ๋นเอ๋อร์ไม่เคยเห็นนายท่านมาก่อนเลย ขอเดาว่าท่านคงเป็นคนต่างเมือง" หญิงสาวเอ่ยขณะที่รินสุรา
"เหตุใดจึงคิดเช่นนั้นเล่า?"
"เพราะสีผิวของท่านอย่างไรเล่าเจ้าคะ" ร่างบางตอบด้วยท่าทีนุ่มนวล เว้นไปครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยต่อ "บุรุษที่นี่ส่วนมากล้วนแต่สีผิวคล้ำเพราะทำงานกลางแดดลงเหมือง หากบุรุษที่มีผิวขาวมักจะเป็นพวกคุณชายบ้านรวยหรือขุนนาง แต่คนเหล่านั้นอวิ๋นเอ๋อร์ล้วนเคยพบมาแล้วทั้งสิ้น"
จะกล่าวให้กระจ่างคือบรรดาบุรุษบ้านรวยทั้งหลายเคยเป็นแขกของนางมาแล้วทั้งสิ้น
ดวงตาคู่คมมองหญิงงามที่รินสุราให้ตนอย่างพิจารณาริมฝีปากหนายิ้มกว้างก่อนจะเอ่ยชม "แม่นางซวงช่างสังเกตนัก"
ไม่คิดว่าเรื่องแค่นี้ก็ทำให้รู้ว่าตนไม่ใช่คนที่นี่ เรื่องนี้ตัวเขาพลาดเองที่ไม่รอบคอบ ไม่รู้ว่านางฉลาดเฉยๆหรือเพราะอะไรกันแน่
"ไม่รู้ว่าจะละลาบละล้วงนายท่านเกินไปหรือไม่ถ้าหากอวิ๋นเอ๋อร์จะบังอาจถามว่านายท่านมาทำอะไรที่เมืองนี้หรือเจ้าคะ"
ประโยคที่ถูกเอ่ยถามมาทำให้ผู้ตรวจการหนุ่มหรี่ตาลงเล็กน้อย
"เจ้านายของข้าส่งมาทำธุระที่เมืองนี้เท่านั้น เสร็จงานแล้วก็จะไปจากที่นี้ทันที"
ร่างสูงยกจอกสุราขึ้นดื่มปิดบังการกระทำบางอย่างของตนเอง ดวงตาก็ลอบมองปฏิกิริยาของสตรีที่นั่งตรงหน้า
คำถามนี้ไม่รู้ว่าสตรีตรงหน้าเพียงแค่ถามไปทั่วเพื่อชวนคุยหรือต้องการรู้อะไรกันแน่?
เห็นทีซวงหลันอวิ๋นผู้นี้จะไม่ใช่เพียงคณิกาธรรมดาๆเสียแล้ว...