เสียงกระซิบเย็นยะเยือกและลมหายใจร้อนระอุข้างหูทำเอาร่างบางขนลุกซู่ หากมีคนอยู่ด้านหน้าของซวงหลันอวิ๋นก็คงได้เห็นสีหน้าที่เต็มไปด้วยความตระหนกของหญิงสาว
นางรีบหันหลังกลับพร้อมขยับกายถอยหลังให้ห่างจากร่างสูงที่ยืนซ้อนหลังตนอย่างรวดเร็ว แต่ทว่ามันก็ยังไม่เร็วพอที่จากทำให้พ้นจากเงื้อมมือของชายหนุ่มอยู่ดี
"นายท่าน ได้โปรดปล่อยอวิ๋นเอ๋อร์ก่อน อวิ๋นเอ๋อร์เจ็บเจ้าค่ะ" ซวงหลันอวิ๋นเลือกที่จะใช้มารยาหญิงในการเผชิญหน้า ดวงตารีบเค้นหยาดน้ำตาให้ไหลรินอย่างชำนาญขณะที่สบตาอ้อนวอนชายหนุ่ม
หากใครได้มาเห็นก็คงอดที่จะใจอ่อนให้กับภาพโฉมงามหลั่งน้ำตานี้อย่างแน่นอน
แต่กลับต้องผิดหวังเมื่อได้รับประโยคตอบกลับและสายตาที่เย็นชาจากร่างสูง
"เลิกเล่นละครได้แล้ว อย่าที่จะใช้มารยาสตรีกับข้า มันไม่ได้ผล"
ริมฝีปากของหญิงสาวเม้มเข้าหากันในขณะเดียวกันก็พยายามที่จะหลุดจากการจับกุมของบุรุษสวมหน้ากาก ทว่ามือใหญ่ของอีกฝ่ายที่กอบกุมรวบบีบข้อมือบางทั้งสองข้างของตนมือใหญ่เพียงข้างเดียวนั้นราวกับเหล็กคีบอันใหญ่ที่ตรึงกดนางไว้ไม่ให้ไปไหน
"บอกมา เจ้าวางยาในกาสุราและกำยานด้วยเหตุใด?"
"อึ่ก..ท่านปล่อยข้าก่อนข้าเจ็บ"
ร่างสูงไม่ปล่อยแถมยังลงน้ำหนักมือตนเองลงเพิ่มอีกนิด "อย่ามาเล่นลูกไม้กับข้า ตอบมา"
"ข้าเปล่าเล่นลูกไม้ แต่ข้าเจ็บจริงๆ ท่านจับข้าแน่นเกินไปแล้ว!" หญิงสาวอดที่จะตะเบ็งเสียงใส่ไม่ได้ บุรุษผู้นี้บีบข้อมือจนนางเจ็บร้าวไปหมดแล้ว!
จางจงซินมองดวงตาคู่งามที่เคยมองกันอย่างยั่วเย้าบัดนี้มีแต่ความโกรธขึ้งที่ถูกส่งมานอกจากนั้นยังมีน้ำสีใสคลอเอ่ออยู่ด้วย สีหน้าหญิงสาวก็ดูเจ็บจริงๆ ชายหนุ่มเห็นดังนั้นจึงได้ผ่อนแรงมือลงแต่ก็ยังคงไม่ปล่อยอย่างที่อีกฝ่ายร้องขอ
และนับว่าตนเองตัดสินใจผิดมหันต์เพราะทันทีที่ลดแรงร่างบางก็ดึงมือข้างหนึ่งออกไปแล้วภายในพริบตาอีกฝ่ายก็สาดผงอะไรบางอย่างใส่หน้าตนอย่างรวดเร็ว
ชายหนุ่มรีบปล่อยแขนเล็กแล้วรีบขยับกายถอยหลังพร้อมยกมือขึ้นมาปิดจมูกแต่ถึงกระนั้นเขาเองก็ได้สูดผงที่ฟุ้งกระจายทั่วอากาศเข้าไปแล้วส่วนหนึ่ง
แค่กๆ
"เจ้า!" ชายหนุ่มส่งเสียงคำรามในลำคอ ดวงตาคู่คมมองร่างบางที่ถอยหลังไปชิดผนังอีกฝั่งอย่างคาดโทษ แสบนักนะ!
ยังไม่ทันที่จะได้จัดการหญิงสาวร่างสูงกลับเกิดอะไรมึนหัวเฉียบพลันจนยืนไม่อยู่ ร่างสูงใหญ่ทรุดกายลงกุมศีรษะ
นี่มันยาอะไร!
"เจ้าสาดผงอะไรใส่ข้า!"
ฝ่ายผู้ที่ถูกตวาดใส่เชิดหน้าขึ้นพร้อมกับเอ่ยตอบด้วยท่าทางไม่ยินดียินร้าย "ไม่ใช่ยาร้ายแรงอะไร เพียงแค่ยาสลบผสมผงลืมเลือน มันแค่จะทำให้ท่านจำอะไรที่เกิดขึ้นไม่ได้เท่านั้น"
แม้จะไม่เข้าใจว่าเหตุใดยาลวงจิตที่ผสมในกำยานและสุราจะไม่ได้ผลกับชายหนุ่ม แต่เมื่อถูกผงลืมเลือนนี่ไปอย่างไรก็ต้องได้ผลแน่
ทีนี้เขาทำอะไรนางไม่ได้แล้ว..
"อึ่ก!" อาการมึนศีรษะจู่โจมชายหนุ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งร่างสูงล้มลงกับพื้นหอบหายใจแรงอย่างน่ากลัวจนทำให้คนที่มองดูอย่างซวงหลันอวิ๋นรู้สึกแปลกใจ
เดี๋ยวก่อนอาการนี้มัน...มันคล้ายกับคนถูกยาปลุกกำหนัดเลยมิใช่หรือ!?
อย่าบอกนะว่า..หญิงสาวรีบค้นข้างเอวของตนเองทันที มือเล็กหยิบห่อยาที่เหลืออีกอันขึ้นมาดูก่อนจะเบิกตากว้าง
นางหยิบผิดห่อ!
เพราะนางพึ่งใช้ยาปลุกกำหนัดผสมผงลวงจิตลงไปในกาสุราเพื่อให้ออกฤทธิ์ไวขึ้นจึงได้เหน็บไว้กับตัว นางหลงลืมไปเสียสนิทเลย!
ทางด้านชายหนุ่มเองก็เริ่มที่จะรู้สึกตัวแล้วเหมือนกันว่ายาที่ตนโดนไม่ใช่ยาสลบอย่างที่อีกฝ่ายบอกเพราะกลางกายของตนมันเริ่มมีปฏิกิริยาแปลกๆ "นี่เจ้า!.."
"คะ..คือ ข้าไม่ได้ตั้งใจนะ! คือ.." ซวงหลันอวิ๋นเองก็ทำอันใดไม่ถูก
ดวงตาคู่คมที่แดงก่ำเพราะความร้อนในร่างกายเพิ่มขึ้นกะทันหันสบกับดวงตาคู่งามที่ตื่นตระหนกแล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงแหบพร่าว่า "ในเมื่อเจ้าเป็นผู้ปลุกมันขึ้นมาก็รับผิดชอบก็แล้วกัน"
ร่างสูงลุกขึ้นยืนตัวตรงจึงเห็นได้ชัดว่าที่กลางกายนั้นมีบางสิ่งดุนดันขึ้นมาจนโป่งพอง ก่อนที่จะย่างสามขุมเข้าไปหาร่างบาง
"ดะ.. เดี๋ยวก่อน ข้ามียาถอนพิษสิ่งนี้! อื้อ!-"
เสียงหวานขาดหายไปเมื่อถูกร่างสูงดึงเข้ามาใกล้แล้วใช้ริมฝีปากของตนปิดกั้นเสียงของหญิงสาวด้วยปากของตนเอง
ณ ตอนนี้มันไม่ทันแล้ว...
จางจงซินถือโอกาสที่อีกฝ่ายเปิดปากส่งลิ้นหนาเข้าไปสำรวจโพรงปากเล็กด้วยความช่ำชอง ไล่เกี่ยวกวัดลิ้นเล็กอย่างเชื่องช้าเนิบนาบอีกทั้งยังดูดดึงเบาๆ เป็นการหยอกเย้าก่อนที่แขนหนารวบร่างเล็กขึ้นสู่อ้อมอกแล้วเดินตรงไปยังห้องลับอย่างรวดเร็ว
ชายหนุ่มวางร่างบางลงบนเตียงนอนจากนั้นก็ขึ้นคล่อมทับทันทีโดยที่ริมฝีปากยังคงป้อนจูบให้หญิงสาวใต้ร่างไม่ห่าง ฝ่ายซวงหลันอวิ๋นเองก็ถูกมอมเมาทำให้สติเริ่มเลื่อนลอยรสจูบของจางจงซินทำให้ร่างกายนางอ่อนปวกเปียก
มือหนาของชายหนุ่มเริ่มลากไล้ไปทั่วเรือนร่างระหงตามอารมณ์ที่พุ่งสูงขึ้นและยิ่งหญิงสาวนั้นอยู่ในอาภรณ์น้อยชิ้นเปิดเผยเรือนร่างอยู่แล้วยิ่งทำให้จางจงซินสามารถสัมผัสเคล้นคลึงเนื้อนิ่มได้อย่างถนัดมือ
ไม่ช้าผ้าคาดอกชิ้นบนกายสาวก็ถูกหลุดออกเผยให้เห็นปทุมเต้าเต่งตึงคู่งามอวบอิ่ม
เมื่อทำการจัดการท่อนบนเสร็จผู้ตรวจการหนุ่มก็ละริมฝีปากเล็กที่บวมช้ำเพราะการตะโบมจูบไม่พักแล้วเลื่อนใบหน้าจูบซับไปตามกรอบหน้าและลงต่ำไปสูดดมกลิ่นกายหอมกรุ่นของคณิกาอันดับหนึ่งสมกับที่แม่เหล้าเหมียนโอ้อวด
เสียงหอบหายใจเอาอากาศเข้าสู่ร่างกายของหญิงสาวดังขึ้นเมื่อริมฝีปากตนเองเป็นอิสระ
ก่อนจะร้องสะดุ้งเมื่อริมฝีปากร้อนเข้าครอบครองยอดถันสีสดข้างหนึ่งของตนพร้อมกับใช้มือใหญ่กอบกุมทรวงอกอีกข้างของตน
"อ๊ะ!."
จากนั้นร่างบางก็ได้ร้องครางเพราะความเสียวซ่านที่ไม่เคยพบเมื่ออีกฝ่ายใช้ลิ้นร้อนชื้นแลบเลียรัวเร็วที่ปลายยอดอกที่แข็งชูชัน
"อ๊าาาาาาาาาาาาา"
ชายหนุ่มยังคงทรมานหญิงสาวอยู่อย่างนั้นแต่มือข้างหนึ่งกลับเลื่อนลงมายังท่อนล่างก่อนจะเริ่มปลดกระโปรงโปร่งบางของหญิงสาวพร้อมซับในตัวบางให้หลุดออกไปพร้อมกัน จางจงซินยกตัวขึ้นเล็กน้อยเพื่อมองร่างเปลือยเปล่าที่สะท้อนแสงไฟตรงหน้าด้วยสายตาหลงใหลและหื่นกระหาย
เอวบางเล็กคอด สะโพกพายกลมกลึง ผิวกายขาวเนียนราวกับหิมะ ซวงหลันอวิ๋นงามไปทุกสัดส่วนจริงๆ...
เขาไม่ปล่อยเวลาให้เสียเปล่าลงมือปลุกเร้าหญิงสาวในขั้นตอนสุดท้ายเพื่อเตรียมความพร้อม เพราะว่าขนาดความเป็นชายของเขานั้นน่ากลัวว่าจะไม่สามารถเข้าไปในกายสาวได้ง่ายนักหากไม่เตรียมตัวให้หญิงสาวเสียก่อน
ปลายนิ้วยาวลากไล้ตั้งแต่น่องปลีเรียวจนมาถึงโคนขาด้านในอย่างเชื่องช้าและทุกพื้นที่ที่เขาลากผ่านร่างบางก็สะท้านราวกับถูกไฟจี้เป็นแห่งๆ ในที่สุดปลายนิ้วกลางที่สากระคายก็สัมผัสกับจุดกึ่งกลางกายของหญิงสาวก่อนจะค่อยๆสอดนิ้วเข้าไปด้านในอย่างระมัดระวัง ส่วนนิ้วชี้ที่ยังว่างก็ขยับไปสะกิดตุ่มนูนที่อยู่เหนือช่องทางแคบที่พึ่งได้ล่วงล้ำ
"อ๊ะ อย่า..อ๊า" เสียงเอ่ยห้ามทั้งเบาหวิวและไม่หนักแน่นเมื่อปลายนิ้วของชายหนุ่มสะกิดโดนตุ่มนูนบนของสงวนตน มันเป็นความรู้สึกที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อนในชีวิต ในตอนนี้หญิงสาวทั้งรู้สึกอึดอัดกับก้านนิ้วยาวที่ค้างคาอยู่ในกายตนแต่ก็เสียวซ่านเพราะอีกฝ่ายใช้ปลายนิ้วกดคลึงปุ่มกระสันของตนเป็นจังหวะจึงเผลอร้องครวญครางออกมา
"อ๊ะ อื้อ..อ๊าาาาาา ทะ..ท่านได้โปรด ..อ๊า"
ผู้ตรวจการหนุ่มนั้นรับรู้ได้ถึงแรงบีบรัดจากกายสาวก็ได้แต่คิดในใจว่าคณิกาที่ผ่านชายมามากเช่นนี้ช่างมีร่างกายคล้ายกับหญิงสาวบริสุทธิ์ แต่อีกใจก็แย้งว่าหรือไม่สตรีพวกนี้ก็อาจจะมีตัวยาพิเศษที่ทำให้ส่วนนี้ของตนกระชับแน่นก็เป็นได้เพราะดูจากที่อีกฝ่ายตั้งใจใช้ยากับตนก็คงจะมีความรู้เรื่องพวกนี้เป็นอย่างดี
เมื่อคิดได้ดังนั้นก้านนิ้วยาวก็เร่งความเร็วในการขยับเข้าออกจนทำให้ได้ยินครางหวานของหญิงสาวดังขึ้นไป
"ขะ..ข้าไม่ไหวแล้ว อ๊ะ..อ๊าาาาาาาาาาา"
ซวงหลันอวิ๋นครางยาวเมื่อความรู้สึกถึงจุดหนึ่ง หัวสมองนางขาวโพลนมึนเบลอด้วยความรู้สึกบางอย่างที่บอกไม่ถูก รู้เพียงแค่ว่านางรู้สึกเสียวซ่านจนแทบขาดใจและเมื่อไปแตะถึงจุดหนึ่งความรู้สึกนั้นก็ระเบิดออกมาจนทำให้รู้สึกถึงความชุ่มแฉะจากด้านล่างของตนที่เอ่อล้นออกมาอาบนิ้วยาวของชายหนุ่ม
ก่อนจะร้องทั้งที่หอบหายใจหนักเมื่อนิ้วของชายหนุ่มคลึงเบาๆที่ตุ่มนูนจองตนอีกครั้ง "ท่าน แฮก..ท่านจะทำอันใด ข้าไม่ไหวแล้ว"
"ถึงคราวของข้าแล้ว" จางจงซินตอบเสียงแหบพร่า ภาพที่หญิงสาวนอนเผยอปากบวมเจ่อหอบหายใจหมดเรี่ยวแรงนั้นกระตุ้นอารมณ์ของเขาเป็นอย่างมากและตอนนี้ตนก็เตรียมความพร้อมของหญิงสาวเรียบร้อยแล้ว
ร่างสูงลุกขึ้นแล้วลงไปยืนข้างเตียงกว้างแล้วจัดการสลัดอาภรณ์บนร่างตนออกไปอย่างรวดเร็วโดยใช้เวลาเพียงสองลมหายใจ ร่างเปลือยเปล่าที่ช่วงบนเต็มไปด้วยมัดกล้ามใหญ่โตส่วนที่ถัดลงมาเองก็ไม่แพ้กัน
ท่อนลำสีเข้มที่ขนาดและความยาวไม่ธรรมดาปรากฏตรงหน้าของนางคณิกาปลอมทำเอาดวงตาของหญิงสาวที่ปรือจนแทบจะปิดเพราะรู้สึกเหนื่อยเป็นอย่างมากเบิกตากว้างเมื่อเห็นสิ่งตรงหน้า
"ทะ..ท่าน!"
ร่างสูงไม่ปล่อยให้หญิงสาวได้ทันตั้งตัวรีบขึ้นไปคล่อมทับเรือนร่างเย้ายวนนั่นอีกครั้งและแทรกกายเข้าไประหว่างขาเรียวทั้งสองข้างจากนั้นก็จับต้นขาเล็กให้ขยับเข้ามาใกล้จนก้นกลมแนบชิดกับหน้าตักแกร่งของชายหนุ่มและทำให้เครื่องเพศของทั้งสองสัมผัสกันเล็กน้อยทำเอาร่างบางสะดุ้งโหยง
ใบหน้างามส่ายหน้าไปมาพร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นๆ "มะ..ไม่ ข้าไม่สามารถรับมันได้หรอก!"
ทว่าเสียงทุ้มแหบกลับตอบมาว่า "เจ้าทำได้"
"มะ- อื้อ!"
ร่างสูงโน้นตัวลงไปหาใบหน้างามก่อนจะก้มจูบปิดปากที่กำลังจะเอ่ยปฏิเสธอย่างรวดเร็ว มือหนาลากไล้ไปทั่วร่างกายหญิงสาวเพื่อเริ่มปลุกเร้าอีกครั้งและใช้เวลาไม่นานร่างที่แข็งขืนก็อ่อนยวบราวขี้ผึ้งลนไฟ จางจงซินใช้จังหวะที่ร่างบางเคลิบเคลิ้มค่อยๆกดแก่นกายส่วนปลายของตนเองเข้าไปทีเดียวจนสุด
ทำให้ร่างบางที่กำลังเคลิ้มกับสัมผัสสะดุ้งเฮือกและแข็งเกร็งไปทั่วร่างกายพร้อมกับร้องออกมาทั้งที่ยังคงจูบกับชายหนุ่มทันที "อื้อ! เอ็บ! (อื้อ เจ็บ!)"
จางจงซินจึงได้ปล่อยริมฝีปากบางให้เป็นอิสระเพราะตนเองก็ตกใจเช่นเดียวกันก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก "เจ้า..นี่เจ้า?" ยังบริสุทธิ์หรือ? ชายหนุ่มไม่กล้าเอ่ยประโยคหลังออกไป แต่คำถามนั้นมันก็มีคำตอบในตัวเพราะเมื่อครู่ตนพึ่งได้ทำเยื่อบางๆฉีกขาดไป
"ฮึก..ข้าเจ็บ" ซวงหลันอวิ๋นสะอื้นไห้ออกมา นางรู้สึกเจ็บราวกับส่วนนั้นใกล้จะฉีก
บุรุษอกสามศอกที่เย็นชามาทั้งชีวิตทำอันใดไม่ถูกเมื่อเห็นหญิงสาวใต้ร่างร้องด้วยสีหน้าเจ็บเหลือคณาจึงได้แต่ยกมือขึ้นลูบศีรษะเล็กพร้อมเอ่ยปลอบประโลม "ชู่วว อย่าร้อง" ก่อนครางในลำคอเมื่อร่างเล็กเกร็งตัวจนพลอยทำให้เกิดแรงบีบรัดท่อนลำที่ฝังอยู่ในกายอีกฝ่าย "ฮืมม เจ้าอย่าเกร็ง"
จางจงซินปลอบคนเจ็บอยู่สักพักก่อนที่เสียงสะอื้นจะหายไป จากนั้นก็เปลี่ยนเป็นครางหวิวเมื่อเขาทำท่าขยับตัวเพราะเมื่อยจากการอยู่ท่าเดิมมานาน
"อ๊ะ! อื้ออ ท่านอย่าขยับแบบนั้นสิ"
"ข้าขอโทษเจ้ายังเจ็บอยู่หรือ?"
ซวงหลันอวิ๋นใบหน้าแดงซ่านเนื่องจากใบหน้าของชายหนุ่มโน้นลงมาใกล้จนลมหายใจรดใบหน้า "คะ..คือ ข้าไม่" นางจะบอกออกไปได้อย่างไรว่านางไม่เจ็บแล้วแต่รู้สึกบางอย่างเวลาเขาขยับในกายนาง
ผู้ตรวจการหนุ่มเองก็เหมือนจะรู้ว่าหญิงสาวรู้สึกอย่างไรจึงลองแกล้งขยับดูและก็ได้รับการตอบรับเป็นเสียงครางหวานหูกลับคืนมา
"อ๊าา"
เมื่อเห็นดังนั้นชายหนุ่มก็ไม่รอช้ารีบขยับกายตนอย่างรวดเร็วเพราะตนก็อดทนมามากแล้วเช่นนั้น
สะโพกสอบขยับเข้าออกเป็นจังหวะเนิบนาบเสียงครวญครางของหญิงสาวก็ยืดยาวตามจังหวะ จนกระทั่งชายหนุ่มไม่สามารถอดกลั้นอารมณ์ของตนเองอีกต่อไปมือทั้งสองข้างเลื่อนมาล็อกเอวบางเอาไว้แน่น
สายตาคู่คมที่วาววับเพราะแรงปรารถนาก็สบกับดวงตาคู่งามแล้วเอ่ยว่า "จากนี้ไปเจ้าอดทนหน่อยแล้วกันนะ ข้าทนไม่ไหวแล้ว"
สิ้นเสียงของชายหนุ่มสะโพกแน่นก็ขยับรัวเร็วจนหญิงสาวไม่ทันตั้งตัวจึงได้แต่ครวญครางเพราะความเสียวซ่านสุดฤทธิ์
จากนั้นบทรักอันดุเดือดของทั้งคู่ก็ได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการและเลยไปจนถึงรุ่งสางทำเอาร่างบางสลบเหมือดไปในที่สุด