เมื่อปรึกษาหารือกันได้สักพักชิวลี่เอ่อร์ก็ขอตัวไปจัดการทำหน้าที่ของตนต่อ ร่างบางก็ถือโอกาสแช่น้ำอุ่นเพื่อชำระเอาคราบสกปรกต่างๆและเรียกบ่าวรับใช้ของหอคนหนึ่งขึ้นมานวดตัวให้
"ตายแล้ว เหตุใดจึงมีรอยมากมายเช่นเล่าเจ้าคะ!" บ่าวรับใช้ที่ถูกเรียกตัวขึ้นมาปรนนิบัติอุทานอย่างตกใจเมื่อเห็นร่างกายที่เต็มไปด้วยร่องรอยของซวงหลันอวิ๋น
แม้นางจะเป็นเด็กสาวอายุเพียงสิบสี่แต่ก็อยู่ที่นี่มาตั้งแต่ยังเล็กย่อมเห็นอะไรแบบนี้มาบ้างแต่ครั้งนี้มันมากเกินไปจนนางเองก็อดที่จะตกใจไม่ได้
นี่อย่าบอกนะว่าเมื่อคืนโฉมงามของหอเจอพวกแขกวิปริต!
"พี่สาวซวงให้ข้าแจ้งแม่เล้าเหมียนให้หรือไม่?" เสี่ยวลี่เอ่ยด้วยท่าทีจริงจัง
กฎไว้ชัดเจนว่าห้ามทำรอยไว้บนตัวนางคณิกาของหอโดยเด็ดขาดมิเช่นนั้นจะถูกปรับเงินตำลึงและจัดการอย่างเด็ดขาดห้ามไม่ให้เข้ามาใช้บริการที่หอซือเซียนอีกต่อไป!
แล้วดูสิ เนื้อตัวลายพร้อยเช่นนี้อีกฝ่ายคงไม่สามารถรับแขกได้ในเร็ววันนี้ รายได้ของพี่สาวซวงก็จะขาดหายไปอีก
บุรุษผู้นี้ช่างไม่รู้จักรักหยกถนอมบุปผาเอาเสียเลย!
สาวใช้ร่างเล็กบีบนวดร่างกายให้หญิงสาวพร้อมทั้งก่นด่าชายหนุ่มเจ้าของรอยในใจ
"ไม่ต้องหรอก" คนที่แช่น้ำในถังส่ายหน้าพร้อมเอ่ยปฏิเสธ
เสี่ยวลี่เห็นอย่างนั้นก็ได้แต่สงบปากคำและทำหน้าที่ของตนเองไป
ส่วนคนที่ถูกกระทำได้แต่หลุบตามองเนื้อตัวของตนด้วยแววตาขุ่นเคืองอีกครั้ง ตอนแรกสวมเสื้อผ้าอยู่จึงเห็นเพียงบริเวณเนินทรวงอกและหน้าท้องบางประปราย แต่เมื่อถอดอาภรณ์ออกจึงได้เห็นว่าแม้กระทั่งบริเวณน่องปลีและซอกขาด้านในก็ยังมีรอยจ้ำสองสามที่!
จางจงซิน ท่านมันหมาป่าหิวโซชัดๆ!
ค่อยดูเถอะสักวันนางจะคิดบัญชีกับเขา...ร่างบางได้แต่เก็บความไม่พอใจนี้เอาไว้แล้วปล่อยอารมณ์ให้ผ่อนคลายไปกับการนวดของเสี่ยวลี่เด็กสาว
หลังจากที่นวดแล้วหญิงสาวก็รู้สึกสบายเนื้อตัวขึ้นจึงได้ตบรางวัลให้เด็กสาวเล็กน้อยก่อนที่จะบอกให้นางกลับไป
แค่อารมณ์ดีได้ไม่นานเพราะบ่าวรับใช้คนสนิทของแม่เล้าเหมียนส่งคนมาแจ้งว่าคืนนี้ให้นางเตรียมตัวรับแขก
คิ้วของซวงหลันอวิ๋นขมวดเข้าหากันก่อนจะทวนคำพูดคนที่มาแจ้งข้อความแก่นางอีกครั้ง "คืนนี้อย่างนั้นหรือ?"
"เจ้าค่ะ"
ร่างบางนิ่งเงียบไปครู่หนึ่งพร้อมกับคิดในใจว่านางเหมียนผู้นี้ช่างหน้าเลือดยิ่งนัก เมื่อคืนได้ค่าตัวจากการประมูลนางไปตั้งมากแต่ยังไม่พอใจถึงให้นางรับแขกติดต่อกันสองวันเช่นนี้
แม้จะไม่ได้รับแขกจริงอย่างที่คนอื่นเข้าใจแต่นางต้องรอเจรจากับผู้ตรวจการหนุ่มอีก นี่นางยังไม่รู้เลยว่าเขาจะมาโผล่มาตอนไหน หากนางรับแขกอยู่เกรงว่าจะทำให้ทุกอย่างมันยุ่งยาก
ดังนั้นจึงบอกผู้มาแจ้งไปว่า "บอกแม่เล้าเหมียนทีว่าข้าไม่สะดวก รับแขกเมื่อคืนทำให้ข้าค่อนข้างอ่อนเพลียไม่น้อย"
"เช่นนั้นข้าจะแจ้งให้เจ้าค่ะ"
"อืม"
คนของหอไปไม่นานก็กลับมาบอกนางอีกครั้งว่านางไม่สามารถปฏิเสธได้เพราะแขกได้จ่ายเงินล่วงหน้าไว้เรียบร้อยแล้ว ซวงหลันอวิ๋นได้ยินดังนั้นก็ได้แต่สพกดกลั้นความไม่พอใจเอาไว้ก่อนจะตอบกลับออกไปว่าเข้าใจแล้ว
พริบตาเดียวยามราตรีก็มาถึง ซวงหลันอวิ๋นเองก็ผัดหน้าแต่งตัวเรียบร้อยเตรียมพร้อมรับแขกตามคำสั่งของเหมียนจางซื่อ
ในเมื่อนางไม่สามารถเอ่ยปฏิเสธได้ดังนั้นก็มีแต่ใช้วิธีเดิมอย่างเช่นทุกทีและหากผู้ตรวจการหนุ่มโผล่มาก็ค่อยสะกัดจุดให้แขกของนางสลบก็แล้วกัน
มันไม่มีทางอื่นที่ดีนอกจากวิธีนี้แล้ว
ร่างบางที่นั่งอยู่ที่กลางห้องปัดความคิดในหัวทั้งหมดทิ้งไปเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าที่ตรงและมาหยุดที่หน้าห้องของตนเอง แขกของนางวันนี้คงมาแล้ว...เอาเถอะจะเป็นอย่างไรก็ค่อยว่ากัน
ทันทีที่ประตูเปิดออกซวงหลันอวิ๋นก็ลุกขึ้นใบหน้าเรียบเฉยเปลี่ยนเป็นนุ่มนวลแล้วยิ้มอย่างอ่อนหวานให้ชายหนุ่มที่พึ่งก้าวเข้ามา นางก้มศีรษะลงและย่อกายเล็กน้อยก่อนที่จะเอ่ยถ้อยคำเดิม ๆ
"ยินดีที่ได้พบนายท่านเจ้าค่ะ ค่ำคืนนี้ของอวิ๋นเอ๋อร์เป็นของท่านแล้ว"
หญิงสาวมองแขกหนุ่มที่มีใบหน้าดาดดื่นธรรมดาทว่ากลับมีรูปร่างสูงใหญ่อย่างพิจารณา
วันนี้ก็แขกจากต่างถิ่นอีกแล้วหรือ? ร่างบางคิดในใจและเกิดข้อสงสัยบางอย่าง ไม่รู้ว่านางคิดไปเองหรือไม่ว่าดูคุ้นเคยกับอีกฝ่ายยิ่งนัก
"อืม" ชายหนุ่มตอบรับเพียงเท่านั้น ดวงตาจับจ้องมองใบหน้างามด้วยแววตานิ่งเรียบ
จากนั้นซวงหลันอวิ๋นก็ไล่สาวใช้ผู้นำทางออกไปจากห้องทันที
เมื่อไม่มีผู้ใดแล้วคณิกาคนงามของหอก็ขยับกายเข้ามาเกาะแขนเชื้อเชิญแขกคนใหม่ของตนอย่างสนิทสนม
"มาทางนี้เถิดเจ้าค่ะ อวิ๋นเอ๋อร์ให้คนเตรียมกับแกล้มและสุราที่ดีที่สุดของหอเอาไว้คอยแล้ว"
ร่างสูงไม่ได้เอ่ยอะไรแต่ก็ยอมเดินไปตามแรงชักจูงของหญิงสาวไม่เกี่ยงงอน ชายหนุ่มนั่งลงที่เก้าอี้ไม้เคียงข้างกันกับร่างเล็กของคณิกาพร้อมฟังเสียงหวานสาธยายถึงรายการกับแกล้มและสุรารสเริสที่ตนเตรียมเอาไว้ด้วยท่าทีเฉยชา
"นายท่านลองดื่มดูสิเจ้าคะว่าถูกปากหรือไม่" หญิงสาวยังคงแสดงท่าทีเอาอกเอาใจแขกหนุ่มของตนไม่ลดละแม้ว่าอีกฝ่ายจะไม่ได้มีท่าทีอะไรกับตนเลยก็ตาม
ทางด้านชายหนุ่มนั้นไม่ได้รับจอกสุรามาในทันทีแต่กลับมองไปยังร่างบางข้างกายด้วยใบหน้าที่เรียบเฉยทว่าแววตากับมีความพอใจอะไรบางอย่างก่อนที่จะเอ่ยประโยคหนึ่งออกมา
"สุรามีเพียงกาเดียวเท่านั้นหรือ?"
"เจ้าคะ?" ซวงหลันอวิ๋นเอ่ยอย่างไม่เข้าใจ แต่ในใจนั้นกำลังคิดว่าเหตุใดน้ำเสียงของชายคนนี้จึงได้...
"เมื่อวานนี้ข้ากินถึงสามกาเชียวนะ"
ดวงตาของหญิงสาวก็เบิกกว้างขึ้นมองใบหน้าธรรมดาแขกหนุ่มตรงหน้าด้วยความตกตะลึง
บุรุษผู้นี้คือจางจงซิน!