“สัตวแพทย์…?” คนถูกถามขมวดคิ้วสงสัย ในขณะที่ใช้ความคิดไปด้วยเช่นกัน “มีรุ่นน้องอยู่คนหนึ่ง แต่ไม่รู้ว่ายังอยู่แถวนี่รึเปล่านะ ไม่ได้ติดต่อนานแล้วละ” พูดจบเขาก็ยกแก้วขึ้นดูดหลายอึกก่อนจะวางลงบนโต๊ะ ต่อด้วยการหยิบช้อนเล็กหวังจะตักขนมในจาน
“แล้วเฮียยังมีคอนแทกต์เขาไหมคะ” ฉันเริ่มเคลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้ขึ้น ดูเหมือนคำถามนี้จะทำเฮียไวน์เกิดความหนักใจ
เขาหยุดชะงักทันที วางช้อนลงที่เดิม ปรายตามองฉันเล็กน้อย แล้วดึงแผ่นหลังขึ้นไปแนบชิดพนักเก้าอี้
“ก็…มีแหละ” คำตอบมีการเว้นช่วงหายใจที่นานกว่าปกติ บ่งบอกถึงความไม่มั่นใจ ไม่สิ…คล้ายกับเขากำลังลังเล
ทั้งที่มีแค่สองตัวเลือกง่ายๆ ทำไมเขาถึงดูอึกอัก
“งั้นลองติดต่อไปหาเขาหน่อยได้ไหม”
“น้องจะเอาอะไรไปรักษา หรือว่าจะทำอะไร” เป็นเรื่องปกติที่เขาจะถามหาเหตุผล และฉันก็คิดไว้แล้วว่าจะบอกเขาอย่างตรงไปตรงมา
“เราอยากเอาเลือดของหนูทดลองไปตรวจ”
“ฮะ…!” เฮียไวน์ดีดตัวขึ้นตรงราวกับสปริงด้วยความตกใจ
“มันมีบางอย่างผิดปกติ” ฉันชี้แจ้งพอเป็นพิธี แต่ไม่ได้ลงดีเทลเยอะ
“มันเสี่ยงมากเลยนะ” น้ำเสียงเฮียไวน์เคร่งเครียดขึ้นหลายระดับ
“รู้ค่ะ แต่เราว่าเราทำได้นะ” ฉันเข้าใจถึงความกังวลของเพื่อนสนิทพี่ชาย เพราะมันเป็นหนึ่งในความผิดร้ายแรงที่ถูกระบุไว้ในสัญญา ถ้าถูกจับได้ อนาคตบนสายอาชีพนี้ของฉันจบเห่แน่ๆ แต่ฉันไม่มีทางเลือก ถ้ามีเวลาแค่สามเดือน นั้นคือฉันไม่สามารถรอให้ทุกอย่างมันปรากฏออกมาเองไม่ได้อีกแล้ว ไม่งั้นการดั้นด้นมาในครั้งนี้จะสูญเปล่า และคิดว่าเรื่องที่จะทำไม่ได้ยากเกินความสามารถ
“เฮียห้ามได้ไหม” เป็นคำถามที่แฝงไปด้วยแววตาอ้อนวอน เฮียไวน์ไม่ใช่คนที่จะออกคำสั่งโต้งๆ ว่าห้ามทำนั่นทำนี่ เหมือนพี่ชายคนอื่นๆ แต่เขาจะใช่วิธีขอร้องแทน และที่ผ่านมามันได้ผล
ทว่าครั้งนี้ไม่ได้จริงๆ
ฉันวางแก้วลงบนโต๊ะ ก่อนจะเอื้อมมือไปแตะส่วนที่เป็นข้อมือฝ่ายตรงข้าม จ้องมองเขาตาปริบๆ
“อย่าห้ามเราเลยนะคะ นะ…แค่ครั้งเดียว”
เฮียไวน์ถอนหายใจออกมาหนักๆ หนึ่งครั้ง และเปลี่ยนมาตั้งคำถามเกี่ยวกับสิ่งที่ฉันตั้งใจจะทำแทน
“มันผิดปกติยังไง”
“เราสังเกตเห็นว่าหนูที่เอามาใช้ทดลองส่วนมากเป็นหนูแก่แล้วก็ป่วย แต่R085 มันดูแตกต่าง” ฉันอธิบาย ขณะดึงตัวกลับมาตั้งตรง
“น้องอยากรู้แค่ผลเลือดมันใช่ไหม”
“ใช่ เราอยากรู้ว่ามีสารอะไรเจือปนอยู่ในเลือดของมันไหม”
“ถ้างั้น วันจันทร์น้องส่งมันขึ้นไปให้เฮีย เดี๋ยวเฮียจัดการเอง” เขาเสนอที่จะเป็นคนทำแทน ทั้งที่สีหน้ายังแสดงถึงความไม่เข้าใจ แต่กลับไม่ถามหาสาเหตุ
“แต่ว่า…” คำแย้งที่ยังไม่ทันสมบูรณ์ของฉันถูกแทรกกลางด้วยความสมเหตุสมผลของเฮียไวน์
“ข้างบนไม่มีกล้องวงจรปิด”
“...” นี่ก็เป็นอีกเรื่องที่น่าสงสัย ทำไมชั้นที่เป็นเขตหวงห้ามถึงไม่มีกล้องวงจรปิดสักตัว ถึงมันจะดูเป็นทางเลือกที่ดีกว่า ฉันก็ไม่อยากให้เฮียไวน์เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้มากนัก
และความกังวลที่ฉันมีคงแสดงออกมาทางสีหน้าชัดเจน นั้นเป็นผลทำให้ฝ่ามือหนาเคลื่อนมาวางบนศีรษะฉัน
“ไม่ต้องห่วงหรอกน่า เฮียเป็นหมอนะ”
ถึงจะเป็นหมอก็ไม่ได้เก่งไปซะทุกเรื่องรึเปล่า ฉันอยากเถียง แต่รู้อยู่แล้วว่าไม่มีประโยชน์ ถ้าฉันยังดื้อดึงจะทำเอง ผลสุดท้ายอาจไม่ได้ทำอะไรเลย
“แล้วเฮียจะไม่ติดต่อรุ่นน้องคนนั้นดูก่อนเหรอ” ฉันทวงถามถึงบุคคลสำคัญที่เราจะขอความช่วยเหลือจากเขาในครั้งนี้ เพราะมันจะยิ่งเสี่ยงมากกว่า ถ้าเราเอาไปให้แล็บที่ไม่มีคนรู้จักตรวจสอบ
“เออ…แป๊บ” เฮียไวน์เอื้อมไปหยิบมือถือที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาสแกนหน้าปลดล็อก ก่อนกดยิกไปที่หน้าจอชั่วครู่
จากนั้นจึงมีการสั่นเตือนจากสายโทรเข้า แต่เขาไม่ได้รับในทันที แถมยังเหลือกตาขึ้นมองฉันแปลกๆ
“เขาโทรมา…”
คิ้วฉันย่นเข้าหากันด้วยความสงสัยหลังจากได้ยินประโยคบอกเล่าจากผู้ชายตรงหน้า ฉันไม่สามารถทำความเข้าใจได้เลยสักนิด สิ่งที่เขาทำอยู่ตอนนี้มันเหมือนกับการขออนุญาตไม่มีผิด
แต่จะขอทำไม…
“ค่ะ” และสุดท้ายฉันต้องตอบรับ เพราะไม่งั้นเฮียไวน์ก็ยังนิ่งอยู่แบบนั้น ไม่รับสายสักที ทั้งที่เรื่องที่จะคุยมันสำคัญมากอยู่นะ เขาโทรมาก็ถูกแล้ว
หลังจากได้รับคำตอบ เขาจึงกดรับสายแล้วยกแนบหู แต่ยังลอบมองฉันตลอดเวลา
“ครับหมอเจล”
คำทักทายแรกของเฮียไวน์ทำให้มือที่กำลังเอื้อมไปหยิบแก้วเครื่องดื่มของฉันค้างกลางอากาศ และเริ่มเข้าใจสถานการณ์ทั้งหมดตั้งแต่แรก
ที่เขาอึกอักไม่อยากตอบว่ามีหรือไม่มีคอนแทกต์ก็เพราะเหตุผลนี่ซินะ
หมอเจล…ที่อยู่ปลายสายเป็นผู้หญิง และคงไม่ใช่แค่รุ่นน้องคนรู้จักธรรมดาด้วย ถึงได้ออกอาการขนาดนี้ แต่ถึงจะเป็นอะไรก็ไม่เห็นจะเกี่ยวกับฉันตรงไหน...
“ใช่ครับ พอดีได้ลงมาร่วมงานวิจัยน่ะครับ”
ฉันทำเป็นไม่สนใจบทสนทนาของขา หยิบแก้วน้ำขึ้นดูดแล้วเบี่ยงหน้าไปทางอื่น
“หมอพอจะมีเพื่อนอยู่แล็บเลือดบ้างไหม”
แต่โซนประสาทในการรับเสียงก็ยังทำงานได้ดีอยู่ และดูเหมือนหมอคนที่อยู่ปลายสายจะไม่ใช่คนที่เราต้องการ
“คืนนี้เหรอครับ”
แต่ทำไมมีการนัดกันเกิดขึ้นล่ะ…
ถึงจะพยายามบอกตัวเองว่าอย่าไม่สนใจ ฉันก็ยังตั้งหน้ารอฟังประโยคต่อไปจากปากเฮียไวน์อยู่ดี
“ไม่สะดวกครับ พอดี…” ประโยคถูกหยุดไว้แค่นั้น เหมือนเขาจงใจเรียกความสนใจ ซึ่งมันได้ผล ฉันหันไปมองด้วยความสงสัย จังหวะสบตานั่นแหละ เป็นตอนที่เขาเริ่มขยับริมฝีปากพูดต่อ
“อยู่กับแฟน”