อารัมภบท
เสือ หรือชื่อจริงเมธัส เป็นชื่อที่ผู้เป็นพ่อตั้งให้ เพราะอยากให้ลูกชายเป็นคนมีความรู้ เป็นเจ้าคนนายคน ไม่ต้องรับจ้างหาเช้ากินค่ำอย่างพ่อกับแม่ เสือเกิดในหมู่บ้านเล็ก ๆ ชื่อว่าบ้านนาทม เป็นหมู่บ้านที่อยู่ลึกห่างจากถนนใหญ่ราวสองกิโลเมตร ทางเข้าหมู่บ้านล้อมรอบไปด้วยสวนยางพาราทั้งสองข้างทาง แต่ยังมีทางลัดอีกทางที่สามารถออกนอกหมู่บ้านได้แต่คนไม่นิยมเพราะเส้นทางนั้นต้องผ่านป่าช้า ซึ่งหมู่บ้านชนบทนั้น ป่าช้ายังคงเป็นแบบสมัยก่อน ที่แยกระหว่างป่าช้าธรรมดา กับป่าช้าผีตายโหง สำหรับคนที่ตายโหง ที่เกิดจากการตายกะทันหัน อุบัติเหตุต่างๆ แต่ป่าช้าธรรมดาก็ใช่ว่าจะดีเพราะไม่ได้มีเมรุ มีเพียงอิฐที่ก่อขึ้นอย่างง่ายๆ เพื่อใช้ในการวางโลงศพเท่านั้น
เสือ เกิดและโตที่หมู่บ้านตั้งแต่เด็กแต่ตอนอายุแปดขวบมีเหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้นทำให้ต้องย้ายไปเรียนในเมืองและไม่เคยได้กลับไปที่หมู่บ้านอีกเลย
ปัจจุบันเสือ อายุ ยี่สิบห้าปีเต็ม เขาทำงานเป็น
มีแฟนหนุ่มคนหนึ่งที่คบกันมานาน ถึงเจ็ดปี
“พี่พี มาแล้วหรือครับ” ชายหนุ่มที่สวมชุดสูทใส่แว่นแลดูภูมิฐานที่กำลังยืนพิงรถยนต์คันหรูอยู่ คนที่ถูกเรียกว่าพี หันไปมองตามเสียงเรียก ชายหนุ่มตัวเล็กในชุดสูทสีดำกับเสื้อเชิ้ตสีขาว ใบหน้าหล่อเหลา ในขณะเดียวกันก็น่ารักน่าชัง
“อื้อ พี่มีเรื่องจะคุยด้วย ขึ้นรถสิ” ชายหนุ่มตัวเล็กเอียงคอเล็กน้อยแล้วรีบเดินไปเปิดประตูรถด้านหน้าข้างคนขับทันทีเมื่อก้าวขึ้นรถนั่งคาดเข็มขัดจึงเอ่ยปากถามขึ้น
“มีอะไรหรือเปล่าครับ” พีที่กำลังขับรถอยู่ไม่ตอบ เขามองตรงไปข้างหน้าพร้อมทั้งขมวดคิ้ว
“พี่พีครับ มีอะไรทำไม ไม่บอกผมครับ” เสือยังคงถามซ้ำกับคนรักที่มีท่าทีผิดปกติ ทั้งที่ในยาปกติ พีมักจะเป็นคนชวนคุยอยู่เสมอ วันนี้กลับแปลกไป
“เสือ เราเลิกกันเถอะนะ”
“อะไรนะครับ” เสือถึงกับงงงวย ที่ถูกแฟนบอกเลิกทั้งที่ยังไม่ทราบสาเหตุ
“เพราะอะไรครับ” เขาถามออกไปพร้อมทั้งน้ำตาที่เริ่มไหลริน เขาคบกับแฟนหนุ่มมานานถึงเจ็ดปี ตั้งแต่สมัยเข้ามหาลัยปีหนึ่งจนตอนนี้ผ่านมาเจ็ดปีไม่เคยทะเลาะกันหนักๆ เลยสักครั้ง ทำไมชายคนรักถึงบอกเลิก
“ผมทำอะไรผิดครับ พี่บอกผมหน่อยได้ไหม” ชายหนุ่มยังคงเงียบกริบไม่มีท่าทีว่าจะอธิบายกับเรื่องนี้เลยสักนิด
“จอดรถ ผมบอกให้จอดรถ” เสือตะโกนถามขึ้นเสียงดัง ต้องคุยกันให้รู้เรื่อง ทำไมต้องเลิกกันด้วย
ชายหนุ่มจอดรถข้างทางแล้วหันกลับมามองเสือที่กำลังร้องไห้อยู่ ถอนหายใจเบาๆ แล้วเอ่ยว่า
“พี่กำลังจะแต่งงาน เราก็รู้ครอบครัวพี่ไม่ยอมรับเรื่องของเรา เลิกกันเถอะนะ” เสือถึงกับปล่อยโฮออกมาเสียงดังเขาก้มหน้าลงกอดเขาตัวเองร้องไห้อย่างเจ็บปวด เขารู้มาตลอด เขารู้ดีว่าครอบครัวของแฟนหนุ่มมีหน้ามีตา และไม่เคยยอมรับเรื่องของเราเลย แต่ไม่คิดว่าชายหนุ่มคนรักจะตอบตกลงแต่งงานตามคำสั่งพ่อแม่ต่างหากที่ทำให้เสือเสียใจ
“ได้ ต่อไปเราไม่เกี่ยวข้องกันอีก” เสือตัดสินใจพูดออกไปอย่างเจ็บปวด เขารักพี่พี และก็ไม่อยากให้พี่พีต้องลำบากใจเพราะเขาอีกแล้ว เสือเปิดประตูเดินลงจากรถ ร้องไห้ไปตามทางเรื่อยๆ ไม่รู้ว่าผ่านไปไหนแค่ไหน เสือเดินไปหยุดอยู่บริเวณต้นไทรใหญ่ที่มีสารตั้งอยู่ ขนทุกเส้นบนตัวลุกซันขึ้นมาทันที น้ำตาพลันหยุดไหล เขารู้สึกกลัวจนแทบจะก้าวขาไม่ออก เขามองซ้าย มองขวา ไม่รู้ว่าตนเดินมาตรงนี้ได้อย่างไร เขาจึงตัดสินใจกดโทรหาเพื่อนให้มารับพร้อมส่งตำแหน่งไป ในระหว่างนั้นก็รับรู้ได้ว่ามีสายตาที่กำลังจ้องมองตนเองอยู่ เสือพยายามหันซ้ายหันขวาตลอดเวลาเพื่อดูว่ามีคนอยู่แถวนี้ไหม แต่ที่น่าแปลกคือโดยปกติแล้วนั้น ช่วงเย็นรถมักสัญจรไปมาแทบทุกเส้นทาง แต่ถนนเส้นนี้กลับไม่มีรถผ่านสักคัน ไม่หนำซ้ำยังเป็นป่าตลอดสองข้างทาง เสือพยายามคิดว่าเส้นทางนี้คือบริเวณไหน เสือไม่คุ้นเลย ในหัวไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับบริเวณนี้