ตอนที่ 5 : เลือดแรก

1114 Words
การตัดสินใจเกิดขึ้นโดยไม่มีใครพูดออกมาเป็นคำสั่ง คิรันเป็นคนขยับก่อน เขาเบี่ยงตัวออกจากผนัง ก้าวตามรอยเลือดที่ทอดหายเข้าไปในความมืดอย่างระมัดระวัง ภพและก้องตามหลังมาในระยะที่ใกล้พอจะมองเห็นกัน แต่ห่างพอจะไม่ชนกันหากต้องหยุดกะทันหัน ไม่มีใครเอ่ยถึงคำว่า “ถอย” ไม่มีใครถามว่า “คุ้มไหม” เสียงเสียดสีกับพื้นโลหะที่เคยได้ยินในตอนก่อนหน้าเงียบหายไป เหลือเพียงรอยเลือดสด ๆ ที่ปรากฏเป็นช่วง ๆ เหมือนตั้งใจทิ้งไว้ ไม่มากพอจะเรียกว่าเส้นทาง แต่ชัดพอจะไม่หลง มันไม่ได้หนี มันกำลังพาไป อากาศในทางเดินแคบลงอีกครั้ง เพดานต่ำลงจนไฟฉายต้องกดให้ส่องเฉียง แสงสว่างไม่อาจไปถึงปลายทาง เสียงฝีเท้าของพวกเขาถูกกลืนหายอย่างผิดปกติ เหมือนพื้นที่ตรงนี้ไม่ต้องการให้เสียงของมนุษย์อยู่ในอาณาเขตนานเกินไป คิรันชะลอฝีเท้า ก่อนยกมือขึ้นเป็นสัญญาณให้หยุด ในวินาทีนั้นเอง ความเงียบที่เหมือนจะผ่อนคลายลง กลับถูกแทนที่ด้วยบางสิ่งที่หนักกว่าเดิม ⸻ ความเงียบไม่ได้หายไป มันเพียงถอยออกไป เหมือนเปิดช่องว่างให้บางสิ่งแทรกเข้ามาแทน ทั้งสามคนเดินชิดผนัง แผ่นหลังแนบกับคอนกรีตเย็นเฉียบ ไฟฉายถูกกดให้ส่องต่ำ ไม่มีใครกล้าเงยขึ้นสูงเกินจำเป็น รอยเลือดบนพื้นยังสด เป็นทางสั้น ๆ ขาด ๆ หาย ๆ ราวกับจงใจทิ้งไว้ให้ตามโดยไม่ให้เห็นทั้งหมด คิรันหยุดเดินและยกมือขึ้น ทุกคนหยุดทันทีโดยไม่ต้องมีคำสั่งซ้ำ มีเสียงหนึ่งดังขึ้นใกล้มาก เป็นเสียงหายใจที่ไม่สม่ำเสมอ หนักและต่ำเกินกว่าจะเป็นของมนุษย์ ก่อนที่ใครจะตั้งตัวทัน เงาดำก็เคลื่อนผ่านพื้นในระดับต่ำ แสงไฟฉายจับได้เพียงเสี้ยววินาทีของการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วผิดธรรมชาติ แรงกระแทกซัดเข้าด้านข้าง ก้องถูกเหวี่ยงออกจากผนังและล้มกระแทกพื้นโลหะอย่างแรง เสียงกระดูกกระทบโลหะดังชัดในความมืด “ก้อง!” ภพตะโกน แต่เสียงของเขาถูกความกว้างของทางเดินกลืนหายไป เงานั้นไม่หยุด มันเปลี่ยนมุมพุ่งเข้ามาอีกครั้งอย่างแม่นยำ คิรันยกปืนขึ้นยิงทันที เสียงปืนดังสะท้อนก้องในทางแคบ ประกายไฟแลบวาบสั้น ๆ เงาดำสะดุ้งถอยออกไปโดยไม่ส่งเสียงใด ๆ ทิ้งไว้เพียงคราบเลือดที่สาดกระจายบนผนัง เลือดนั้นไม่ใช่ของมัน ก้องร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด แขนซ้ายของเขามีรอยฉีกลึก เนื้อเปิดจนเห็นเส้นใย เลือดไหลไม่หยุด คิรันลากเขาเข้าหาหลังกำบังที่เป็นเสาคอนกรีตเก่า ขยับแรงจนไหล่ของก้องกระแทกผนังอีกครั้ง ภพตามเข้ามา มือสั่นแต่ยังจับปืนแน่น “มันข่วนผม” ก้องพูดหอบ หน้าเขาซีดขาว คิรันกดแผลด้วยแรงพอให้หยุดเลือดชั่วคราว เขาไม่ปลอบใจ แค่ประเมินด้วยสายตาอย่างรวดเร็วแล้วบอกสั้น ๆ ว่าเส้นเอ็นยังไม่ขาด แต่ถ้าเลือดยังไหลแบบนี้ ก้องจะเดินต่อได้ไม่นาน เสียงหนึ่งดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ใกล้กว่าเดิม เป็นเสียงเล็บครูดกับพื้นโลหะ ลากยาวและช้า เหมือนกำลังวนรอบพื้นที่นั้น ภพหันมองซ้ายขวาอย่างระแวง ไฟฉายในมือสั่นเล็กน้อย “มันไม่ได้หนี” เขาพูดเสียงต่ำ “มันกำลังวนกลับมา” คิรันเงยหน้ามองเงาที่เคลื่อนผ่านผนัง เงานั้นทอดยาวเป็นวงกว้าง ล้อมพวกเขาไว้ชัดเจน เขาเข้าใจทันทีว่าสิ่งนั้นเรียนรู้แล้วว่ากระสุนทำให้มันถอยได้ แต่ไม่ทำให้มันตาย เสียงนทีดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ใกล้จนเหมือนอยู่ถัดจากมุมผนัง “ช่วย…ด้วย…” คำพูดนั้นขาดหายไปกลางประโยค ราวกับมีบางอย่างปิดปากเขาไว้ ภพหน้าซีดเผือด เขาพูดออกมาช้า ๆ ว่ามันกำลังเอานทีมาล่อพวกเขา คิรันไม่ตอบ เขามองทิศทางเสียง มองเงาที่ยังคงวนอยู่ และมองเลือดของก้องที่หยดลงพื้น ทุกอย่างบีบให้ต้องตัดสินใจในเวลาอันสั้น ทันใดนั้น เงาก็หยุดเคลื่อนไหว ความเงียบกลับมาหนักแน่นราวกับทั้งพื้นที่กำลังกลั้นลมหายใจ แล้วมันก็พุ่งออกมาอีกครั้ง คราวนี้มุ่งตรงไปที่ก้องโดยตรง คิรันกระโจนเข้าขวาง แรงกระแทกซัดเขาล้มลงกับพื้น เล็บแหลมเฉียดผ่านใบหน้าใกล้พอให้รู้สึกลมเย็น เสียงกระดูกครูดกับโลหะดังแสบหู ภพยิงซ้ำหนึ่งนัด เงาดำถอยกรูดและหายไปหลังมุมมืดอย่างรวดเร็ว ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง ราวกับไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น คิรันดึงก้องขึ้นพิงผนังคอนกรีต มือของเขายังเปื้อนเลือดอุ่น ๆ ที่ไม่รู้ว่าเป็นของใคร ระหว่างเลือดของก้องกับของสิ่งที่พุ่งเข้ามาเมื่อครู่ เขาใช้ไหล่รับน้ำหนักอีกฝ่ายไว้แน่น พยายามไม่ให้ร่างนั้นทรุดลงไปกับพื้น ก้องหอบแรง เหงื่อผสมเลือดไหลลงมาตามขมับ “มันเลือกผม…” เขาพูดเสียงสั่น ไม่แน่ใจว่าพูดกับใคร “มันรู้ว่าผมบาดเจ็บ” คิรันไม่ตอบในทันที เขาเงยหน้ามองความมืดตรงหน้า มองรอยเลือดที่ลากยาวออกไปจากจุดปะทะ มองเงาที่ยังไม่ปรากฏตัว แต่รับรู้ได้ว่ามันยังไม่ไปไหน “มันรู้มากกว่านั้น” คิรันพูดในที่สุด เสียงต่ำและหนักแน่นกว่าก่อนหน้า “มันกำลังประเมินเราอยู่” ภพเงียบไป เขากำปืนแน่นจนข้อนิ้วขาว ซีดเผือดเมื่อได้ยินเสียงหนึ่งดังขึ้นจากความมืด เสียงเล็บครูดกับโลหะ ช้าลง หนักขึ้น ใกล้ขึ้น เหมือนมันไม่จำเป็นต้องรีบอีกต่อไป เงาดำขยับผ่านผนังด้านไกล เงานั้นหยุด…แล้วขยับอีกครั้ง ราวกับกำลังเปลี่ยนตำแหน่ง วงล้อมเริ่มปิดเข้ามาทีละนิด คิรันดึงก้องให้แนบผนังมากขึ้น ลดระดับเสียงจนแทบเป็นลมหายใจ “มันจะกลับมา” ภพกลืนน้ำลาย “ตอนนี้เลยหรือเปล่า” ยังไม่ทันได้คำตอบ เสียงโลหะด้านหลังพวกเขาก็ดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ไม่ใช่เสียงลาก แต่เป็นเสียงกดทับ หนัก และจงใจ เหมือนบางอย่างกำลังเตรียมพุ่ง ความมืดขยับ และในเสี้ยววินาทีนั้น ทุกคนรู้ตรงกันว่า การโจมตีครั้งต่อไป จะไม่ใช่การทดสอบอีกแล้ว
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD