ประตูเหล็กหนาอยู่ตรงหน้า
มันยังไม่แตก
แต่เสียงจากอีกฝั่งทำให้ไม่มีใครกล้าคิดว่ามันจะทนได้นาน
ผู้กองสิงห์ยืนชิดผนังด้านข้าง ปืนในมือยกค้างไว้ระดับอก สายตาไม่ละจากรอยร้าวที่เริ่มปรากฏตามขอบบานประตู ทุกครั้งที่มีแรงกระแทก เสียงโลหะจะสั่นสะเทือนผ่านพื้นจนรู้สึกได้ถึงฝ่าเท้า
จ่าแม็กนั่งพิงกล่องอุปกรณ์เก่า ๆ ใกล้บันไดทางลง เขาถอดหมวกออก เช็ดเหงื่อที่ซึมออกมาตามไรผม แม้จะนั่งพัก แต่สายตายังจับจ้องไปที่ประตูไม่ต่างจากผู้กอง
หมู่ต้นยืนอยู่ระหว่างสองคน กำปืนแน่น เสียงหายใจหนักกว่าปกติเล็กน้อย
“คิดว่ามันจะพังเข้ามาเมื่อไหร่ครับ ผู้กอง” ต้นถามเสียงต่ำ ไม่ใช่เพราะกลัว แต่เพราะไม่อยากให้เสียงของตัวเองไปกระตุ้นอะไรอีก
ผู้กองสิงห์ไม่ตอบทันที เขาฟังเสียงกระแทกอีกครั้ง ก่อนพูดเรียบ ๆ
“ไม่นานหรอก ดูจากจังหวะแล้ว เขากำลังทดสอบจุดอ่อนของประตู”
จ่าแม็กหัวเราะแผ่ว ๆ ในลำคอ
“ทดสอบกับประตูเหล็กหนาขนาดนี้…ใจถึงเหมือนกัน”
ต้นเหลือบมองแม็ก
“ถ้ามันพังเข้ามาได้จริง ๆ ล่ะครับพี่”
“ก็ยิงตอบโต้ แล้วถอย” แม็กตอบสั้น ๆ ก่อนเสริม
“เหมือนที่เราทำมาตลอดนั่นแหละ”
ความเงียบแผ่ลงมาอีกครั้ง
ไม่ใช่ความเงียบแบบตึงเครียด
แต่เป็นความเงียบของคนที่กำลังรอเวลา
ต้นขยับตัวเล็กน้อยก่อนพูดขึ้น
“ผู้กองครับ…ทีมคิรัน ตอนนี้เขาอยู่ข้างล่างใช่ไหมครับ”
ผู้กองสิงห์พยักหน้าเบา ๆ
“ใช่”
“คิดว่าพวกผู้หมวดจะเป็นยังไงบ้าง” ต้นถามต่อ น้ำเสียงไม่ถึงกับกังวล แต่แฝงความห่วงอยู่ชัดเจน
จ่าแม็กเงยหน้าขึ้น
“หมวดคิรันเอาตัวรอดเก่ง” เขาพูด “เก่งกว่าที่หน้าตามันบอกเยอะ”
ต้นลังเลเล็กน้อยก่อนถามต่อ
“หมวดคิรัน…เขาเป็นคนยังไงครับ ผมยังไม่เคยร่วมงานกับเขาตรง ๆ เท่าไหร่”
จ่าแม็กเงยหน้าขึ้นจากกล่องอุปกรณ์ สีหน้าครุ่นคิด
“คิรันไม่ใช่พวกบู๊เอาหน้า” เขาพูดช้า ๆ
“หมอนั่นคิดเป็นขั้นเป็นตอน คิดก่อนทำ ดูแลคนในทีมดีเกินยศไปหน่อยด้วยซ้ำ”
ต้นพยักหน้า
“ผู้หมวดเขาช่วยปฐมพยาบาลผมตั้งแต่เข้าบังเกอร์ มือไม่สั่นเลย”
แม็กยิ้มมุมปากนิดเดียว
“ใช่ หมอนั่นเคยผ่านงานหนัก ๆ มาเยอะ ไม่ใช่แค่ยิงเก่ง แต่รู้ว่าควรทำอะไรเมื่อไหร่”
ต้นนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนพูดเบา ๆ
“แล้วภพกับก้องล่ะครับ”
แม็กถอนหายใจสั้น ๆ
“สองคนนั้น…นิสัยต่างกัน แต่เอาตัวรอดเก่ง ภพหัวไว ชอบคิดแผน ก้องอาจปากแข็ง แต่ไม่ทิ้งเพื่อนแน่”
เขาหยุดไปเล็กน้อย ก่อนเสียงจะหนักขึ้น
“ผมเป็นห่วงนทีมากกว่า”
ต้นเงยหน้าขึ้นทันที
“เขาโดนลากไปคนเดียว…”
ไม่มีใครพูดต่อ
แต่ความเงียบตรงนั้น
หนักกว่าคำพูดใด ๆ
ผู้กองสิงห์ฟังเงียบ ๆ ก่อนพูดขึ้น
“คิรันเป็นคนคิดเป็นระบบ ถ้ายังมีทางเลือก เขาจะไม่พาคนไปตายเปล่า”
แม็กมองผู้กองเล็กน้อย เหมือนจะพูดอะไร แต่เลือกเก็บไว้ แล้วพูดแทน
“ขอแค่พวกเขาไม่เจออะไร…แปลกกว่าที่เรากำลังเจออยู่นี่ก็พอ”
เสียงกระแทกจากอีกฝั่งประตูดังขึ้นแรงกว่าเดิม คราวนี้ไม่ใช่การทดสอบ แต่เป็นการกระแทกจริงจัง รอยร้าวขยายตัว เสียงโลหะครูดกับกรอบดังแสบหู
ต้นชะงัก
“ผู้กอง…”
ผู้กองสิงห์ยกมือขึ้นเล็กน้อย เป็นสัญญาณให้ทุกคนเตรียมพร้อม
“ยังไม่ใช่ตอนนี้”
เสียงกระแทกดังขึ้นอีกครั้ง
ใกล้กว่าเดิม
หนักกว่าเดิม
แล้วในจังหวะเดียวกันนั้นเอง—
มีเสียงบางอย่างดังมาจากด้านหลัง
ไม่ใช่เสียงปืน
ไม่ใช่เสียงคน
เป็นเสียงลากผ่านพื้นโลหะ
ยาว
ช้า
เหมือนของหนักที่ไม่จำเป็นต้องรีบ เพราะรู้ว่ามีเวลา
จ่าแม็กค่อย ๆ หันศีรษะไปทางด้านหลังของบังเกอร์ เสียงของเขาต่ำลงทันที
“ผู้กอง…ผมว่าเราไม่ได้มีปัญหาแค่ด้านหน้าแล้ว”
ผู้กองสิงห์ไม่ตอบ
แต่สายตาเขาเปลี่ยนไป
เสียงจากด้านหลังดังขึ้นอีกครั้ง
ใกล้กว่าเดิม
และประตูด้านหน้า
ก็ส่งเสียงแตกร้าว
ราวกับพร้อมจะพังเข้ามาได้ทุกเมื่อ