ตอนที่ 2 : ทางที่ไม่มีอยู่จริง

1192 Words
เสียงโลหะจากด้านบนดังขึ้นอีกครั้ง ยาว…ช้า…หนักแน่น ไม่ใช่เสียงเคาะ ไม่ใช่เสียงยิง แต่เป็นเสียงของคนที่กำลัง “งัด” อะไรบางอย่างด้วยความตั้งใจ ผนังคอนกรีตของบังเกอร์สะท้อนเสียงนั้นกลับมาหลายชั้น จนแยกไม่ออกว่ามาจากทิศไหน ฝุ่นสนิมร่วงจากขอบประตูเหล็กลงมาเป็นผงละเอียด กระทบพื้นเบา ๆ คล้ายฝนที่ตกผิดฤดูกาล จ่าแม็กขยับปืนกลในมือเล็กน้อย นิ้วแตะไกโดยไม่รู้ตัว “ผู้กอง…” เขาพูดเสียงต่ำ “คราวนี้มันเอาจริงแล้วครับ” ผู้กองสิงห์ยืนใกล้ประตูที่สุด ฝ่ามือแตะผิวเหล็กที่เย็นจัด แรงสั่นสะเทือนจากอีกฝั่งส่งผ่านขึ้นมาถึงกระดูกแขนอย่างชัดเจน เขาไม่ดึงมือออก “มันรู้ว่าเราอยู่ข้างใน” เขาพูดเรียบ ๆ คิรันหันไปมองทางเดินด้านใน ความมืดทอดยาวลึกเกินแสงไฟฉาย เงาดำซ้อนกันจนดูเหมือนไม่ใช่เพียงเงา แต่เป็นพื้นที่ว่างที่กลืนแสงไปทั้งหมด “ถ้ามันพังเข้ามา เราไม่มีที่ถอย” เขาพูด เสียงงัดเหล็กด้านบนยังดำเนินต่อ ครืด…ครืด… ช้า…แต่ไม่หยุด สิงห์นิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนตัดสินใจทันที “งั้นเราต้องรู้ให้ชัด ว่าด้านในมีอะไร” เขาหันกลับ “แบ่งทีม” ไม่มีใครถามว่าแน่ใจหรือไม่ ไม่มีใครเสนอทางอื่น คำสั่งในสนามรบมีค่าเท่าการตัดสินใจสุดท้ายเสมอ “แม็ก ก้อง คุมประตู” “ต้น อยู่กับผม” สายตาเขาไปหยุดที่คิรัน “นาย ภพ นที เข้าไปดูข้างใน” ทั้งสามพยักหน้าพร้อมกันโดยอัตโนมัติ ก่อนขยับตัว คิรันทรุดเข่าลงข้างต้นทันที เขาเปิดกระเป๋าพยาบาลสนาม มือทำงานเร็วและนิ่ง “แขนซ้าย” คิรันพูด ต้นยื่นแขนออกมา ผ้าพันแผลเดิมชุ่มเลือดจนเปลี่ยนสี “ยังขยับได้ครับ” ต้นพูด “แต่เริ่มชา” คิรันใช้กรรไกรตัดผ้าเก่าออก กลิ่นคาวเลือดกับกลิ่นอับของบังเกอร์ผสมกันจนหนักในจมูก แผลยาวเฉียงจากสะเก็ดระเบิด เลือดซึมไม่หยุด “กระสุนเฉี่ยว” คิรันพึมพำ “ไม่โดนกระดูก โชคดี” เขากดผ้าก๊อซลงไปแน่น ต้นสะดุ้ง ฟันกัดกันดังกรอด แต่ไม่ร้อง “อดทนหน่อย” คิรันพันผ้าใหม่ รัดให้แน่นพอหยุดเลือด “ถ้ามือเริ่มเย็น บอกทันที” ต้นพยักหน้า “ครับพี่” คิรันมองเขาแวบหนึ่ง “นายยังต้องอยู่จนออกจากที่นี่” ต้นยิ้มจาง ๆ “ทุกคนก็เหมือนกันครับ” ⸻ ทางเดินด้านในแคบกว่าที่เห็นจากปากทาง เพดานต่ำ สายไฟเก่าและท่อโลหะพาดผ่านเป็นระยะ ไฟฉายสามกระบอกส่องไปข้างหน้า แสงตัดความมืดเป็นลำตรง แต่ด้านข้างยังดำสนิท “มันลึกเกินไป” ภพพูดเบา ๆ “บังเกอร์หลบภัยไม่ทำทางยาวแบบนี้” นทีพยายามเช็กวิทยุอีกครั้ง หน้าจอยังเงียบสนิท “ไม่มีสัญญาณเลย” เขาบอก “เหมือนถูกตัดขาดจากโลกด้านบน” คิรันเริ่มเห็นรายละเอียดที่ผิดปกติ รางโลหะฝังผนัง พื้นบางช่วงเรียบเกินจำเป็น ป้ายเตือนซีดจางตามระยะ “ที่นี่ไม่ใช่บังเกอร์ทหาร” เขาพูดในที่สุด “มันเหมือนสถานที่ทำงานมากกว่า” พวกเขามาถึงห้องกว้างเพดานต่ำ ท่อและสายไฟจัดวางเป็นระบบ คราบเลือดแห้งติดพื้นเป็นหย่อม ๆ สีเข้มคล้ำ ภพก้มดูใกล้ ๆ “เก่าแล้ว…แต่เยอะ” นทีส่องไฟไปที่ผนัง “ตรงนี้เหมือนเคยติดเครื่องอะไรบางอย่าง” ไม่มีเครื่อง ไม่มีคน มีเพียงร่องรอยว่าครั้งหนึ่งมันเคยถูกใช้งานอย่างจริงจัง พวกเขาเดินต่อไปอีก จนถึงโถงเล็ก ด้านหนึ่งเป็นลิฟต์อุตสาหกรรมเก่า ประตูปิดสนิท อีกด้านเป็นบันไดคอนกรีตทอดลงลึก ไฟฉายส่องไม่ถึงปลาย ภพมองลงไป “มีชั้นล่าง” นทีขมวดคิ้ว “ลึกมาก…” คิรันยืนนิ่ง “เรายังไม่ลง” เขาหันกลับ “รายงานผู้กองก่อน” ⸻ ขากลับ ทางเดินเดิมดูแคบลงโดยไม่รู้สาเหตุ อากาศหนักขึ้น เสียงรองเท้ากระทบพื้นสะท้อนกลับแปลกกว่าเดิม แล้ว— บึ้ม! แรงระเบิดจากด้านบนสะเทือนลงมาทั้งบังเกอร์ ผนังคอนกรีตสั่น ฝุ่นร่วงลงมาเป็นสาย “หมอบ!” คิรันตะโกน พื้นใต้เท้าสั่นไหว เสียงแตกร้าวดังลั่น “มันเริ่มถล่มแล้ว!” ภพร้อง นทีก้าวถอย พื้นใต้เท้าเขาแตก แกรก! คอนกรีตยุบลงทันที ร่างนทีหล่นลงไปครึ่งตัว มือคว้าขอบพื้นไว้ได้ทัน ไฟฉายหล่นหายลงไปในความมืด “ช่วยผม!” เขาตะโกน คิรันกับภพพุ่งเข้าพร้อมกัน คว้าแขนเขาแน่น “จับไว้!” คิรันสั่ง ฝุ่นร่วงไม่หยุด โครงสร้างครางรับน้ำหนัก “ผมลื่น!” นทีร้อง ภพยันเท้ากับผนัง “ดึงขึ้น!” ทั้งสองออกแรงพร้อมกัน ร่างนทีเริ่มขยับขึ้น แล้ว— แรงหนึ่งดึงสวนลงไปจากด้านล่าง ไม่ใช่แรงถล่ม ไม่ใช่แรงดูดของเศษปูน เป็นแรงที่ “ตั้งใจ” นทีสะดุ้ง “มันดึงผม!” คิรันออกแรงเต็มที่ “ภพ อย่าปล่อย!” แรงนั้นกระชากอีกครั้ง หนักกว่าเดิม มือของนทีลื่น เลือดกับฝุ่นทำให้จับไม่อยู่ “พี่—!” มือหลุด ร่างเขาถูกดึงลงไปในความมืด หายไปทันที เงียบ ไม่มีเสียงตก ไม่มีเสียงกระแทก เหมือนหลุมด้านล่างไม่มีพื้น ⸻ เมื่อคิรันกับภพกลับถึงจุดคุมประตู ทุกคนมองทันที สิงห์ถามสั้น “นทีอยู่ไหน” คิรันตอบช้า “พื้นทรุด เขาตกลงไป” ต้นหน้าซีด “ดึงขึ้นมาไม่ได้เหรอครับ” ภพส่ายหัว “ดึงสุดแรงแล้วครับ” แม็กมองทั้งคู่ “สุดแรงแค่ไหน” คิรันสบตา “แรงพอจะดึงคนขึ้น ถ้ามันเป็นแค่พื้นพัง” ก้องขมวดคิ้ว “หมายความว่าไง” ภพพูดช้า “มันมีแรงดึงสวนขึ้นมา” ความเงียบตกลงทันที สิงห์ถาม “อธิบาย” คิรันตอบตรง “เหมือนมีอะไรจับเขาไว้ข้างล่าง” ต้นกำเสื้อแน่น “จับ…?” ไม่มีใครตอบ แม็กสบถเบา “ที่นี่มันบังเกอร์นะ ไม่ใช่รังสัตว์” คิรันพูดเรียบ “งั้นอธิบายให้ผมฟัง ว่าทำไมไม่มีเสียงตก” ไม่มีคำตอบ สิงห์สูดลมหายใจ “พอ” เขากวาดตามองทุกคน “เราจะไม่เถียงว่ามันคืออะไร” เงียบ “แต่จากที่ได้ยิน” เสียงเขาต่ำ หนัก “นทีมไม่ได้แค่ตก” อากาศเย็นลงทันที คิรันพูดต่อ “ข้างในมีลิฟต์ มีบันไดลงลึก โครงสร้างมันไม่ใช่บังเกอร์” ก้องมองเขา “แล้วคืออะไร” คำตอบออกมาเรียบ “แล็บ” ไม่มีใครชอบคำตอบนั้น แต่ไม่มีใครปฏิเสธ สิงห์ตัดสินใจทันที “เราจะไม่ทิ้งเขา” แม็กเงยหน้า “ใครลงไป” สิงห์มองตรงไปที่คิรัน “นาย ภพ ก้อง” ก้องชะงัก “ผู้กอง—” “นี่ไม่ใช่คำขอ” ความเงียบถาโถมกลับมาอีกครั้ง หนักกว่าเดิม คิรันพยักหน้า ในใจเขารู้ดีว่า การลงไปครั้งนี้ ไม่ใช่แค่การช่วยเพื่อน แต่มันคือการยอมรับว่า บังเกอร์แห่งนี้ มีบางอย่างอยู่จริง และมันกำลังรออยู่ข้างล่าง
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD