ลูกค้าประจำ

1437 Words
เสียงแตรจากยวดยานพาหนะดังระงมบนท้องถนน ท่ามกลางพายุฝนที่โหมกระหน่ำลงมาอย่างบ้าคลั่งตั้งแต่ช่วงสาย ลากยาวมาจนถึงบ่าย รถแต่ละคันต่างขับเบียดขับแซงหวังจะหลุดพ้นจากการจราจรแออัดในย่านมหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดังแห่งนี้ อีกฟากฝั่งที่อยู่ตรงข้ามรั้วมหาวิทยาลัย เรียงรายไปด้วยอาคารพาณิชย์ อันเป็นร้านรวง ต่าง ๆ มากมาย ทั้งร้านอาหารเครื่องดื่ม และร้านสะดวกซื้อ หนึ่งในนั้นคือร้าน La Crème คาเฟ่สุดชิคสไตล์มินิมอลที่ได้รับความนิยมจากเหล่านักศึกษาและอาจารย์ ที่มักจะแวะเวียนมาอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน แต่ทว่าวันนี้ค่อนข้างเงียบเหงาอยู่สักหน่อย เนื่องจากพายุฤดูร้อนที่กระหน่ำลงมาอย่างไม่ขาดสาย ทำให้ลูกค้าค่อนข้างบางตา ผู้คนที่เดินผ่านไปมา อาศัยใต้ชายคาตึกแถวเพื่อหลบฝน ต่างก็หันมามองคาเฟ่แห่งนี้ เนื่องจากที่นั่งโซนเคาร์เตอร์บาร์หน้าร้านซึ่งอยู่ติดกับกระจกใสบานใหญ่มีหญิงสาวใบหน้างดงามหมดจดกำลังนั่งอยู่เพียงลำพัง เธอสวยชนิดที่ว่าสามารถดึงดูดสายตาทุกคู่ให้จับจ้องมองมาที่เธอแต่เพียงผู้เดียว หากแต่ตอนนี้ใบหน้าสวยนั้น มีร่องรอยแห่งความผิดหวังเคลือบแฝงอยู่ เธอนั่งเอามือเท้าคาง เหม่อมองไปยังฝั่งตรงข้ามอันเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยชื่อดัง ก่อนถอนหายใจยาวออกมา “พี่ครีม” “...” เสียงเรียกจากเด็กสาวในชุดยูนิฟอร์มของร้าน La Crème ก็ไม่อาจดึงเธอให้หันกลับมาได้ “พี่ครีมคะ” เด็กสาวตัดสินใจเรียกเธออีกครั้งด้วยเสียงที่ดังขึ้น ทำเอาคาริสาสะดุ้งสุดตัวพร้อมยกมือบางขึ้นทาบอก “มะนาว พี่ตกใจหมดเลย ทำไมต้องเรียกเสียงดังขนาดนั้น” “นาวเรียกพี่ครีมไม่ต่ำกว่าห้ารอบแล้วค่ะ เรียกจนทุกคนในร้านได้ยินกันหมด มีแต่พี่ครีมไม่ได้ยินคนเดียว” มะนาวเบี่ยงตัวหลบ ก่อนหันไปทางด้านในร้าน คาริสาชะโงกหน้ามองผ่านด้านหลังเด็กสาวไปก็เห็นพนักงานและลูกค้ากำลังจ้องมองเธอเป็นตาเดียว หญิงสาวยิ้มเขินก่อนหันกลับมาหามะนาวอีกครั้ง “มะนาวเรียกพี่ทำไม” “หน้าร้านว่างแล้ว เดี๋ยวนาวกับน้อง ๆ จะเข้าไปเตรียมของให้พี่ครีมทำขนมคืนนี้นะคะ” “อืม ไปเถอะ เดี๋ยวพี่ดูหน้าร้านให้เอง ถ้ามีอะไรเดี๋ยวกดกริ่งเรียก” คาริสากล่าวจบก็ส่งยิ้มให้กับมะนาว ทว่าเด็กสาวยังคงมองเธอนิ่งราวกับมีคำถามในใจ “มีอะไรจะพูดอีก หืม” “ไหวแน่นะคะ เห็นนั่งเหม่อมาตั้งแต่เช้า เศร้าใจที่ไม่ได้เจอใครบางคนหรือเปล่าคะ” เมื่อถูกคำถามจี้ตรงจุดอ่อนในใจเข้าไป คาริสาจึงหันมาขึงตาดุใส่เด็กสาว “เข้าไปทำงานเลยนะ ถ้าเตรียมของเสร็จแล้วคิดเมนูมื้อเย็นไว้ด้วยว่าอยากกินอะไรกัน คืนนี้พวกเธอต้องอยู่ช่วยพี่” “ค่า...” มะนาวลากเสียงยาวตอบรับเจ้าของร้านคนสวย ก่อนเดินหัวเราะคิกคักออกไป คาริสามองตามจนกระทั่งลูกน้องทุกคนในร้านเดินหายเข้าไปตรงประตูทางเข้าห้องครัวด้านหลัง หญิงสาวก็หันกลับมามองบรรยากาศมืดครึ้มด้านนอกอีกครั้ง ความมืดมนบนผืนฟ้าชวนให้เธอยิ่งห่อเหี่ยวหัวใจหนักกว่าเดิม หรืออาจเป็นจริงดังที่มะนาวพูดไว้ เธอเศร้า...เพราะวันนี้ใครบางคนที่เคยเห็นหน้ากันทุกวันยามเช้าไม่เคยขาดแม้แต่วันเดียว กลับไม่โผล่ใบหน้าหล่อเหลาดั่งฟ้าประทานมาให้เธอเห็นเลย ลูกค้าที่มีเพียงไม่กี่คนภายในร้านเริ่มทยอยเดินออกจากคาเฟ่ คาริสาจึงหันมากล่าวขอบคุณ พร้อมเดินมาส่งลูกค้าหน้าร้าน ขณะที่เธอกำลังจะหันหลังเดินกลับเข้าไปด้านในร้าน รถแอสตันมาร์ตินสีดำคันงามที่ดูไม่คุ้นตาขับเข้ามาจอดริมทางเท้าหน้าคาเฟ่ของเธอพอดิบพอดี ทันทีที่ประตูรถฝั่งคนขับเปิดออก ร่างสูงกำยำก้าวลงมา เผยให้เห็นเพียงเสี้ยวหน้าหล่อเหลา หัวใจดวงน้อยของเธอพลันโหมกระหน่ำเต้นอย่างบ้าคลั่ง ชายหนุ่มอยู่ในชุดสูทสีดำทางการซึ่งดู แปลกตา เนื่องจากคาริสาไม่เคยเห็นเขาแต่งตัวแบบนี้มาก่อน ถึงกระนั้นก็ยังคงหล่อเหลาคงเส้นคงวาไม่มีเปลี่ยน ชายหนุ่มวิ่งฝ่าละอองฝนโปรยปรายตรงมาที่เธอ ทำให้แว่นสายตาที่ประดับอยู่บนใบหน้าคมเข้มเต็มไปด้วยหยดน้ำใสเกาะอยู่บนเลนส์ เขาหยุดยืนตรงหน้าคาริสา ก่อนยกมือขึ้นดึงแว่นสายตานั้นออกมา ส่วนมืออีกข้างยกขึ้นเสยเรือนผมดกดำสลัดละอองน้ำจากฟากฟ้า เกิดเป็นภาพชวนประทับใจจนเธอเผลอมองตาค้าง “อเมริกาโน่เย็นแก้วนึงครับ” “...” “คุณครับ อเมริกาโน่เย็นแก้วนึงครับ” เมื่อคาริสามัวแต่ยืนอึ้ง ชายหนุ่มจึงกล่าวย้ำอีกครั้ง นั่นจึงทำให้เธอได้สติสตังกลับคืนมา “คะ? อเมริกาโน่ เอ่อ คั่วเข้มเหมือนเดิมนะคะ สักครู่ค่ะ” เจ้าของร้านสาวกล่าวทวนออเดอร์ด้วยอาการประหม่า ก่อนที่เธอจะรีบเดินไปด้านหลังเคาน์เตอร์ ลงมือทำกาแฟแก้วโปรดของลูกค้าประจำสุดหล่ออย่างตั้งอกตั้งใจ เพียงเวลาไม่นาน อเมริกาโน่เย็นหอมกรุ่นก็พร้อมเสิร์ฟ เธอวางแก้วกาแฟลงบนถาดหน้าเคาน์เตอร์พร้อมส่งยิ้มสดใสให้เขาเช่นทุกวัน ก่อนลอบมองชายหนุ่มด้วยความสงสัยใคร่รู้ “วันนี้มาบ่ายเลยนะคะ” “ไปเป็นวิทยากรนอกสถานที่ครับ” “อ๋อ...อย่างนี้นี่เอง ก็ว่าแล้วทำไมมาช้าจัง” “ครับ” ชายหนุ่มตอบสั้น ๆ ด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทำเอาเจ้าของร้านสาวไม่กล้าพูดอะไรต่อ เธอได้แต่มองเขาสแกนคิวอาร์โค้ดจ่ายค่ากาแฟ ก่อนที่จะแกะหลอดออกจากซอง “รับอะไรเพิ่มอีกไหมคะ” เธอโพล่งถามออกไปแบบนั้นทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่าชายหนุ่มไม่เคยซื้อขนมร้านเธอสักครั้ง แต่ก็อยากหาเรื่องคุยเพื่อต่อเวลาออกไปให้นานขึ้น แต่ทว่า... “ไม่ครับ ขอบคุณครับ” เสียงทุ้มกล่าวจบก็ยกยิ้มขึ้นที่มุมปาก ยิ้มที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน แม้เป็นเพียงยิ้มเล็ก ๆ แต่ก็ทำให้หัวใจของคาริสาเต้นไม่เป็นจังหวะ ชายหนุ่มหันหลังเดินออกไปจากร้าน วิ่งฝ่าสายฝนกลับขึ้นรถซูเปอร์คาร์คันงาม ปล่อยให้เจ้าของร้านสาวยืนยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่คนเดียว “ขอบคุณนะคะอาจารย์” ถึงแม้ว่าแอสตันมาร์ตินคันงามจะขับเคลื่อนออกไปจากหน้าคาเฟ่แล้ว ทว่าคาริสาก็ยังคงนั่ง ฝันหวานถึงพลขับหนุ่มสุดหล่อ ดร.ศาสตรา อาจารย์หนุ่มแห่งมหาวิทยาลัยฝั่งตรงข้ามที่เธอตกหลุมรักเข้าอย่างจังตั้งแต่แรกพบ แต่เธอก็ทำได้เพียงแอบมองแอบชอบอยู่แบบนั้น เพราะเธอและเขาช่างแตกต่างกันมากเหลือเกิน หากย้อนไปเมื่อหกเดือนก่อน ตอนที่ชายหนุ่มเข้ามาในคาเฟ่ครั้งแรก เธอเห็นบรรดานักศึกษายกมือไหว้ทักทายศาสตราจึงเกิดความสงสัย คาริสาจึงส่งมะนาวไปเลียบเคียงถามน้องนักศึกษา ก็เลยได้ความว่า ศาสตรา เคยเป็นอาจารย์สอนที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้มาก่อน แต่เขาเดินทางไปเรียนต่อปริญญาเอกที่ต่างประเทศ หลังจากศาสตราไปเรียนต่อได้ราวหนึ่งปี คาริสาก็เข้ามาเปิดกิจการคาเฟ่ตรงข้ามมหาวิทยาลัย แต่เหนือสิ่งอื่นใดที่ทำให้หญิงสาวไม่อาจเอื้อมฝันถึง ก็คือหนุ่มในฝันของเธอนั้นเป็นหลานชายเพียงคนเดียวของเจ้าของมหาวิทยาลัยเอกชนอันดับต้นของประเทศ อีกทั้งเทือกเถาเหล่ากอยังเป็นถึงผู้รากมากดี ไหนจะบุคลิกท่าทางของศาสตราที่เป็นคนพูดน้อย ถึงน้อยที่สุด ถามคำตอบคำ ทำเอาเธอมองไม่เห็นช่องว่างที่จะเข้าไปตีสนิทได้เลย สุดท้ายแล้วคาริสาจึงขอเพียงแค่ได้เฝ้ามองเบ้าหน้าหล่อเหลาราวสวรรค์สรรค์สร้างให้หัวใจกระชุ่มกระชวย เพียงแค่คิดถึงรอยยิ้มมุมปากเมื่อสักครู่ คาริสาก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมาอย่างมีความสุข
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD