สำนักงานทนายความพีระ
“สวัสดีครับคุณกานต์”
“สวัสดีค่ะพี่โฬม ไม่นึกเลยว่าจะจำกานต์ได้”
“จำได้สิครับ รักษ์พูดให้ผมฟังออกจะบ่อยไป” ทนายพีระหรือโฬม
อดีตแฟนเก่าของพี่รักษ์ คบหากันได้ไม่นานก็เป็นอันเลิกราแบบงงๆ
ช่วงนั้นอติกานต์ก็กำลังยุ่งหลายอย่าง ทั้งเรื่องงาน เร่งยอดขายและป่วยออดๆ แอดๆ ก็เลยไม่เคยได้อัปเดตชีวิตพี่รักษ์ตอนมีแฟนเท่าไร
“สบายดีมั้ยครับ”
“ไม่ค่อยดีเท่าไรถึงได้มาปรึกษาพี่โฬมนี้ไงค่ะ”
“ไม่เอาเรื่องคดีสิครับ สบายดีมั้ย การงานเป็นไง ชีวิตช่วงนี้เป็นยังไงบ้างครับ”
“อันนี้จับเวลารึยังคะ เข้าเรื่องเลยก็ได้” อติกานต์พอทราบอัตราค่าปรึกษาของทนายพีระมาเช่นกัน เธอกลัวไม่มีเงินจ่ายและไม่อยากดูเป็นคนขัดสนเรื่องเงินในสายตาอดีตแฟนพี่รักษ์
“รีบร้อนทำไม ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบกันก่อน คนกันเองแท้ๆ”
“กานต์เกรงใจ” จริงๆ แล้วเกรงเงินในบัญชี
เธอถูกพักงานหนึ่งเดือนหรือจนกว่าเรื่องนี้จะจบ และจนกว่าจะจบไม่รู้ต้องใช้เงินอีกกี่บาท
“คือผมไม่อยากให้บรรยากาศมันตึงเครียดแล้วอีกอย่างผมก็ยังไม่รับปากว่าจะรับทำคดีให้ ฉะนั้นไม่ต้องรีบเร่งนะครับ รักษ์บอกมั้ยว่าผมไม่ได้รับทำทุกคดีนะครับ”
“บอกค่ะ กานต์ถึงอยากเข้าธุระเลยไง ถ้าพี่โฬมไม่สะดวกใจที่จะรับ กานต์ก็จะได้ไม่รบกวน” หญิงสาวทำตัวนอบน้อมอย่างที่สุดเพื่อหวังว่าเขาจะเมตตารับทำคดีให้เธอ
เวลาผ่านไปเกือบชั่วโมงไม่ได้เข้าเนื้อหาเลยว่าวันนี้อติกานต์มาปรึกษาด้วยคดีอะไร แต่ละประโยคพีระจะเป็นคนเอ่ยถามและอติกานต์จะเป็นฝ่ายตอบ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องของรักษ์ซะเป็นประเด็นหลัก
ที่มาวันนี้ไม่ได้เรื่องอะไรเลยสักนิดและไม่ชอบใจเท่าไรที่คู่สนทนาไม่ได้ใส่ใจปัญหาอติกานต์ พีระเอาแต่สนใจเรื่องราวของแฟนเก่าลูกเดียว
“เอาเป็นว่าเดี๋ยวผมขอพิจารณาก่อนแล้วจะรีบติดต่อกลับนะครับ”
“นานมั้ยคะ”
“ก็จนกว่าฝ่ายนั้นจะส่งฟ้อง”
“แล้วถึงตอนนั้นกานต์จะไปหาทนายจากที่ไหนทันล่ะคะ”
“ก็ผมไง”
“หมายความว่าพี่โฬมรับเหรอคะ”
“เปล่า แต่ผมให้คำแนะนำได้”
“แบบนั้นมันได้ซะที่ไหนล่ะคะ”
“ได้สิครับ เพราะฝั่งคุณหมวยเขาให้รายละเอียดมาแล้ว เอาเป็นว่าผมรู้แล้วกันว่าจะเล่นยังไง ไม่ต้องกังวลนะครับ” ทนายคนเก่งบอกให้อติกานต์ทำใจสบายๆ ไม่ต้องห่วงอะไรทั้งนั้น แต่! มันได้เหรอ
“หมวยนี้...เมียสายชลเหรอคะ”
“ครับ มาก่อนที่คลิปของพวกคุณจะลงโซเชียลด้วยซ้ำ พอดีผมไม่ทราบว่าคู่กรณีเป็นคุณกานต์ก็เลยมีแนะนำไปค่อนข้างเยอะด้วย”
“สรุปพี่โฬมอยู่ฝั่งไหน”
“ฝั่งความถูกต้องครับ ถ้าคุณกานต์ผิดผมจะไม่มีทางรับทำคดีแน่นอน หรือถ้าคุณหมวยผิดผมก็ไม่รับเช่นกัน ผมเป็นทนายย่อมเลือกทำคดีที่มีโอกาสชนะ แต่ถ้าหากการชนะคดีของผมมันทำให้สังคมตกต่ำลง ผมเองก็ไม่สนับสนุนคนผิด ผมเกลียดพวกที่อยากฟอกตัวเองให้เป็นขาว”
“ค่ะ” คนฟังเหมือนถูกด่ามากลายๆ
เรื่องนี้ทุกคนล้วนมีส่วนผิดแต่คนที่ผิดที่สุดก็คือไอ้สายชล
ผิดที่มันหล่อและดันมาหลอกให้เธอหลง เข้าใจมาจี้ปมคนที่แพ้คนหล่อซะด้วยก็ยิ่งเลยเทิดไปไกล
ทำด้วยรักษ์
“อ้าวพี่ ไม่คิดว่าจะมา” ทนายปากกล้าหมดธุระกับอติกานต์แล้วเขาก็เคลื่อนตัวมาหาคนที่เคยคบ
คนที่เคยบอกเลิกในขณะที่ทุกอย่างกำลังไปด้วยดีโดยที่ไม่ให้โอกาสโฬมได้ปรับตัวหรือแก้ไข
“สบายดีมั้ย”
“ก็ดี”
“ห่างเหินจัง เลิกกันแล้วแต่ไม่เห็นต้องเกลียดขี้หน้ากันเลยนี้หน่ารักษ์” พีระยืนทิ้งสะโพกพิงประตูรถหรูคู่ใจ
ทนายกับร้านเสริมสวยดูไม่ค่อยเข้ากันเท่าไรแต่เมื่อก่อนพีระแวะมาเสริมหล่อด้วยช่างประจำตัวทุกวัน
“พี่ไม่เกลียดขี้หน้าผมเหรอ”
“พี่คิดถึงเราทุกวันแต่รักษ์อะบล็อกพี่ทุกช่องทาง ใครเกลียดขี้หน้าใครกันแน่” มีทางเดียวที่จะเจอคือร้านนี้แต่คนโตกว่าก็หยิ่งในศักดิ์ศรี ทำไมเขาต้องตามวิงวอนง้องอนฝ่ายบอกเลิกขนาดนั้นด้วย
“เลิกแล้วผมก็อยากให้มันจบ”
“แต่รักษ์ไม่ให้โอกาสพี่เลยนะ”
“จะเอาไปทำไมโอกาส สุดท้ายมันก็ไปกันไม่รอดหรอกพี่ ยิ่งยื้อยิ่งเจ็บยิ่งเสียเวลา”
“แล้วพี่มีหน้าที่แค่รับฟังโดยที่ไม่สามารถโต้แย้งหรือแก้ไขอะไรเลยเหรอรักษ์”
“พี่กลับไปเถอะ อย่าเสียเวลาขับรถมาตั้งไกลเพื่อมาทะเลาะกับผมเลย” คงเป็นเพราะอติกานต์ไปสะกิดจุดไหนเข้าให้ ทนายพีระที่ไม่เคยกลับมาเหยียบที่นี่อีกถึงได้มาที่ร้านทำด้วยรักษ์อีกครั้ง
แต่จบก็คือจบ เลิกแล้วต่อกันก็ไม่ต้องมาทะเลาะวุ่นวายกันอีก
“รักษ์ไม่ได้บอกให้กานต์ไปขอให้พี่ช่วยเหรอ”
“เปล่า ผมจะทำแบบนั้นทำไม”
“เพราะถ้าพี่ทำ พี่ต้องชนะแน่ๆ ไง”
“หลงตัวเองไปเปล่าวะ”
“แล้วทำไมไม่บอกกับกานต์แบบนั้นล่ะ” เขาจับประเด็นได้ว่ารักษ์ไม่ได้แนะนำให้อติกานต์ไปหาทนายคนอื่นเลย
ทนายพีระฝีปากกล้าเก่งในเรื่องคดีครอบครัว เขารับมาทำมาเกือบร้อยและไม่เคยพบเจอกับคำว่าแพ้
“ผมไม่มีส่วนร่วมการตัดสินใจของกานต์ว่าจะจ้างใครเป็นทนาย”
“แต่ก็ไม่ห้ามที่เขาบอกว่าจะมาหาพี่”
“ถ้าพี่โฬมจะไม่รับก็มีทนายคนอื่น...//กานต์ก็จะแพ้” ทนายพีระพูดจริงไม่ได้พูดเล่น
คณะลูกขุนจะเข้าข้างเมียหลวง สังคมจะเห็นใจเมียหลวงและประณามมือที่สามจนไม่มีที่เหลือบนสังคม ซึ่งอติกานต์ต้องเจอเหตุการณ์แบบนั้น โดนเหยียบ โดนรุม โดนสาปและมันจะลามไปถึงพ่อแม่พี่น้อง
คนเก่งถึงจะเก่งจริงแต่ถ้าทำตัวขวางโลกก็ไม่มีวันได้ผุดได้เกิดหรอก ยุคที่กระแสสังคม กระแสนิยมและสื่อโซเชียลมีผลต่อทุกคนบนโลก
สำนักงานทนายความพีระรับเป็นที่ปรึกษาและว่าความคดีครอบครัวก็ยังต้องอาศัยชื่อเสียงและความนิยมในโลกออนไลน์เช่นกัน
“นี้มันงานของพี่นะรักษ์ รักษ์ก็รู้ว่าพี่ทำงานของพี่ได้ดีแค่ไหน”
“ขู่เหรอ” ทนายพีระไม่ได้ขู่อติกานต์แต่กำลังขู่เขา และก็ได้ผล
“พี่โฬมจะเอายังไง”
“ให้โอกาสพี่หน่อยรักษ์ อะไรที่พี่ทำให้รักษ์ไม่ได้ ให้โอกาสพี่อีกครั้งนะ”
“มากไปแหละ ถ้าพี่จะเอาเรื่องของกานต์มาบีบผมแบบนี้งั้นหลังแพ้คดีผมจะดูแลน้องผมเอง ส่วนพี่ รู้ใช่มั้ยว่าต่อให้เผาผีก็อย่ากลับมาเจอหน้ากันอีกครั้ง” คนอย่างเขาชัดเจนหนักแน่นมากพอ
จบคือจบ เลิกคือเลิกไม่ต่อความยาวสาวความยืด
“รักษ์...” ทนายคนเก่งอ้าปากพะงาบ
ไม้แข็งงัดรักษ์ไม่ได้ โอกาสที่อยากได้ก็คงไม่มีทางได้รับอย่างแน่นอน
“แค่ปลดบล็อกพี่ก็พอรักษ์ อย่างน้อยขอให้เราได้ทักทายพูดคุยกันบ้างเวลาที่คิดถึง...เวลาที่พี่คิดถึงจะได้หน้าเห็นรักษ์ในข้อความก็ยังดี” หวังว่าคำขอแค่นี้คงไม่มากไป
“นะรักษ์ พี่สัญญาว่าจะไม่ทักรักษ์ก่อน ไม่โทรไปรบกวน ให้พี่ได้รูป เห็นสเตตัสที่โพสต์บ้างก็พอ”
“พี่สัญญาแล้วนะว่าจะไม่วุ่นวาย”
“ครับ พี่สัญญา”
รักษ์ยังอยู่ในอารมณ์หงุดหงิดหัวเสียแต่ก็หยิบมือถือมากดสองสามทีตามที่อีกคนร้องขอ ไม่นานใบหน้าที่คิดถึงก็ปรากฏขึ้นในรายชื่อการติดต่อของพีระ
“ขอบคุณมากครับที่รัก”
“พี่โฬม”
“ขอโทษ พี่ดีใจจนลืมตัว วันนี้ไม่รบกวนแล้ว ขอบคุณอีกครั้งนะครับ”
พอเด็กน้อยได้ตามที่ต้องก็รีบขึ้นรถแล้วขับกลับบ้านโดยทันทีและเป็นฝ่ายที่คนปลดบล็อกเข้าไปส่องความเคลื่อนไหวต่างๆ ของพีระ
หลังจากเลิกกันทนายปากกล้าได้ทำหลายอย่าง
ทั้งลงภาพท้องฟ้าครึ้มพายุฝน ทะเลสีดำ เพลงเศร้าและตัดผมทรงใหม่ มองจากดาวเนปจูนก็รู้ว่าทั้งหมดมันคือสเตตัสของคนอกหัก แต่ภาพระหว่างเขาทั้งสองไม่เคยถูกลบ มีแต่รักษ์ที่ลบทิ้งจนไม่เหลือ
“จะงอนแล้วพาลรึเปล่าวะ” พอส่องพีระเสร็จก็กลับมาพูดกับตัวเอง
รักษ์ Move on เร็วมาก เขาใช้ชีวิตปกติดีมีความสุขหลังจาก Delete อีกคนออกไป