“นางกานต์”
“อ้าวพี่ มาดักผู้หญิงหน้าห้องน้ำแบบนี้มันไม่ดีนะคะ” อติกานต์แซว
ณ ร้านเหล้าแห่งหนึ่งไม่ไกลจากมหาวิทยาลัยที่ทั้งสองเรียน
“มีคนเดินตามแก แกไม่รู้หรอก”
“ไหน” เจ้าตัวมองซ้ายมองขวาไม่เห็นมีใครสักคนอย่างที่รักษ์ว่า
“มันคงไม่กล้ามาแล้วแหละ คราวหน้าก็ระวังตัวหน่อย”
“ไม่มีอะไรหรอกพี่ นี้ร้านเหล้านะคนเยอะแยะ”
“แต่แกเป็นผู้หญิง”
“ก็สวย” พูดแล้วก็ทำท่าเอาผมทัดหู
ถึงจะไม่สวยเท่าดาวมหาวิทยาลัยแต่หัวบันไดก็ไม่เคยแห้งนะคะ มั่นมากค่ะเพราะหลักฐานบนหน้ามันปฏิเสธไม่ได้
“ป้ะ! เมาแล้วเหรอมาเยี่ยวบ่อยเลือกเกิน” ชายหนุ่มเห็นน้องสาวลุกจากโต๊ะมาห้องน้ำคนเดียวบ่อยครั้ง หนุ่มๆ โต๊ะอื่นก็มองอติกานต์ตาเป็นมัน เมื่อกี้เขาเห็นมีคนเดินตามรักษ์จึงรีบลุกตามมาด้วยความเป็นห่วง
ท่อนแขนใหญ่ยกคล่องเอวสาวน้อยร่างบางเพราะเธอดื่มไปเยอะและเดินไม่ค่อยตรง
“ก็เผาหัวจากห้องไอ้จี๊ดมาแล้วไงพี่ ไม่เมาก็หาหมอเถอะกินขนาดนี้” กิจกรรมยามว่างของเด็กปีสองและปีสี่ ถ้าวันไหนว่างตรงกันก็มักมารวมตัวมาซดเบียร์ที่ร้านประจำจนเวลาล่วงไปกระทั่งร้านปิด คนมีรถก็แยกย้ายกันกลับ
“พวกพี่กลับกันเลยนะ”
“อ้าว...แล้วแกล่ะ”
“มีคนไปส่ง” อติกานต์ทำท่าอ้อมแอ้ม เธอไม่ได้บอกใครว่าคืนนี้ไม่ว่างเสียแล้ว
“ใครวะ”
“เอาไว้ค่อยแนะนำให้รู้จักวันหลังนะ”
“อย่าบอกนะ...” ว่าจะเป็นไอ้คนที่เดินตามอติกานต์เข้าห้องน้ำ
ไปแอบคุยกันตอนไหนวะ เพราะเท่าที่นั่งอยู่ด้วยกัน รักษ์คอยคุมเชิงอติกานต์อยู่ตลอด นั่งประกบไม่ห่างและมั่นใจว่าคืนนี้ไม่มีหนุ่มคนไหนเข้ามาคุยกับกานต์เลย
“อื้ออ...ไปๆ กลับได้แล้ว” อติกานต์ไล่
ท่าทางสาวน้อยคออ่อนเมาง่ายมันคือมารยาบทหนึ่งในร้อยเล่มเกวียนของผู้หญิงไง พี่รักษ์ไม่รู้บ้างเหรอ
เพราะรักษ์นั่งประกบติดๆ จนคนอื่นคิดว่ามีผัวคอยมาคุม ไม่รู้จะห่วงเธออะไรขนาดนั้น
ชายหนุ่มยืนมองน้องสาวขึ้นรถอีกคันไปแล้วรอดูจนมันเคลื่อนหายไปจากสายตา บอกไม่ถูกว่ากำลังรู้สึกยังไงกันแน่ อาจจะแค่เป็นห่วงที่กานต์เป็นผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่ง มีผู้ชายเข้าหาเธอเพราะเธอดูแสบซ่าก๋ากั่นจีบไม่ยาก ออกจะง่ายด้วยซ้ำไป
หลายวันต่อ
“หายหัวไปเลยนะสาว” หลังจากรวมตัวกินเบียร์วันนั้นอติกานต์ก็ไม่มาเรียนเป็นสัปดาห์ โทรไปไม่รับ ส่งข้อความไปไม่อ่าน รักษ์เอ่ยแซวเพราะคิดว่าน้องสาวคงมัวและหลงผู้ใหม่
“ก็มาแล้วนี้ไง”
“เป็นอะไรแก ร้องไห้ทำไมญาติเสียเหรอ” คนแซวยังคงกรุ่นในความคิดนั้น รักษ์คิดว่าอติกานต์ผ่านช่วงสุกงอมและขมขื่นมาหมาดๆ
ความรักระยะสั้นๆ ที่เริ่มต้นและจบลงในหนึ่งสัปดาห์เหมาะแล้วสำหรับวัยรุ่นยุคนี้ และนี้ไม่ใช่ครั้งแรกเพราะปลอบใจกันมาไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง
“พ่อมันตาย”
“ฮะ!”
“พ่อมันตาย มันหลอกกานต์ว่าโสด โสดอะไรวะ เมียนั่งรถตามมาตบถึงคอนโด”
“ตบใคร”
“ตบผัวมัน”
“โล่งอกไปที”
อติกานต์เล่าว่าหนุ่มสุดหล่อจากมออื่นคนนั้นเข้ามาขอไอดีเธอตอนที่รักษ์ลุกไปเข้าห้องน้ำ ลองเชิงดูว่าเธอโสดหรือเปล่าตอนที่ไม่มีคนนั่งคุมแล้วแน่นอนว่าอติกานต์โสดทั้งคู่จึงแลกไอดีกัน
จริงๆ แล้วคืนนั้นก็คงจบลงที่คอนโดของอติกานต์ถ้าเมียของผู้ชายต่างมหาวิทยาลัยคนนั้นไม่นั่งวินตามมาตบถึงที่
ฝ่ายชายถูกผู้หญิงเอารองเท้าแตะฟาดปากไปหลายทีจนเลือดไหล ทะเลาะกันดังลั่นจนคนมุงดูแต่ไม่มีใครกล้ายุ่งเพราะเป็นเรื่องผัวเมียทะเลาะกันและอติกานต์ก็ตกอยู่ในสถานการณ์มือที่สามไปโดยไม่ต้องบรรยาย
และไม่จบเท่านั้น
วันต่อมาฝ่ายหญิงมาดักรออติกานต์ เจ้าตัวคิดว่าจะถูกทำร้ายก็เลยไม่กล้าลงจากคอนโด ระแวงไปหมด กลัวไปหมดแต่ไม่พูดหรือบอกใครเพราะตัวเองก็อาย แต่สุดท้ายลองเปิดหน้าชนเพราะทนไม่ไหวที่ไปไหนไม่ได้ตั้งหนึ่งอาทิตย์ อติกานต์เข้าใจว่าตัวเองไม่ได้ทำผิดมากมายขนาดนั้น เธอไม่รู้ว่าถูกหลอกและระหว่างผู้ชายคนนั้นก็ไม่ได้มีอะไรเกินเลย มันก็ไม่ควรมาถูกใครคุกคามแบบนี้
คดีพลิกเมื่อคนที่มาดักรอปล่อยร้องไห้โฮ เธอตั้งท้องในวัยเรียน ต่างคนต่างไม่พร้อมฝ่ายชายจึงแนะนำให้เอาออกก่อน รอเรียนจบและทำงานสร้างเนื้อสร้างตัวสักพักค่อยให้ผู้ใหญ่ไปสู่ขอตบแต่งเป็นเรื่องเป็นราวแล้วค่อยมีลูกก็ยังไม่สาย เมื่อเธอยอมทำตามแต่ทว่ามันกลับไม่ยอมรักษาสัญญาที่ว่าจะคบกันเหมือนเดิม พอมันรู้ว่าไม่มีปัญหาเรื่องการตั้งครรภ์แบบไม่พร้อมแล้วมันก็บอกเลิกเธอทันที ไม่เคยสนใจไยดีหลังจากที่เธอไปทำเรื่องพันนั้น
ฝ่ายหญิงไม่ใช่คนผิดในเรื่องนี้แต่ก็ยอมทำทุกอย่างและขอโอกาสเพื่อให้ได้กลับมาคบกันเหมือนเดิมแต่มัน...มันเที่ยวจีบผู้หญิงไปทั่ว มั่วไปเรื่อยเปื่อย
รถที่มันขับ คอนโดที่มันอยู่ ห้องที่มีมันนอน เตียงที่ให้ผู้หญิงอื่นมานอนทับรอยของเธอก็เป็นสมบัติของพ่อแม่เธอทั้งนั้น
อติกานต์กลายมาเป็นคนปลอบใจหญิงสาวที่น่าสงสาร เธอฟูมฟายให้กับความรักและความผูกพันสามปีเต็มที่ต้องจบลงเธอเพียงเพราะความผิดพลาดที่ลืมกินยาคุม ดีดดิ้นร้องไห้จะเป็นจะตายราวกับโลกจะดับสลาย กานต์อดรนทนไม่ไหวก็เลยออกปากต่อว่า เธอคนนั้นเอาแต่โทษตัวเองและพยายามยื้อผู้ชายสารเลวทั้งๆ ที่ตัวเองออกจะสะสวยอีกทั้งฐานะทางบ้านก็รวย ไม่เหมาะกับคนเลวแบบนั้นเลย ชีวิตของเธอควรเจอคนที่คู่ควรกว่านี้
และนี้แหละสาเหตุที่ทำให้อติกานต์ตาบวมเพราะร้องไห้เป็นเผาเต่ากับผู้หญิงคนนั้น
“ทีหลังแกก็ดูดีๆละกัน เห็นมั้ยว่าผู้ชายสมัยนี้มันเลวแค่ไหน”
“บนโลกนี้ไม่มีใครดีกว่าพี่รักษ์อีกแล้ว”
“ประชดเหรอ” รักษ์เสียงแหว เตือนด้วยความเป็นห่วงแท้ๆ แต่นางเด็กนี้มันยอกย้อนใส่
“กานต์พูดจริงนะ พี่รักษ์ดีที่สุดในโลกแล้วจริงๆ ถ้าเป็นไปได้กานต์อยากได้พี่รักษ์เป็นผัว”
“เอาจริงๆ แกก็ไม่ได้เลวร้ายนะกานต์ หน้าตาก็ไม่ได้แย่”
“เราลองมาคบกันดูมั้ย”
“หัวไปกระแทกอะไรมาฮะแก” รักษ์ทำหน้าขยาดขนลุก น้องคนสนิทมาขอคบมันแปลกประหลาดชอบกล
“อะล้อเล่น ฮาๆๆ” อติกานต์หัวเราะลั่น รู้หรอกว่าไม่ใช่สเปคที่รักษ์ชอบและห่างไกลจากนั้นเยอะ
“อย่าเล่นแบบนี้อีกนะแก”
“ทำไมอะ หวั่นไหวเหรอ” อติกานต์จ้องเข้าไปในตาคู่สนทนา
รูปร่างหน้าตานิสัยเต็มสิบไม่หักข้อใด รู้จักกันมาสองปีเจอหน้ากันแทบทุกวัน กินนอนด้วยกันเฮไหนเฮนั่น พี่รักษ์ไม่ใช่พระอิฐพระปูนไร้ความรู้สึกเขาจะไม่คิดเกินเลยกับเธอบ้างเหรอ
ที่ผ่านมาสำหรับอติกานต์แล้ว รักษ์คือคนที่อยู่ด้วยแล้วสบายใจอย่างที่สุด สามารถเป็นตัวของตัวเองได้อย่างเต็มที่ บ้าๆ บอๆ ติ๊งต๊องอยากทำอะไรก็ทำ ยามเศร้าก็ร้องไห้ปรับทุกข์ได้โดยไม่ต้องอายอะไรเลย
ในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง รักษ์เป็นผู้ชายที่จิตใจดีมาก มีน้ำใจชอบช่วยเหลือคนอื่น เป็นที่ปรึกษาและผู้รับฟังที่ดี ถ้าเขาชอบผู้หญิงหรือมีโอกาสจะเปลี่ยนใจมาชอบผู้หญิงมันก็คงดีไม่น้อย
“หวั่นไหวสิ มือไม้สั่น คันไปทั้งตัวเหมือนลมพิษขึ้น อุ๊ย! ดูสิ ขนลุกไปหมดเลยแกเอ๊ยยย”
“โอ้โหย...คนนะไม่ใช่ผี ไม่ใช่ขี้ ไม่ใช่แมลงสาบ” หญิงสาวแง่งอน รักษ์ทำเหมือนเธอเป็นสิ่งสกปรกมีพิษร้ายแรงก็ไม่ปาน
“งอนเหรอ ไม่ง้อนะจ๊ะเพราะนอกจากฉันก็ไม่มีใครคบแกแล้ว”
“เห้อ...”
“เอาน่า...เป็นพี่เป็นน้องแบบก็ดีอยู่แล้วน่ะ เป็นแฟนกันอาจจะเลิกกันในสักวัน แต่เป็นแบบนี้แกไม่มีวันเสียพี่คนนี้ไป” รักษ์ลูบศีรษะทุยปลอบใจ
เขาไม่รู้หรอกว่าอติกานต์พูดเล่นหรือจริงจังแค่ไหน เขาก็ชอบอยู่ใกล้ๆ กานต์เหมือนกัน ชอบเห็นน้องสาวยิ้มดีใจมีความสุข เป็นห่วงและร้อนรนไม่ต่างกันเวลาที่เธอทุกข์ใจหรือร้องไห้ อยากเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของกันและกันไปนานๆ และไม่อยากให้สิ่งใดก็ตามแต่มาทำให้เราสองคนต้องผิดใจหรือแยกจากกัน