‘หายหัวไปซะหลายวันเลยนะแก’
“พี่รักษ์มีอะไรรึเปล่า”
‘ใจคอจะไม่คิดมาเจอหน้ากันบ้าง ช่วงนี้แกเป็นอะไร’
“สบายดี”
‘มาหาฉันหน่อยสิมีเรื่องอยากคุยด้วย’
สายจากพี่รักษ์โทรมาหลายครั้งจนในที่สุดอติกานต์ต้องรับสายเพื่อคุยกัน ตั้งแต่แยกกันที่ร้านในวันนั้น อติกานต์ก็หลบหน้าหลบตามาตลอด
ย้อนไปตอนที่ทนายพีระแยกตัวมานั่งกับเธอขณะที่รักษ์คุยรายละเอียดงานอยู่ ช่วงแรกก็เกี่ยวกับเรื่องคดีความที่กำลังจะเกิดขึ้น แต่ช่วงหลัง...ไม่ใช่
“ต้องขอบคุณคุณกานต์นะครับที่ทำให้ผมกับรักษ์ได้กลับมาคุยกัน”
“แค่กลับมาคุยกันเอง แล้วกานต์ก็ไม่ได้ทำอะไรเลยนะคะ”
“แต่การกลับมาคุยกันครั้งนี้ มันดีมากนะครับ เราอาจจะไปได้ไกลกว่าเดิมด้วย”
“ยังไงนะคะ” คนฟังไม่เข้าใจที่ทนายกำลังจะสื่อ
“หลังจากเสร็จงานของญาติผม ผมว่าจะขอรักษ์แต่งงาน”
“ตะ แต่งงาน ละ เหรอคะ”
“ครับ! ต้องขอบคุณคุณกานต์มากๆ ที่พารักษ์กลับมาหาผม” รอยยิ้มของคนที่อิ่มเอมในความรักมันช่างอุดมไปด้วยความสุขถึงเพียงนี้ ความสุขที่สามารถแพร่กระจายไปถึงอีกคน ผู้หญิงที่ถูกผู้ชายหลอกและกำลังโดนเมียเขาฟ้องยังรับรู้มันได้ชัด
“แล้วพี่รักษ์เขาโอเคใช่มั้ยคะ คือกานต์หมายความว่าพวกพี่เพิ่งกลับมาคุยกันเอง อะไรจะรวดเร็วขนาดนั้นคะ กานต์ตัดชุดเพื่อนเจ้าสาวไม่ทัน” หญิงสาวไม่ได้พูดด้วยความยินดี ในใจเธอหวิวโหวงบอกไม่ถูกที่รักษ์กำลังจะแต่งงานเป็นฝั่งเป็นฝาออกไป
“เพื่อนเจ้าสาวเหรอ...ฟังดูน่ารักจัง”
“แล้วกานต์จะเป็นอย่างอื่นได้เหรอคะ”
“นั่นสินะครับ พอได้กลับมาคุยกันครั้งนี้มันทำให้ผมได้รู้ใจตัวเองมากๆ และรักษ์เองก็คงจะคิดเหมือนกัน ทุกอย่างมันเลยราบรื่นและรวดเร็วไปหมดอย่างที่คุณกานต์ว่าแหละครับ เราเข้ากันได้ดีทุกอย่าง พอได้กลับมารื้อฟื้นแล้วมันก็เลย...” ทนายพีระยกยิ้มกรุ้มกริ่ม เขามีความสุขที่มีรักษ์อยู่ในชีวิต
“หรือผมควรเกริ่นกับรักษ์วันนี้เลยดีมั้ยครับ ตื่นเต้นจัง คุณกานต์พอแนะนำหน่อยได้มั้ย”
“กานต์ไม่เคยมีประสบการณ์ ไม่เคยถูกใครขอแต่งงาน ไม่เคยสมหวังในความรักสักครั้งกานต์แนะนำไม่ได้หรอกค่ะ” ชีวิตชะนีช่างอาภัพนัก
หาเงินมาทำหน้าจนงามพริ้งขนาดนี้แล้วแต่ไม่มีผู้ชายดีที่จริงใจเข้ามาเลย พี่รักษ์ก็หนีไปมีผัวซะแล้ว คงเหลือกานต์คนเดียวที่ต้องเกาะคานทองแห้งเหี่ยวเดียวดาย
“คุณสายชลไงครับ เขาดูจริงจังกับคุณมากอยู่นะ”
“มันมีเมียแล้วจำไม่ได้เหรอคะพี่โฬม”
“เดี๋ยวเขาก็เลิกกัน ผมจะทำให้เขาเลิกกันให้ได้ คุณกานต์จะได้ไม่เหงาหลังจากที่รักษ์แต่งงานกับผม”
“แหม พูดเหมือนแต่งงานกันแล้วพี่โฬมจะให้พี่รักษ์เลิกคบกับกานต์งั้นแหละค่ะ”
“เอาจริงๆ ผมแอบหึงพวกคุณสองคนอยู่นะ ผมไม่ค่อยชอบเลยที่รักษ์สนิทกับคุณกานต์มากมายขนาดนี้” ทนายพีระพูดชัด
เขาไม่ค่อยโอเคที่รักษ์และอติกานต์ใกล้ชิดกันเกินพอดี ชายหญิงอยู่ด้วยกันมากๆ เข้าสักวัน ผีอาจจะผลักได้
“พี่รักษ์กับกานต์เนี้ยนะคะ ถ้าผีจะผลักให้ได้กันคงผลักตั้งแต่สมัยเรียนแล้วมั้งค่ะ เมื่อก่อนเขาก็เคยมีแฟนเป็นดาวคณะด้วยซ้ำ อย่างกานต์เทียบไม่ติดฝุ่นเลย”
“เหรอครับ รักษ์เคยคบผู้หญิงด้วยเหรอ เรื่องนี้ผมไม่เคยรู้มาก่อนเลย” ทนายหน้ามั่นหน้าหดเหลือสองนิ้ว
ประวัติของรักษ์ที่เขาไม่เคยรู้มาก่อน ส่วนตัวเขาเองไม่เคยมีแฟนเป็นผู้หญิงเลย ไม่เคยเข้าใกล้ ไม่เคยมีใจประดิพัทธ์ เวลาถูกเนื้อต้องตัวกันแล้วขนมันลุก
“งั้นผมคงปล่อยเวลาให้มันผ่านไปโดยเปล่าประโยชน์อีกไม่ได้แล้วล่ะ ไม่ว่ารักษ์จะเป็นหรือเคยเป็นยังไงมาก่อน วันนี้ผมรับได้ทุกอย่าง ผมอยากอยู่กับเขา อยากใช้ชีวิตกับเขาทุกๆ วัน ช่วยอวยพรให้ผมด้วยนะครับคุณกานต์ หลังจากเสร็จงานนี้แล้วผมจะขอรักษ์แต่งงาน คุณตัดชุดเพื่อนเจ้าสาวรอได้เลย”
“ค่ะ...” แววตาเป็นประกายที่เปี่ยมไปด้วยความสุขนั้นน่าอิจฉาเสียจริง
อติกานต์อย่างเป็นแบบนั้น อยากมีคนรักและสมหวังในความรัก อยากตื่นเช้าขึ้นมาแล้วเห็นคนรักที่รักเธอเช่นกันอยู่ข้างๆ อยากมีคนร่วมทุกข์ปันสุขไปจนวันสุดท้ายของกันและกัน แต่มันคงไม่ใช่วาสนาของเธอสินะ
‘มาหาฉันหน่อยสิมีเรื่องอยากคุยด้วย’
“มีอะไรก็พูดมาเลยสิ”
‘สรุปคือแกจะหลบหน้าฉัน’
“ไม่ได้หลบสักหน่อย ก็แค่ไม่สะดวกไปหา”
‘อยู่คอนโดใช่มั้ย ได้! งั้นฉันไปหาแกเอง’ คนในสายพูดจบแล้วก็กดวาง
น้องสาวคนสนิทพยายามหลบหน้าเขาตั้งแต่วันนั้นที่เจอกันในร้านอาหาร ทั้งไม่ยอมรับสายและไม่ตอบข้อความ ทุกอย่างดูแปลกไปหมดและรักษ์ก็ไม่ชอบเช่นกันที่อติกานต์หายออกไปจากชีวิตอย่างที่ไม่เคยเป็น