ตอนที่9 รับสายแทน

1147 Words
(เด็กดื้อของศิลา) 1ปีต่อมา ณ บ้านไม้สักหรือเรือนไทยยกพื้น มีเด็กสาวสองคนในวัยเดียวกัน นั่งทำการบ้านกันอยู่ที่โต๊ะไม้สักตรงใต้ถุนบ้าน ในขณะที่สองสาวกำลังทำการบ้านกันอยู่ หนึ่งในพวกเธอสองคนก็พูดขึ้น... "พั้นซ์เดี๋ยวเราไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ" เมื่อรู้สึกปวดฉี่ขึ้นมา เสียงหวานเล็กๆของซีเซียจึงเอ่ยบอกเด็กสาวอีกคนที่มีนามว่าน้ำพั้นซ์ ...น้ำพั้นซ์คือลูกของน้องสาวแม่ซีเซียหรือซีเซียกับน้ำพั้นซ์เป็นลูกพี่ลูกน้องกันนั่นเอง "อือ" เมื่อเห็นอีกคนพยักหน้าให้ ซีเซียก็รีบลุกจากเก้าอี้ไม้สักแล้วเดินจ้ำอ้าวไปทางห้องน้ำอย่างไว ~~~~~ เสียงโทรศัพท์ดัง "เซียมีคนโทรมา!" เมื่อได้ยินเสียงโทรศัพท์ของซีเซียที่วางอยู่บนโต๊ะดังขึ้น น้ำพั้นซ์จึงรีบหันไปตะโกนบอกซีเซียก่อนที่อีกคนจะเปิดประตูเข้าห้องน้ำ โดยที่เธอเองก็ไม่ได้หันไปมองว่าใครโทรเข้ามา ...แม้ว่าน้ำพั้นซ์จะเกิดที่ใต้และอยู่ใต้มาตั้งแต่เกิด แต่เธอไม่ได้พูดภาษาท้องถิ่น เพราะต้นตระกูลหรือตากับยายเป็นคนภาคกลาง แต่ย้ายมาปักหลักตั้งถิ่นฐานอยู่ที่ใต้ ครอบครัวของเธอจึงพูดภาษากลางกันตามปกติ ไม่ได้ติดพูดภาษาถิ่นแต่อย่างใด แต่ก็ฟังภาษาถิ่นออกหรือรู้ภาษาใต้ดี "ใครโทรมาอะ รับแทนหน่อยสิ ปวดฉี่ไม่ไหวแล้วเนี่ย" ซีเซียพูดพลางหนีบขาสองข้างเข้าหากันแน่นด้วยความปวดฉี่จนอั้นแทบจะไม่ไหวอยู่แล้ว ด้านน้ำพั้นซ์ที่ได้ยินเช่นนั้นก็ชะเง้อหน้าไปมองโทรศัพท์ของซีเซียเพื่อดูว่าใครโทรมา แต่เมื่อเห็นว่าเป็นใครที่โทรวีดีโอคอลมาหาซีเซีย น้ำพั้นซ์ก็ชะงักนิ่งไปชั่วครู่ก่อนจะหันไปเอ่ยตอบซีเซีย "อาเตชินท์" "อาเตเองเหรอ งั้นพั้นซ์ช่วยรับแทนหน่อย เราขอฉี่ก่อนไม่ไหวแล้ว" พูดจบซีเซียก็รีบเข้าห้องน้ำไปทันที ทิ้งให้น้ำพั้นซ์นั่งคิดหนัก ไม่รู้ว่าควรรับแทนหรือไม่รับดี เพราะอีกฝ่ายวีดีโอคอลมา ถ้าจะให้เธอรับแทนมันก็ยังไงๆอยู่ เพราะตัวเธอเองไม่เคยเจอกับอาของซีเซียมาก่อน อาศัยว่าเธอรู้จักเขาจากที่ซีเซียเคยเอารูปให้ดูและพูดถึงเขาให้เธอฟังอยู่บ่อยๆ แต่เธอก็ไม่เคยเจอหรือแม้แต่จะพูดกับเขาเลยสักครั้ง ทว่าสุดท้ายเธอก็ตัดสินใจหยิบโทรศัพท์ของซีเซียขึ้นมา แล้วตั้งพิงกับแก้วน้ำโดยหันหน้าจอโทรศัพท์มาทางตัวเองก่อนจะกดรับสายด้วยอาการประหม่าเล็กน้อย "เอ่อ สะ สวัสดีค่ะ ซีเซียไปเข้าห้องน้ำค่ะ เลยให้หนูรับแทน" น้ำพั้นซ์พูดพลางพนมสองมือน้อยๆไหว้คนในจอโทรศัพท์ น้ำเสียงตะกุกตะกักไปหมด ทั้งประหม่าทั้งตื่นเต้นแปลกๆ และรู้สึกเขินขึ้นมากับใบหน้าหล่อเหลาของคนในจอ (แล้วหนูเป็นใคร เพื่อนน้องเซียเหรอ) "ค่ะ" เมื่อได้ยินอีกคนถาม น้ำพั้นซ์จึงเลือกที่จะตอบกลับไปแค่นั้น เพราะไม่อยากพูดเยอะไปกว่านี้ แค่คนในจอจ้องมองมาเธอก็เสียอาการจะแย่อยู่แล้ว ขืนพูดกับเขามากไปกว่านี้มีหวังเธอคงเขินตายกันพอดี (แล้วหนูชื่ออะไรครับ) "นะ น้ำพั้นซ์ค่ะ" น้ำพั้นซ์ตอบด้วยน้ำเสียงติดขัด แค่คนในจอมองมาแล้วยิ้มให้ เธอก็เขินจะแย่อยู่แล้ว นี่เขายังจะพูดเพราะลงท้ายว่าครับอีก เล่นเอาใจดวงน้อยๆของเธอแทบเหลว จากเด็กช่างพูดช่างจา ตอนนี้กลับไม่เป็นตัวของตัวเอง คล้ายคนเป็นใบ้ กว่าจะพูดออกมาได้แต่ละคำช่างยากเย็นเหลือเกิน (น้ำพั้นซ์ ลูกของน้องสาวแม่น้องเซียใช่ไหมครับ) น้ำพั้นซ์ที่ได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกสงสัยไม่น้อยว่าเขารู้จักเธอได้ยังไง ทว่าในขณะที่กำลังสงสัยอยู่ ก็ได้ยินเสียงของซีเซียเอ่ยตอบคนในจอแทนเธอ "ใช่ค่ะ นี่แหละน้ำพั้นซ์ลูกของน้องสาวแม่น้องเซียเอง เป็นไงคะอาเต พั้นซ์น่ารักอย่างที่น้องเซียเคยเล่าให้ฟังไหมคะ" ซึ่งคำพูดของซีเซียก็ทำให้น้ำพั้นซ์หายสงสัยเป็นปลิดทิ้ง โดยไม่รู้มาก่อนเลยว่าซีเซียเคยพูดถึงเธอให้อีกคนฟังด้วย พอรับรู้แบบนี้ก็ยิ่งทำให้รู้สึกเขินเข้าไปใหญ่ แต่เก็บอาการเอาไว้เพราะกลัวซีเซียจะรู้ว่าเธอกำลังเขินเขาอยู่ ทว่าคำพูดต่อมาของคนในจอยิ่งทำให้เธอเขินหนักเข้าไปอีก (น่ารักครับ น่ารักกว่าที่คิดอีก) "นี่แสดงว่าอาเตเก็บเรื่องของพั้นซ์ที่น้องเซียเล่าให้ฟังไปคิดใช่ไหมคะเนี่ย คิกๆ" ซีเซียพูดแซวคนเป็นอาแล้วหัวเราะคิกคักอย่างชอบใจ ด้านน้ำพั้นซ์ที่ทนความเขินไม่ไหวเมื่อเห็นสองอาหลานเอาแต่พูดถึงเธอ เธอจึงหยิบโทรศัพท์ที่วางพิงแก้วน้ำอยู่คืนให้เจ้าของมัน ซีเซียก็รับโทรศัพท์มาแล้วเดินกลับไปนั่งที่ของตัวเองตรงข้ามกับน้ำพั้นซ์ พลางคุยกับคนเป็นอาไปเรื่อยไม่หยุดปาก โดยมีน้ำพั้นซ์นั่งเหลือบมองเป็นระยะๆ (ว่าแต่น้องเซียจะกลับเมื่อไหร่ครับ อาคิดถึงจะแย่แล้วนะ) "น้องเซียก็บอกไปหลายครั้งแล้วหนิคะ ถ้าน้องเซียอยากกลับเมื่อไหร่น้องเซียจะบอกเอง อาเตไม่ต้องถามให้เสียเวลาหรอกค่ะ เพราะตอนนี้น้องเซียยังไม่อยากกลับ" (แต่ตอนนี้ไอศิมันเลิกกับขวัญตาแล้วนะครับ น้องเซียไม่คิดจะกลับมาหามันหน่อยเหรอ) ได้ยินเช่นนั้นซีเซียก็ชะงักนิ่งไปชั่วครู่ ก่อนจะเอ่ยตอบคนเป็นอาไปด้วยน้ำเสียงหนักแน่น "เค้าเลิกกันแล้วมันเกี่ยวอะไรกับน้องเซียล่ะคะ ถ้าอาเตโทรมาเพื่อจะพูดให้น้องเซียกลับไปหาอาศิ คราวหลังก็ไม่ต้องโทรมาแล้วนะคะ" พูดจบซีเซียก็กดตัดสายทิ้งไปทันที หลังจากนั้นเธอก็นั่งทำการบ้านต่อ โดยเลือกที่จะไม่สนใจเรื่องของอีกคน แม้ว่าระยะหนึ่งปีมานี้เธอพยายามสลัดอีกคนออกจากความรู้สึกแต่มันก็ทำยากมากเหลือเกิน จนตอนนี้เธอยังลืมเขาไม่ได้เลย แต่ในเมื่อเธอตั้งใจตัดเขาออกจากชีวิตแล้ว เธอก็ต้องทำให้ได้ ซึ่งเธอก็มั่นใจว่าจะลืมเขาได้ในสักวัน เขียนบรรยายโดยนามปากกา อิมอิน
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD