“ไม่ใช่นะคะเจษ ตอนนั้นมาร์แค่…” “คุณไม่จำเป็นต้องอธิบายหรอกครับ มันไม่มีความหมายอะไรกับผมอยู่แล้ว” ชายหนุ่มส่ายหน้าบอก มาติกาหน้าเสียอีกระลอก “ที่พูดไม่ได้หมายความว่าผมต้องการรื้อฟื้นความทรงจำเก่าๆ ในอดีต แต่ผมพูดเพราะต้องการให้คุณรู้ว่าผมไม่เคยคิดจะนอกใจแฟนของผม” น้ำเสียงในประโยคสุดท้ายหนักแน่นจนมาติกาเผลอกลั้นลมหายใจชั่วขณะ “คุณเจษ” แพรพลอยที่ฟังอยู่นานเรียกชื่อแฟนหนุ่มแผ่วเบา เจษฏาหันมาส่งยิ้มให้หญิงสาวคนรัก บีบกระชับฝ่ามือนุ่มเพื่อให้เธออุ่นใจ “ดังนั้นไม่ว่าคุณจะคิดวางแผนทำอะไรก็ตาม ขอให้รู้เอาไว้ว่าคุณไม่มีทางแทรกกลางระหว่างผมกับคุณแพรได้” เหมือนสายฟ้าฟาดเข้าที่ใบหน้าอย่างจัง ร่างเพรียวระหงแทบจะทรงตัวยืนไม่อยู่ หัวสมองตื้อตันคิดอะไรไม่ออก ได้ยินแต่คำพูดเสียดแทงหัวใจของเขาดังสะท้อนอยู่ในแก้วหูทั้งสองข้าง แพรพลอยเห็นสีหน้าซีดเผือดของอีกฝ่ายก็พลันรู้สึกสงสาร เข้าใจหัวอกลูกผู้หญิ

