ชายชุดดำ

1737 Words
สาวสวยเรือนร่างอรชรภายใต้ชุดเดรสเกาะอกสีดำขลับ ช่วยขับผิวขาวนวลเนียนผุดผาดให้ยิ่งเปล่งประกายงดงาม เธอก้าวออกจากลิฟต์โดยสารบนชั้น 55 ของอาคารสูงเสียดฟ้าของโรงแรมห้าดาวใจกลางกรุง ซึ่งเป็นสกายบาร์สุดหรูที่ได้รับความนิยมในหมู่หนุ่มสาว หญิงชายมากมายต่างควงคู่กันมาดินเนอร์ใต้แสงเทียน พร้อมกับดื่มด่ำกับบรรยากาศโรแมนติกในยามค่ำคืน เจ้าของดวงหน้างดงามที่เพิ่งก้าวออกมาจากกล่องเหล็กสี่เหลี่ยม ไล่สายตามองไปโดยรอบเพื่อหาใครบางคน ก่อนจะไปสะดุดเข้ากับหญิงสาวผมสีน้ำตาลอ่อนในชุดแดงเพลิง เจ้าหล่อนโบกไม้โบกมืออยู่ที่โต๊ะริมระเบียงกระจกใสในมุมหนึ่งของสกายบาร์ เมื่อเห็นแบบนั้น ร่างอรชรก็ก้าวเดินนวยนาดไปหยุดยืนข้างโต๊ะ ก่อนหย่อนสะโพกนั่งลงบนเก้าอี้สตูล “แหม...แม่คนคิวทอง กว่าจะมาได้นะแก ฉันรอจนหมดไปสามแก้วแล้วย่ะ” ขวัญจิราว่าพลางผินหน้าไปทางแก้วค็อกเทลว่างเปล่า ก่อนจะยกมือขึ้นส่งสัญญาณเรียกบริกรหนุ่มรูปหล่อ “ก็ตั้งแต่กลับมาจากซิดนีย์แม่ฉันก็พาตระเวนไปสังสรรค์กับญาติ ๆ สามวันติดเลย กว่าจะเจียดเวลาออกมาหาแกได้ก็วันนี้นี่แหละ” กวินตราสาธยายให้เพื่อนรักฟัง พลางหันไปรับเมนูมาจากบริกรหนุ่ม หญิงสาวก้มลงอ่านรายการอาหารและเครื่องดื่ม ก่อนจะเงยหน้าขึ้นไปสั่งค็อกเทล และของทานเล่นอีกสองอย่าง จากนั้นจึงยื่นเมนูคืนกลับไป “แล้วแกไม่ได้นัดลดามาด้วยเหรอ” กวินตราเอ่ยถามถึงลลดา เพื่อนรักอีกคนหนึ่งที่คบหากันมาอย่างยาวนานตั้งแต่สมัยเรียนอนุบาล พวกเธอทั้งสามคนร่ำเรียนด้วยกันจนจบชั้นมัธยมศึกษา ก่อนจะแยกย้ายกันไปเรียนต่อในระดับอุดมศึกษา ซึ่งกวินตรานั้นเดินทางไปเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยชั้นนำในประเทศออสเตรเลีย และเพิ่งเดินทางกลับมาประเทศไทยเมื่อสามวันก่อน “ฉันโทรไปเท่าไหร่มันก็ไม่รับ จู่ ๆ เมื่อคืนก็ส่งข้อความมาว่าไปทำงานต่างประเทศน่ะ” “อืม...เสียดายจัง ฉันแทบไม่ได้คุยกับลดามันเลย พักหลังก็เริ่มรู้สึกว่ามันห่างกันไปเรื่อย ๆ ไม่รู้ว่ามันมีปัญหาอะไรหรือเปล่า” กวินตราเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าครุ่นคิด ทว่าขวัญจิรายักไหล่อย่างไม่ยี่หระ “อย่าว่าแต่แกเลยยัยแก้ม ฉันเองเรียนอยู่มหา’ ลัยเดียวกับมันแท้ ๆ ยังแทบไม่ได้เจอกัน พอฉันชวนไปเที่ยวไปกินข้าว นางก็บอกว่าไม่ว่างบ้างล่ะ ต้องไปทำงานพาร์ทไทม์บ้างล่ะ” กวินตราพยักหน้ารับด้วยความเข้าใจ เนื่องจากครอบครัวของลลดานั้นไม่ได้ร่ำรวยเหมือนครอบครัวของเธอ และขวัญจิรา หนำซ้ำยังมีภาระหนี้สิน ทำให้ลลดาต้องทำงานพาร์ทไทม์เพื่อส่งตัวเองเรียน “แกก็รู้นี่ว่าลดามันลำบาก โชคดีนะที่ได้พี่บุช่วยเรื่องงานพาร์ทไทม์ เรียนจบพี่บุก็รับเข้าทำงานเลย” กวินตราเอ่ยถึงบุรินทร์ คู่หมั้นหนุ่ม ผู้เป็นทายาทบริษัทอสังหาริมทรัพย์ และเป็นฝ่ายหยิบยื่นความช่วยเหลือในเรื่องหน้าที่การงานให้แก่ลลดา “เออ...ว่าแต่แกกับพี่บุเป็นยังไงบ้าง ช่วงนี้ไม่เห็นแกพูดถึงพี่บุเลย” “ก็ไม่มีอะไรให้พูดถึงน่ะสิ ตั้งแต่พี่บุขึ้นรับตำแหน่งรองประธานก็งานยุ่งจนแทบไม่มีเวลาคุยกัน ฉัน...ไม่ได้คุยกับพี่บุมาเกือบเดือนแล้วมั้ง โทรไปก็เจอแต่เลขาฯ” กวินตราว่าจบ บริกรหนุ่มสุดหล่อก็ยกเครื่องดื่ม และของทานเล่นที่เธอสั่งไว้มาเสิร์ฟพอดี หญิงสาวรับมาได้ก็ยกแก้วค็อกเทลสีสวยขึ้นจิบอย่างสบายอารมณ์ ทว่าขวัญจิราที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม กลับจ้องมองเพื่อนรักคิ้วขมวดย่น “นี่ความรักของแกกับพี่บุยังดีอยู่ไหม” “ฉันก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน ฉันกับพี่บุรู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก สนิทกันเหมือนเป็นคนในครอบครัว เราต่างก็มีความรู้สึกดี ๆ ให้กัน แต่พอมาถึงตอนนี้ฉันก็เริ่มไม่แน่ใจว่าความรู้สึกที่เรามีให้กันมันใช่ความรักหรือเปล่า” กวินตราว่าไปตามที่คิด เธอและบุรินทร์เติบโตด้วยกันมาตั้งแต่วัยเยาว์ เนื่องจากบิดาของทั้งคู่เป็นเพื่อนรักกัน และได้ให้คำมั่นสัญญากันเอาไว้ว่าจะให้ลูก ๆ ได้เป็นทองแผ่นเดียวกัน จนนำไปสู่การหมั้นหมายก่อนที่กวินตราจะเดินทางไปเรียนต่อที่ซิดนีย์ ซึ่งหญิงสาวก็ไม่ได้ขัดข้องแต่อย่างใด เพราะบุรินทร์นั้นเปรียบเสมือนเพื่อนและพี่ชาย ใส่ใจดูแลเธอมาโดยตลอด อีกทั้งยังหน้าตาหล่อเหลา หากใครได้เป็นสามีก็ถือว่าโชคดีไม่น้อย “แล้วนี่...ตั้งแต่กลับมาแกยังไม่ได้เจอพี่บุเลยเหรอ” ขวัญจิราเอ่ยถามด้วยความไม่ค่อยชอบใจเท่าไรนัก หล่อนอยากให้เพื่อนรักได้มีความสุขในชีวิตคู่มากกว่านี้ ไม่ใช่เอาแต่ทำตามที่ผู้ใหญ่ต้องการเหมือนที่ผ่านมา “ยังเลย...พี่บุยังไม่รู้เลยว่าฉันกลับมา” “หะ...ยังไง...ทำไมถึงไม่รู้ล่ะ” “ก็อย่างที่บอกว่าเขางานยุ่งจนฉันติดต่อไม่ได้ ข้อความก็ไม่อ่าน โทรไปก็ไม่รับ พอกลับมาฉันก็เลยโทรไปถามเลขาฯ ถึงได้รู้ว่าตอนนี้พี่บุไปทำงานที่เซี่ยงไฮ้” ว่าจบกวินตราก็ยกแก้วค็อกเทลขึ้นดื่มพรวดพราดจนเกือบหมดแก้ว ก่อนหันไปส่งสัญญาณให้แก่บริกรหนุ่มเพื่อสั่งเพิ่มอีกหนึ่งแก้ว พอหันมาอีกทีก็พบว่าขวัญจิรากำลังลอบมองใครบางคน กวินตราเห็นแบบนั้นก็หันไปยังทิศทางที่เพื่อนรักกำลังสนใจ ก่อนจะไปสะดุดเข้ากับชายหนุ่มรูปงามภายใต้ชุดสูทสีดำ นั่งอยู่เพียงลำพังที่ปลายสุดของเคาน์เตอร์บาร์ พลางยกแก้วเครื่องดื่มสีอำพันขึ้นละเลียดอย่างใจเย็น และเขากำลังจับจ้องมองมาที่พวกเธอทั้งสองคนอย่างไม่วางตา “ขวัญ...ใครอ่ะ...แกรู้จักเหรอ...” กวินตราหันกลับมาเอ่ยถามขวัญจิราด้วยความข้องใจ ทว่าเพื่อนรักกลับส่ายศีรษะปฏิเสธ “ไม่อ่ะ รู้แต่ว่าเขาเป็นเสือที่กำลังจ้องตะครุบเราคนใดคนหนึ่งแน่ ๆ” “โอ๊ย แกก็รู้ว่าฉันเกลียดคนประเภทนี้ที่สุด กินมั่วไม่เลือก พอกินจนหนำใจแล้วก็ทิ้ง” กวินตราว่าจบก็หันไปส่งตาเขียวให้หนุ่มชุดดำที่ดูลึกลับ “โธ่...ยัยแก้ม แกก็อย่าจริงจังนักเลย เรามาบริหารเสน่ห์กันหนุก ๆ ดีกว่า” ว่าจบขวัญจิราก็คว้ากระเป๋าถือใบเล็ก และทำท่าจะหยัดกายขึ้น ทำเอากวินตราคิ้วกระตุกเข้าหากัน “นี่แกจะทำอะไร” “ฉันก็แค่อยากรู้ว่าเขามองใคร เดี๋ยวฉันจะแกล้งเดินไปเข้าห้องน้ำ” ขวัญจิราหลิ่วตาข้างหนึ่ง ก่อนลุกขึ้นเดินลิ่วออกไปจากโต๊ะ ปล่อยให้กวินตราที่กำลังยกมือห้ามปรามต้องชะงักค้างกลางอากาศ พอเบนสายตาไปยังเคาน์เตอร์บาร์ก็พบว่าชายคนนั้นกำลังยกยิ้มกรุ้มกริ่ม หญิงสาวจึงเชิดหน้าด้วยความหยิ่งทะนง ก่อนสะบัดหน้าหนีออกไปทางนอกระเบียง กวินตราเหม่อมองไปยังแสงไฟยามราตรีที่ส่องประกายระยิบระยับ ราวกับมีหิ่งห้อยนับล้านกำลังโบยบินท่ามกลางความมืด มือบางยกแก้วค็อกเทลแสนหวานค่อย ๆ จิบลงคออย่างใจเย็น ระหว่างรอเวลาให้เพื่อนรักกลับมาจากห้องน้ำ เวลาล่วงเลยผ่านไปหลายนาที พอรู้ตัวอีกทีก็รู้สึกได้ถึงใครบางคนเดินเข้ามานั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม “มาได้ซะทีนะแก...” เสียงหวานขาดห้วงหายไป เมื่อคนที่อยู่ตรงหน้าหาใช่ขวัญจิราเพื่อนรัก หากแต่เป็นชายหนุ่มรูปงามในชุดสูทสีดำขลับที่เธอพยายามหลบเลี่ยง ไม่อยากมองให้ระคายเคืองสายตา “ขอนั่งด้วยได้ไหมครับ” เขาว่าพลางวางแก้วค็อกเทลสีสวยแบบเดียวกับที่เธอกำลังดื่มลงบนโต๊ะ และเลื่อนมันเข้ามาตรงหน้าเธอ “ไม่ได้ค่ะ ตรงนั้นมีเจ้าของแล้ว ตรงนี้ก็ด้วย” ว่าจบ กวินตราก็ยกมือบางข้างซ้ายขึ้นมา เพื่อให้เขาได้เห็นแหวนหมั้นที่ประดับอยู่บนนิ้วนาง และเชิดหน้าขึ้นอย่างเย่อหยิ่ง ชายหนุ่มชะงักเล็กน้อย พร้อมใบหน้าหล่อเหลาฉายแววความผิดหวัง ก่อนที่เขาจะปรับสีหน้าให้เรียบเฉย และยกมือสองข้างขึ้นมา เป็นเชิงส่งสัญญาณยอมแพ้อย่างราบคาบ “โอเคครับ ผมไม่นิยมคนมีเจ้าของ แต่ผมขอเลี้ยงเครื่องดื่มแก้วนี้เป็นการขอโทษที่เสียมารยาท” สิ้นเสียงทุ้ม ใบหน้าหล่อเหลาก็เผยรอยยิ้มทรงเสน่ห์ ทว่านั่นยิ่งทำให้กวินตราเกิดความขุ่นเคืองมากขึ้นไปอีกระดับ หญิงสาวหรี่ตามองแก้วค็อกเทลสีหวาน ก่อนยื่นมือออกไปคว้าแก้วนั้นขึ้นมา จากนั้นก็แสร้งทำเป็นมือไม้อ่อนแรง จนแก้วที่เต็มไปด้วยเครื่องดื่มสีสันสดใสเอียงไปทางชายหนุ่ม ของเหลวที่อยู่ภายในแก้วหกลงบนโต๊ะ และไหลลงไปเปรอะเปื้อนกางเกงสแล็กสีดำราคาแพง “อุ๊ย! ขอโทษะนะคะ” กวินตราแสร้งทำตกใจ ยกมือข้างหนึ่งขึ้นปิดปาก “งั้นก็ถือว่าหายกันที่คุณมาเสียมารยาทกับฉันละกันนะคะ” ว่าจบก็เปิดกระเป๋าถือขึ้นมาหยิบธนบัตรสีเทาสามใบวางลงบนโต๊ะ “ฉันช่วยค่าซักรีดค่ะ” ใบหน้าสวยส่งยิ้มเย้ยหยัน ก่อนที่เธอจะลุกขึ้นยืน และเดินออกมาจากโต๊ะ ปล่อยให้ชายหนุ่มปริศนามองตามด้วยความงุนงงระคนตกใจ และในเสี้ยววินาทีต่อมา เขาก็หลุดขำ พร้อมโคลงศีรษะเบาๆ ด้วยความสมเพชเวทนาในโชคชะตาของตนเอง
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD