ในยามเย็น เมื่อดวงอาทิตย์เริ่มเคลื่อนคล้อยต่ำลง กวินตราอยู่ในชุดว่ายน้ำทูพีชสีแดงแรงฤทธิ์ สวมทับด้วยชุดคลุมผ้าซาตินสีดำตัวยาว เพื่อบดบังเรือนร่างอรชรเอาไว้อย่างหลวม ๆ
หญิงสาวเดินลงจากชั้นสองของคฤหาสน์สหัสดิชัย ก้าวตรงไปยังสระว่ายน้ำกลางแจ้งที่อยู่ข้างบ้าน
ขณะที่เธอกำลังเดินผ่านห้องรับแขกที่มีเด็กรับใช้สองคนกำลังช่วยกันทำความสะอาดคนละไม้คนละมือ เด็กรับใช้สาวคนหนึ่งก็เหลือบมาเห็นคุณหนูของบ้าน หล่อนรีบวางมือจากงานที่ทำ และเร่งซอยเท้าก้าวเข้ามาหากวินตราอย่างรวดเร็ว
“คุณหนูคะ คุณท่านให้แจ้งว่าวันนี้จะมีแขกมารับประทานอาหารเย็นด้วยค่ะ” กวินตราได้ยินดังนั้นก็หยุดชะงัก ก่อนหันมามองเด็กรับใช้สาวด้วยความสงสัย
“แขกของคุณพ่อเหรอ...ใครกัน...ปกติไม่เห็นคุณพ่อจะเชิญใครมาที่บ้าน”
“คุณหมอเป็นเพื่อนกับคุณกายค่ะ แล้วก็เป็นคุณหมอประจำตัวของคุณท่านและคุณผู้หญิงด้วย” คิ้วเรียวสวยขมวดย่นให้กับข้อมูลใหม่ที่เธอเพิ่งจะได้รับจากเด็กรับใช้ ทว่าท่าทางเขินอายของเด็กสาวนั้นสะดุดตาเสียจนกวินตราอดแซวไม่ได้
“แหม...สีหน้าท่าทางแบบนี้เนี่ย แสดงว่าคุณหมออะไรนั่นคงจะหล่อใช้ได้เลยนะ"
“คุณหนู...ล่ะก็...” เด็กรับใช้สาวหน้าแดงซ่านอายม้วน มือสองข้างของเจ้าหล่อนที่กำผ้าขี้ริ้วเอาไว้บิดเสียจนผ้าสีขะมุกขะมอมหมุนเป็นเกลียว
“เฮ้อ...” กวินตราถอนหายใจยาวออกมาพร้อมโคลงศีรษะเบา ๆ “มีงานอะไรก็รีบไปทำเถอะ”
สิ้นเสียงของเจ้านายคนสวย เด็กรับใช้สาวก็เดินกลับไปทำงานของตนเองดังเดิม
กวินตราก้าวเดินต่อไปยังประตูทางออกด้านข้างคฤหาสน์ พร้อมยกสมาร์ตโฟนที่อยู่ในมือบางขึ้นมาดูเวลา
“ว่ายซักครึ่งชั่วโมงละกัน”
สิ้นเสียงหวาน ร่างบางก็สลัดชุดคลุมซาตินสีดำตัวยาวออกไปจนพ้นกายบาง เผยให้เห็นสัดส่วนโค้งเว้างดงาม เธอวางชุดคลุมและสมาร์ตโฟนเอาไว้บนเก้าอี้นอนริมสระ ก่อนกระโดดลงไปในผืนน้ำสีฟ้าสดใสอย่างไม่รีรอ
ตู้ม!
กวินตราดำดิ่งลงไปยังก้นสระ ก่อนดีดตัวโผล่พ้นน้ำขึ้นมา อุณหภูมิเย็นฉ่ำท่ามกลางอากาศร้อนระอุ ทำให้หญิงสาวรู้สึกสดชื่นเสียจนระบายยิ้มออกมาเต็มใบหน้า จากนั้นร่างอรชรก็แหวกว่ายต่อไปอย่างต่อเนื่องโดยไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
การว่ายน้ำเป็นการออกกำลังกายเพียงอย่างเดียวที่ลูกสาวคนเล็กแห่งครอบครัวสหัสดิชัยโปรดปรานมาแต่ไหนแต่ไร
แรกเริ่มเดิมทีคฤหาสน์หลังนี้ไม่เคยมีสระว่ายน้ำ เนื่องจากสองสามีภรรยาผู้เป็นเจ้าของบ้านเกรงว่าลูกน้อยทั้งสองจะพลัดตกลงไป แต่พอเด็ก ๆ เติบใหญ่ขึ้น อีกทั้งลูกสาวตัวน้อยยังชื่นชอบกิจกรรมทางน้ำเป็นชีวิตจิตใจ คุณกวินภพจึงสั่งทุบบ้านฝั่งนี้ทิ้ง และสร้างสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ให้แก่ลูกสาวอันเป็นที่รัก
กวินตราเพลิดเพลินอยู่ภายในสระเกือบครึ่งชั่วโมงก็เริ่มรู้สึกเหนื่อย หญิงสาวจึงลอยตัวอยู่บนผิวน้ำ พลางหลับตาพริ้มอย่างสบายใจ เธอจึงไม่รู้ว่ามีใครบางคนกำลังยืนอยู่บนขอบสระและจ้องมองเธออย่างไม่วางตา
และเมื่อดวงตาคู่สวยเผยอขึ้นมาเห็นใครคนนั้นก็พลันเบิกกว้างด้วยความตกใจ พร้อมส่งเสียงร้องอุทานออกมา
“ว้าย!”
หญิงสาวยกสองแขนขึ้นบดบังทรวงอกอวบอิ่ม พลางจ้องมองอาคันตุกะที่เพิ่งมาใหม่ และเมื่อเธอได้มองให้ชัดเต็มสองตา คิ้วเรียวสวยก็กระตุกเข้าหากัน ใบหน้าหล่อเหลาที่อยู่ตรงหน้าช่างดูคุ้นตา
ไม่ผิดแน่!
เขาคือชายที่มาเกี้ยวพาราสีเธอที่สกายบาร์เมื่อค่ำคืนที่ผ่านมานั่นเอง
“นี่คุณเป็นไอ้โรคจิตสะกดรอยตามฉันมาเหรอ” คนถูกกล่าวหาได้ยินแบบนั้นก็หน้าตาตื่นตกใจ ก่อนจะรีบปฏิเสธพัลวัน
“เฮ้ย! ไม่ใช่นะคุณ คุณเข้าใจผิดแล้ว”
แม้ชายหนุ่มจะยืนกรานแบบนั้น ทว่ากวินตรากลับปักใจเชื่อไปแล้ว หญิงสาวแหวกว่ายไปในน้ำ หมายจะขึ้นจากสระเพื่อไปคว้าสมาร์ตโฟน
“รอก่อนนะ ห้ามหนีไปไหน วันนี้ฉันจะเรียกตำรวจมาลากคอคุณแน่” ได้ยินแบบนั้นชายหนุ่มถึงกับโคลงศีรษะเบา ๆ ด้วยความระอา
ทว่า...
สองขาเรียวว่ายไปได้เพียงไม่เท่าไร ความเจ็บปวดก็แล่นปราดขึ้นมาอย่างกะทันหัน ทำเอาร่างบางต้องหยุดชะงัก พร้อมดวงหน้าสวยบิดเบี้ยวเหยเก
“โอ๊ย...”
สิ้นเสียงหวานแห่งความเจ็บปวด ร่างสูงที่ยืนตระหง่านอยู่ตรงขอบสระก็หรี่ตามองด้วยความแปลกใจ เมื่อเห็นท่าไม่ดี ชายหนุ่มก็กระโจนลงน้ำโดยไม่รีรอ ก่อนแหวกว่ายเข้าไปหากวินตรา และคว้าเอวบางเข้าประชิดกายแกร่ง
“กรี๊ด! จะบ้าเหรอ ไอ้โรคจิต! ปล่อยเดี๋ยวนี้เลยนะ นี่แกจะทำอะไรฉัน ปล่อย!” กวินตราแผดเสียงร้องดังลั่น อีกทั้งยังดีดดิ้นออกอาการพยศอย่างถึงที่สุด ทำเอาชายหนุ่มผู้หวังดีถึงกับทนไม่ไหวหันมาส่งสายตาดุใส่ และกล่าวเสียงกร้าว
“หยุดดิ้นเดี๋ยวนี้เลยนะ แล้วเลือกเอาว่าจะให้ผมพาขึ้นไป หรือจะปล่อยให้ตะคริวเล่นงานจนกลายเป็นผีเฝ้าสระ” กวินตรายกสองมือเล็กขึ้นอุดปากเพื่อกลั้นเสียงเอาไว้ พร้อมหยุดดิ้นโดยอัตโนมัติ คนตัวโตเห็นแบบนั้นก็เกือบหลุดขำออกมา
ทางด้านคนในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นคุณกวินภพที่กำลังนั่งสนทนากับคุณกุสุมาอยู่ในห้องอ่านหนังสือ รวมไปถึงกรวิกที่กำลังนอนดูหนังอยู่ในห้องนั่งเล่น อีกทั้งคนรับใช้ที่ทำงานกันอยู่หลังบ้าน ต่างแห่แหนกันออกมาตามเสียงดังเอะอะโวยวายที่สระว่ายน้ำ
ทันทีที่ทุกคนโผล่หน้ากันเข้ามา ต่างก็ตกอกตกใจที่เห็นสภาพของกวินตราและอาคันตุกะหนุ่ม
“ตายแล้วลูก! นี่มันเกิดอะไรกันขึ้นเนี่ย” คุณกุสุมาเป็นฝ่ายร้องออกมาเป็นคนแรก พร้อมยกมือขึ้นทาบอก
“ไอ้พอล! มึงทำเชี่ยไรน้องกูเนี่ย” กรวิกโพล่งออกมา พลางถลึงตามองพสุธาผู้เป็นเพื่อนรักราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ พสุธาเห็นแบบนั้นจึงรีบกล่าวแก้ตัวออกมา เพราะดูท่าทางแล้วตอนนี้เขากำลังตกเป็นผู้ต้องหาอย่างเลี่ยงไม่ได้ ขืนรอให้สาวน้อยในอ้อมแขนเป็นฝ่ายบอกเล่าเหตุการณ์ ก็ไม่รู้ว่าเจ้าหล่อนจะกล่าวหาอะไรเขาอีก
“อย่าเพิ่งเข้าใจผิดกันครับคุณลุงคุณป้า ผมแค่กระโดดลงมาช่วยเพราะเธอเป็นตะคริว”
สิ้นเสียงทุ้ม ชายหนุ่มก็รีบอุ้มร่างบางขึ้นจากน้ำ กรวิกรีบหันไปคว้าเสื้อคลุมซาตินสีดำขึ้นมาคลุมตัวน้องสาว และรีบรับช่วงต่อ โดยมีพสุธากระโดดขึ้นจากน้ำตามมาติด ๆ
คุณกุสุมาหันไปส่งสัญญาณให้เด็กรับใช้แยกย้ายกันไปทำงาน ก่อนที่ท่านและคุณกวินภพจะก้าวเข้ามาชะโงกดูลูกสาวสุดที่รักด้วยความห่วงใย
“แล้วทำไมพ่อได้ยินเสียงโวยวายดังลั่นเลยล่ะลูก นึกว่ามีคนร้ายเข้ามาในบ้านซะอีก” กวินตรากลืนน้ำลายลงคอ ก่อนหันไปลอบมองพสุธา
จากบทสนทนาที่เธอได้ยินก็เป็นเครื่องยืนยันแล้วว่าชายโรคจิตคนนี้รู้จักสนิทสนมกับครอบครัวของเธอเป็นอย่างดี และเขาก็คงเป็นแขกที่จะมาร่วมรับประทานอาหารเย็นในวันนี้อย่างไม่ต้องสงสัย
“คือ...แก้ม...เข้าใจผิดเองค่ะ จู่ ๆ ก็มีคนแปลกหน้าเข้ามาในบ้าน แก้มก็นึกว่าเป็นโจรโรคจิต” ว่าจบก็ตวัดหางตาไปทางพสุธา ทำเอาคนถูกมองชะงักไปเล็กน้อย
“โธ่เอ๊ย...ที่แท้ก็เป็นเรื่องเข้าใจผิดนี่เอง แม่กับพ่อก็ตกอกตกใจหมดเลย” ว่าจบคุณกุสุมาก็หันมากล่าวกับพสุธาต่อ “ป้าต้องขอโทษด้วยนะคะหมอพอล อุตส่าห์ชวนหมอพอลมาทานข้าวแท้ ๆ ต้องมาเกิดเรื่องซะได้”
“นั่นสิ ลุงว่าหมอพอลขึ้นไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ห้องเจ้ากายก่อนดีกว่า จะได้ลงมาทานข้าวกัน”
“ครับคุณลุง”
“กายรีบพาหมอพอลไปเถอะ เดี๋ยวพ่อกับแม่พาน้องขึ้นไปเอง” คุณกวินภพหันไปออกคำสั่งกับลูกชายคนโต
เมื่อประมุขของบ้านว่าดังนั้น ทุกคนจึงแยกย้ายกันไป
พสุธาเดินตามกรวิกขึ้นไปยังชั้นสองของตัวบ้าน ด้านกวินตราก็ได้บิดาและมารดาช่วยพยุงลุกขึ้นจากพื้น จากนั้นเธอจึงค่อย ๆ เดินขากะเผลกขึ้นไปบนห้อง โดยมีบุพการีช่วยกันประคองสองข้างซ้ายขวาพาขึ้นไปส่งถึงห้องนอน