กรวิกเดินนำนายแพทย์พสุธาเข้ามาในบ้าน ถึงแม้ว่าทั้งสองคนจะรู้จักกันฉันเพื่อนมาได้เพียงไม่กี่ปี ทว่าด้วยอุปนิสัยใจคอที่คล้ายกัน และความชอบในการทำกิจกรรมที่เหมือนกัน จึงทำให้ทั้งคู่กลายเป็นเพื่อนรักกันได้อย่างง่ายดาย
และด้วยพสุธานั้นเป็นชายโสด อีกทั้งครอบครัวของเขาก็อาศัยอยู่ต่างประเทศ นายแพทย์หนุ่มก็มักจะมาฝากท้อง รับประทานอาหารกับครอบครัวสหัสดิชัยเป็นประจำ และก็ได้จับพลัดจับผลูมาเป็นคุณหมอส่วนตัวของคุณกวินภพ และคุณกุสุมา
ทว่าในช่วงที่พสุธาเข้านอกออกในบ้านหลังนี้ เป็นช่วงที่กวินตรากำลังร่ำเรียนอยู่ที่ประเทศออสเตรเลีย จึงทำให้เขาและเธอไม่เคยได้ทำความรู้จัก หรือเห็นหน้าค่าตากันมาก่อน
ขณะที่พสุธาเดินตามกรวิก ใบหน้างดงามก็โผล่ขึ้นมาในความคิด ทำเอาชายหนุ่มอดยิ้มออกมาไม่ได้ เขารู้สึกถูกใจน้องสาวของเพื่อนรักตั้งแต่แรกพบที่สกายบาร์ แต่เมื่อได้รู้ว่าเธอมีเจ้าของจับจองอยู่แล้วก็อดผิดหวังไม่ได้
พอมาวันนี้ได้มาเจอสาวสวยที่เขาถูกตาต้องใจอีกครั้ง กลับโดนตราหน้าหาว่าเป็นไอ้โรคจิตเสียอีก
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้คุณหมอสุดหล่อก็หลุดขำออกมา ทำเอากรวิกที่เดินนำหน้าถึงกับหยุดชะงัก และหันกลับมาจ้องมองเพื่อนรักด้วยความฉงนสนเท่ห์
“เป็นไรของมึง”
“เปล๊า...กูแค่ขำน้องมึง” ได้ยินแบบนั้นกรวิกหรี่ตามองอย่างจับผิด เพราะเขารู้จักพสุธาดีกว่าใคร ๆ หากเพื่อนรักมีท่าทีแบบนี้คงหนีไม่พ้นว่าพสุธากำลังสนใจในตัวกวินตราอย่างไม่ต้องสงสัย
“ยัยแก้มมีคู่หมั้นแล้ว” กรวิกรีบกล่าวดับฝันเพื่อนรัก ก่อนสาวเท้าก้าวเดินไปยังห้องนอนของตนเอง
“เออ! กูรู้แล้ว ไม่ยุ่งหรอกน่า...มึงก็รู้ดีว่าคนอย่างกูมีจรรยาบรรณขนาดไหน กูไม่ยุ่งกับคนมีเจ้าของหรอกเว้ย” นายแพทย์หนุ่มกล่าวด้วยท่าทางขึงขัง
“เออ! กูรู้ว่ามึงมีจรรยาบรรณ แต่สำหรับน้องกูเนี่ย ต่อไปถ้ามันโสดมึงก็ห้ามจีบ”
ได้ยินแบบนั้น พสุธาก็คิ้วกระตุกเข้าหากันด้วยความข้องใจ ก่อนรีบก้าวเดินยาว ๆ ตามกรวิกเข้าไปในห้อง
“มึงหมายความว่ายังไง น้องมึงจะเลิกกับคู่หมั้นเหรอ” คำถามของพสุธา ทำกรวิกชะงักไปชั่วขณะ เนื่องจากบทสนทนาที่เกิดขึ้นกับน้องสาวเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ทำให้คนเป็นพี่เช่นเขาอดเป็นห่วงไม่ได้
“กูก็แค่ไม่อยากให้น้องกูเลือกเดินทางผิดน่ะ จริงอยู่ที่การหมั้นหมายมันเกิดขึ้นโดยสมัครใจ แต่มันก็เป็นเพราะคำมั่นสัญญาของผู้ใหญ่ มันไม่ได้เกิดขึ้นจากความรัก...” กรวิกว่าจบก็ถอนหายใจยาวออกมาด้วยความหนักใจ
“มึงก็คุยกับน้องไปตรง ๆ สิวะ จะมาคิดมากทำไม”
“กูคุยแล้ว แต่ก็ต้องสุดแล้วแต่ยัยแก้ม”
“อืม...” พสุธาพยักหน้ารับ “มึงก็ต้องเชื่อมั่นในตัวน้องสิวะ”
“เออ...มึงรีบไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเถอะ เดี๋ยวกูลงไปรอข้างล่าง”
“อืม”
ว่าจบกรวิกก็เดินออกจากห้อง พสุธาจึงหันมาหมายจะปิดประตูห้อง เป็นจังหวะเดียวกันกับที่กวินตราเดินขึ้นมาพอดี ทำให้ทั้งคู่สบประสานสายตากันโดยบังเอิญ
คุณหมอหนุ่มโปรยยิ้มละมุนออกมา ทว่าหญิงสาวกลับทำหน้าบึ้งใส่ ก่อนสะบัดหน้าหนี และเดินเข้าห้องไปอย่างรวดเร็ว ปล่อยให้พสุธายิ้มเก้อ
“เฮ้อ...โดนเกลียดขี้หน้าซะแล้ว”
สิ้นเสียงทุ้ม ชายหนุ่มก็ปิดประตูลงกลอน ก่อนจะเดินเข้าห้องไปอาบน้ำชำระล้างร่างกายจนสะอาดหมดจด และกลับออกมาสวมเสื้อผ้าชุดใหม่ที่หยิบออกมาจากตู้เสื้อผ้าของกรวิก เสร็จสรรพก็เดินลงไปรวมตัวกับสมาชิกในครอบครัวสหัสดิชัยที่ห้องอาหาร รอเพียงไม่นาน กวินตราก็ตามลงมาสมทบ
เมื่อทุกคนมาพร้อมหน้าพร้อมตากัน อาหารมื้อเย็นแสนอร่อยก็ได้เริ่มต้นขึ้น ทว่ากวินตรายังคงทำหน้าตึงใส่อาคันตุกะหนุ่มโดยไม่มีทีท่าว่าจะเลิกราง่าย ๆ
“เป็นอะไรลูก อาหารไม่ถูกปากเหรอ” คุณกุสุมาหันมาถามลูกสาว เมื่อเห็นว่ากวินตราไม่ค่อยร่าเริง อีกทั้งยังรับประทานอาหารเท่าแมวดม
“อร่อยค่ะคุณแม่ แต่วันนี้แก้มไม่ค่อยอยากอาหารเท่าไหร่” ว่าจบก็ตวัดหางตามองต้นตอของอาการไม่อยากอาหาร
“งั้นเดี๋ยวรอทานเค้กมะพร้าวอ่อนละกันนะลูก ร้านที่หนูชอบทานไงจำได้ไหม โชคดีที่เป็นทางผ่านหมอพอลพอดี แม่เลยถือโอกาสฝากซื้อซะเลย...” คุณกุสุมาหยุดพูดไปชั่วขณะ ก่อนหันไปทางนายแพทย์หนุ่ม “ขอบคุณนะคะหมอพอล”
“ด้วยความยินดีครับคุณป้า โอกาสหน้าก็ฝากซื้อได้ตลอดนะครับ”
“ค่ะ ถ้างั้นก็มาทานข้าวกับพวกเราบ่อย ๆ นะคะ ป้าจะได้ใช้บริการบ่อย ๆ”
ได้ยินแบบนั้น กวินตราถึงกับหน้ามุ่ย ส่งสายตาไปยังพสุธาด้วยความไม่สบอารมณ์ ทว่าชายหนุ่มกลับไม่สนใจ และยังคงตั้งหน้าตั้งตารับประทานอาหารต่อไป
กระทั่งมื้ออาหารสิ้นสุดลง พสุธาก็ตามคุณกวินภพและคุณกุสุมาเข้าไปในห้องทำงาน ครั้นกวินตราจะตามไป ผู้เป็นมารดาก็หันมาสั่งให้เธอและพี่ชายช่วยตระเตรียมเค้กและเครื่องดื่มไปรอที่ห้องนั่งเล่น ทำให้หญิงสาวจำต้องยอมทำตามอย่างเลี่ยงไม่ได้
กวินตราเดินออกไปสั่งเด็กรับใช้ในครัวให้เตรียมเค้กและชากาแฟ จากนั้นหญิงสาวก็มานั่งรอในห้องนั่งเล่น ทว่าใจก็ยังคงครุ่นคิดว่าพสุธามีธุระอะไรกับบุพการี พอหันไปเห็นกรวิกเดินเข้ามาพอดีจึงเอ่ยปากถาม
“พี่กาย เพื่อนพี่กายมีธุระอะไรกับคุณพ่อคุณแม่เหรอ”
คำถามของน้องสาวทำพี่ชายชะงักเล็กน้อย ก่อนที่กรวิกจะหันมากล่าวด้วยสีหน้าเรียบเฉย
“ก็มาตรวจสุขภาพปกติน่ะ เผื่อว่าท่านพักผ่อนน้อยร่างกายอ่อนเพลีย พอลมันจะได้จัดวิตามินบำรุงให้”
“แค่นั้นเองเหรอ”
“อืม”
กวินตรานั่งหน้านิ่วจนคิ้วแทบจะผูกเป็นปม เนื่องจากคำตอบของพี่ชายก็ยังไม่คลายความข้องใจของเธอไปได้ทั้งหมด พอเธอจะหันไปอ้าปากถามอีกครั้ง เด็กรับใช้ก็ยกขนมและเครื่องดื่มเข้ามาพอดี กรวิกจึงอาศัยจังหวะนั้นเดินออกจากห้องไป ทำเอาคนเป็นน้องนั่งหน้างอเป็นจวัก
“มีลับลมคมในอะไรกันหรือเปล่าเนี่ย”
กวินตรานั่งกอดอกทอดมองเค้กมะพร้าวอ่อนอันแสนโปรดปราน ในใจก็หวนคิดถึงคำพูดของพี่ชาย ก่อนที่มือบางจะเอื้อมไปหยิบช้อนหมายจะตักเค้กมะพร้าวเข้าปาก แต่พอนึกได้ว่าพสุธาเป็นคนซื้อมา หญิงสาวก็รีบวางช้อนลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกันกับที่นายแพทย์หนุ่มเดินเข้ามาพอดี กวินตราจึงรีบปั้นหน้าให้เป็นปกติ พลางมองชายหนุ่มก้าวเข้ามาหย่อนสะโพกนั่งลงบนโซฟาฝั่งตรงข้าม
“ไม่ทานเหรอครับ” พสุธาเอ่ยถาม พลางเหลือบมองเค้กมะพร้าวอ่อนแสนอร่อย
“ไม่ค่ะ วันนี้ไม่อยาก” คำตอบของเธอทำริมฝีปากหนายกยิ้มเล็กน้อย เนื่องจากตอนที่เขาเปิดประตูเข้ามา ก็ได้เห็นเต็มสองตาว่าเธอกำลังจะตักเค้กในจานแต่ก็รีบวางช้อนลงอย่างรวดเร็ว
พสุธากระตุกยิ้มร้าย ก่อนเอื้อมมือไปหยิบจานตักแบ่งเค้ก จากนั้นก็ตักใส่ปาก และเคี้ยวอย่างเชื่องช้าพร้อมทำหน้าฟิน
“อืม...อร่อยเหมือนที่คุณป้าชมเลยนะครับ ว่าแล้วทำไมคุณแก้มชอบ” ว่าจบก็ตักใส่ปากอีกหนึ่งคำ “อืม...”
กวินตราเห็นแบบนั้นก็กลืนน้ำลายลงคอ ก่อนจะผินหน้าหนีไปทางอื่น ทว่าเธอนึกบางอย่างขึ้นได้จึงตัดสินใจหันมาเผชิญหน้ากับพสุธา
“เอ่อ...คุณหมอ...คุณพ่อกับคุณแม่ฉันร่างกายเป็นยังไงบ้างคะ เห็นพี่กายบอกว่าคุณหมอมาตรวจร่างกายท่าน”
คนถูกถามวางจานเค้กและช้อนลงบนโต๊ะ ก่อนช้อนสายตาขึ้นมองคนตัวเล็กอย่างชั่งใจ
“คุณแก้มทานเค้กก่อนสิครับ เดี๋ยวผมบอก”
กวินตราได้ยินแบบนั้นก็ทำหน้ามุ่ยเล็กน้อย ทว่าเธอก็เอื้อมมือไปคว้าจานขึ้นมาตักแบ่งเค้ก ก่อนตักใส่ปากเคี้ยวตุ้ย ๆ เสร็จสรรพก็รีบกลืนลงคอ และนั่งรอฟังในสิ่งที่พสุธาจะกล่าว
“อืม...คุณแก้มเคยได้ยินเรื่องจรรยาบรรณของแพทย์ในการรักษาความลับของคนไข้ไหมครับ”
สิ้นเสียงทุ้ม ดวงหน้าสวยก็พลันอึ้งไปชั่วขณะ ก่อนที่เธอจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงอันแผ่วเบา
“เคยค่ะ...”
“นั่นแหละครับที่ผมอยากจะบอก” พสุธาผุดลุกขึ้นจากโซฟาอย่างรวดเร็ว ก่อนหันมาโปรยยิ้มหล่อเหลาให้กับกวินตรา “ผมมีธุระ ต้องขอตัวก่อนนะครับ”
ชายหนุ่มไม่รอให้เธอได้กล่าวอะไร เขาเร่งสาวเท้าก้าวออกไปอย่างว่องไว ปล่อยให้หญิงสาวนั่งตกตะลึงอยู่แบบนั้น กว่าจะรู้ตัวอีกทีพสุธาก็เดินออกไปไกลแล้ว
กวินตรายกมือขึ้นอุดปากกลั้นเสียงกรี๊ดเอาไว้ ก่อนหันไปคว้าเหมือนอิงขึ้นมาต่อยด้วยความเดือดดาล
“ไอ้หมอบ้า ไอ้หมอโรคจิต อย่าให้เจออีกนะ ไอ้...ไอ้...โอ๊ย...”
เมื่อไม่รู้จะหาคำใดมาก่นด่าสาปแช่ง มือบางจึงเอื้อมไปคว้าจานเค้กมะพร้าวอ่อนขึ้นมาสวาปามให้หายแค้น