ไอ้หมอโรคจิต

1658 Words
กรวิกเดินนำนายแพทย์พสุธาเข้ามาในบ้าน ถึงแม้ว่าทั้งสองคนจะรู้จักกันฉันเพื่อนมาได้เพียงไม่กี่ปี ทว่าด้วยอุปนิสัยใจคอที่คล้ายกัน และความชอบในการทำกิจกรรมที่เหมือนกัน จึงทำให้ทั้งคู่กลายเป็นเพื่อนรักกันได้อย่างง่ายดาย และด้วยพสุธานั้นเป็นชายโสด อีกทั้งครอบครัวของเขาก็อาศัยอยู่ต่างประเทศ นายแพทย์หนุ่มก็มักจะมาฝากท้อง รับประทานอาหารกับครอบครัวสหัสดิชัยเป็นประจำ และก็ได้จับพลัดจับผลูมาเป็นคุณหมอส่วนตัวของคุณกวินภพ และคุณกุสุมา ทว่าในช่วงที่พสุธาเข้านอกออกในบ้านหลังนี้ เป็นช่วงที่กวินตรากำลังร่ำเรียนอยู่ที่ประเทศออสเตรเลีย จึงทำให้เขาและเธอไม่เคยได้ทำความรู้จัก หรือเห็นหน้าค่าตากันมาก่อน ขณะที่พสุธาเดินตามกรวิก ใบหน้างดงามก็โผล่ขึ้นมาในความคิด ทำเอาชายหนุ่มอดยิ้มออกมาไม่ได้ เขารู้สึกถูกใจน้องสาวของเพื่อนรักตั้งแต่แรกพบที่สกายบาร์ แต่เมื่อได้รู้ว่าเธอมีเจ้าของจับจองอยู่แล้วก็อดผิดหวังไม่ได้ พอมาวันนี้ได้มาเจอสาวสวยที่เขาถูกตาต้องใจอีกครั้ง กลับโดนตราหน้าหาว่าเป็นไอ้โรคจิตเสียอีก เมื่อคิดมาถึงตรงนี้คุณหมอสุดหล่อก็หลุดขำออกมา ทำเอากรวิกที่เดินนำหน้าถึงกับหยุดชะงัก และหันกลับมาจ้องมองเพื่อนรักด้วยความฉงนสนเท่ห์ “เป็นไรของมึง” “เปล๊า...กูแค่ขำน้องมึง” ได้ยินแบบนั้นกรวิกหรี่ตามองอย่างจับผิด เพราะเขารู้จักพสุธาดีกว่าใคร ๆ หากเพื่อนรักมีท่าทีแบบนี้คงหนีไม่พ้นว่าพสุธากำลังสนใจในตัวกวินตราอย่างไม่ต้องสงสัย “ยัยแก้มมีคู่หมั้นแล้ว” กรวิกรีบกล่าวดับฝันเพื่อนรัก ก่อนสาวเท้าก้าวเดินไปยังห้องนอนของตนเอง “เออ! กูรู้แล้ว ไม่ยุ่งหรอกน่า...มึงก็รู้ดีว่าคนอย่างกูมีจรรยาบรรณขนาดไหน กูไม่ยุ่งกับคนมีเจ้าของหรอกเว้ย” นายแพทย์หนุ่มกล่าวด้วยท่าทางขึงขัง “เออ! กูรู้ว่ามึงมีจรรยาบรรณ แต่สำหรับน้องกูเนี่ย ต่อไปถ้ามันโสดมึงก็ห้ามจีบ” ได้ยินแบบนั้น พสุธาก็คิ้วกระตุกเข้าหากันด้วยความข้องใจ ก่อนรีบก้าวเดินยาว ๆ ตามกรวิกเข้าไปในห้อง “มึงหมายความว่ายังไง น้องมึงจะเลิกกับคู่หมั้นเหรอ” คำถามของพสุธา ทำกรวิกชะงักไปชั่วขณะ เนื่องจากบทสนทนาที่เกิดขึ้นกับน้องสาวเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ทำให้คนเป็นพี่เช่นเขาอดเป็นห่วงไม่ได้ “กูก็แค่ไม่อยากให้น้องกูเลือกเดินทางผิดน่ะ จริงอยู่ที่การหมั้นหมายมันเกิดขึ้นโดยสมัครใจ แต่มันก็เป็นเพราะคำมั่นสัญญาของผู้ใหญ่ มันไม่ได้เกิดขึ้นจากความรัก...” กรวิกว่าจบก็ถอนหายใจยาวออกมาด้วยความหนักใจ “มึงก็คุยกับน้องไปตรง ๆ สิวะ จะมาคิดมากทำไม” “กูคุยแล้ว แต่ก็ต้องสุดแล้วแต่ยัยแก้ม” “อืม...” พสุธาพยักหน้ารับ “มึงก็ต้องเชื่อมั่นในตัวน้องสิวะ” “เออ...มึงรีบไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเถอะ เดี๋ยวกูลงไปรอข้างล่าง” “อืม” ว่าจบกรวิกก็เดินออกจากห้อง พสุธาจึงหันมาหมายจะปิดประตูห้อง เป็นจังหวะเดียวกันกับที่กวินตราเดินขึ้นมาพอดี ทำให้ทั้งคู่สบประสานสายตากันโดยบังเอิญ คุณหมอหนุ่มโปรยยิ้มละมุนออกมา ทว่าหญิงสาวกลับทำหน้าบึ้งใส่ ก่อนสะบัดหน้าหนี และเดินเข้าห้องไปอย่างรวดเร็ว ปล่อยให้พสุธายิ้มเก้อ “เฮ้อ...โดนเกลียดขี้หน้าซะแล้ว” สิ้นเสียงทุ้ม ชายหนุ่มก็ปิดประตูลงกลอน ก่อนจะเดินเข้าห้องไปอาบน้ำชำระล้างร่างกายจนสะอาดหมดจด และกลับออกมาสวมเสื้อผ้าชุดใหม่ที่หยิบออกมาจากตู้เสื้อผ้าของกรวิก เสร็จสรรพก็เดินลงไปรวมตัวกับสมาชิกในครอบครัวสหัสดิชัยที่ห้องอาหาร รอเพียงไม่นาน กวินตราก็ตามลงมาสมทบ เมื่อทุกคนมาพร้อมหน้าพร้อมตากัน อาหารมื้อเย็นแสนอร่อยก็ได้เริ่มต้นขึ้น ทว่ากวินตรายังคงทำหน้าตึงใส่อาคันตุกะหนุ่มโดยไม่มีทีท่าว่าจะเลิกราง่าย ๆ “เป็นอะไรลูก อาหารไม่ถูกปากเหรอ” คุณกุสุมาหันมาถามลูกสาว เมื่อเห็นว่ากวินตราไม่ค่อยร่าเริง อีกทั้งยังรับประทานอาหารเท่าแมวดม “อร่อยค่ะคุณแม่ แต่วันนี้แก้มไม่ค่อยอยากอาหารเท่าไหร่” ว่าจบก็ตวัดหางตามองต้นตอของอาการไม่อยากอาหาร “งั้นเดี๋ยวรอทานเค้กมะพร้าวอ่อนละกันนะลูก ร้านที่หนูชอบทานไงจำได้ไหม โชคดีที่เป็นทางผ่านหมอพอลพอดี แม่เลยถือโอกาสฝากซื้อซะเลย...” คุณกุสุมาหยุดพูดไปชั่วขณะ ก่อนหันไปทางนายแพทย์หนุ่ม “ขอบคุณนะคะหมอพอล” “ด้วยความยินดีครับคุณป้า โอกาสหน้าก็ฝากซื้อได้ตลอดนะครับ” “ค่ะ ถ้างั้นก็มาทานข้าวกับพวกเราบ่อย ๆ นะคะ ป้าจะได้ใช้บริการบ่อย ๆ” ได้ยินแบบนั้น กวินตราถึงกับหน้ามุ่ย ส่งสายตาไปยังพสุธาด้วยความไม่สบอารมณ์ ทว่าชายหนุ่มกลับไม่สนใจ และยังคงตั้งหน้าตั้งตารับประทานอาหารต่อไป กระทั่งมื้ออาหารสิ้นสุดลง พสุธาก็ตามคุณกวินภพและคุณกุสุมาเข้าไปในห้องทำงาน ครั้นกวินตราจะตามไป ผู้เป็นมารดาก็หันมาสั่งให้เธอและพี่ชายช่วยตระเตรียมเค้กและเครื่องดื่มไปรอที่ห้องนั่งเล่น ทำให้หญิงสาวจำต้องยอมทำตามอย่างเลี่ยงไม่ได้ กวินตราเดินออกไปสั่งเด็กรับใช้ในครัวให้เตรียมเค้กและชากาแฟ จากนั้นหญิงสาวก็มานั่งรอในห้องนั่งเล่น ทว่าใจก็ยังคงครุ่นคิดว่าพสุธามีธุระอะไรกับบุพการี พอหันไปเห็นกรวิกเดินเข้ามาพอดีจึงเอ่ยปากถาม “พี่กาย เพื่อนพี่กายมีธุระอะไรกับคุณพ่อคุณแม่เหรอ” คำถามของน้องสาวทำพี่ชายชะงักเล็กน้อย ก่อนที่กรวิกจะหันมากล่าวด้วยสีหน้าเรียบเฉย “ก็มาตรวจสุขภาพปกติน่ะ เผื่อว่าท่านพักผ่อนน้อยร่างกายอ่อนเพลีย พอลมันจะได้จัดวิตามินบำรุงให้” “แค่นั้นเองเหรอ” “อืม” กวินตรานั่งหน้านิ่วจนคิ้วแทบจะผูกเป็นปม เนื่องจากคำตอบของพี่ชายก็ยังไม่คลายความข้องใจของเธอไปได้ทั้งหมด พอเธอจะหันไปอ้าปากถามอีกครั้ง เด็กรับใช้ก็ยกขนมและเครื่องดื่มเข้ามาพอดี กรวิกจึงอาศัยจังหวะนั้นเดินออกจากห้องไป ทำเอาคนเป็นน้องนั่งหน้างอเป็นจวัก “มีลับลมคมในอะไรกันหรือเปล่าเนี่ย” กวินตรานั่งกอดอกทอดมองเค้กมะพร้าวอ่อนอันแสนโปรดปราน ในใจก็หวนคิดถึงคำพูดของพี่ชาย ก่อนที่มือบางจะเอื้อมไปหยิบช้อนหมายจะตักเค้กมะพร้าวเข้าปาก แต่พอนึกได้ว่าพสุธาเป็นคนซื้อมา หญิงสาวก็รีบวางช้อนลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกันกับที่นายแพทย์หนุ่มเดินเข้ามาพอดี กวินตราจึงรีบปั้นหน้าให้เป็นปกติ พลางมองชายหนุ่มก้าวเข้ามาหย่อนสะโพกนั่งลงบนโซฟาฝั่งตรงข้าม “ไม่ทานเหรอครับ” พสุธาเอ่ยถาม พลางเหลือบมองเค้กมะพร้าวอ่อนแสนอร่อย “ไม่ค่ะ วันนี้ไม่อยาก” คำตอบของเธอทำริมฝีปากหนายกยิ้มเล็กน้อย เนื่องจากตอนที่เขาเปิดประตูเข้ามา ก็ได้เห็นเต็มสองตาว่าเธอกำลังจะตักเค้กในจานแต่ก็รีบวางช้อนลงอย่างรวดเร็ว พสุธากระตุกยิ้มร้าย ก่อนเอื้อมมือไปหยิบจานตักแบ่งเค้ก จากนั้นก็ตักใส่ปาก และเคี้ยวอย่างเชื่องช้าพร้อมทำหน้าฟิน “อืม...อร่อยเหมือนที่คุณป้าชมเลยนะครับ ว่าแล้วทำไมคุณแก้มชอบ” ว่าจบก็ตักใส่ปากอีกหนึ่งคำ “อืม...” กวินตราเห็นแบบนั้นก็กลืนน้ำลายลงคอ ก่อนจะผินหน้าหนีไปทางอื่น ทว่าเธอนึกบางอย่างขึ้นได้จึงตัดสินใจหันมาเผชิญหน้ากับพสุธา “เอ่อ...คุณหมอ...คุณพ่อกับคุณแม่ฉันร่างกายเป็นยังไงบ้างคะ เห็นพี่กายบอกว่าคุณหมอมาตรวจร่างกายท่าน” คนถูกถามวางจานเค้กและช้อนลงบนโต๊ะ ก่อนช้อนสายตาขึ้นมองคนตัวเล็กอย่างชั่งใจ “คุณแก้มทานเค้กก่อนสิครับ เดี๋ยวผมบอก” กวินตราได้ยินแบบนั้นก็ทำหน้ามุ่ยเล็กน้อย ทว่าเธอก็เอื้อมมือไปคว้าจานขึ้นมาตักแบ่งเค้ก ก่อนตักใส่ปากเคี้ยวตุ้ย ๆ เสร็จสรรพก็รีบกลืนลงคอ และนั่งรอฟังในสิ่งที่พสุธาจะกล่าว “อืม...คุณแก้มเคยได้ยินเรื่องจรรยาบรรณของแพทย์ในการรักษาความลับของคนไข้ไหมครับ” สิ้นเสียงทุ้ม ดวงหน้าสวยก็พลันอึ้งไปชั่วขณะ ก่อนที่เธอจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงอันแผ่วเบา “เคยค่ะ...” “นั่นแหละครับที่ผมอยากจะบอก” พสุธาผุดลุกขึ้นจากโซฟาอย่างรวดเร็ว ก่อนหันมาโปรยยิ้มหล่อเหลาให้กับกวินตรา “ผมมีธุระ ต้องขอตัวก่อนนะครับ” ชายหนุ่มไม่รอให้เธอได้กล่าวอะไร เขาเร่งสาวเท้าก้าวออกไปอย่างว่องไว ปล่อยให้หญิงสาวนั่งตกตะลึงอยู่แบบนั้น กว่าจะรู้ตัวอีกทีพสุธาก็เดินออกไปไกลแล้ว กวินตรายกมือขึ้นอุดปากกลั้นเสียงกรี๊ดเอาไว้ ก่อนหันไปคว้าเหมือนอิงขึ้นมาต่อยด้วยความเดือดดาล “ไอ้หมอบ้า ไอ้หมอโรคจิต อย่าให้เจออีกนะ ไอ้...ไอ้...โอ๊ย...” เมื่อไม่รู้จะหาคำใดมาก่นด่าสาปแช่ง มือบางจึงเอื้อมไปคว้าจานเค้กมะพร้าวอ่อนขึ้นมาสวาปามให้หายแค้น
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD