น้ำถูกสาดเข้ามาที่หน้าของนางเต็มๆ นางค่อยๆลืมตาขึ้นพร้อมเสียงหัวเราะของเด็กน้อยที่ซุกซน
"ท่านแม่ ขอรับ มีคนบ้ามานอนอยู่ตรงนี้ขอรับ " เด็กน้อยชี้นิ้วไปที่นางที่นอนหมดแรงอยู่ตรงนั้น นางค่อยพยุงตัวลุกขึ้น นางยังไม่ตายอีกหรือนี่ สวรรค์จะเล่นตลกอะไรกับนางอีก
เด็กน้อยคนนั้น หยิบเอาก้อนหินปาไปที่นาง จนนางต้องค่อยๆลุกขึ้นและรีบเดินโซเซออกไป
"ลูกรักไปเถอะ อย่าไปใกล้นังคนบ้าคนนั้นเลย ตัวเหม็นสกปรกที่สุด เสียงชาวบ้านคนหนึ่ง รีบปรามเด็กน้อยคนนั้นแล้วจับมือของเด็กน้อยเดินออกไป
นางเดินไปเรื่อยๆ ผ่านเข้าไปในเมือง ผู้คนที่เดินผ่านไปมา ต่างมองมาที่นางและใช้มือปิดจมูก เพราะตอนนี้นางนั้น ทั้งสกปรกและตัวเหม็น เดินไปที่ใดก็ถูกขับไล่ออกมา
ขณะนั้น มีเศษหมั่วโถวชิ้นเล็กๆ ตกลงมาที่พื้น นางมองเห็นและไม่รอช้า รีบเดินเข้าไปหยิบขึ้นมากินอย่างหิวกระหาย ผู้คนแถวนั้นต่างขยะแขยงนาง
นางมองดูสายตาคนเหล่านั้นที่มองนาง ด้วยความทุเรศในสายตา นางจุกในอก และค่อยๆเดินจากไป อากาศเริ่มหนาวเย็นขึ้นมา ยี่ซินกอดตัวเองเดินโซเซไปมา นางไม่มีที่ไปและเดินไปอย่างเลื่ยนลอย นางเดินไปเห็นวัดร้างแห่งหนึ่งนางจึงคิดว่าน่าจะพักที่นี่สักคืน
แต่อาจเป็นโชคดีของนาง ที่วันนี้มีอาหารเซ่นไหว้วางอยู่ตรงหน้าพระพุทธรูปองค์ใหญ่ นางไม่รอช้า คุกเข่าลงกราบพระแล้วหยิบอาหารนั้นขึ้นมากินอย่างมูมมาม
นางกินไป น้ำตาก็ไหลไป เมื่อยี่ซินกินอาหารนั้นจนอิ่ม นางมานั่งข้างมุมห้องนั้น แล้วคำนับพระพุทธรูปองค์นั้น
นางค่อยๆคิดถึงสิ่งที่นางได้กระทำลงไปทั้งหมด ทุกอย่างที่นางทำไว้ ตอนนี้ผลกรรมนั้นได้ตอบสนองนางแล้ว นางลุกขึ้นแล้วคุกเข่าลงต่อหน้าของพระพูทธรูปองค์นั้น ด้วยน้ำตาที่ไหลนองบนสองแก้ม
" ข้าแต่องค์พระผู้ประเสริฐสุดในสามโลก ข้าน้อยซุนยี่ซิน ได้สำนึกผิดในทุกอย่างที่ข้าน้อยได้กระทำแล้ว หากแต่บัดนี้ผลกรรมที่ข้าน้อยได้รับ ช่างหนักหนาเหลือเกิน หากยังมีวาสนา ขอให้ข้าน้อยได้ใช้ชีวิตใหม่ด้วยเถิด " พูดจบ นางคำนับสามครั้ง น้ำตาตาของนางนั้นมิอาจหยุดไหลได้ สุดท้ายนางก็นอนหลับไป
นางลืมตาขึ้นมาในตอนเช้า นางค่อยๆลุกขึ้น และนั่งคิดอะไรบางอย่าง นางใช้ชีวิตแบบนี้มาเกือบเดือนแล้ว บางทีนางต้องหางานทำเพื่อเก็บเงินดีหรือไม่ เมื่อคิดได้ นางจึงคำนับพระพุทธรูปองค์นั้น
" ขอบคุณ เจ้าค่ะ ขอบคุณที่ชี้แนะแนวทางแก่ข้า" นางรีบเดินออกๆไป แล้วมุ่งไปที่ลำธาร นางล้างหน้า ลูบผมเผ้าให้เข้าที่ แล้วรีบเดินไปที่เหลาเทียนซื่อ ร้านอาหารเหลาที่มีชื่อเสียง
นางเดินเข้าไป ก็มีเสี่ยวเอ้อคนหนึ่งวิ่งออกมารับนาง แต่ก็ต้องสะดุด เพราะดูสภาพนางไม่เหมือนกับลูกค้า เหมือนขอทานซะมากกว่า
" แม่นาง มาทำอันใดที่นี่ "
"ข้ามาของานทำที่นี่ เห็นว่า ติดป้ายรับสมัครคนล้างจาน งานทุกอย่าง ข้าทำได้ทั้งหมด รับข้าเถอะนะ เจ้าคะ"
"เอ่อเรื่องนี้ ข้าต้องไปถามท่านเจ้าของร้านก่อน รอสักครู่นะแม่นาง "
ยี่ซินนางยืนรอคำตอบอย่างใจจดใจจ่อ อย่างน้อย ก็มีข้าวกิน มีเงินใช้ นางจะไม่อดตายอีกต่อไป
"แม่นาง เจ้าจะเริ่มทำงานได้วันไหน"
"เดี๋ยวนี้ ตอนนี้เลยก็ได้!"
"ได้ ถ้าเช่นนั้น เริ่มเลย "
เสี่ยวเอ้อคนนั้น พานางไปที่อ่างล้างจาน จานชามมากมายก่ายกองนั้น ล้างทั้งมันจะล้างหมดหรือไม่ อีกอย่าง นางไม่เคยทำงานแบบนี้เลย มีแต่สาวใช้ บ่าวไพร่ทำทั้งหมด เอาล่ะ ถ้าไม่ทำก็อดตาย
ยี่ซินเริ่มล้างจานให้กับเหลาเทียนซื่อ ด้วยความที่นางทำอะไรไม่เป็นเลย ทำให้นาง ล้างจานไม่สะอาด และทำถ้วยชามแตกกระจัดกระจาย จนเจ้าของร้านนั้นโมโห จนต้องทุบตีนาง เพราะนางไม่รู้จะชดใช้เขาอย่างไร
นางทำงานได้ยังไม่ถึงวัน ก็ถูกโยนออกมานอกเหลาแล้ว เนื้อตัวก็บาดเจ็บ จนนางนั้นจะลุกแทบไม่ไหว ชีวิตช่างลำบากลำบนอะไรถึงเพียงนี้ หลานหลง ท่านจะรู้หรือไม่ ว่าข้าทุกทรมานเต็มทีแล้ว
นางกำลังค่อยๆลุกขึ้น แต่แล้วก็มองเห็นเท้าของชายคนหนึ่งยืนอยู่ด้านหน้านาง อยู่ๆ ก็ได้ยินเสียงคนคนนึง เรียกนาง
"แม่นาง เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง " ซุนยี่ซินได้ยินแค่นั้น ทุกอย่างก็มืดดับไป นางได้หมดสติไปแล้ว
หลิวเซิน ท่านหมอชื่อดังแห่งห้าวหนาน ท่านเป็นหมอผู้มีเมตตาหาใดเปรียบมิได้ วันนี้เขาเดินทางมาที่เมืองหลวงเนื่องจากมาตามเทียบเชิญของหลี่หลันเพื่อนเก่าของเขา
เขามีศิษย์เอกอีกคนที่คอยติดตามเสมอ จางจื่อหมิง ศิษย์เอกที่หน้าตาหล่อเหลาสุภาพ เขาเป็นคนร่างเริง และฉลาดหลักแหลม อายุก็น่าจะรุ่นราวคราวเดียวกับยี่ซิน วิชาแพทย์ของเขาก็ไม่ได้ด้อยไปจากผู้เป็นอาจารย์เลย
ทั้งคู่มองเห็นหญิงสาวคนนี้ถูกรังแก ก็เลยเกิดสงสารนางขึ้นมา นางคงลำบากถึงเพียงนี้ ดูท่าแล้วคงไม่ใช่ชาวบ้านทั่วไป เขาเดินเข้ามา แล้วออกตัวช่วยนาง ผู้คนที่รู้จักต่างพากันถอยให้ท่านหมอหลิวเซินคนนี้ อย่างเกรงใจ
" เถ้าแก่ หากไม่ต้องการนางแล้ว ข้าจะขอนางไว้เอง ท่านจะว่าอย่างไร "
"ตามใจท่านเถอะท่านหมอ " เถ้าแก่เจ้าของร้านพูดจบก็สะบัดผ้าเข้าไปในร้านของตัวเองทันที
"อาจารย์ รับนางมาจะดีหรือขอรับ ข้าว่าอาจเป็นอุปสรรคต่อการเดินทางของเรานะขอรับ "
" จื่อหมิง เจ้าอย่าคิดมากไปเลย ช่วยชีวิตคน นับว่าเป็นเรื่องดี อีกอย่างนางน่าจะลำบากมาจริงๆ ทั้งเนื้อตัวมีแต่รอยฟกช้ำ "
"ขอรับ ศิษย์จะเชื่อฟังอาจารย์ขอรับ"
รถม้าได้พากันแล่นออกไปนอกเมืองหลวงแล้ว พร้อมกับยี่ซินนั้นติดรถไปด้วย ตอนนี้นางยังนอนสลบแน่นิ่งอยู่ อีกทั้งยังไม่รู้ตัวเลยว่า ตัวเองนั้น ต้องห่างกันกับหลานหลงอย่างแท้จริงแล้ว รถม้าค่อยๆแล่นไกลออกไปเรื่อยๆ
จบตอนที่6