จางจื่อหมิง รีบขยับตัวเอง แล้วกอดอกขึ้นมาทันที
"ยี่ซิน เจ้าอยู่ที่นี่เจ้าต้องขยันหมั่นเพียรศึกษาสมุนไพรและวิชาแพทย์จากอาจารย์มิเช่นนั้นเจ้าอาจจะต้องกลับไปเร่ร่อนเช่นเดิมอีก ต่อจากนั้นคงหาคนมาช่วยเหลือเจ้า ก็คงจะยากแน่แล้ว"
จางจื่อหมิงที่กอดอกแน่นแล้วยืนพูด โดยไม่ได้มองเลยว่า นางทั้งสามได้เดินจากตรงนั้นไปแล้ว เป็นเขาที่ต้องยืนพูดอยู่คนเดียว แล้วหันหน้ามาอย่างวางท่า แต่ก็ต้องตกใจเมื่อไม่มีใครยืนฟังที่เขาพูดอยู่ตรงนั้น
จื่อหมิงมองเห็นหลังไวไวของทั้งสามที่พากันไปดูสมุนไพรตากแห้ง
"นี่ พวกเจ้า ไม่เห็นศิษย์พี่อย่างข้าในสายตาบ้างหรืออย่างไร หึ่ยย! " เขาบ่นไปแต่ก็ตามสาวๆไปอีกเช่นเดิม
...ตอนนี้ ยี่ซินมาอยู่ที่นี่ได้เจ็ดวันแล้ว นางฝึกฝนและตั้งใจจำชื่อของสมุนไพรต่างได้เยอะขึ้น ต่อไปก็เป็นขั้นตอนการทำสมุนไพรต่างให้เป็นยา นางจะต้องเรียนรู้ให้ได้โดยไว
ขณะที่นาง กำลังตากสมุนไพร อยู่นั้น จื่อหมิง ก็เดินเข้ามา เขาเพ่งมองดูนาง ว่าทำไมนางเหมือนคนที่มีอะไรบางอย่างปิดบังอยู่ นางช่างดูเศร้าหมองเหลือเกิน แต่เขาก็ไม่ปริปากพูดอันใด
ตอนนั้น นางยกกระจาดสมุนไพรขึ้นไปตาก ที่ราวตากตรงนั้นกลับสูงเกินไป นางเขย่งเท้าเพื่อที่จะให้ตากได้ แต่แล้วก็เสียหลักจะลื่นล้ม จางจื่อหมิงที่มองนางอยู่ตรงนั้น เขาจึงรีบเข้าไปรับตัวของนางไว้ไม่ให้หงายหลัง สมุนไพรนั้นได้ปลิวตกกระจัดกระจาย
ซุ่นยี่ซิน เงยหน้าขึ้นก็เห็นเป็นศิษย์พี่จื่อหมิงที่มาช่วยนางไว้ในครั้งนี้ ทั้งคู่มองสบตากัน แต่เหตุไฉน หัวใจของจื่อหมิงนั้นที่เต้นแรงระรัวแบบนี้
จริงอยู่ที่เขาติดตามเรียนวิชาแพทย์กับอาจารย์มาหลายปี เขาก็ไม่เคยได้สัมผัสหญิงใดมาก่อน แต่ตอนนี้ยี่ซินนางอยู่ในอ้อมกอดของเขา
อีกทั้งดวงหน้าของนางขาวผุดผ่อง แก้มแดงเป็นสีชมพู เรียวปากบางที่แดงระเรื่อ ตากลมโตและมีขนตาหนางอนงามทั้งหมดทั้งมวลนั้น ทำให้จื่อหมิงใจเต้นอย่างไม่เป็นจังหวะ เขาไม่เคยเจอหญิงงามเท่านางมาก่อน เขายังจ้องมองนางอยู่แบบนั้น
" เอ่อ ศิษย์พี่ ปล่อยข้าเถอะ " ยี่ซินเอ่ยออกมา ทำให้จื่อหมิง มีสติกลับคืนมา ตอนนี้หัวใจของเข้าเต้นแรงขึ้น จนเขาต้องยกมือขึ้นมาทาบหน้าอกของตัวเอง
"เอ่อ จะ เจ้า ทำอะไร ระวังหน่อย สมุนไพรเหล่านี้เป็นของหายาก " ยี่ซินทำเอาจื่อหมิงต้องพูดติดๆขัดๆ เขารีบถอยหลัง แล้วเดินหนีนางไปอยาางรวดเร็ว
"ศิษย์พี่ เดี๋ยวก่อน ข้ามีเรื่องอยากจะถาม ..จะรีบไปไหนกันนะ ยังไม่ได้ขอบคุณด้วยซ้ำ"
หลังจากวันนั้น จื่อหมิงไม่ค่อยมาให้ซุนยี่ซินเห็นหน้า นางเดินไปทางใด เขาก็จะหลบไปทางอื่น เขารู้สึกว่า เมื่อเจอนาง เขาทำอะไรไม่ค่อยถูก อีกอย่างใจของเขาก็เต้นตลอดเมื่อเจอ หรือคิดถึงนางขึ้นมา
ยี่ซิน นางแปลกใจว่านางทำอันใดผิดต่อศิษย์พี่หรือไม่ นางยังเคืองใจไม่น้อยว่าหลังจากวันนั้น ศิษย์พี่ก็หายหน้าไปเลย จนนางทนไม่ไหว นางจึงนำเรื่องนี้ไปปรึกษาท่านอาจารย์ทันที
"คารวะ อาจารย์ ศิษย์มีปัญหาที่ไม่สามแก้ได้ ศิษย์จึงมาขอคำแนะนำกับอาจารย์ในวันนี้
"อืม เรื่องใดกันเล่า ยี่ซิน "
" ศิษย์พี่เจ้าค่ะ ศิษย์ไม่แน่ใจว่าศิษย์ได้ล่วงเกินอะไรศิษพี่ย์หรือไม่ เหตุใดเหมือนกับว่าศิษย์พี่ไม่อยากคุยหรือพบกับข้า อาจารย์เรื่องนี้อาจเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่หากยังอยู่กันแบบนี้ ข้าเองก็ไม่อาจสบายใจได้ "
นางพูดจบ จึงคิดถึงเรื่องที่ตัวนางเอง ไม่ยอมอ่อนให้กับเหม่ยหลินและสร้างเรื่องรางต่างๆมากมายจนขาดสติเหมือนแต่ก่อน จนทำให้เกิดเรื่องขึ้นมา เรื่องแบบนี้จะต้องไม่เกิดซ้ำอีก เพราะนางไม่ใช่ยี่ซินคนเก่าอีกเเล้ว
" ยี่ซิน เจ้าช่างซื่อตรงกับความรู้สึกเหลือเกิน ได้ข้าจะเรียกจื่อหมิงมาเดี๋ยวนี้"
ไม่นาน หลิวเซินให้คนไปเรียกจื่อหมิงเข้ามา เขาเดินเข้ามา แล้วต้องพบกับยี่ซินที่ยืนอยู่ นางหันมามองหน้าของเขาแล้วยิ้มให้ จื่อหมิงเมื่อมองมาที่นาง เขารีบหลบตา แล้วคารวะอาจารย์
" จื่อหมิง เจ้าโกรธอะไรนางหรือไม่ ยี่ซินนางไม่สบายใจ จึงมาบอกกับข้า "
"ข้า..อะเอ่อ ข้า อาจารย์ ข้าไม่มีเหตุอันใดต้องโกรธนาง เพียงแต่ว่า ข้าไม่อยากขัดจังหวะนางศึกษาสมุนไพร ก็เพียงเท่านั้น" เขาเล่าไป หัวใจของเขาก็เต้นแรง
" ไม่จริง ท่านไม่ชอบข้า ท่านไม่อยากให้ข้าอยู่ที่นี่ " ซุนยี่ซินเอ่ยออกมาอย่างน้อยใจ
"อะเอ่อ ไม่ใช่อย่างนั้นขอรับอาจารย์ " จื่อหมิงรีบตอบสวนนางกลับไป
" เอาหล่ะๆ พวกเจ้าสองคน เป็นศิษย์ร่วมสำนัก ควรจะรักใคร่ปรองดองกัน จื่อหมิง เจ้าต้องคอยดูุนางแนะนำศิษย์น้องของเจ้าให้นางได้ดี อย่าทำแบบนี้อีก "
"ขอรับอาจารย์ "
หลิวเซินเดินออกไปทันทีที่พูดจบ จื่อหมิงหันหน้ามาหานางแล้วถลึงตาใส่นางอย่างกับว่าเขาจะกินเลือดนาง แต่ยี่ซินหากลัวไม่นางแลบลิ้นใส่ศิษย์พี่ของนาง เขาทำอะไรนางไม่ได้ จึงเดินสะบัดชายเสื้ออกไป
" โธ่เอ้ย ศิษย์พี่คิดจะกลั่นแกล้งข้าหรือ ไม่มีวันซะหรอก " นางยกกำปั้นแล้วทำหน้าย่นตามหลังศิษย์ของนางที่เดินออกไป
...ผ่านไปอีกหนึ่งเดือนนางจำสมุนไพรได้มากขึ้น ตอนนี้นางอยู่ที่นี่ นางรู้สึกมีความสุขดี เรื่องสมุนไพร และตัวยานางจำได้มากขึ้น เพราะความขยันหมั่นเพียรของนาง
ในช่วงค่ำ ศิษย์ต่างๆในสำนักพากันเข้าที่พักหมด เหลือแต่ยี่ซินที่ต้องมาเก็บสมุนไพรที่ตากไว้ เพื่อไม่ให้ถูกน้ำค้าง วันนี้นางเริ่มรู้สึกเพลียขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
นางจึงนั่งลงที่แคร่ไม้ที่อยู่ข้างๆ ความเงียบสงัดในตอนนี้ทำให้นางรู้สึกคิดถึงเพ่ยหลินขึ้นมา นางทำร้ายเพ่ยหลินขนาดนั้นนางไม่สมควรที่จะได้รับความสุขใดๆ ความคิดแทรกซึมเข้ามาในจิตใจของนาง อีกด้าน ตอนนี้หลานหลงจะเป็นอย่างไรบ้างนะ เขาจะคิดถึงข้าบ้างหรือไม่
นางค่อยๆคิดไป ว่าเขาจะเคยคิดบ้างรึไม่นะ ว่านางนั้น ได้ตายไปแล้ว หรือว่ายังมีชีวิตอยู่ ป่านนี้เขาคงจะโดนหมวกเขียวใบใหญ่ของเหม่ยหลินตระครุบหัวจนตัดออกไม่ได้เป็นแน่
'หลานหลง ข้าคิดถึงท่านเหลือเกิน แต่ก็มิอาจได้พบท่านอีก หากแต่บัดนี้ท่านกับข้าขาดกันโดยสิ้นเชิงเถิด ' ยี่ซินคิดไปขณะนั่งเลือกสมุนไพร น้ำตานางก็ไหลไปเพราะบาดแผลในใจมันบาดลึกยิ่ง
ทั้งหมด อยูภายใต้สายตาของจื่อหมิงที่พอดีเดินผ่านมาแล้วเจอนาง ทำไม เขาเห็นนางร้องไห้แล้วเขาจึงปวดใจตาม เกิดอันใดขึ้นกับหัวใจของเขากันแน่ เขายืนมองนางอยู่ตรงนั้น จนอยากจะเข้าไปปลอบนาง แต่ก็ยึกยักอยู่หลายครั้ง สุดท้ายเขาก็ทนไม่ไหวเดินเข้าไปหานางทันที
"ศิษย์น้อง เจ้ามาทำอะไร ค่ำๆมืดๆอยู่คนเดียว" จื่อหมิงแสร้งถามนางออกมา
"ยี่ซินรีบหันหลังเช็ดน้ำตา แล้วหันหน้ามาตอบจื่อหมิง
"ข้ามาเก็บสมุนไพรที่ตากไว้เจ้าค่ะศิษย์พี่ ข้ากลัวว่ามันจะถูกน้ำค้างมากเกินไป "
"อืม ดีแล้ว " จื่อหมิงไม่รู้จะพูดอะไรกับนาง เขาเพียงแต่นิ่งและยืนมองนาง
"ท่านพี่ มีอะไรจะพูดกับข้าอีกหรือไม่ "
"เอ่อ คือ อยู่ที่นี่ ข้าว่า เจ้าคงอยู่ดีกินดี สุขสบายมาก ใช่หรือไม่" จื่อหมิงพูด ออกไป
"เจ้าค่ะ ทุกคนที่นี่เมตตาข้า " ยี่ซินเอ่ยออกมาพร้อมกับเก็บสมุนไพรไปเรื่อยๆ
"นั่นสินะ พักนี้ เจ้าถึงได้ดูอ้วนท้วนสมบูรณ์ขึ้น " จื่อหมิงหันหน้ามา แล้วก็ตกใจกับคำพูดของตัวเอง
"ถ้าเช่นนั้นไม่มีอันใดแล้วข้าไปพักก่อนดีกว่า " เขารีบหันหลังเดินออกไป แล้วตบปากตัวเองเบาๆ ทำไมตัวเองถึงได้ปากเสียเช่นนี้
ยี่ซิน นางส่ายหน้ากับคำพูดของศิษย์พี่ที่เสียดสีนางเป็นประจำ นางไม่อยากถือสา นางได้แต่นั่งส่ายหัวไปมาและเก็บสมุนไพรไปจนเสร็จเรียบร้อย
จบตอนที่8