คลั่งรัก...

1630 Words
โรงพยาบาล “ขิมยังเจ็บแผลอยู่ไหมครับ” เสียงทุ้มของราวินดังขึ้นเบา ๆ ข้างเตียง มือหนายื่นมาลูบผมของคนรักอย่างแผ่วเบา ความห่วงใยซ่อนอยู่ในทุกคำพูดและสัมผัส “ยังเจ็บอยู่บ้างคะ... แต่ไม่มากแล้ว” ขิมตอบเสียงอ่อน เธอพยายามยิ้มเพื่อไม่ให้เขาต้องเป็นห่วง แต่แววตาอ่อนล้าก็ปิดไม่มิด “พี่สงสารแฟนพี่จัง...” เขาพูดเบา ๆ ก่อนจะก้มลงจูบหน้าผากเธอแผ่ว ๆ “พี่คิดว่าพี่คงต้องไปอยู่ที่คอนโดขิมสักพักนะ จะได้ดูแลขิมใกล้ ๆ” “ไม่ต้องเลยค่ะ ขิมอยู่ได้สบาย แค่นี้เอง ไม่ต้องลำบากหรอก” “แล้วขิมจะอาบน้ำ สระผมยังไงล่ะ?” น้ำเสียงนั้นเจือความเจ้าเล่ห์น้อย ๆ ปรายตายิ้มอย่างรู้ทัน ขิมเบ้ปาก ทำเป็นค้อน “แหนะ... พี่วินคิดอะไรไม่ดีอยู่แน่เลย... ฮึ!” “คิดที่ไหนกันล่ะ ไม่ได้คิดอะไรเลย... จริง ๆ นะ” ราวินรีบเถียงเสียงสูง ทำหน้าตาให้ดูไร้เดียงสา แต่เธอก็รู้ทันอยู่ดี ก๊อก ก๊อก ก๊อก เสียงเคาะประตูดังขึ้น ก่อนที่ญาดากับเตชิตจะโผล่หน้าเข้ามาพร้อมถุงอาหารในมือ “ไงยัยขิม เจ็บมากไหม?” ญาดาเอ่ยถามทันทีที่เห็นหน้าเพื่อน “ตึง ๆ จ้า แต่ไม่ถึงกับทรมานอะไรมาก” “ถือว่าฟาดเคราะห์ไปนะเธอ” ญาดายิ้มให้ก่อนจะวางของลง สายขิมพยักหน้ารับเบา ๆ ก่อนจะถามกลับ “เมื่อคืนถึงดึกไหม? ญาดาไม่เห็นโทรมาเลย” “ดึกเลยล่ะจ้ะ รถพี่เตน่ะเสียกลางทาง ฝนก็ตกอีก” สายขิมหันไปมองสองคนนั้นสลับกัน แววตาซุกซนจับผิด “ไอ้เต... มึงคงไม่ได้จะ...” ราวินหรี่ตาถามเพื่อนชายเสียงต่ำ “บ้าดิ กูไม่ได้เลวขนาดนั้นนะ ถึงบรรยากาศจะเป็นใจ แต่กูก็สุภาพบุรุษพอ ไม่ทำอะไรล่วงเกินน้องเขาหรอก!” “จริงเหรอ ญาดา?” สายขิมรีบหันไปถามเพื่อนสาวทันที “โธ่สายขิม ไม่ไว้ใจพี่หรือ?” ญาดาหัวเราะเบา ๆ ทำหน้าทะเล้นใส่ “ก็คนมันเจ้าชู้อะเนอะ ต่อให้พูดยังไง คนก็ไม่ค่อยเชื่อหรอก” “ญาดา... แบบนี้พี่เสียหายนะครับ” เตชิตแกล้งทำเสียงน้อยใจ “ไม่ต้องห่วง ไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ถ้ามีจริงๆ ... ป่านนี้พี่คงได้มาเข้าห้องข้าง ๆ แล้วล่ะ” ญาดายักคิ้วขณะพูด ใบหน้าซนซ่อนความจริงจังไว้ลึก ๆ “เหรอครับ น้องญาดา...” เขาหรี่ตา ทำน้ำเสียงเย้าแหย่ ญาดาทำหน้ายู่ใส่เขาทันที เสียงหัวเราะของทั้งสี่คนดังขึ้นเบา ๆ ในห้องพักผู้ป่วย บรรยากาศอบอุ่นอ่อนโยนคลี่คลายความเจ็บปวดให้เบาลง ก่อนที่พวกเขาจะเริ่มทานมื้อเช้าด้วยกัน ท่ามกลางความห่วงใย... โรงพยาบาล – เช้าวันถัดมา เสียงเคาะประตูเบา ๆ ดังขึ้น ก่อนที่คุณหมอหนุ่มจะก้าวเข้ามาพร้อมแฟ้มในมือ ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มเป็นมิตร “สวัสดีครับคุณขิม ดูสดใสขึ้นเยอะเลยนะครับ” “ขอบคุณค่ะคุณหมอ” ขิมยิ้มตอบ แม้จะยังรู้สึกระบมอยู่บ้าง แต่หัวใจก็เบาสบายอย่างประหลาด หมอเปิดแฟ้มดูครู่หนึ่งก่อนเงยหน้าขึ้น “อาการดีขึ้นเร็วมากเลยครับ ถ้าไม่มีอะไรผิดปกติ วันนี้สามารถกลับบ้านได้แล้วนะครับ” “จริงเหรอคะ!” ขิมหันไปมองราวินด้วยตาเป็นประกาย ราวินยิ้มกว้างทันที มือหนากุมมือเธอแน่น “ขอบคุณมาก ๆ ครับ คุณหมอที่ดูแลแฟนผมอย่างดี” “ยินดีครับคุณวิน” คุณหมอตอบและยิ้มอย่างสุภาพ “งั้นพี่จะจัดการเรื่องเอกสาร แล้วเรากลับบ้านกันนะคนเก่งของพี่” ชั่วโมงถัดมา...หน้าห้องพักผู้ป่วย ราวินประคองขิมออกมาจากห้องอย่างระมัดระวัง ใส่ใจทุกรายละเอียดไม่เว้นแม้แต่การจัดกระเป๋า ยิ่งเห็นคนรักยังเดินได้ช้า ๆ เขาก็อดไม่ได้ที่จะยื่นมือมาพยุงไว้ตลอดทาง เมื่อมาถึงรถ เขาพาเธอนั่งอย่างสบาย ก่อนจะล้วงกล่องเล็ก ๆ จากกระเป๋าเสื้อออกมายื่นให้ “อะไรคะ?” ขิมรับมาอย่างงุนงง “ของขวัญจากพี่… ของขวัญที่มีความหมายมาก” เมื่อเปิดกล่องออก เธอก็เห็นสร้อยคอเส้นบางประณีต ประดับจี้รูปหัวใจเล็ก ๆ ด้านในสลักคำว่า "ขิมคือหัวใจของพี่" ตัวอักษรเล็กแต่ประณีตจนคนมองยิ้มไม่หุบ “พี่วิน...” เธอพูดชื่อเขาเบา ๆ น้ำเสียงปนสะเทือนใจ “พี่อยากให้ขิมใส่ติดตัวไว้ตลอด มันคือคำสัญญาว่าพี่จะดูแลขิมให้ดีที่สุดเท่าที่ผู้ชายคนหนึ่งจะทำได้” เธอพยักหน้าเบา ๆ ก่อนจะล้วงบางอย่างจากกระเป๋าเป้เล็ก ๆ ที่ถือมา “ขิมก็มีของให้พี่เหมือนกันค่ะ กะจะให้วันที่ไปผับแล้วแต่เกิดเรื่องสะก่อน” เธอยื่นกล่องเล็กทรงยาวออกมา เมื่อราวินเปิดออก เขาก็เห็นนาฬิกาข้อมือหนังเรียบหรู สีที่เขาชอบที่สุดอยู่ตรงหน้า ด้านหลังสลักคำว่า "เวลาของพี่… จะเป็นของเราเสมอ" “ขิม...” เสียงของราวินแผ่วเบา เขาพูดไม่ออก น้ำเสียงสั่นเครืออย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ดวงตาคมมองเธอแน่วแน่ ราวกับจะจดจำทุกลมหายใจของเธอไว้ในหัวใจ “ขอบคุณโชคชะตาที่ทำให้เราได้มาเจอกัน... ขอบคุณที่ขิมยอมเปิดใจให้พี่ ยอมให้พี่เข้ามาในชีวิต” เขาหยุดหายใจครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงหนักแน่นแต่อ่อนโยน “ต่อจากนี้ ไม่ว่าอะไรก็ตาม จะไม่มีวันกีดขวางความรักของเราได้ พี่สัญญา” ขิมมองเขา ดวงตาของเธอมีน้ำใสคลอเบ้า แต่กลับเปล่งประกายอย่างมีความสุข “ขิมจะรักพี่คนเดียวตลอดไปนะคะ...” เธอพูดเบา ๆ แต่ดวงตาแน่วแน่ “ไม่ว่าพี่จะอยู่ที่ไหน หรือเราจะต้องผ่านอะไรก็ตาม ขอแค่ให้พี่เชื่อในตัวขิม... แค่นั้นพอ” ราวินยิ้มทั้งน้ำตา มือหนาโอบเอวเธอไว้แน่น เขาก้มลงกระซิบข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงที่เปี่ยมด้วยรักมั่น “พี่เชื่อ... และพี่ก็เชื่อว่าขิมจะรักพี่คนเดียวตลอดไป เหมือนที่พี่รักขิม รักทั้งหัวใจ... รักแบบไม่มีวันสิ้นสุด” เขาดึงเธอเข้ามากอดแน่น สองหัวใจได้สัมผัสซึ่งกันและกัน กอดนั้นไม่ใช่แค่การสัมผัสทางกาย... แต่มันคือคำสัญญา ที่ทั้งสองมอบให้กันอย่างจริงใจ หนึ่งสัปดาห์ต่อมา ราวินกลายเป็นผู้ชายที่ดูคลั่งรักและอบอุ่นที่สุด พราะเขาทำทุกอย่างให้สายขิมมีความสุข เขาตื่นเช้าไปส่งขิมที่มหาวิทยาลัยทุกวัน รับเธอกลับคอนโดไม่เคยขาด และยังจัดเวลาทำอาหาร ดูแลแผล ดูแลใจของเธอ... จนขิมเองก็แอบอมยิ้มทุกครั้งที่คิดว่า เธอเคยปฏิเสธการให้เขามาอยู่ด้วย เขาทำแบบนี้ทุกวันจนแผลของขิมเริ่มหายเป็นปกติ ทั้งสองผูกพันและรักกันมากขึ้น แค่มองตาก็รู้ใจกันไปเสียทุกเรื่อง อีกสองสัปดาห์ข้างหน้า ราวิน เตชิตและธนากร ก็จะเรียนจบปริญญาตรี แล้วพวกเขาพูดคุยแลกเปลี่ยนการวางแผนอนาคตต่อจากนี้ “ไอ้วิน มึงเรียนจบแล้ว จะเรียนต่อหรือทำงานก่อนวะ?” เตชิตเอ่ยถามเพื่อนสนิท ขณะพวกเขาเดินออกมาจากลานหน้าหอประชุม ราวินยิ้มมุมปาก ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงแน่วแน่ “กูว่าจะขอขิมหมั้นก่อนนะ รอขิมเรียนจบเมื่อไหร่...ค่อยแต่งงาน แล้วค่อยไปเรียนต่อที่ต่างประเทศด้วยกัน” เตชิตหัวเราะเบา ๆ “โอ้โห รักแฟน รอแฟน อะไรจะหลงได้ขนาดนี้วะ” “ขิมคือทุกสิ่งทุกอย่างของกู” น้ำเสียงของราวินเต็มไปด้วยความจริงใจ จนคนฟังสัมผัสได้ถึงความรักที่เขามีให้อย่างไม่มีข้อแม้ “แล้วมึงล่ะไอ้เต เอาไงต่อ?” “กูก็ต่อโทที่อังกฤษนั่นแหละ...แล้วกลับมาเปิดบริษัทกับมึงไง” เตชิตตอบเรียบ ๆ แต่แววตาฉายแววตื่นเต้น “มึงจะรอกูด้วยเหรอวะ?” “ไม่ได้รอหรอก แค่อยากอยู่ใกล้ ๆ พวกมึงก็เท่านั้นเอง” ราวินหัวเราะขำ ก่อนหันไปเห็นใครบางคนเดินมา “เฮ้ย นั่นไอ้กรมากับใครวะ...น้ำฟ้าสาววิทยานั่นใช่ไหม?” “ใช่ละ จีบเขาติดแล้วด้วย” เตชิตตอบพลางยักคิ้ว “หล่อนิสัยดีอย่างไอ้กร สาว ๆ ก็ชอบอยู่แล้วน่า” ราวินพูดกลั้วหัวเราะ ก่อนแกล้งทำหน้าจริงจัง “แบบนี้แปลว่า...มึงโสดคนเดียวแล้วดิ เต” “โหย...มึงเย้ยกูเหรอวะ” เตชิตทำหน้าหงอยลงทันตา “แล้วญาดาล่ะ ไม่ชอบมึงเหรอ?” เตชิตถอนหายใจเบา ๆ “น้องเขาก็ไม่ได้ปิดใจหรอก...แต่บางทีกูก็รู้สึกว่าน้องเหมือนมีใจ แต่ก็เหมือนไม่มีใจว่ะ เหมือนกำลังลังเลไรบางอย่างอยู่” “พูดอะไรมึน ๆ วะเนี่ย” ราวินหัวเราะ ก่อนตบไหล่เพื่อน “ยังไงก็ขอให้มึงเจอคู่ที่ดีเหมือนที่กูเจอแล้วกันนะ” “ครับผม คุณราวินสุดหล่อ ผู้คลั่งรักแฟนระดับตำนาน” “เต มึงก็เว่อร์ไป... แต่พูดแล้วกูก็คิดถึงขิมอีกละ” เขาพูดด้วยรอยยิ้ม ก่อนหยิบมือถือขึ้นดูเวลาทันที “ฮ่า ฮ่า ไอ้วินเอ้ย...มึงหลงขิมจนโงหัวไม่ขึ้นแล้วจริง ๆ ว่ะ” “ก็กูรักของกูนี่หว่า...” “งั้นกูไปละ ขิมรอกูอยู่...ไว้เจอกันเว้ยเพื่อน! มึงอยู่คุยกับไอ้กรไป”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD