“นายให้ผมมารับคุณผู้หญิงกลับบ้านครับ”
เสียงของก้อง บอดี้การ์ดคนสนิทดังขึ้นพร้อมกับช่างแต่งหน้าและผู้ช่วยอีกสองคนที่ตามมาติด ๆ
สายขิมขมวดคิ้วเล็กน้อย “แค่กลับบ้าน...ทำไมต้องแต่งตัวขนาดนี้?”
“เป็นคำสั่งของนายครับ”
เธอถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะยอมทำตามแต่โดยดี
ชุดเดรสยาวสีขาว เรียบหรู แนบเนื้อช่วงบน ก่อนบานออกเล็กน้อยราวกับหางปลา เสริมด้วยเครื่องเพชรเข้าชุด ทั้งต่างหูและสร้อยคอ แต่งหน้าด้วยโทนอ่อน ลิปสติกสีชมพูระเรื่อ เนรมิตสายขิมให้งดงามราวเทพธิดา
เมื่อรถยนต์จอดสนิท และประตูถูกเปิดออก ทันทีที่เธอก้าวลงมา สายขิมก็ชะงักงัน
ตรงหน้าคือสวนดอกไม้แสนสวย รายล้อมด้วยเก้าอี้สีขาวเรียงราย เวทีเล็กๆ ประดับชื่อขนาดใหญ่
“สายขิม ♥ ราวิน”
หัวใจเธอเต้นแรง นี่มัน...อะไรกัน?
เขาเคยพูดว่าเขาซื้อเธอมาเพื่อแต่งงาน แต่เธอไม่เคยคาดคิดว่างานแต่งจะอบอุ่นและงดงามถึงเพียงนี้
เธอกวาดตามองไปรอบๆ และสบเข้ากับแววตาของราวินที่กำลังเดินตรงเข้ามา
สายขิมยิ้มบางให้เขา แต่คำพูดที่ตามมาทำให้รอยยิ้มของเธอจางหาย
“ไม่ต้องดีใจไป นี่มันก็แค่การแสดง...เพื่อให้คุณตาของฉันมีกำลังใจเท่านั้น”
เธอชะงัก ยืนนิ่งงัน
ใช่สิ...เขาจะอยากแต่งงานกับเธอไปทำไม ทั้งหมดนี่ก็เพื่อการแก้แค้น เพราะเธอเคยทิ้งเขาไว้ในอดีตอย่างเลือดเย็น
“ไม่เห็นจำเป็นต้องจัดงานก็ได้”
เธอกระซิบเสียงแผ่ว
“ฉันก็เซ็นสัญญาให้แล้ว...ถ้าฉันหาเงินมาคืนได้ภายในหนึ่งปี ฉันก็จะเป็นอิสระ”
“เอาไว้ถึงวันนั้นก่อนเถอะ”
ราวินตอบเสียงเย็น
“แต่วันนี้...ช่วยฉันทำให้คุณตามีความสุข ทำตัวให้มีประโยชน์หน่อยเถอะ เพราะเงินที่ฉันซื้อเธอมามันเยอะมาก ต่อให้เธอไปนอนอ้าให้ใครสัก 40-50 ครั้งยังไม่ได้เงินจำนวนเท่านี้เลย”
เขาพูดเหยียดหยามเธอ สายขิมเงยหน้ามองเขาอย่างไม่ยอมแพ้ ดวงตาฉายแววเจ็บปวด กลืนน้ำลายปนน้ำตาลงในอก คำพูดของเขามันเจ็บปวดลึกไปถึงก้นบึ้งของหัวใจ
“หยาบคาย...คำพูดแต่ละคำของคุณ มีแต่จะดูถูกเหยียบย่ำคนอื่น”
เขาเลิกคิ้ว ขบกรามแน่น
“นี่เธอ...ช่างเถอะ”
เขายักคิ้วยกยิ้มที่มุมปาก
“คืนนี้ฉันค่อย จัดการเธอทีหลัง”
เขากระซิบเสียงเข้ม ข่มอารมณ์ที่เดือดพล่าน
ทันใดนั้น เสียงหวานใสของหญิงสาวคนหนึ่งก็ดังขึ้นแทรกสถานการณ์อึดอัดนั้น
“สายขิม! ไม่เจอกันตั้งนาน ทำไมไม่บอกเลยว่าจะมีงานแต่ง แล้วนี่ไปคืนดีกับพี่วินตั้งแต่เมื่อไหร่?”
สายขิมหันไปตามเสียง พบญาดา เพื่อนสนิทที่เพิ่งกลับจากต่างประเทศ กำลังยิ้มกว้างเดินเข้ามา
“ญาดา...กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่?”
เธอพยายามยิ้มตอบ ขณะปรับสีหน้าให้เป็นปกติ
“เมื่อวานนี้เองจ๊ะ บังเอิญเจอพี่เต เขาเลยบอกว่าพรุ่งนี้เธอจะแต่งงานกับพี่วิน!”
“เอ่อ...ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกัน ว่าจะมีพิธีแต่งงาน...”
เสียงของเธอเบาลงเรื่อย ๆ ราวกับพูดปลอบใจตัวเองมากกว่าจะตอบใคร
“สบายดีนะ ญาดา”
ราวินกล่าวทักขึ้นก่อน น้ำเสียงสุภาพ
“สบายดีค่ะ”
ญาดายิ้มให้เขา
“ยินดีด้วยนะคะ...กับทั้งสองคน”
“ขอบใจมาก”
เขาพยักหน้าช้าๆ ก่อนหันไปมองสายขิม
“เชิญตามสบายนะ พี่ขอตัวพาขิมไปทางโน้นก่อน”
“เชิญค่ะ”
ญาดาพยักหน้ายิ้มรับ แต่ดวงตาที่ทอดมองทั้งสองกลับฉายแววบางอย่างคล้ายจับสังเกตบางสิ่งที่ผิดปกติ
“เรื่องสัญญาของเรา...คนรู้น้อยที่สุดจะดีกว่า”
ราวินเอ่ยเสียงเรียบ ดวงตาไม่หลบสายตาเธอ
“ไม่ต้องห่วงหรอก”
สายขิมตอบกลับด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น
“ฉันไม่คิดจะบอกใครอยู่แล้ว ยังไงในสายตาทุกคน...คุณก็ยังคงเป็น ‘คนดี’ อยู่ดี”
“งั้นก็ทำให้ได้อย่างที่พูดแล้วกัน”
น้ำเสียงของเขาฟังดูเยาะเย้ยเจืออยู่เล็กๆ สายขิมหันมามองค้อนใส่เขาทันที หัวใจเต้นระส่ำ ทั้งโกรธ ทั้งสับสน
เธอไม่รู้แล้วจริงๆ ว่าควรรัก หรือเกลียดเขาดี...
ทันใดนั้น เสียงของราวินก็เปลี่ยนอารมณ์อีกครั้ง หันไปเรียกคุณปู่ด้วยน้ำเสียงสดใส
“คุณตาครับ...เจ้าสาวของผมมาถึงแล้วครับ”
ชายชราหันมา ดวงตาทอประกายอ่อนโยน
“แม่หนูคนนี้...เราเคยเจอกันมาก่อนใช่ไหม”
สายขิมยิ้มสุภาพ ก้มศีรษะเล็กน้อย
“ใช่ค่ะคุณตา หนูชื่อสายขิมค่ะ”
“อ๋อ คนนี้นี่เอง...คนที่ช่วยเจ้าวินไว้ใช่ไหม เห็นว่าเลิกกันไปพักหนึ่ง ตอนนี้เข้าใจกันดีแล้วสินะ”
“ครับคุณตา” ราวินตอบด้วยรอยยิ้มบาง “เมื่อก่อนเรามีเรื่องเข้าใจผิดกันเล็กน้อยครับ แต่ตอนนี้เคลียร์กันเรียบร้อยแล้วครับ รักกันดีผมเลยขอเธอแต่งงาน”
“เข้าใจกันแล้วก็ดีแล้วล่ะ”
ชายชราพยักหน้าอย่างโล่งใจ
“เห็นเจ้าวินเป็นฝั่งเป็นฝา ตาก็หมดห่วงเสียที”
ชายชราพูดด้วยรอยยิ้มอิ่มเอม
“แล้วพ่อแม่เจ้าสาวล่ะ? เจ้าวินพามาด้วยไหม?”
คุณตาถามอย่างสงสัย เมื่อมองไปรอบงานแล้วไม่เห็นแขกผู้ใหญ่ของสายขิมเลยสักคน
“วันนี้จัดเป็นงานเล็กๆ ครับคุณตา” ราวินตอบ
“พ่อแม่เจ้าสาวไปต่างประเทศ เดี๋ยวเราจะจัดงานเลี้ยงใหญ่กันอีกทีครับ วันนี้เลยจัดแค่ในครอบครัว มีพิธีเล็กๆ เรียบง่าย”
“เรียบง่ายดี ไม่วุ่นวาย” คุณตายิ้มพอใจ
“ค่ะคุณตา” สายขิมตอบรับด้วยน้ำเสียงสุภาพ
งานเลี้ยงสังสรรค์สำหรับเพื่อนฝูงจัดขึ้นอย่างเรียบง่าย
แขกมีเพียงไม่เกินสิบคน แต่บรรยากาศกลับเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและคำอวยพรที่หลั่งไหล
อาหารเลิศรสถูกจัดวางเรียงราย
เสิร์ฟให้ทุกคนได้ร่วมลิ้มลองกันอย่างอิ่มหนำสำราญ
กลิ่นหอมของเมนูจานร้อนลอยคลุ้ง ผสมกับกลิ่นไวน์อ่อนๆ ที่แตะปลายจมูก
แม้งานจะเล็กและเรียบง่าย แต่ก็เต็มไปด้วยความใส่ใจในทุกรายละเอียด
เมื่อเวลาล่วงเลยเข้าสู่ค่ำ
แขกเริ่มทยอยแยกย้ายกลับ บรรยากาศค่อยๆ เงียบลง เหลือเพียงแสงไฟอบอุ่นที่ยังไม่ดับ
และเสียงหัวใจของใครบางคนที่กำลังเต้นด้วยความสับสน
คืนนี้...ค่ำคืนแรกหลังพิธีแต่งงาน
แต่กลับไม่มีคำว่า ‘โรแมนติก’ มีเพียงความเงียบ...และความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย
“ขิมเดี๋ยวเรากลับก่อนนะ ไว้นัดเจอกันมีอะไรบอกเราได้ทุกเมื่อ วันนี้ขิมสวยมาก ขอให้ขิมมีความสุขตลอดไป ขิมรอวันนี้มานาน สุดท้ายขิมก็ได้แต่งงานกับพี่วินสมใจแล้ว”
สายขิมยิ้มหวาน ก่อนเข้าไปกอดญาดาทั้งน้ำตา
“ไม่ร้องแล้ว ไปได้แล้วพี่วินรอแล้ว”
สายขิมพยักหน้า
“ญาดาจะกลับยังไง?”
สายขิมเอ่ยถามด้วยความห่วงใย
“พี่เตไปส่ง ไม่ต้องห่วงนะ”
ญาดาตอบพร้อมรอยยิ้มบาง
“เดินทางปลอดภัยนะ”
เธอกล่าวเบา ๆ ก่อนมองตามร่างเพื่อนที่กำลังจะเดินจากไป
ทางด้านของราวินกับเตชิต...
“วิน... มึงคิดดีๆ นะ มึงรู้ตัวไหมว่ากำลังทำอะไรอยู่”
เตชิตเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ถ้ามึงไม่ได้รักขิมจริง ๆ มึงยังหยุดตอนนี้ได้ทันนะเว้ย”
ราวินหันมามองเพื่อนสนิท ดวงตาแดงจากฤทธิ์แอลกอฮอล์แต่แววตาแข็งกร้าว
“ไอ้เต้... มันเรื่องของกู”
เขาตอบเสียงต่ำ
“กูจะรักหรือไม่รักยังไง มึงก็ไม่มีสิทธิ์พูด ขิมก็คือของกู... ไม่มีวันหนีกูไปได้อีกแล้ว”
“แต่มึงกำลังทำร้ายขิมอยู่!”
เตชิตขึ้นเสียงด้วยความอัดอั้น
“แล้วที่ขิมเคยทำร้ายกูล่ะ?”
ราวินย้อนทันควัน น้ำเสียงเต็มไปด้วยบาดแผลที่ยังไม่จาง
เตชิตมองเพื่อนนิ่งไปครู่ ก่อนถอนหายใจยาว
“มึงโตแล้วกูไม่อยากสอนมึงหรอก แต่ขอเตือน...คิดให้ดี ก่อนที่มึงจะต้องเสียใจไปตลอดชีวิต”
เมื่อถึงเวลาส่งตัวบ่าวสาวเข้าห้องหอ...
ราวินที่เมาหนักจากการดื่มกับเพื่อนๆ ถูกพาแยกตัวออกไปพัก ขณะที่สายขิมต้องเดินขึ้นห้องเพียงลำพัง
ภายในห้องหอเงียบสงบ แสงไฟนวลอบอุ่น แต่ในใจของเธอกลับรู้สึกว่างเปล่า...
เธอนั่งนิ่งอยู่ขอบเตียง ราวกับไม่รู้ว่าควรรู้สึกเช่นไรในค่ำคืนที่ควรจะเป็น “คืนแห่งความสุข” ของเจ้าสาวคนหนึ่ง...
ทันใดนั้น...เสียงเปิดประตูก็ดังขึ้นในความเงียบ
สายขิมเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะเห็นร่างสูงของราวินก้าวเข้ามาในห้อง
กลิ่นแอลกอฮอล์อ่อนๆ ลอยมาก่อนตัวเขา ร่างสูงเดินเข้ามาอย่างเงียบงัน ก่อนจะหย่อนตัวนั่งลงบนเตียง ข้าง ๆ เธอ
ไม่มีคำทักทาย ไม่มีแม้แต่แววตาที่จะบอกได้ว่าเขารู้สึกอย่างไร เพียงแค่...นั่งอยู่ตรงนั้น ข้างๆ กัน
บรรยากาศในห้องอึดอัด ราวกับอากาศถูกบีบแน่นอยู่แค่ตรงนั้น
เสียงเครื่องปรับอากาศยังคงทำงาน แต่กลับไม่มีความเย็นหลงเหลือในร่างเธอแม้แต่นิดเดียว
สายขิมนั่งนิ่ง ตัวแข็งราวกับถูกตรึงไว้ เธอไม่กล้าหันไปสบตาเขา ไม่รู้ว่าควรพูดอะไร...หรือควรจะเงียบต่อไป
แต่แล้ว เสียงธนบัตรถูกวางลงบนเตียง พร้อมกับเงาร่างสูงที่โน้มตัวมาข้าง ๆ เงินพันบาทวางอยู่ตรงหน้าเธอ
เหมือนมีดที่กรีดใจอย่างจงใจ
“อะไรคะ...”
เธอถามเสียงแผ่ว
“ไปซื้อของให้ฉันหน่อย” เสียงของเขาราบเรียบ เย็นชา แต่แฝงแรงกดดันจนแทบหายใจไม่ออก
“ซื้อ...อะไรคะ”
“ถุงยางไง”
หัวใจของสายขิมเต้นสะดุด
คำพูดของเขาไม่ต่างจากสายฟ้าที่ฟาดลงมากลางใจ
“คุณ...ให้พี่ก้อง บอดี้การ์ดของคุณไปซื้อได้ไหมคะ...”
“หึ พี่ก้อง...” ราวินหัวเราะเยาะเบา ๆ
“ไปสนิทกับมันตอนไหนถึงเรียกชื่อมันเต็มปากเต็มคำขนาดนั้น หืม?”
ยังไม่ทันที่เธอจะตอบ เขากระชากแขนเธอเข้าไปใกล้ รุนแรงและเต็มไปด้วยอารมณ์
“โอ๊ย! ฉันเจ็บ! ปล่อยนะ!”
“เจ็บเหรอ?” เขาจ้องลึกลงมาในดวงตาเธอ น้ำเสียงเย็นเฉียบ
“แค่นี้น่ะเหรอเจ็บ...ยังไม่เท่าไอ้ที่เธอเคยทำให้ฉันเลยสักเสี้ยว”
เขาผละออกช้าๆ เหมือนจะกลั้นอารมณ์ ไม่ให้ปะทุไปมากกว่านี้
แต่คำพูดของเขา ยังคงบาดลึก
“ไปซื้อมา แล้วอย่าแม้แต่จะคิดหนี จำไว้นะขิม...เธอหนีฉันไม่ได้อีกแล้ว ไม่ว่าจะทางไหนก็ตาม”
สายขิมจ้องตาเขาอย่างไม่ยอมแพ้ น้ำตาซึมขอบตาเพราะทั้งเจ็บ...ทั้งโกรธ
ก่อนจะลุกขึ้น หยิบเงิน แล้วเดินออกไป