บรรยากาศภายในรถเงียบสงบเสียจนได้ยินเพียงเสียงลมหายใจของทั้งสองคน เตชิตจับพวงมาลัยแน่น สายตาเหม่อมองถนนเบื้องหน้าด้วยสีหน้าเหมือนกังวล
ขณะที่ญาดานั่งข้าง ๆ ด้วยท่าทีสงบเช่นกัน... เงียบ ไม่พูด ไม่จา แม้แต่จะหันมามองเขา
บรรยากาศระหว่างพวกเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ไม่อาจอธิบายได้
“ญาดาหิวไหม...”
เสียงทุ้มต่ำของเขาทำลายความเงียบ
“ตอนอยู่ในผับ พี่ไม่เห็นเรากินอะไรเลย”
ญาดาเงยหน้าขึ้น ส่ายหน้าเล็กน้อย
“ไม่หิวค่ะ กินไม่ค่อยลง... เป็นห่วงขิมมากกว่า”
เตชิตพยักหน้าเบา ๆ ขณะยังคงมองตรงไปข้างหน้า
“ขิมปลอดภัยแล้วนะ พ้นขีดอันตราย ไม่มีอะไรต้องห่วงแล้ว”
“ใช่ค่ะ... เขาปลอดภัยแล้วก็จริง”
เสียงของเธอสั่นเครือเล็กน้อย “แต่ถ้าตอนนั้น คนร้ายไม่ได้ฟาดมีดไปโดนแขน แต่เป็นคอขิมแทน... พี่คิดดูสิ เขาจะเป็นยังไง?”
“พี่เข้าใจ...”
“ขิมยอมเอาตัวเองเข้าไปบังพี่วิน...”
ญาดาพูดพลางกำมือแน่น
“ขิมต้องรักพี่วินมากจริง ๆ ถึงได้ไม่ลังเลขนาดนั้น”
เธอหันไปสบตาเขา
“แล้วพี่ล่ะ... พี่คิดว่าเพื่อนพี่จริงจังกับขิมแค่ไหน?”
เตชิตถอนหายใจเบา ๆ
“วินมันเป็นคนเงียบ ๆ บางทีก็ดูเย็นชา แต่ลึก ๆ แล้วมันเป็นคนจริงจัง... ถ้ามันรักใครสักคน มันจะรักสุดหัวใจ และขิมก็เป็นแฟนคนแรกของมัน... พี่เชื่อว่ามันรักขิมมาก”
“ขอให้เป็นแบบนั้นเถอะค่ะ...”
เธอพูดเสียงเบา “หนูแค่ไม่อยากให้ขิมต้องเสียใจ”
“พี่มั่นใจว่าวินจะไม่มีวันทำให้ขิมร้องไห้ เพราะที่ผ่านมา พี่ไม่เคยเห็นมันมีผู้หญิงคนไหนเลย นอกจากขิม”
ญาดาไม่พูดอะไรต่อ เธอเพียงแค่หันหน้าออกไปนอกหน้าต่าง มองแสงไฟข้างทางที่ค่อย ๆ เคลื่อนผ่านสายตาไปเรื่อย ๆ
เงียบอยู่ครู่หนึ่ง เตชิตจึงพูดขึ้นอีกครั้ง
“แล้วพี่ล่ะ... ญาดา... พี่สามารถจะคบกับเราได้ไหม?”
คำถามของเขาทำให้หญิงสาวอึ้งไปชั่วขณะ ก่อนจะหันมามองเขาด้วยแววตานิ่งสงบ
“ไม่ได้ค่ะ”
คำตอบของเธอชัดเจน และตรงเกินคาด
“พี่ไม่ดีตรงไหน...”
เสียงเขาอ่อนลง พร้อมกับสายตาที่เหลือบมองเธอแวบหนึ่ง “ทำไมถึงคบกับพี่ไม่ได้”
“ไม่ใช่ว่าพี่ไม่ดี... แต่ญาดาแค่...”
เธอกัดริมฝีปาก
“ญาดาอยากได้คนที่จริงใจ ซื่อสัตย์... ที่สำคัญ... ไม่เจ้าชู้ ไม่กะล่อน”
คำพูดของเธอทำเอาเตชิตนิ่งไป
“ถ้าพี่เคลียร์ทุกอย่างได้... ถ้าพี่เปลี่ยนตัวเองเพื่อเราได้... ญาดาจะให้โอกาสพี่ไหม?”
เขาหันมามองเธออย่างจริงจัง สายตาเต็มไปด้วยความหวัง
“พี่ชอบเราจริง ๆ นะ... ญาดา”
เธอนิ่งไปชั่วครู่ ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบาแต่มั่นคง
“ไว้เมื่อหนูมั่นใจ... และพร้อมที่จะเปิดใจให้ใครสักคน หนูจะบอกพี่เอง... แต่ตอนนี้ ยังไม่ใช่เวลาค่ะ”
เตชิตยิ้มน้อย ๆ อย่างเข้าใจ แม้ในใจจะเจ็บนิด ๆ กับคำตอบนั้น แต่ก็ยังเต็มไปด้วยความหวัง
รถยังคงแล่นไปบนถนนสายเงียบยามค่ำ แต่ก็ต้องหยุดกะทันหันเมื่อเครื่องยนต์กระตุกคล้ายจะดับ และ... ก็ดับลงจริง ๆ
“เอ๊ะ... พี่เต รถเป็นอะไรไปเหรอ?” ญาดาขมวดคิ้วถามเสียงเบา
“พี่ก็ไม่แน่ใจ...” เขาลองบิดกุญแจอีกครั้ง แต่เครื่องกลับเงียบสนิท “...ไม่รู้ว่าอะไรพัง”
หญิงสาวเหล่มองเขา แววตาฉายความระแวงนิด ๆ “นี่ไม่ใช่แผนพี่ใช่มั้ย? จะหลอกให้นั่งรถเสียกลางทาง อ้างต้องอยู่ด้วยกันนาน ๆ อะไรแบบในละครน้ำน่ะ...”
เตชิตเงยหน้าขึ้น ยิ้มแห้ง ๆ ก่อนส่ายหัว “โธ่ ญาดา... แผนแบบนั้นมันพล็อตละครน้ำเน่าชัด ๆ พี่ไม่คิดทำแบบนั้นหรอกน่า”
เสียงหัวเราะของญาดาดังขึ้นทันทีที่ได้ยินคำตอบ “ฮ่า ฮ่า หนูล้อเล่นค่า~”
เธอแลบลิ้นใส่เขาเบา ๆ ทำหน้าแบบเด็กขี้แกล้ง นาทีนั้นเธอดูน่ารักอย่างไม่น่าเชื่อ... ไม่มีร่องรอยของสาวมั่นแสนดุที่เขาเจอมาตลอดวัน
เตชิตนิ่งไปชั่วครู่ สายตาเขาหยุดลงที่ใบหน้าเธอ — สว่างไสวอยู่ใต้แสงไฟถนนที่สาดลอดกระจกเข้ามา
“พี่เต... อย่ามัวแต่มองคนสวยนาน โทรค่ะ โทรหาช่าง ไม่งั้นคืนนี้เราได้ค้างข้างถนนกันพอดี”
เสียงหญิงสาวเรียกสติพร้อมรอยยิ้มขี้เล่น เขาสะดุ้งน้อย ๆ ก่อนรีบคว้ามือถือขึ้นมา
“ฮ่า ฮ่า ...อ๋อ เออ... พี่ลืม ๆ ขอโทษนะ โทร... โทรเดี๋ยวหาลูกน้องของพ่อให้มารับเราดีกว่า ดึกป่านนี้ช่างน่าจะนอนกันหมดแล้ว”
เตชิตตอบแล้วกดโทรศัพท์สั่งลูกน้องของพ่อเขาให้มารับเขาและญาดาทันที ซึ่งจากบ้านเขากว่าจะถึงที่ที่เขาอยู่น่าจะใช้เวลา 45 นาที
เตชิตมองเธออย่างเงียบงัน
เสียงฝนกระทบหลังคารถยังคงดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ กลิ่นอายอุ่นของสายฝนปะปนกับกลิ่นหอมอ่อน ๆ จากตัวเธอ ยิ่งทำให้บรรยากาศภายในรถ... อบอวลไปด้วยความรู้สึกอยากเข้าใกล้เธอมากขึ้น
ญาดานั่งมองออกไปนอกหน้าต่าง ฝ่ามือยันกระจกเย็นเฉียบ ใบหน้าเธอสะท้อนกับแสงไฟถนนด้านนอก
‘ทำไมต้องสวยขนาดนี้ด้วยวะ...’
เขาคิดในใจ แล้วกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืด ๆ
เธอไม่ได้ทำอะไรเลย... แค่เงียบ แค่นั่งมองฝน
แต่เขากลับรู้สึกเหมือนโดนบางอย่างสะกดไว้ทั้งร่าง
"ญาดา..."
เขาเรียกชื่อเธอเบา ๆ ราวกับเสียงจะหลุดหายไปในเสียงฝน
เธอหันมาช้า ๆ ดวงตาคู่นั้นยังคงมีประกายสับสนเจืออยู่
“หืม?”
เตชิตไม่รู้ว่าควรพูดอะไรต่อดี เขาอยากบอกว่าเธอสวย อยากบอกว่าคืนนี้เขาโชคดีที่ได้อยู่กับเธอ แต่สุดท้ายกลับได้แค่...
“หนาวไหม?”
ญาดายิ้มมุมปากนิด ๆ พลางพยักหน้า
“นิดหน่อยค่ะ”
เขาทำได้แค่ยื่นมือไปดึงผ้าห่มผืนเล็กจากเบาะหลัง แล้วค่อย ๆ คลุมบ่าเธอไว้เบา ๆ
ญาดาชะงักเล็กน้อย ก่อนจะหันมามองเขา
“ขอบคุณนะพี่เต”
เขายิ้ม... แค่รอยยิ้มบาง ๆ แต่ในใจมันอบอุ่น
คืนนี้... เขาโชคดีจริง ๆ ที่ได้อยู่กับผู้หญิงคนนี้
แม้เธอยังไม่รู้
แต่เขารู้แล้ว...
หัวใจของเขา... เริ่มเปลี่ยนไปเพราะเธอ เสียงฝนเทกระหน่ำลงมากระทบหลังคารถอย่างไม่มีท่าทีจะหยุด เธอกำลังก้มหน้าค้นกระเป๋าใบเล็กตรงตัก จู่ ๆ ก็นิ่วหน้าเล็กน้อย
“ลิปมันหายอ่ะ น่าจะหล่นใต้เบาะ...”
เสียงเธออู้อี้จากการก้มลงหา เตชิตขยับตัวทันที
“เดี๋ยวพี่ช่วยดู”
เขาโน้มตัวลงมาทางฝั่งเธอ กล่องคอนโซลคั่นระหว่างกลางแทบไม่มีผลอะไร เพราะทั้งคู่ต่างก้มลงต่ำจนใบหน้าเข้าใกล้กันโดยไม่รู้ตัว
ปลายนิ้วของญาดาไล้หาสิ่งที่หล่นไปตามร่องเบาะ จังหวะเดียวกับที่นิ้วของเขาเอื้อมมาแตะพอดี
สัมผัสแผ่วเบาแต่กลับเหมือนไฟฟ้าช็อตกลางใจ
“...อ๊ะ”
เธอเงยหน้าขึ้นมาในเวลาเดียวกันกับเขา และทุกอย่างก็เหมือนถูกดึงเข้าสู่ความเงียบ
ระยะห่างแค่ปลายจมูก...
ดวงตาคมของเตชิตจ้องลึกลงมาเหมือนจะอ่านความรู้สึกเธอออกหมดเปลือก
ญาดาไม่กล้าหายใจแรงด้วยซ้ำ เธอรับรู้ได้ถึงความร้อนจากลมหายใจของเขาที่รินรดอยู่ใกล้ริมฝีปาก
แค่นิดเดียว... แค่เขาขยับอีกนิดเดียว เธอก็อาจจะยอม...ให้เขาสัมผัส
หัวใจเต้นแรงจนกลัวว่าเขาจะได้ยิน
“...เจอแล้ว”
เสียงเธอพูดออกมา ก่อนจะรีบเบนสายตาหนีพร้อมดึงลิปมันออกมาแนบมือแน่น เธอทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ลึก ๆ แล้วหัวใจของเธอเต้นแรงมาก
เตชิตยังคงจ้องเธอเงียบ ๆ อยู่แบบนั้นอีกวินาที ก่อนยิ้มมุมปากเบา ๆ ไม่ได้พูดอะไร แต่สายตานั้นกลับมีอะไรบางอย่างซ่อนอยู่ลึก ๆ
“อืม... เกือบชนเลย” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบแต่แฝงรอยหยอกที่ฟังแล้วทำให้ใบหน้าญาดาร้อนวาบ
เธอเบือนหน้าหนีพลางพึมพำเบา ๆ
“คนบ้า” เธอพึมพำในลำคอเบา ๆ
เสียงฝนยังคงตกอยู่เหมือนเดิม แต่ภายในรถกลับอุ่นขึ้นอย่างประหลาด ทั้งที่ไม่มีผ้าห่ม ไม่มีไฟ ไม่มีคำรักใด ๆ เอ่ยออกมา