กลิ่นดินชื้นยังอบอวลในอากาศ แม้ฝนจะหยุดไปแล้วก็ตาม พื้นหญ้าเปียกชุ่มถูกปูด้วยผ้าใบและเสื่อหลากสี ขณะที่รุ่นพี่รุ่นน้องต่างช่วยกันจัดวงกลมรอบกองไฟเล็ก ๆ ที่เพิ่งเริ่มลุกโชติช่วงกลางลานบ้านพัก
“ทุกคนนั่งล้อมวงเลยนะครับ คืนนี้พี่ ๆ มีเกมพิเศษ!”
เสียงเตชิตดังขึ้นอย่างอารมณ์ดี ท่ามกลางเสียงหัวเราะเบา ๆ ของเพื่อน ๆ
สายขิมนั่งเบียดอยู่ข้างญาดา มือยังคงกอดตัวเองไว้เพราะอากาศเย็น แต่ไม่วายแอบเหลือบมองไปทาง
ราวิน ที่นั่งไขว่ห้างอยู่ฝั่งตรงข้ามในวง เขาเงียบ...แต่ดวงตาไม่เคยละจากเธอเลย
“คืนนี้ เราจะจับคู่สุ่มถามคำถาม...แต่ละคู่ต้องตอบให้ตรงใจที่สุด!”
เตชิตยิ้มเจ้าเล่ห์ เสียงฮือฮาเริ่มดังขึ้น ก่อนกระดาษจับสลากจะถูกหยิบออกมาทีละใบ
และแล้ว...
“ว้าวววว~ คู่สุดท้าย...พี่วินกับน้องขิม!”
เสียงแซวสนั่น
สายขิมเบิกตากว้าง ส่วนราวินแค่ยกคิ้วเล็กน้อยก่อนจะลุกขึ้น เดินมานั่งข้างเธอโดยไม่พูดอะไร
“คำถามแรกนะครับ...” เตชิตหัวเราะ
“ถ้าคืนนี้มีแค่ผ้าห่มผืนเดียว...ทั้งสองจะทำยังไง?”
ทุกคนเฮกันลั่น บ้างก็แซว บ้างก็โห่ร้อง
สายขิมหน้าแดงเป็นมะเขือเทศ ส่วนราวินกลับพูดเสียงเรียบแต่ชัดเจน
“เราก็ห่มด้วยกัน”
เสียงฮืออออ~ ดังขึ้นทันที ขณะที่สายขิมก้มหน้าจนคางเกือบชิดอก
“คำถามที่สอง...”
ญาดาอ่านต่อ
“คุณชอบอะไรในตัวผู้หญิงคนนี้ แหม่คำถามเหมือนเตรียมมาเฉพาะเลยนะคะ”
ราวินหันไปมองเธอ แล้วตอบโดยไม่ต้องคิด
“พูดได้เหรอครับ”
ทุกคนต่างฮือฮ่ากันใหญ่ สายขิมเองเขินอายแทบแทรกแผ่นดินหนี
“...ชอบเวลาที่น้องเขายิ้มครับ ดูน่ารักดี”
สายขิมหลุดหัวเราะเบา ๆ หัวใจเต้นระรัว มือที่กอดตัวเองค่อย ๆ คลายลง...เมื่อไหล่ของเขาเริ่มขยับเข้าใกล้กว่าเดิม
เปลวไฟตรงกลางลุกวาว อบอุ่นไปถึงกลางใจ
เสียงเพลงจากกีตาร์โปร่งเริ่มบรรเลงเบา ๆ เคล้าเสียงจักจั่นและลมหนาว
ทุกคนยังคงนั่งล้อมกองไฟอย่างอบอุ่น ทุกคนรับรู้ดีว่าราวินชอบสายขิมมาก ซึ่งเขาไม่เคยแสดงออกแบบนี้กับผู้หญิงคนไหน
เช้าวันใหม่บนยอดดอยถูกปกคลุมด้วยกลิ่นกาแฟหอมอ่อน ๆ และเสียงพูดคุยคึกคักของเหล่าพี่ ๆ ที่กำลังเตรียมถุงของขวัญสำหรับเด็ก ๆ อย่างแข็งขัน
หมอกจางลอยต่ำพาดผ่านยอดไม้ ลมเย็นพัดเบา ๆ ราวกับโอบล้อมหัวใจให้ละมุน
ขณะที่ทุกคนวุ่นอยู่กับลังของเล่น สมุด ดินสอ และยากันยุง ราวินกลับรู้สึกใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว
เขาวางกล่องของขวัญลงแล้วมองไปรอบ ๆ เหมือนขาดอะไรบางอย่าง
“สายขิมล่ะ?” เขาถามขึ้นกับตัวเองเบา ๆ ก่อนจะก้าวเท้าเดินออกจากลานศาลา ตามทางลูกรังเปียกแฉะที่ยังคงหลงเหลือร่องรอยฝนเมื่อคืน
ไม่ถึงห้านาที...
“โอ๊ย!”
เสียงร้องเบา ๆ ดังมาจากพงหญ้าด้านล่างทางลาดชัน เสียงนั้น...ทำให้หัวใจของเขากระตุกวูบ ราวินรีบวิ่งไปทันที
และก็ได้เห็น...ร่างเล็กคุ้นตานั่งอยู่บนพื้น หัวเข่าช้ำ มือเปื้อนโคลน และข้อศอกมีรอยถลอกเลือดซึม
“เดินยังไงของเธอเนี่ย...”
เสียงทุ้มเข้มเอ่ยขึ้นพร้อมร่างสูงที่ทรุดนั่งลงข้าง ๆ เธอทันที
สายขิมเงยหน้าขึ้น สายตาเหมือนจะร้องไห้แต่ก็พยายามกลั้นไว้
“ขิมแค่จะยกลังเองค่ะ แล้วลื่นนิดเดียว ไม่เป็นไร...”
“ไม่เป็นไรตรงไหน เลือดออกขนาดนี้”
ราวินถอนหายใจ หยิบผ้าเช็ดหน้าจากกระเป๋าเช็ดโคลนออกจากแขนเธออย่างเบามือ สัมผัสอบอุ่นจนใจเธอสั่น
“อย่าขยับ เดี๋ยวพี่ทำแผลให้”
เขาค้นเป้ หยิบชุดปฐมพยาบาลออกมาคล่องแคล่ว ทุกการเคลื่อนไหวของเขาทั้งอ่อนโยนและมั่นคงจนเธอเผลอมองตาไม่กะพริบ
น้ำเกลือเย็น ๆ แตะผิวแผล แต่สัมผัสของปลายนิ้วเขากลับอุ่นราวกับป้องกันความเจ็บไว้ได้
“เจ็บมั้ย?”
เขาถามเสียงนุ่ม
“ไม่...ไม่มากค่ะ” สายขิมตอบแผ่วเบา
เมื่อพันผ้าเสร็จ เขายังไม่ลุกไปไหน
แววตานิ่งสงบของเขาจับจ้องเธอเงียบ ๆ ก่อนจะยื่นมือมาเกลี่ยปอยผมที่หลุดลงมาบนแก้มเธออย่างอ่อนโยน
“ทำไมชอบทำให้พี่เป็นห่วงนักนะ?”
คำถามที่ไม่ต้องการคำตอบ
เพราะต่อจากนั้น ราวินก็ค่อย ๆ โน้มหน้าเข้ามา...
ริมฝีปากเขาสัมผัสริมฝีปากเธออย่างแผ่วเบา อบอุ่นอ่อนโยน อ่อนหวาน ชั่ววินาทีนั้น...โลกทั้งใบของสายขิมหยุดนิ่ง
หัวใจเธอเต้นแรงจนแทบจะระเบิด ขาแขนสั่นไปหมด ไม่ใช่เพราะเจ็บ...แต่เพราะรู้สึกไปถึงก้นบึ้งของหัวใจ
เขาถอนริมฝีปากออกช้า ๆ มองเธอด้วยแววตาที่จริงจังแต่แฝงความนุ่มนวลอย่างที่สุด
“อย่าขยับ เดี๋ยวแผลเปิด”
เขาว่าพลางยิ้มบาง ๆ
“พี่วิน...เมื่อครู่...”
เสียงเธอเบาราวกระซิบ
ราวินยิ้มจาง ๆ ใช้นิ้วโป้งเกลี่ยมุมปากตัวเอง
“พี่ชอบเรานะ จะเป็นไรมั้ย ถ้าพี่อยากคุยกับเรา...แบบที่มากกว่าแค่รุ่นพี่รุ่นน้อง”
สายขิมเบิกตานิด ๆ เธอไม่คิดว่าเขาจะพูดตรงขนาดนี้
ในหัวใจมีทั้งตื่นเต้นและลังเล หรือเขาแค่พูดเล่น?
“ถ้าขิมไม่ตอบ พี่ถือว่า...เราตกลงให้โอกาสพี่แล้วกัน”
เขาเลิกคิ้วน้อย ๆ
เธอไม่พูด...แต่พยักหน้าเบา ๆ
เขายิ้ม แล้วใช้มือใหญ่ ๆ ลูบหัวเธอเบา ๆ อย่างเอ็นดู
“งั้น...เราไปแจกของให้น้อง ๆ กันนะ”
“ไปค่ะ”
“ขิมบาดเจ็บแบบนี้ ให้พี่อุ้มมั้ย?”
“มะ...ไม่เป็นไรค่ะ! ขิมเดินเองดีกว่า...”
เธอตอบเสียงสั่นแต่มีรอยยิ้มบาง ๆ ที่หยุดไว้ไม่ได้
เสียงหัวเราะของเด็ก ๆ ดังลั่นอยู่บริเวณลานกลางหมู่บ้าน ท้องฟ้าแจ่มใสหลังฝนหยุดไปหลายชั่วโมงแล้ว หมอกบางยังลอยคลอเคลียยอดไม้ แต่ไอแดดอุ่น ๆ เริ่มส่องกระทบลงมา เหล่าอาสาที่กำลังแจกของกันอย่างขะมักเขม้น
ขิมยืนอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ มองดูเด็กๆ ได้รับของขวัญสีหน้าต่างมีความสุขทั้งผู้ให้และผู้รับ
"ขิม มานี่หน่อย"
เสียงคุ้นเคยทำให้เธอหันไปมอง ราวินเดินเข้ามาพร้อมกล่องขนมกับตุ๊กตาผ้าในมือ เขาชี้ไปที่เด็กหญิงตัวเล็กคนหนึ่งที่ยืนเขิน ๆ อยู่หลังพุ่มไม้
“น้องไม่กล้าเดินมารับของ พี่ลองให้ขิมไปด้วย เธอดูน่าจะเข้าหาเด็กได้นะ”
สายขิมยิ้ม ลืมความเจ็บทันที แล้วรีบเดินไปพร้อมราวิน
เธอนั่งยอง ๆ ลงหน้าหนูน้อย เอื้อมมือส่งตุ๊กตาผ้าไปให้อย่างอ่อนโยน
“หนูชื่ออะไรคะ?”
“น้ำตาลค่ะ...”
เสียงเล็ก ๆ เอ่ยตอบเบา ๆ พร้อมรอยยิ้มเขินอาย
ขิมยิ้มกว้างแล้วลูบหัวเด็กเบา ๆ ก่อนจะส่งขนมอีกถุงให้
ราวินนั่งยอง ๆ ข้างเธอ มองภาพนั้นเงียบ ๆ
“เธอนี่แปลกนะ...ตอนอยู่มหาลัยดูเป็นคนเงียบ ๆ พอมาอยู่ตรงนี้ กลับดู...อบอุ่นขึ้นมาเฉยเลย”
ขิมหันไปมองเขา ใบหน้ารุ่นพี่ที่เคยดูนิ่งเย็นกลับมีแววขี้เล่นในดวงตา
“ที่พี่พูดแบบนี้กับทุกคนรึเปล่าคะ?”
“ไม่เลย...พี่พูดแบบนี้กับขิมคนเดียวเท่านั้นแหละ”
สายขิมหน้าแดงนิด ๆ รีบลุกขึ้นถือถุงของขวัญแล้วหันไปทางอื่นทันที
กิจกรรมเดินหน้าอย่างคึกคัก เสียงหัวเราะของเด็ก ๆ ดังแว่วมาจากทุกมุมบ้านหลังเล็ก ๆ ที่ตั้งกระจัดกระจายตามไหล่ดอยสูง ใบหน้าเปื้อนฝุ่นของพวกเขาเต็มไปด้วยรอยยิ้มขณะที่ได้รับของขวัญจากพี่ ๆ รุ่นพี่รุ่นน้องในค่ายอาสา
ขิมเดินช้าลงนิดหน่อยเพราะแขนที่ยังเจ็บอยู่ แต่ก็ยังพยายามช่วยแจกของ เดินส่งรอยยิ้มเล็ก ๆ ให้กับเด็ก ๆ ที่ยื่นมือมารับของในถุงกระดาษสีสันสดใส
“ขิม เดี๋ยวฉันไปทางโน้นก่อนนะ ขิมเดินช้า ๆ ไม่ต้องรีบ เจ็บแขนห้ามยกของ เข้าใจไหม”
เสียงญาดาตะโกนสั่งเพื่อนรักทันที
“รับทราบจ้าญาดา”
ขิมตอบยิ้ม ๆ มือหนึ่งยกขึ้นโบกเบา ๆ
และขณะที่เธอกำลังหันไปยิ้มให้เด็กชายตัวเล็ก ๆ คนหนึ่ง ราวินก็เดินเข้ามาใกล้ ยื่นขวดน้ำให้เธอโดยไม่พูดอะไร
“ขอบคุณค่ะ” เธอรับไว้
ราวินยังคงเดินอยู่ข้าง ๆ ไม่ห่าง แม้จะไม่พูดมาก แต่ทุกการกระทำของเขาก็เหมือนส่งสัญญาณบางอย่างให้หัวใจของขิมรู้ว่า...เธอไม่ได้คิดไปเองคนเดียว
ความสัมพันธ์ของเขาและเธอ...ค่อย ๆ สะสมความอบอุ่นทีละนิด
หลังจากเข้าค่ายครั้งนั้น...มันก็เพียงพอให้คนทั้งคณะรับรู้แล้ว
“สายขิมคือเด็กของราวิน”
บรรดาหนุ่ม ๆ จากคณะอื่นที่เคยแอบส่งสายตาให้ขิม ต่างพากันลดระดับความกล้าเหลือศูนย์
เพราะแค่ได้ยินชื่อ "ราวิน วิศวะปี 4" ก็ไม่มีใครคิดอยากท้าทาย เด็กของพี่วิน ไม่ใช่ใครจะมาแหย่เล่นได้ง่าย ๆ และที่สำคัญ...สายตาของพี่วิน…จะเปลี่ยนทันทีถ้ามีใครเข้ามาใกล้เธอเกินระยะที่เขากำหนด
แม้จะไม่เคยพูดตรง ๆ ว่าเป็นอะไรกัน
แต่ทุกครั้งที่พี่วินเดินมารับสายขิมตอนเลิกคลาส หรือส่งข้าวเช้าให้เธอถึงตึกเรียน
ทุกคนก็รู้... ว่าเขาไม่ได้ทำเพราะหน้าที่รุ่นพี่
...แต่ทำเพราะหัวใจ