จูบแรกของเธอ

1676 Words
กลิ่นดินชื้นยังอบอวลในอากาศ แม้ฝนจะหยุดไปแล้วก็ตาม พื้นหญ้าเปียกชุ่มถูกปูด้วยผ้าใบและเสื่อหลากสี ขณะที่รุ่นพี่รุ่นน้องต่างช่วยกันจัดวงกลมรอบกองไฟเล็ก ๆ ที่เพิ่งเริ่มลุกโชติช่วงกลางลานบ้านพัก “ทุกคนนั่งล้อมวงเลยนะครับ คืนนี้พี่ ๆ มีเกมพิเศษ!” เสียงเตชิตดังขึ้นอย่างอารมณ์ดี ท่ามกลางเสียงหัวเราะเบา ๆ ของเพื่อน ๆ สายขิมนั่งเบียดอยู่ข้างญาดา มือยังคงกอดตัวเองไว้เพราะอากาศเย็น แต่ไม่วายแอบเหลือบมองไปทาง ราวิน ที่นั่งไขว่ห้างอยู่ฝั่งตรงข้ามในวง เขาเงียบ...แต่ดวงตาไม่เคยละจากเธอเลย “คืนนี้ เราจะจับคู่สุ่มถามคำถาม...แต่ละคู่ต้องตอบให้ตรงใจที่สุด!” เตชิตยิ้มเจ้าเล่ห์ เสียงฮือฮาเริ่มดังขึ้น ก่อนกระดาษจับสลากจะถูกหยิบออกมาทีละใบ และแล้ว... “ว้าวววว~ คู่สุดท้าย...พี่วินกับน้องขิม!” เสียงแซวสนั่น สายขิมเบิกตากว้าง ส่วนราวินแค่ยกคิ้วเล็กน้อยก่อนจะลุกขึ้น เดินมานั่งข้างเธอโดยไม่พูดอะไร “คำถามแรกนะครับ...” เตชิตหัวเราะ “ถ้าคืนนี้มีแค่ผ้าห่มผืนเดียว...ทั้งสองจะทำยังไง?” ทุกคนเฮกันลั่น บ้างก็แซว บ้างก็โห่ร้อง สายขิมหน้าแดงเป็นมะเขือเทศ ส่วนราวินกลับพูดเสียงเรียบแต่ชัดเจน “เราก็ห่มด้วยกัน” เสียงฮืออออ~ ดังขึ้นทันที ขณะที่สายขิมก้มหน้าจนคางเกือบชิดอก “คำถามที่สอง...” ญาดาอ่านต่อ “คุณชอบอะไรในตัวผู้หญิงคนนี้ แหม่คำถามเหมือนเตรียมมาเฉพาะเลยนะคะ” ราวินหันไปมองเธอ แล้วตอบโดยไม่ต้องคิด “พูดได้เหรอครับ” ทุกคนต่างฮือฮ่ากันใหญ่ สายขิมเองเขินอายแทบแทรกแผ่นดินหนี “...ชอบเวลาที่น้องเขายิ้มครับ ดูน่ารักดี” สายขิมหลุดหัวเราะเบา ๆ หัวใจเต้นระรัว มือที่กอดตัวเองค่อย ๆ คลายลง...เมื่อไหล่ของเขาเริ่มขยับเข้าใกล้กว่าเดิม เปลวไฟตรงกลางลุกวาว อบอุ่นไปถึงกลางใจ เสียงเพลงจากกีตาร์โปร่งเริ่มบรรเลงเบา ๆ เคล้าเสียงจักจั่นและลมหนาว ทุกคนยังคงนั่งล้อมกองไฟอย่างอบอุ่น ทุกคนรับรู้ดีว่าราวินชอบสายขิมมาก ซึ่งเขาไม่เคยแสดงออกแบบนี้กับผู้หญิงคนไหน เช้าวันใหม่บนยอดดอยถูกปกคลุมด้วยกลิ่นกาแฟหอมอ่อน ๆ และเสียงพูดคุยคึกคักของเหล่าพี่ ๆ ที่กำลังเตรียมถุงของขวัญสำหรับเด็ก ๆ อย่างแข็งขัน หมอกจางลอยต่ำพาดผ่านยอดไม้ ลมเย็นพัดเบา ๆ ราวกับโอบล้อมหัวใจให้ละมุน ขณะที่ทุกคนวุ่นอยู่กับลังของเล่น สมุด ดินสอ และยากันยุง ราวินกลับรู้สึกใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว เขาวางกล่องของขวัญลงแล้วมองไปรอบ ๆ เหมือนขาดอะไรบางอย่าง “สายขิมล่ะ?” เขาถามขึ้นกับตัวเองเบา ๆ ก่อนจะก้าวเท้าเดินออกจากลานศาลา ตามทางลูกรังเปียกแฉะที่ยังคงหลงเหลือร่องรอยฝนเมื่อคืน ไม่ถึงห้านาที... “โอ๊ย!” เสียงร้องเบา ๆ ดังมาจากพงหญ้าด้านล่างทางลาดชัน เสียงนั้น...ทำให้หัวใจของเขากระตุกวูบ ราวินรีบวิ่งไปทันที และก็ได้เห็น...ร่างเล็กคุ้นตานั่งอยู่บนพื้น หัวเข่าช้ำ มือเปื้อนโคลน และข้อศอกมีรอยถลอกเลือดซึม “เดินยังไงของเธอเนี่ย...” เสียงทุ้มเข้มเอ่ยขึ้นพร้อมร่างสูงที่ทรุดนั่งลงข้าง ๆ เธอทันที สายขิมเงยหน้าขึ้น สายตาเหมือนจะร้องไห้แต่ก็พยายามกลั้นไว้ “ขิมแค่จะยกลังเองค่ะ แล้วลื่นนิดเดียว ไม่เป็นไร...” “ไม่เป็นไรตรงไหน เลือดออกขนาดนี้” ราวินถอนหายใจ หยิบผ้าเช็ดหน้าจากกระเป๋าเช็ดโคลนออกจากแขนเธออย่างเบามือ สัมผัสอบอุ่นจนใจเธอสั่น “อย่าขยับ เดี๋ยวพี่ทำแผลให้” เขาค้นเป้ หยิบชุดปฐมพยาบาลออกมาคล่องแคล่ว ทุกการเคลื่อนไหวของเขาทั้งอ่อนโยนและมั่นคงจนเธอเผลอมองตาไม่กะพริบ น้ำเกลือเย็น ๆ แตะผิวแผล แต่สัมผัสของปลายนิ้วเขากลับอุ่นราวกับป้องกันความเจ็บไว้ได้ “เจ็บมั้ย?” เขาถามเสียงนุ่ม “ไม่...ไม่มากค่ะ” สายขิมตอบแผ่วเบา เมื่อพันผ้าเสร็จ เขายังไม่ลุกไปไหน แววตานิ่งสงบของเขาจับจ้องเธอเงียบ ๆ ก่อนจะยื่นมือมาเกลี่ยปอยผมที่หลุดลงมาบนแก้มเธออย่างอ่อนโยน “ทำไมชอบทำให้พี่เป็นห่วงนักนะ?” คำถามที่ไม่ต้องการคำตอบ เพราะต่อจากนั้น ราวินก็ค่อย ๆ โน้มหน้าเข้ามา... ริมฝีปากเขาสัมผัสริมฝีปากเธออย่างแผ่วเบา อบอุ่นอ่อนโยน อ่อนหวาน ชั่ววินาทีนั้น...โลกทั้งใบของสายขิมหยุดนิ่ง หัวใจเธอเต้นแรงจนแทบจะระเบิด ขาแขนสั่นไปหมด ไม่ใช่เพราะเจ็บ...แต่เพราะรู้สึกไปถึงก้นบึ้งของหัวใจ เขาถอนริมฝีปากออกช้า ๆ มองเธอด้วยแววตาที่จริงจังแต่แฝงความนุ่มนวลอย่างที่สุด “อย่าขยับ เดี๋ยวแผลเปิด” เขาว่าพลางยิ้มบาง ๆ “พี่วิน...เมื่อครู่...” เสียงเธอเบาราวกระซิบ ราวินยิ้มจาง ๆ ใช้นิ้วโป้งเกลี่ยมุมปากตัวเอง “พี่ชอบเรานะ จะเป็นไรมั้ย ถ้าพี่อยากคุยกับเรา...แบบที่มากกว่าแค่รุ่นพี่รุ่นน้อง” สายขิมเบิกตานิด ๆ เธอไม่คิดว่าเขาจะพูดตรงขนาดนี้ ในหัวใจมีทั้งตื่นเต้นและลังเล หรือเขาแค่พูดเล่น? “ถ้าขิมไม่ตอบ พี่ถือว่า...เราตกลงให้โอกาสพี่แล้วกัน” เขาเลิกคิ้วน้อย ๆ เธอไม่พูด...แต่พยักหน้าเบา ๆ เขายิ้ม แล้วใช้มือใหญ่ ๆ ลูบหัวเธอเบา ๆ อย่างเอ็นดู “งั้น...เราไปแจกของให้น้อง ๆ กันนะ” “ไปค่ะ” “ขิมบาดเจ็บแบบนี้ ให้พี่อุ้มมั้ย?” “มะ...ไม่เป็นไรค่ะ! ขิมเดินเองดีกว่า...” เธอตอบเสียงสั่นแต่มีรอยยิ้มบาง ๆ ที่หยุดไว้ไม่ได้ เสียงหัวเราะของเด็ก ๆ ดังลั่นอยู่บริเวณลานกลางหมู่บ้าน ท้องฟ้าแจ่มใสหลังฝนหยุดไปหลายชั่วโมงแล้ว หมอกบางยังลอยคลอเคลียยอดไม้ แต่ไอแดดอุ่น ๆ เริ่มส่องกระทบลงมา เหล่าอาสาที่กำลังแจกของกันอย่างขะมักเขม้น ขิมยืนอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ มองดูเด็กๆ ได้รับของขวัญสีหน้าต่างมีความสุขทั้งผู้ให้และผู้รับ "ขิม มานี่หน่อย" เสียงคุ้นเคยทำให้เธอหันไปมอง ราวินเดินเข้ามาพร้อมกล่องขนมกับตุ๊กตาผ้าในมือ เขาชี้ไปที่เด็กหญิงตัวเล็กคนหนึ่งที่ยืนเขิน ๆ อยู่หลังพุ่มไม้ “น้องไม่กล้าเดินมารับของ พี่ลองให้ขิมไปด้วย เธอดูน่าจะเข้าหาเด็กได้นะ” สายขิมยิ้ม ลืมความเจ็บทันที แล้วรีบเดินไปพร้อมราวิน เธอนั่งยอง ๆ ลงหน้าหนูน้อย เอื้อมมือส่งตุ๊กตาผ้าไปให้อย่างอ่อนโยน “หนูชื่ออะไรคะ?” “น้ำตาลค่ะ...” เสียงเล็ก ๆ เอ่ยตอบเบา ๆ พร้อมรอยยิ้มเขินอาย ขิมยิ้มกว้างแล้วลูบหัวเด็กเบา ๆ ก่อนจะส่งขนมอีกถุงให้ ราวินนั่งยอง ๆ ข้างเธอ มองภาพนั้นเงียบ ๆ “เธอนี่แปลกนะ...ตอนอยู่มหาลัยดูเป็นคนเงียบ ๆ พอมาอยู่ตรงนี้ กลับดู...อบอุ่นขึ้นมาเฉยเลย” ขิมหันไปมองเขา ใบหน้ารุ่นพี่ที่เคยดูนิ่งเย็นกลับมีแววขี้เล่นในดวงตา “ที่พี่พูดแบบนี้กับทุกคนรึเปล่าคะ?” “ไม่เลย...พี่พูดแบบนี้กับขิมคนเดียวเท่านั้นแหละ” สายขิมหน้าแดงนิด ๆ รีบลุกขึ้นถือถุงของขวัญแล้วหันไปทางอื่นทันที กิจกรรมเดินหน้าอย่างคึกคัก เสียงหัวเราะของเด็ก ๆ ดังแว่วมาจากทุกมุมบ้านหลังเล็ก ๆ ที่ตั้งกระจัดกระจายตามไหล่ดอยสูง ใบหน้าเปื้อนฝุ่นของพวกเขาเต็มไปด้วยรอยยิ้มขณะที่ได้รับของขวัญจากพี่ ๆ รุ่นพี่รุ่นน้องในค่ายอาสา ขิมเดินช้าลงนิดหน่อยเพราะแขนที่ยังเจ็บอยู่ แต่ก็ยังพยายามช่วยแจกของ เดินส่งรอยยิ้มเล็ก ๆ ให้กับเด็ก ๆ ที่ยื่นมือมารับของในถุงกระดาษสีสันสดใส “ขิม เดี๋ยวฉันไปทางโน้นก่อนนะ ขิมเดินช้า ๆ ไม่ต้องรีบ เจ็บแขนห้ามยกของ เข้าใจไหม” เสียงญาดาตะโกนสั่งเพื่อนรักทันที “รับทราบจ้าญาดา” ขิมตอบยิ้ม ๆ มือหนึ่งยกขึ้นโบกเบา ๆ และขณะที่เธอกำลังหันไปยิ้มให้เด็กชายตัวเล็ก ๆ คนหนึ่ง ราวินก็เดินเข้ามาใกล้ ยื่นขวดน้ำให้เธอโดยไม่พูดอะไร “ขอบคุณค่ะ” เธอรับไว้ ราวินยังคงเดินอยู่ข้าง ๆ ไม่ห่าง แม้จะไม่พูดมาก แต่ทุกการกระทำของเขาก็เหมือนส่งสัญญาณบางอย่างให้หัวใจของขิมรู้ว่า...เธอไม่ได้คิดไปเองคนเดียว ความสัมพันธ์ของเขาและเธอ...ค่อย ๆ สะสมความอบอุ่นทีละนิด หลังจากเข้าค่ายครั้งนั้น...มันก็เพียงพอให้คนทั้งคณะรับรู้แล้ว “สายขิมคือเด็กของราวิน” บรรดาหนุ่ม ๆ จากคณะอื่นที่เคยแอบส่งสายตาให้ขิม ต่างพากันลดระดับความกล้าเหลือศูนย์ เพราะแค่ได้ยินชื่อ "ราวิน วิศวะปี 4" ก็ไม่มีใครคิดอยากท้าทาย เด็กของพี่วิน ไม่ใช่ใครจะมาแหย่เล่นได้ง่าย ๆ และที่สำคัญ...สายตาของพี่วิน…จะเปลี่ยนทันทีถ้ามีใครเข้ามาใกล้เธอเกินระยะที่เขากำหนด แม้จะไม่เคยพูดตรง ๆ ว่าเป็นอะไรกัน แต่ทุกครั้งที่พี่วินเดินมารับสายขิมตอนเลิกคลาส หรือส่งข้าวเช้าให้เธอถึงตึกเรียน ทุกคนก็รู้... ว่าเขาไม่ได้ทำเพราะหน้าที่รุ่นพี่ ...แต่ทำเพราะหัวใจ
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD