จุดเริ่มต้นความรัก

1384 Words
ออกค่ายอาสาเพื่อน้อง เสียงล้อรถทัวร์ค่อย ๆ เงียบลงเมื่อมาถึงจุดพักริมทางเล็ก ๆ หน้าตลาดชาวบ้าน เสียงตะโกนเรียกชื่อ และเสียงนกหวีดของพี่ว้ากเจื้อยแจ้วแหวกอากาศเช้าตรู่ “ปีหนึ่งเร็ว ๆ เข้าคร้าบบบบ! ใครช้าโดนดันพื้นแน่นอน! ขึ้นรถ ๆ”- สายขิมยืนอ้ำอึ้งอยู่มุมหนึ่งของลานดิน มือเล็กกำสายห้อยคอที่เขียนว่า “International Business” แน่น เธอกับญาดายังจับต้นชนปลายไม่ถูกว่าต้องขึ้นรถคันไหนกันแน่ จู่ ๆ ก็มีเสียงตะโกนเรียกมาจากอีกฝั่งของลาน “เฮ้! ใครยังไม่ได้ขึ้นรถพี่วินบ้าง รีบเลย จะออกแล้ว!” เสียงทุ้มนิ่งนั้น ทำให้สายขิมหันขวับทันที ชายหนุ่มในชุดช็อปสีน้ำตาลอ่อน ยืนพิงกระบะท้ายอย่างไม่สนความวุ่นวายรอบตัว ใบหน้าเคร่งขรึมกับแววตาที่เต็มไปด้วยความนิ่งสงบ แต่ก็เหมือนมีอะไรบางอย่าง…อบอุ่นอย่างประหลาด ราวิน รุ่นพี่ปี 4 วิศวกรรมโยธา ผู้ขึ้นชื่อว่าเงียบ ขรึม แต่มีคนแอบมอง แอบชอบเขาไม่เว้นแต่ละวัน “จะขึ้นมั้ยครับ?” เสียงเขาถามเรียบ ๆ แต่สายตากลับตรงประเด็นราวกับไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ปฏิเสธ สายขิมสะดุ้งน้อย ๆ ก่อนรีบพยักหน้า ก้าวขึ้นไปเกาะขอบรถอย่างเก้อเขิน “ขอบคุณค่ะ...เอ่อ พี่ชื่ออะไรเหรอคะ?” “วิน ราวิน” เขายิ้มบาง ๆ ให้ ก่อนจะยื่นมือมาดึงเธอขึ้นรถอย่างสุภาพ “ญาดา ขึ้นคันนี้” สายขิมหันไปเรียกเพื่อนสาว “ไอ้เต! มาช่วยดึงเพื่อนน้องขึ้นอีกคนเร็ว!” เสียงราวินเรียกเพื่อนสนิทที่เดินมาอย่างสบาย ๆ พร้อมถุงขนมแน่นสองมือ เตชิต หนุ่มผมยุ่งเจ้าสำราญ ช็อปพับแขนแบบไม่เป็นทางการ กับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ประจำตัว และแน่นอนสาวๆ ติดเขาตรึมเช่นกัน “โอ้โห...น้อง ๆ คนที่ ได้ขึ้นรถคันเดียวกับพี่วิน นับว่าโชคดีสุด ๆ แล้วครับ!” เขาหันไปยักคิ้วให้ ญาดา เพื่อนสาวสุดมั่นของสายขิม ที่ตอนนี้ยืนกอดอกมองเขาอย่างประเมินราคา “โห...หล่อจัด” ญาดาพึมพำเหมือนไม่ตั้งใจ แต่เตชิตได้ยินเต็มสองหู “เธอเป็นคนแรกที่พูดแบบนี้กับพี่เลยนะ ชอบ ๆ ๆ” “โรคจิตรึเปล่า?” ญาดาเลิกคิ้ว ก่อนจะยกเป้ขึ้นหลัง เดินขึ้นรถไปอย่างไม่ใส่ใจ ราวินหันกลับมามองสายขิมที่ตอนนี้นั่งกอดเข่าอยู่บนท้ายกระบะ พยายามหลบสายตาเขาแต่ก็อดชำเลืองมองไม่ได้ “ชื่ออะไร?” “ขิมค่ะ...สายขิม” “ชื่อเหมือนขนมเลยนะ” เธอหัวเราะเบา ๆ “ทุกคนก็พูดแบบนั้นค่ะ” “แต่ขิมแบบเธอ...น่าจะหวานกว่าขนมเสียอีก ว่าไหม” เสียงเขาเรียบนิ่ง แต่กลับทำให้ใจเธอสั่นอย่างไม่ทันตั้งตัว ญาดาหันขวับทันที “อะแฮ่ม พี่กำลังจีบเพื่อนหนูอยู่หรือเปล่า ขอบอกก่อนนะถ้าไม่จริงจังอย่ายุ่งกับเธอ เพราะเธอเป็นเด็กดีมาก” สายขิมสะกิดญาดาให้หยุดพูดทันที เตชิตโพล่งขึ้นมาจากหน้ารถด้วยน้ำเสียงขบขัน “พี่วินนี่พูดอะไรหวาน ๆ ไม่ค่อยเป็นนะน้อง ปกติเงียบเป็นเป่าสากเลยนะเว้ย! วันนี้แปลกเจอสาวถูกใจสิท่า” ราวินหัวเราะในลำคอเบา ๆ ลมเย็นพัดปลิวผ่าน เสื้อนอกของเขาปลิวแตะแขนสายขิมเบา ๆ เธอหันไปมองหน้าเขา...แล้วยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว แล้วเบนหน้าหลบสายตาเขาทันที เมื่อล้อสุดท้ายหยุดหมุนบนลานดินสูงของหมู่บ้านกลางดอย สายลมหนาวก็แทรกเข้ามาโอบรัดทุกสัมผัสทันที ราวินก้าวลงจากรถ หยิบกระเป๋าตัวเองลง ก่อนหันไปมองสาวน้อยที่กำลังยื้อกระเป๋าใบโตของตัวเอง “เธอเอาอะไรมาเยอะแยะเนี่ย?” “ก็เสื้อกันหนาว ผ้าห่ม ยากันยุง แล้วก็บรา... เอ่อ ของจำเป็นนะคะ” เธอหน้าแดงขึ้นทันทีที่รู้ตัวว่าเผลอพูดอะไรออกไป “พี่ถือให้” “ไม่เป็นไรค่ะ หนูถือเองได้…” “เอามาเถอะน่า” เขาไม่รอฟังคำปฏิเสธ คว้ากระเป๋าเธอขึ้นพาดบ่าอย่างไม่คิดมาก ด้านหลัง เตชิตเองก็กำลังแบกเป้ญาดาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม “ถ้ารุ่นพี่อยากถือก็เลยค่ะ ฉันจะได้ไม่เหนื่อย” ญาดาตอบแบบไร้ความเกรงใจ เตชิตยิ้มกว้างราวกับถูกใจ สายขิมเดินตามราวินอย่างเงียบ ๆ มือเล็กกอดอกแน่น แสงแดดบ่ายบนดอยไม่อบอุ่นอย่างที่คิด ลมหนาวยังแทรกมาทุกจังหวะลมหายใจ “หนาวมั้ย?” “นิดหน่อยค่ะ...แต่สบายดี” “ใส่ถุงมือสิ” เขายื่นถุงมือไหมพรมสีเทาให้ “พี่ไม่ใส่เหรอคะ?” “มือพี่อุ่นกว่าถุงมืออีก ลองจับดูมั้ยล่ะ?” คำพูดนั้น ทำให้เธอหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะยกมือรับถุงมือจากเขาด้วยหัวใจที่เริ่มอุ่นขึ้นอย่างไม่รู้ตัว “ใส่แค่ถุงมือพอค่ะ ไม่จับมือ แค่พี่ถือกระเป๋าให้ขิม คนก็มองเยอะแล้วนะคะ” “ใครอยากมองก็ให้เขามองไป ไม่เห็นเป็นไรนี่” เขาตอบพลางเดินนำขึ้นเนินไป โดยไม่ทันรู้เลยว่า รอยยิ้มของเขา...กำลังเริ่มเข้ายึดพื้นที่ในใจใครบางคนอย่างช้า ๆ ทันทีที่ถึงลานหน้าบ้านพักไม้ชั้นเดียว ที่พักของกลุ่มค่ายอาสาครั้งนี้ รุ่นพี่ก็แบ่งกลุ่มให้น้อง ๆ ช่วยกันขนของลงจากรถ และเตรียมแยกย้ายไปจัดพื้นที่นอนในห้องรวม บ้านไม้ยกพื้นสูง เสื่อผืน ผ้าห่มผืนบาง วางเรียงรายหญิงชายแยกฝั่งกัน และเสียงนกร้องแว่วมาไกล ๆ กลางหมู่บ้านบนดอย กลายเป็นภาพใหม่ในสายตาเด็กปีหนึ่งอย่างสายขิมที่ไม่เคยออกค่ายมาก่อน “หญิงนอนฝั่งซ้าย ชายนอนฝั่งขวา และอย่าลืมเอาของกินมาเก็บรวมไว้ด้วย จะได้แจกพรุ่งนี้” เสียงพี่สตาฟดังผ่านเครื่องขยายเสียงพกพา สายขิมแบกเป้ตัวเองขึ้นบ้านไม้ ก่อนจะปาดเหงื่อบาง ๆ ที่หน้าผาก หอบนิดหน่อยเพราะเดินขึ้นเนินมา “เหนื่อยเหรอ?” เสียงทุ้มต่ำคุ้นหูดังขึ้นข้างหลัง เธอหันไปเจอราวินยืนพิงเสาคู่หน้าบ้าน “นิดหน่อยค่ะ แต่ไหวค่ะ ขอบคุณที่ถือของให้เมื่อกี้นะคะ” “ไม่เป็นไร พี่เต็มใจช่วยขิม” คำพูดเรียบง่ายของเขา กลับทำให้เธอยิ้มกว้างออกมาอย่างไม่รู้ตัว แล้ว...เสียงฟ้าร้องแผ่วเบาก็พลันดังขึ้น ก่อนที่เม็ดฝนบางเบาจะเริ่มโปรยปรายลงมาจากฟ้าเหนือยอดสน ฝนตก ลมเย็นพัดผ่านพร้อมไอหมอกที่ค่อย ๆ ลอยต่ำลงเรื่อย ๆ เสียงฝนกระทบหลังคาสังกะสีของบ้านพักกลายเป็นจังหวะกล่อมใจที่อบอุ่นอย่างประหลาด สายขิมยืนมองฝนพรำจากชายระเบียงไม้ พักเท้าลงบนขั้นไม้เปียกฝนเบา ๆ เสื้อแขนยาวเริ่มชื้น...แต่เธอไม่ขยับหนี “เดี๋ยวจะเปียกนะ” ราวินยื่นเสื้อคลุมของเขาให้เธอ “พี่ให้ยืม...และห้ามป่วยล่ะ” เธอรับไว้เงียบ ๆ ก่อนเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แสงฝนสะท้อนดวงตาคมคู่นั้นให้ดูอบอุ่นเกินคาด “พี่วินค่ะ...ปกติพี่ใจดีกับทุกคนแบบนี้รึเปล่า?” เขานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหลบตาเธอเล็กน้อย แล้วพูดเบา ๆ “เปล่า...แค่กับบางคน” หัวใจสายขิมเต้นแรงแบบไม่รู้ตัว จังหวะที่ไม่เกี่ยวกับสายฝนข้างนอกเลยสักนิด เธอแอบยิ้ม พลางพูดเหมือนชวนคุยกลบเขิน “ฝนตกแบบนี้ ถ้าอยู่บ้านคงได้นอนฟังเพลง ดูซีรีส์ แล้วก็กินขนมเนอะ...” “แต่ฝนตกแบบนี้ บนดอย...มันได้อะไรบางอย่างที่ในเมืองไม่มี” เขาตอบทันที โดยที่ไม่ได้หันไปมองทิวเขาเหมือนที่พูด แต่กลับมองเธอแทน สายขิมหน้าแดงอีกครั้ง เธอไม่รู้ว่าเป็นเพราะฝนหรือคำพูดของเขา ...หรือทั้งสองอย่าง
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD