หน้าสถานีตำรวจ เขตเมืองเก่า – ยามค่ำคืน
สายขิมจอดรถ ด้านหน้าสถานีตำรวจ มือที่กำพวงมาลัยยังสั่นเทา ใจเธอกระหน่ำรัวราวกับจะทะลุอกออกมา ทั้งห่วง ทั้งกลัว ทั้งโกรธ ทั้งสับสน...
ขาของเธอสั่นระริกเมื่อก้าวเข้าไปในโรงพัก ภาพแรกที่เธอเห็นคือปัณ...นั่งฟุบหน้าลงกับโต๊ะ น้ำตาเปรอะเสื้อเชิ้ตของเขา ใบหน้าซีดเผือดจนแทบจำไม่ได้
"ปัณ..."
เสียงเรียกแผ่วเบาของเธอเหมือนหยุดโลกทั้งใบไว้ชั่วขณะ น้องชายเงยหน้าขึ้น น้ำตาอาบแก้ม ดวงตาแดงก่ำ
“พี่ขิม...ผมไม่ตั้งใจจริง ๆ ...เธอวิ่งมาตัดหน้าผมเอง ผมเบรกแล้ว ผมหักหลบแล้ว...แต่...”
"พอแล้ว..." เธอโอบเขาแน่น มือข้างหนึ่งลูบหัวเขาเบา ๆ เหมือนตอนเด็ก ๆ
“พี่อยู่ตรงนี้แล้ว...ไม่เป็นไรนะ ไม่ต้องกลัว...”
ตำรวจนายหนึ่งเดินเข้ามา พร้อมแฟ้มเอกสารในมือ
"พี่สาวเหรอครับ? โชคร้ายหน่อยนะครับ เพราะผู้เสียหาย...เสียชีวิตในรถพยาบาลเมื่อครู่ และทางญาติไม่ยอมความ ต้องการเอาผิดเต็มที่"
ขิมชะงักไป ใบหน้าซีดเผือดลงทันที
"แต่เขาว่า...ถ้าไกล่เกลี่ยได้ ก็ไม่อยากให้ถึงขั้นศาล"
"แล้ว...เขาต้องการอะไรคะ?" เสียงของเธอสั่นเล็กน้อย
ตำรวจเปิดเอกสาร
"เขาเรียกเงินชดเชยสองล้านบาทครับ"
เหมือนโลกถล่ม
สองล้าน...สำหรับขิม มันคือยอดเงินที่เกินฝัน ชีวิตทั้งชีวิตเธอไม่เคยมีแม้ครึ่งเดียว พ่อป่วย น้องต้องเรียน เธอแบกรับทุกอย่างไว้บนบ่าบาง ๆ ที่สั่นระริกด้วยแรงกดดันมหาศาล
“เขารับรู้มั้ยคะ ว่าน้องฉันเป็นนักศึกษา? ไม่มีฐานะร่ำรวยอะไรเลย?”
ตำรวจส่ายหน้าเบา ๆ
“ญาติฝ่ายโน้นเครียดมากครับ เด็กผู้หญิงที่ตายกำลังจะคลอด อีกไม่กี่วันก็จะได้ลูกแล้ว...เขาไม่สนว่าใครจะจนหรือรวย เขาแค่ต้องการ ‘ความรับผิดชอบ’ ”
เธอทรุดตัวลงบนเก้าอี้ ไม่มีคำใดจะพูด ร่างกายชาไปทั้งตัว
สองวันต่อมา – ห้องเช่าเล็ก ๆ ของขิม
โทรศัพท์ดังไม่หยุด ทั้งจากโรงพยาบาล ทั้งจากเจ้าหน้าที่ ทั้งจากอาจารย์ของปัณ และ...จากญาติผู้เสียหายที่เริ่มจี้หนักขึ้นเรื่อย ๆ
เธอเหลือเงินในบัญชีไม่ถึงหมื่น มีหนี้บัตรเครดิตติดตัวอยู่ และไม่มีทรัพย์สินใด ๆ จะขาย
...และแล้ว เสียงหนึ่งในหัวก็พูดขึ้น
“สองล้าน...เธอไม่มีวันหาได้หรอก...เว้นแต่...”
บาร์ลับหรู ย่านทองหล่อ – กลางคืน
ในเดรสสีดำแหวกหลังราคาถูกที่สายขิมยืมมาจากเพื่อนรุ่นพี่ เธอก้าวเข้าสู่โลกอีกใบที่ไม่เคยแม้แต่จะคิดฝันว่าจะต้องเหยียบย่างเข้าไป สถานที่ที่เต็มไปด้วยกลิ่นน้ำหอมฉุน เสียงเพลงกระหึ่ม และแสงไฟม่วงแดงวูบวาบราวกับจะกลบซ่อนศักดิ์ศรีของใครหลายคนให้หายไปกับความมืด
เธอไม่เคยมองใครด้วยสายตาแบบนั้น ไม่เคยแม้แต่จะคิดขายตัวเองเพื่อเงิน...แต่คืนนี้ ทุกอย่างเปลี่ยนไป
เพียงเพราะเธอ “ไม่มีทางเลือก”
“ชื่ออะไร? น้องใหม่เหรอ?”
เสียงหวานแต่แฝงอำนาจของผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้น ทำให้สายขิมสะดุ้งเล็กน้อย
เธอเงยหน้าขึ้น พบกับเจ๊แหวด – แม่เล้าประจำบาร์ที่เป็นผู้จัดหาเด็กสาวให้กับแขกวีไอพีในแวดวงนักธุรกิจและสังคมชั้นสูง
“สายขิมค่ะ...มาทำงานวันแรก”
เธอตอบเสียงแผ่ว
เจ๊แหวดจิบวิสกี้เบา ๆ พลางมองเธอจากหัวจรดเท้า ดวงตาคมดั่งมีเรดาร์ตรวจจับความจริง
“ไม่เคยเห็นหน้า...แต่หน้าตาแบบนี้ ขายได้ราคาดีเลยล่ะ”
จากนั้นเธอเอ่ยประโยคที่ทำให้หัวใจสายขิมแทบหยุดเต้น
“ยังซิงอยู่ไหม?”
สายขิมเบิกตากว้าง ก่อนจะก้มหน้าลงด้วยความอาย “คะ...ค่ะ”
“ตอบให้ชัดหน่อย เดี๋ยวจะจัดราคาให้ถูก ถ้ายังสดอยู่...มีแขกคนหนึ่งกำลังหา ‘ของใหม่’ ตอนรับเขาอยู่พอดี”
“ค่ะ...ยังไม่เคย...” เสียงเธอเบาราวกับลมหายใจ
เจ๊แหวดยิ้มอย่างพอใจ “ดีล่ะ งั้นเธอเจองานใหญ่เลย คืนนี้มีนักธุรกิจหนุ่มไฟแรงเพิ่งกลับมาจากต่างประเทศ เงินหนา รสนิยมแรง ฉันจัดเธอให้เขาแล้ว ถือว่าเธอโชคดีนะที่เปิดตัวด้วยแขกระดับนี้”
“ขอบคุณค่ะเจ๊...”
สายขิมเอ่ยเสียงเบา แม้ใจเธอจะอยากร้องไห้
“ถ้าพร้อมแล้ว 22.00 น. ตรงไปโรงแรมหรู ห้อง 2027 ห้ามสาย ห้ามให้แขกรอ เข้าใจนะ?”
“ค่ะเจ๊...”
หลังร้าน – เวลารอขึ้นงาน
สายขิมนั่งกอดเข่าหลังร้าน น้ำตาไหลเงียบ ๆ แต่เธอเช็ดออกอย่างรวดเร็ว ไม่มีเวลาสำหรับความอ่อนแออีกแล้ว
“เธอต้องทำ...เพื่อน้อง เพื่อครอบครัว ...สายขิม...เธอต้องทำได้...”
เธอกระซิบปลอบใจตัวเองขณะเดินสวมส้นสูงเสียงดังแกรกไปยังโรงแรมหรูใจกลางเมือง
ไม่มีใครรู้...ว่าใต้รอยยิ้มจาง ๆ และชุดเดรสที่ยืมมา คือผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังจะยอมแลกทุกอย่างแม้แต่ ‘ตัวเอง’ เพื่อช่วยน้องชายให้ได้อิสรภาพ และมีอนาคต
หน้าโรงแรม – เวลา 21.58 น.
เธอยืนอยู่หน้าประตูห้อง 2027 มือสั่น ใจเต้นจนแทบขาดหาย
“ไม่อยากทำ...แต่ไม่มีทางเลือก”
แกร๊ก
เสียงลูกบิดหมุนเบา ๆ ประตูเปิดออก...
กลิ่นน้ำหอมผู้ชายแพงแตะจมูกทันที เธอก้าวเข้าไป ร่างสูงในชุดสูทดำกำลังนั่งพิงเก้าอี้หนัง หน้าต่างบานใหญ่ด้านหลังเผยให้เห็นแสงไฟระยิบระยับของกรุงเทพฯ ยามค่ำคืน
เขาหันมา...
โลกทั้งใบของเธอหยุดนิ่ง
“พี่วิน...”
ชื่อที่เธอไม่คิดว่าจะได้ยินอีกในชีวิต...คือเขา อดีตรักแรก ผู้ชายที่เคยเป็นทั้งความหวัง ทั้งความรัก และทั้งน้ำตา
แต่ในตอนนี้...สายตาเขามีเพียง “ความรังเกียจ”
“สายขิม?” เสียงทุ้มต่ำเปล่งออกมา ราบเรียบแต่เฉือนใจ
“หึ...ไม่คิดเลยว่าจะตกต่ำถึงขนาดนี้”
เขาเยาะ
หัวใจของสายขิมร่วงวูบ ราวกับมีมือมาบีบไว้จนหายใจไม่ออก
“ฉัน...ไม่รู้ว่าเป็นคุณ” เธอพูดเสียงสั่น
“แต่ถ้ารู้...ฉันก็คงยังต้องมา เพราะฉันต้องการเงิน”
ราวินหัวเราะเย็น เสียงในลำคอเย้ยหยัน
“ดี งั้นฉันจะจ่าย...แต่เธอจะต้อง ‘คุ้มทุกบาท’ ที่ฉันเสียไป”
เขาเดินเข้ามาช้า ๆ กระชากข้อมือเธอแน่น ริมฝีปากประกบลงมาที่ริมฝีปากของเธออย่างแรงด้วยความโกรธ นี่ไม่ใช่จูบ...แต่คือการลงโทษ
สายขิมผลักเขาออก ฝ่ามือฟาดหน้าเขาดัง
เพี๊ยะ!
“อย่ามายุ่งกับฉันแบบนี้!”
เธอร้องออกมา เสียงสั่นสะอื้น
เขากระชากเธอกลับมา ร่างบางล้มลงในอ้อมแขนเขา
“นี่เธอ ‘ขายตัว’ มาเอง...ยังจะมีหน้ามาเล่นตัวอีกเหรอ?”
เขากระซิบข้าง ๆ หู น้ำเสียงเย็นเยียบเหมือนน้ำแข็ง
“จำไว้...คืนนี้ฉันซื้อเธอมาเพื่อ ระบายความใคร่กะเท่านั้น ไม่ได้”
น้ำตาของสายขิมไหลลงมาอาบแก้ม เธอมองหน้าเขาด้วยแววตาแตกสลาย ก่อนเสียงความทรงจำในอดีตจะไหลย้อนกลับมา...