ยามเช้าที่บ้านพักตากอากาศท่ามกลางแมกไม้ กลิ่นอายดินจากน้ำค้างเมื่อคืนอบอวลไปทั่ว บรรยากาศเงียบสงบ มีเพียงเสียงนกร้องประสานกันแผ่วเบา
“อรุณสวัสดิ์ครับ ญาดา”
เสียงของเตชิตดังขึ้นเรียบ ๆ แต่แฝงด้วยความอ่อนโยน
“อรุณสวัสดิ์ค่ะพี่เต พี่กร”
ญาดายิ้มและตอบเบา ๆ
“ญาดา… ขิมล่ะ?”
ราวินถามถึงแฟนสาวทันทีหลังเดินตามมา
“น่าจะเตรียมอาหารเช้าให้ทุกคนอยู่บนบ้านนะคะ”
“โอเค เดี๋ยวพี่ไปช่วยขิมเอง”
ราวินพูดพลางหมุนตัวเดินไปทางห้องครัวอย่างรีบเร่ง
ในครัวสายขิมยืนหันหลังอยู่ กำลังจัดเตรียมของอย่างขะมักเขม้น
ทันทีที่ราวินเข้ามา เขาก็โอบกอดเธอจากด้านหลัง พร้อมหอมแก้มเบา ๆ ด้วยความคิดถึง
“พี่วิน... ทำอะไร เดี๋ยวมีคนมาเห็นนะ”
สายขิมขยับตัวหนีเล็กน้อยแต่ก็อดอมยิ้มไม่ได้
“ก็เราเป็นแฟนกันนี่นา เห็นแล้วพวกมันก็แค่อิจฉา ทำไรไม่ได้หรอก”
เขาหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะโดนสายขิมตีเข้าให้
“นี่แน่ะ!”
“โอ๊ย เจ็บ ๆ พี่มาช่วยแล้วไง~”
“งั้นพี่หั่นแตงนะ ขิมจะไปทอดไข่ดาว”
“ได้ครับ... มื้อเช้าวันนี้ ข้าวต้ม ไข่ดาว แล้วก็ยำกุนเชียงของโปรดของพี่ด้วยใช่มั้ย?”
“แน่นอน ขิมรู้ว่าพี่ชอบอะไรก็ต้องทำไว้ให้สิคะ”
“ขอบคุณมากนะขิม พี่รู้เลยว่าขิมนึกถึงพี่ตลอด…”
เขาพูดพร้อมมองเธออย่างซึ้ง ๆ
“ก็ขิมรักพี่นี่คะ”
“พี่ก็รักขิมนะ”
ราวินยิ้มกว้าง ขณะลงมือล้างแตงและเริ่มหั่น
“โอ๊ย!”
เขาร้องออกมาเบา ๆ ทำเอาสายขิมหันมาทันที
“พี่วิน! มีดบาดเหรอคะ?”
เธอวางกระทะแล้วรีบมาคว้ามือเขาดูด้วยความตกใจ
แต่ราวินกลับยิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนจะโน้มหน้าไปหอมแก้มเธออีกครั้ง
“พี่วิน!”
สายขิมตีแขนเขาแล้วทำหน้าดุ
“อย่าล้อเล่นแบบนี้อีกนะ ขิมตกใจจริง ๆ”
“ทำหน้าดุก็ยังน่ารักเลย แฟนใครเนี่ย~”
“ไม่ต้องเลย... โกรธอยู่!”
“โอ๋... พี่ขอโทษ~ พี่ชอบตอนขิมเป็นห่วงพี่ มันรู้สึกว่าพี่สำคัญสำหรับขิมจริง ๆ”
เขาพูดพลางจับมือนุ่ม ๆ ของเธอไว้แน่น
สายขิมหน้าขึ้นสีแดงระเรื่อ เธอถอนหายใจเบา ๆ แต่ก็ยิ้มออกมาในที่สุด
“อาหารเช้าเสร็จรึยังครับ ท่าน!”
เสียงธนากรตะโกนกวน ๆ มาจากหน้าครัว
“ใกล้ละ ๆ กร! มึงไปรอข้างนอกเลย เดี๋ยวกระผมจะเสิร์ฟให้เองครับ!”
ราวินหันมาตอบพลางยืนคุมหน้าเตาอย่างคล่องแคล่ว
“บ๊ะ! บริการดีเป็นพิเศษนะเนี่ย ตั้งแต่มีแฟนนี่พูดเก่งขึ้นเยอะเลยว่ะ~”
ธนากรยังไม่วายแซวต่อด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ
“ไปเลยไป! ก่อนจะโดนน้ำมันร้อน ๆ กระเด็นใส่ปากที่พูดมากนั่นน่ะ”
ราวินหันมาขู่นิ่ม ๆ สายตาแอบขำอย่างเอ็นดู
“ครับผม! รับทราบ เดี๋ยวไปจัดโต๊ะรออย่างดีเลยจ้า~”
ธนากรรีบรับคำแล้ววิ่งออกไปทันที
ไม่นานนัก อาหารเช้าก็ถูกจัดเรียงอย่างเรียบร้อยบนโต๊ะเตี้ยข้างแคมป์ ข้าวต้มร้อน ๆ ไข่ดาวเยิ้ม ๆ ยำกุนเชียงแซ่บๆ ขนมปังปิ้งกรอบ ๆ และกาแฟดำหอมกรุ่นถูกจัดวางพร้อมสรรพ
“มื้อนี้ต้องยกความดีความชอบให้คู่รักสายขิมกับราวินเลยนะครับ ที่อุตส่าห์เตรียมอาหารเช้าแสนอร่อยไว้ให้พวกเรา”
ธนากรกล่าวพร้อมปรบมือแสดงความชื่นชม
“ยินดีมาก ๆ ครับ แฟนผมทำอาหารเก่งอยู่แล้ว อาหารเช้าแบบนี้สบายมากสำหรับเธอ”
ราวินตอบทันควันด้วยน้ำเสียงภูมิใจ
“โอ้โห พ่อคนอวดแฟน”
เตชิตยังไม่วายแซวด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
“คนไม่มีแฟนก็ไม่เข้าใจหรอกเนอะขิม ว่ามันฟินแค่ไหน”
ราวินหันไปส่งสายตาหวานให้แฟนสาว พลางแหย่เตชิตต่อ
“พอเลย ๆ ยอมแพ้แล้วครับ! รีบกินกันเถอะ ก่อนที่นายจะอวดแฟนจนน้ำตาลขึ้นโต๊ะหมด”
ทุกคนหัวเราะชอบใจ เมื่อเห็นว่าเตชิตจนมุม ไม่เหลือคำจะเถียง
ท่ามกลางบรรยากาศยามเช้าที่แสนสดชื่นในผืนป่าใหญ่ กลิ่นอายดินจากน้ำค้างเมื่อคืนผสมกับกลิ่นหอมของอาหารเช้าช่วยเติมเต็มความรู้สึกอบอุ่น เหมือนร่างกายได้พักอย่างแท้จริง
“เดี๋ยววันนี้พอเราเข้ากรุงเทพแล้ว ไปดริ้งก์กันหน่อยไหม ไหน ๆ ก็วันหยุดทั้งที”
ธนากรเอ่ยชวนด้วยน้ำเสียงร่าเริง พลางยกแก้วกาแฟขึ้นจิบ
“พี่ไปได้ไหมครับ ขิม...”
ราวินพูดขึ้นเบา ๆ พร้อมหันไปมองแฟนสาวอย่างมีจริตนิด ๆ
ทุกคนที่นั่งอยู่ หันขวับมองราวินเป็นตาเดียว
“เฮ้ย ๆ ราวินครับ คุณมึงกลัวแฟน หรือคุณมึงคลั่งรักครับ?”
เตชิตหลุดขำออกมา ก่อนจะพยักหน้าให้ธนากรเล่นต่อ
“ก็แค่ถามเพื่อให้แฟนสบายใจไง พวกมึงนี่แซวอยู่ได้...”
ราวินโต้กลับแต่ยิ้มมุมปากอย่างไม่จริงจังนัก
“แหม่ พ่อคนไม่เคยมีแฟน อย่าไปว่ามันเลย”
เตชิตยังไม่หยุดแซว จนเสียงหัวเราะลั่นทั่วโต๊ะ
“งั้น...สายขิมกับญาดา ไปด้วยกันกับพวกพี่ไหม?”
เตชิตถามขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจังนิด ๆ ผสมความหวังเล็ก ๆ
“ขิมไม่เคยไปร้านเหล้าตอนกลางคืนค่ะ... ไม่ดีกว่า”
ขิมตอบพลางยิ้มจาง ๆ ส่ายหน้าเบา ๆ
“ถ้ายังไม่เคย...ก็ยิ่งต้องลองนะ ไปกับพวกพี่ เดี๋ยวดูแลให้เอง”
เตชิตรีบเสริมทันที ท่าทางเหมือนวางแผนมาสักพัก
“ขิม ลองไปสักครั้งก็ได้นี่ มีแฟนดูแลอยู่ด้วย ไม่น่ากลัวหรอก”
ญาดาหันไปกระซิบเบา ๆ พลางพยักหน้าให้เพื่อนสนิท
ขิมยังลังเลเล็กน้อย ดวงตากวาดมองรอบวง ก่อนที่ราวินจะเอื้อมมือมากุมมือเธอไว้เบา ๆ แล้วตบหลังมืออย่างอ่อนโยน
“ไปเถอะครับ พี่อยู่ด้วย พี่ดูแลขิมได้ ไม่ต้องห่วงอะไรเลยนะ”
น้ำเสียงของเขานุ่มนวล แววตาจริงใจจนทำให้หัวใจของขิมสั่นไหวอย่างไม่รู้ตัว เธอเม้มปากแน่นเล็กน้อย ก่อนจะหันไปหาญาดาอีกครั้ง
“งั้น...ญาดา ไปด้วยกันนะ?”
เธอถามเสียงเบาเหมือนขอความมั่นใจอีกนิดขิมหันไปถามเพื่อนสาวอย่างลังเล
“ได้สิ คืนนี้เราไม่กลับบ้าน เราไปนอนกับขิมเลย”
ญาดาตอบด้วยรอยยิ้มกว้าง
“ดีเลย! ขิมจะได้มีเพื่อนนอน จะได้ไม่เหงา~”
หลังจากอาหารเช้าผ่านไปด้วยเสียงหัวเราะและบทสนทนาระหว่างเพื่อน ๆ ทุกคนก็ช่วยกันเก็บของ จัดการพื้นที่แคมป์ให้เรียบร้อย ก่อนจะมุ่งหน้าสู่กรุงเทพฯ พร้อมหัวใจที่เต็มไปด้วยความคาดหวังกับค่ำคืนแห่งความสนุกที่กำลังจะมาถึง...