เมื่อรักยังหวาน

1172 Words
ยามเช้าที่บ้านพักตากอากาศท่ามกลางแมกไม้ กลิ่นอายดินจากน้ำค้างเมื่อคืนอบอวลไปทั่ว บรรยากาศเงียบสงบ มีเพียงเสียงนกร้องประสานกันแผ่วเบา “อรุณสวัสดิ์ครับ ญาดา” เสียงของเตชิตดังขึ้นเรียบ ๆ แต่แฝงด้วยความอ่อนโยน “อรุณสวัสดิ์ค่ะพี่เต พี่กร” ญาดายิ้มและตอบเบา ๆ “ญาดา… ขิมล่ะ?” ราวินถามถึงแฟนสาวทันทีหลังเดินตามมา “น่าจะเตรียมอาหารเช้าให้ทุกคนอยู่บนบ้านนะคะ” “โอเค เดี๋ยวพี่ไปช่วยขิมเอง” ราวินพูดพลางหมุนตัวเดินไปทางห้องครัวอย่างรีบเร่ง ในครัวสายขิมยืนหันหลังอยู่ กำลังจัดเตรียมของอย่างขะมักเขม้น ทันทีที่ราวินเข้ามา เขาก็โอบกอดเธอจากด้านหลัง พร้อมหอมแก้มเบา ๆ ด้วยความคิดถึง “พี่วิน... ทำอะไร เดี๋ยวมีคนมาเห็นนะ” สายขิมขยับตัวหนีเล็กน้อยแต่ก็อดอมยิ้มไม่ได้ “ก็เราเป็นแฟนกันนี่นา เห็นแล้วพวกมันก็แค่อิจฉา ทำไรไม่ได้หรอก” เขาหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะโดนสายขิมตีเข้าให้ “นี่แน่ะ!” “โอ๊ย เจ็บ ๆ พี่มาช่วยแล้วไง~” “งั้นพี่หั่นแตงนะ ขิมจะไปทอดไข่ดาว” “ได้ครับ... มื้อเช้าวันนี้ ข้าวต้ม ไข่ดาว แล้วก็ยำกุนเชียงของโปรดของพี่ด้วยใช่มั้ย?” “แน่นอน ขิมรู้ว่าพี่ชอบอะไรก็ต้องทำไว้ให้สิคะ” “ขอบคุณมากนะขิม พี่รู้เลยว่าขิมนึกถึงพี่ตลอด…” เขาพูดพร้อมมองเธออย่างซึ้ง ๆ “ก็ขิมรักพี่นี่คะ” “พี่ก็รักขิมนะ” ราวินยิ้มกว้าง ขณะลงมือล้างแตงและเริ่มหั่น “โอ๊ย!” เขาร้องออกมาเบา ๆ ทำเอาสายขิมหันมาทันที “พี่วิน! มีดบาดเหรอคะ?” เธอวางกระทะแล้วรีบมาคว้ามือเขาดูด้วยความตกใจ แต่ราวินกลับยิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนจะโน้มหน้าไปหอมแก้มเธออีกครั้ง “พี่วิน!” สายขิมตีแขนเขาแล้วทำหน้าดุ “อย่าล้อเล่นแบบนี้อีกนะ ขิมตกใจจริง ๆ” “ทำหน้าดุก็ยังน่ารักเลย แฟนใครเนี่ย~” “ไม่ต้องเลย... โกรธอยู่!” “โอ๋... พี่ขอโทษ~ พี่ชอบตอนขิมเป็นห่วงพี่ มันรู้สึกว่าพี่สำคัญสำหรับขิมจริง ๆ” เขาพูดพลางจับมือนุ่ม ๆ ของเธอไว้แน่น สายขิมหน้าขึ้นสีแดงระเรื่อ เธอถอนหายใจเบา ๆ แต่ก็ยิ้มออกมาในที่สุด “อาหารเช้าเสร็จรึยังครับ ท่าน!” เสียงธนากรตะโกนกวน ๆ มาจากหน้าครัว “ใกล้ละ ๆ กร! มึงไปรอข้างนอกเลย เดี๋ยวกระผมจะเสิร์ฟให้เองครับ!” ราวินหันมาตอบพลางยืนคุมหน้าเตาอย่างคล่องแคล่ว “บ๊ะ! บริการดีเป็นพิเศษนะเนี่ย ตั้งแต่มีแฟนนี่พูดเก่งขึ้นเยอะเลยว่ะ~” ธนากรยังไม่วายแซวต่อด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ “ไปเลยไป! ก่อนจะโดนน้ำมันร้อน ๆ กระเด็นใส่ปากที่พูดมากนั่นน่ะ” ราวินหันมาขู่นิ่ม ๆ สายตาแอบขำอย่างเอ็นดู “ครับผม! รับทราบ เดี๋ยวไปจัดโต๊ะรออย่างดีเลยจ้า~” ธนากรรีบรับคำแล้ววิ่งออกไปทันที ไม่นานนัก อาหารเช้าก็ถูกจัดเรียงอย่างเรียบร้อยบนโต๊ะเตี้ยข้างแคมป์ ข้าวต้มร้อน ๆ ไข่ดาวเยิ้ม ๆ ยำกุนเชียงแซ่บๆ ขนมปังปิ้งกรอบ ๆ และกาแฟดำหอมกรุ่นถูกจัดวางพร้อมสรรพ “มื้อนี้ต้องยกความดีความชอบให้คู่รักสายขิมกับราวินเลยนะครับ ที่อุตส่าห์เตรียมอาหารเช้าแสนอร่อยไว้ให้พวกเรา” ธนากรกล่าวพร้อมปรบมือแสดงความชื่นชม “ยินดีมาก ๆ ครับ แฟนผมทำอาหารเก่งอยู่แล้ว อาหารเช้าแบบนี้สบายมากสำหรับเธอ” ราวินตอบทันควันด้วยน้ำเสียงภูมิใจ “โอ้โห พ่อคนอวดแฟน” เตชิตยังไม่วายแซวด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ “คนไม่มีแฟนก็ไม่เข้าใจหรอกเนอะขิม ว่ามันฟินแค่ไหน” ราวินหันไปส่งสายตาหวานให้แฟนสาว พลางแหย่เตชิตต่อ “พอเลย ๆ ยอมแพ้แล้วครับ! รีบกินกันเถอะ ก่อนที่นายจะอวดแฟนจนน้ำตาลขึ้นโต๊ะหมด” ทุกคนหัวเราะชอบใจ เมื่อเห็นว่าเตชิตจนมุม ไม่เหลือคำจะเถียง ท่ามกลางบรรยากาศยามเช้าที่แสนสดชื่นในผืนป่าใหญ่ กลิ่นอายดินจากน้ำค้างเมื่อคืนผสมกับกลิ่นหอมของอาหารเช้าช่วยเติมเต็มความรู้สึกอบอุ่น เหมือนร่างกายได้พักอย่างแท้จริง “เดี๋ยววันนี้พอเราเข้ากรุงเทพแล้ว ไปดริ้งก์กันหน่อยไหม ไหน ๆ ก็วันหยุดทั้งที” ธนากรเอ่ยชวนด้วยน้ำเสียงร่าเริง พลางยกแก้วกาแฟขึ้นจิบ “พี่ไปได้ไหมครับ ขิม...” ราวินพูดขึ้นเบา ๆ พร้อมหันไปมองแฟนสาวอย่างมีจริตนิด ๆ ทุกคนที่นั่งอยู่ หันขวับมองราวินเป็นตาเดียว “เฮ้ย ๆ ราวินครับ คุณมึงกลัวแฟน หรือคุณมึงคลั่งรักครับ?” เตชิตหลุดขำออกมา ก่อนจะพยักหน้าให้ธนากรเล่นต่อ “ก็แค่ถามเพื่อให้แฟนสบายใจไง พวกมึงนี่แซวอยู่ได้...” ราวินโต้กลับแต่ยิ้มมุมปากอย่างไม่จริงจังนัก “แหม่ พ่อคนไม่เคยมีแฟน อย่าไปว่ามันเลย” เตชิตยังไม่หยุดแซว จนเสียงหัวเราะลั่นทั่วโต๊ะ “งั้น...สายขิมกับญาดา ไปด้วยกันกับพวกพี่ไหม?” เตชิตถามขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจังนิด ๆ ผสมความหวังเล็ก ๆ “ขิมไม่เคยไปร้านเหล้าตอนกลางคืนค่ะ... ไม่ดีกว่า” ขิมตอบพลางยิ้มจาง ๆ ส่ายหน้าเบา ๆ “ถ้ายังไม่เคย...ก็ยิ่งต้องลองนะ ไปกับพวกพี่ เดี๋ยวดูแลให้เอง” เตชิตรีบเสริมทันที ท่าทางเหมือนวางแผนมาสักพัก “ขิม ลองไปสักครั้งก็ได้นี่ มีแฟนดูแลอยู่ด้วย ไม่น่ากลัวหรอก” ญาดาหันไปกระซิบเบา ๆ พลางพยักหน้าให้เพื่อนสนิท ขิมยังลังเลเล็กน้อย ดวงตากวาดมองรอบวง ก่อนที่ราวินจะเอื้อมมือมากุมมือเธอไว้เบา ๆ แล้วตบหลังมืออย่างอ่อนโยน “ไปเถอะครับ พี่อยู่ด้วย พี่ดูแลขิมได้ ไม่ต้องห่วงอะไรเลยนะ” น้ำเสียงของเขานุ่มนวล แววตาจริงใจจนทำให้หัวใจของขิมสั่นไหวอย่างไม่รู้ตัว เธอเม้มปากแน่นเล็กน้อย ก่อนจะหันไปหาญาดาอีกครั้ง “งั้น...ญาดา ไปด้วยกันนะ?” เธอถามเสียงเบาเหมือนขอความมั่นใจอีกนิดขิมหันไปถามเพื่อนสาวอย่างลังเล “ได้สิ คืนนี้เราไม่กลับบ้าน เราไปนอนกับขิมเลย” ญาดาตอบด้วยรอยยิ้มกว้าง “ดีเลย! ขิมจะได้มีเพื่อนนอน จะได้ไม่เหงา~” หลังจากอาหารเช้าผ่านไปด้วยเสียงหัวเราะและบทสนทนาระหว่างเพื่อน ๆ ทุกคนก็ช่วยกันเก็บของ จัดการพื้นที่แคมป์ให้เรียบร้อย ก่อนจะมุ่งหน้าสู่กรุงเทพฯ พร้อมหัวใจที่เต็มไปด้วยความคาดหวังกับค่ำคืนแห่งความสนุกที่กำลังจะมาถึง...
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD