ผับหรูแห่งหนึ่งย่านเอกมัยจอแจไปด้วยผู้คน แสงไฟสีสันวูบวาบสะท้อนกับเครื่องแต่งกายของเหล่าวัยรุ่นหนุ่มสาวที่กำลังเต้นอย่างเมามันส์ เสียงดนตรีกระหึ่มเร่งเร้า บรรยากาศเต็มไปด้วยกลิ่นแอลกอฮอล์ เสียงหัวเราะ และความคึกคักที่แทบทำให้ลืมเวลา
สายขิมและญาดาก้าวเข้ามาในผับพร้อมกลุ่มเพื่อน แม้จะมีราวินเดินเคียงข้างไม่ห่าง แต่ก็ไม่อาจห้ามสายตาของบรรดาหนุ่ม ๆ ที่เหลียวมองตามหญิงสาวผิวขาว ตากลมโต รูปร่างได้สัดส่วนอย่างสายขิมได้เลย ทุกการเคลื่อนไหวของเธอเหมือนดึงดูดความสนใจโดยธรรมชาติ
ญาดาเองก็ไม่น้อยหน้า ใบหน้าคมมีเสน่ห์แบบสาวมั่น รูปร่างสูงกว่าเพื่อนนิดหน่อย แถมหน้าอกหน้าใจก็ชวนให้หนุ่ม ๆ ต้องกลืนน้ำลายโดยไม่รู้ตัว
“ขิม ขยับมาใกล้พี่หน่อย”
ราวินก้มลงกระซิบข้างหูเธอ เสียงเขากลบเสียงเพลงได้อย่างประหลาด “คนอื่นจะได้รู้ว่า ‘คนนี้มีเจ้าของแล้ว’ ”
ขิมหัวเราะเบา ๆ พลางหันไปสบตาเขา
“เขาจะมองก็ช่างเถอะค่ะ ขิมไม่ได้รู้สึกอะไร... ขิมมีแฟนแล้ว พอใจแล้วค่ะ”
คำตอบที่มั่นใจแต่แฝงไว้ด้วยความอ่อนโยน ทำให้ราวินยิ้มออกมาอย่างเอ็นดู
“พี่ไม่ชอบเลย... ไว้เดี๋ยวสักพักกลับกันดีไหม?”
“คุณชายวินขี้หวงแฟนว่ะ!”
เตชิตแซวเสียงดัง ก่อนจะหันไปทางญาดาที่ก็กำลังตกเป็นเป้าสายตาไม่แพ้กัน
“ญาดา มานั่งใกล้พี่นี่” เขากวักมือเรียกด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
“อะไรของพี่เนี่ย? หนูโสดนะ ไม่ต้องมาหวงหนูหรอก”
ญาดาทำหน้ารำคาญ แต่ริมฝีปากกลับคลี่ยิ้มจาง ๆ อย่างห้ามไม่อยู่
“โสดตลอด ไม่เคยเปิดใจเลยนะ นานแค่ไหนถึงจะยอมใจอ่อน?”
เตชิตยิงคำถามพลางยักคิ้ว
“พูดมาก”
ญาดาทำหน้ายู่แล้วคว้าแก้วขึ้นมาชน “ดื่ม ๆ ค่ะ!”
“ขิมดื่มไหม พี่อยู่ทั้งคืน ดื่มได้สบายเลย”
ราวินหันมาถามแฟนสาวอย่างใส่ใจ
“ขิมแพ้ค่ะ ดื่มแล้วผื่นขึ้นเต็มตัวเลย”
เธอตอบพร้อมส่ายหน้าน้อย ๆ
“ไม่ดื่มก็ดีเหมือนกัน พี่เป็นห่วง”
เขายิ้มอ่อน ดวงตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความห่วงใย
“ค่ะ ห่วงขิมจังเลยนะ”
น้ำเสียงของขิมทั้งขำทั้งเขิน จนเพื่อน ๆ ที่นั่งอยู่ใกล้ ๆ ต้องมองกันเป็นสายตาเดียว
“เฮ้ย! กร กร! สาวมองมึงว่ะ”
เตชิตสะกิดธนากรที่นั่งกระดกเบียร์อย่างสบายใจ
“ไม่เอาเว้ย กูชอบน้องน้ำฟ้า เด็กวิทยาฯ คนอื่นไม่สน”
ธนากรตอบทันทีไม่มีลังเล
“โห กะจริงจังเลยนะมึง... สู้กูไม่ได้ อิสระ~”
เตชิตยักไหล่อย่างภูมิใจ
“ก็เป็นแบบนี้ไง เลยไม่มีใครอยากคบด้วย”
ญาดาเบ้ปากใส่ ก่อนจะเบือนหน้าหนีอย่างแรง
แต่ในสายตาเตชิต เขาเห็นความเขินอายซ่อนอยู่ในท่าทางนั้นชัดเจน...
แม้ปากจะว่า แต่แววตาเธอกลับบอกว่า — บางทีอาจเริ่มมีใจให้เขาแล้วก็ได้...
เวลาประมาณเที่ยงคืน
เสียงเบสกระหึ่มก้อง พื้นกระจกสั่นสะเทือนด้วยจังหวะเพลง เสียงหัวเราะ เสียงชนแก้วดังระงมในแสงไฟวูบวาบ
สายขิมนั่งยิ้มบางๆ เคียงข้างราวิน มือเขาโอบหลังเธอเบา ๆ อย่างไม่ต้องการให้ใครเข้ามาใกล้ผู้หญิงของเขา
แต่แล้ว…
เสียง ปึง! ดังสนั่นจากประตูผับที่ถูกผลักกระแทกอย่างแรง
ชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่งเดินเข้ามา สีหน้าดุดัน ราวกับแบกความอาฆาตไว้เต็มอก
“ไอ้วิน! มึงยังจำกูได้ไหม?”
เสียงคำรามต่ำเย็นเฉียบ เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ก้าวเข้ามาใกล้
ราวินลุกพรวดขึ้นทันที ก้าวมาขวางหน้าสายขิมตามสัญชาตญาณ
“กูไม่อยากมีเรื่อง พาเพื่อนมาพักผ่อน”
เขาพูดเสียงนิ่ง แต่แววตาคมดุ
“แต่กูอยากมีเรื่อง มึงมาเสือกเรื่องของกู กูจะเอาคืน”
ไม่รอคำตอบ ฝ่ายตรงข้ามชักมีดพกออกมา เสี้ยววินาทีที่ราวินกำลังจะดึงสายขิมหลบ
ฟึ่บ!
"พี่วิน! ระวัง!"
เสียงกรีดร้องของญาดาดังลั่น แต่ช้ากว่า ร่างบางของสายขิม ที่พุ่งเข้าขวางไว้ก่อน เธอผลักราวินสุดแรง
ฉัวะ!!!
เสียงของโลหะเฉือนผิวเนื้อของเธอทันที
“โอ๊ะ”
ก่อนที่สายขิมจะทรุดลงกับพื้น แขนเธอมีรอยกรีดเลือดซึมออกมาอย่างรวดเร็ว
"ขิม!!"
เสียงราวินร้องเสียงหลง ผับทั้งผับเงียบงันไปชั่วขณะ เขาทิ้งตัวลงข้างเธอ มือสั่นระริกพยายามกดแผลไว้
“พี่ขอโทษ... พี่ขอโทษ... ขิมอย่าหลับนะ! อย่าหลับ!!”
“ใครก็ได้! เรียกรถพยาบาล!”
คนรอบข้างเริ่มแตกตื่น แต่ก่อนที่ชายผู้ก่อเหตุจะพุ่งเข้ามาซ้ำ
เสียงปืน แชะ ดังขึ้นพร้อมกับชายในชุดสูทดำพุ่งเข้าล็อกแขนคนร้ายไว้ก่อนจะลงมือซ้ำ
“หยุด!”
ชายหนุ่มหน้าคมดุก้าวออกมาจากเงามืด
“ใครไม่เกี่ยวถอยไปให้หมด”
เขาพยักหน้าให้ทีมเข้าควบคุมสถานการณ์รวดเร็ว ราวกับฝึกมาโดยเฉพาะ
ลูกน้องของคุณตาของราวิน มาถึงทันเวลา
ราวินอุ้มสายขิมขึ้นแนบอก เธอยังมีสติแต่ใบหน้าซีดเซียวจนหัวใจเขาบีบแน่น
“พี่วินเป็นอะไรไหมค่ะ...” เธอพยายามพูด
“อย่าพูด...อย่าพูดอะไร พี่จะพาไปโรงพยาบาลเดี๋ยวนี้!”
“ขิม...ทำใจดีดีไว้... ขิม”
ญาดาร้องเรียกเพื่อให้มีสติ แต่ตัวเธอเองนั้นน้ำตาหลั่งไหลลงมาไม่หยุด
ฉากในโรงพยาบาลกลางดึก – ห้องฉุกเฉิน
เสียงเครื่องวัดชีพจรดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอในห้องฉุกเฉิน ราวินนั่งกุมมือเธอไว้แน่น ริมฝีปากเม้มสนิท ใบหน้าเต็มไปด้วยความเคร่งเครียด ขอบตาแดงก่ำจากหยดน้ำตาที่เขาพยายามกลั้น
“ทำไมต้องเป็นขิม... พี่ควรจะโดนเอง”
เสียงเขาแผ่วเบา ราวกระซิบกับตัวเอง
เมื่อหมอเดินออกมาและแจ้งว่าเธอปลอดภัย ไม่มีอันตรายถึงชีวิต เพียงแต่ต้องเย็บแผลลึกบริเวณแขน ราวินก็ไม่รอช้า เขารีบผลักประตูเข้าไปในห้องทันที
เขาทรุดตัวนั่งลงข้างเตียง มือหนาสอดประสานกับมือของหญิงสาวอีกครั้งแน่นหนา
“ขอบคุณนะ ที่ช่วยพี่ไว้... แต่พี่สัญญา ต่อจากนี้ไป พี่จะไม่มีวันปล่อยให้ขิมอยู่ในอันตรายอีกแล้ว”
สายตาจริงจังของเขาแน่วนิ่งบนใบหน้าเธอ สายขิมยิ้มอ่อนทั้งที่น้ำตายังคลอเบ้า
“พี่วิน... ขิมไม่เป็นไรแล้วค่ะ”
“แต่พี่เป็น... เป็นห่วงขิมจนแทบบ้าไปแล้วรู้มั้ย”
“ทีหลังห้ามทำแบบนี้อีกนะ ถ้าขิมเป็นอะไรไป พี่จะไม่มีวันอภัยให้ตัวเองเลย”
“แต่ขิมก็ไม่ได้เป็นอะไรมากนี่คะ ไม่เอาน้า อย่าดุขิมเลย”
“พี่ไม่ได้ดุ... พี่แค่ห่วงขิมมากจริง ๆ”
จู่ ๆ เสียงเล็ก ๆ ของญาดาดังแทรกขึ้นเบา ๆ
“ขิม แขนไม่เป็นอะไรใช่ไหม”
“ใช่จ้ะญาดา... แค่เย็บสิบเข็มเอง” เธอตอบพร้อมรอยยิ้มปลอบใจ
“โห... สิบเข็ม ไม่น้อยเลยนะ!”
ทันใดนั้น เสียงชายชราดังขึ้นจากหน้าห้อง
“ราวิน! ราวินอยู่ไหน!”
เขาหันไปทันที “ครับคุณตา!”
คุณตาสุพล เดินเข้ามาพร้อมสีหน้าตื่นตระหนก
“วินไม่เป็นอะไรใช่ไหมลูก? แล้วเพื่อน ๆ เป็นยังไงบ้าง”
“ผมไม่เป็นอะไรครับคุณตา แต่แฟนผม... บาดเจ็บที่แขนครับ”
คุณตาหันมามองหญิงสาวบนเตียง ก่อนเอ่ยเสียงนุ่ม
“หนูคือแฟนเจ้าวินหรือ? หนูชื่ออะไรลูก”
“สวัสดีค่ะ ขิม... สายขิมค่ะคุณตา”
“ขอบใจหนูมากนะที่ช่วยเจ้าวินเอาไว้ แล้วก็... ขอโทษแทนตาด้วย ที่ทำให้หนูต้องมาบาดเจ็บเพราะเรื่องนี้”
“ไม่เป็นไรเลยค่ะคุณตา เหตุการณ์มันรวดเร็วเกินจะคาดคิด ไม่มีใครอยากให้เกิดแบบนี้หรอกค่ะ”
“ขอให้หนูหายไว ๆ นะ ตาจะจัดการเรื่องค่ารักษาให้เอง หนูไม่ต้องห่วง แล้วพักผ่อนเยอะ ๆล่ะ”
“ขอบคุณมาก ๆ ค่ะคุณตา ถ้ามีโอกาส หนูจะไปเยี่ยมคุณตานะคะ”
“บ้านตายินดีต้อนรับเสมอ... หลานสะใภ้”
คำว่า ‘หลานสะใภ้’ ทำเอาขิมแก้มแดงปลั่งทันที หันไปมองราวินด้วยสายตาทั้งเขินทั้งอุ่น
คุณตาหันไปสั่งเสียงเรียบ
“เจ้าวิน ไม่ต้องกลับบ้านนะ คืนนี้นอนเฝ้าหนูขิมที่โรงพยาบาล เดี๋ยวตาให้คนเอาเสื้อผ้ามาให้”
“ครับคุณตา รับทราบเลยครับ”
เตชิตที่ยืนอยู่ไม่ห่าง เอ่ยขึ้น
“งั้นพวกเรากลับกันก่อน ปล่อยให้ไอ้วินมันได้พักเถอะ ญาดา พี่ไปส่งเราที่บ้านนะ”
“หนูให้ที่บ้านมารับก็ได้ค่ะ ไม่รบกวนพี่เตดีกว่า”
“กลัวพี่หรือเปล่า?” เตชิตแกล้งถามยิ้ม ๆ
“ป่าวค่ะ... งั้นหนูกลับกับพี่ก็ได้”
เตชิตยิ้มอย่างมีเลศนัย ก่อนหันไปหาวิน
“เต มึงส่งน้องให้ถึงบ้านนะเว้ย”
“เออ รู้แล้วไอ้วิน มึงดูแลแฟนให้ดีล่ะ”
“ขอบคุณค่ะ... ทุกคนกลับบ้านปลอดภัยนะ ญาดา โทรหาขิมด้วยนะ”
“โอเค เดี๋ยวถึงบ้านแล้วโทรจ้า ขิมนอนพักนะ พรุ่งนี้จะรีบมาเยี่ยมเลย”
“ขอบใจจ้า”
“ไปญาดาเรากลับบ้านกัน”
เตชิตจับมือญาดาอย่างไม่ตั้งใจ ญาดาสะบัดมืออย่างไว
“พี่เต”
เธอใช้เสียงต่ำแล้วมองเขาด้วยสายตาดุดัน