เสียงเครื่องยนต์เงียบลงตรงลานหน้าบ้านพักตากอากาศ ของคุณตาราวิน ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ บริเวณโดยรอบมีต้นไม้ใหญ่เขียวขจี นับว่าบรรยากาศที่นี่ดีทีเดียว
ลานกว้างข้างบ้านถูกปรับไว้อย่างเรียบง่ายแต่ลงตัว เป็นจุดกางเต็นท์ และจุดสังสรรค์รอบกองไฟ
“ขิม เต็นท์เราตั้งตรงนี้ดีไหม? ใกล้บ้านดี เดินไปไหนมาไหนก็สะดวก”
ญาดาเอ่ยพลางหัวเราะสดใส หยิบสมอบกในมือขึ้นพร้อมรอยยิ้ม ขิมพยักหน้ารับเบา ๆ แววตาเป็นประกาย
“ก็ดีนะ...เผื่อฝนตก จะได้วิ่งเข้านอนในบ้านได้เลย”
น้ำเสียงนุ่มละมุนของเพื่อนสนิทตอบกลับมา
“แหม...นึกว่าจะนอนฟังเสียงฝนกับแฟนเสียอีก”
ญาดาไม่พลาดจะหยอดแซว ทำเอาขิมหัวเราะเขิน ๆ
“คืนนี้...ขิมนอนกับญาดานะ ไม่นอนกับพี่วินหรอก”
“แต่ถ้าพี่วินมาไล่ฉันล่ะ?”
ญาดาทำเสียงล้อเลียน ยักคิ้วเล่น
“บ้าสิ...พี่วินน่ะสุภาพบุรุษ เขาไม่ทำแบบนั้นหรอก”
ขิมเอ่ยด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเชื่อมั่นและความรัก
ในขณะที่สองสาวดูพื้นที่กางเต็นท์เสร็จ ต่างช่วยกัน จัดเตรียมอาหาร ราวินก็เดินถือมีดเล็กมุ่งหน้าเข้าป่าอย่างเงียบ ๆ จนไม่มีใครทันสังเกตว่าเขาหายไป
จนกระทั่ง...
เสียงฝีเท้าหนักกับลมหายใจหอบดังใกล้เข้ามา ขิมหันกลับไปก่อนจะเบิกตา กว้างด้วยความตกใจ
“พี่วิน!”
ร่างสูงในเสื้อเชิ้ตขาวเดินออกจากแนวต้นไม้ด้วยท่าทางเซเล็กน้อย แขนซ้ายของเขาเปื้อนไปด้วยเลือด เสื้อสีอ่อนกลายเป็นคราบแดงฉานน่าตกใจ
“โดนกิ่งไม้เกี่ยว...นิดหน่อย ไม่เป็นไรหรอก...”
เสียงเขาแผ่วจนแทบไม่ได้ยิน
“ไม่เป็นไรได้ไงคะ! เลือดออกมากขนาดนี้!”
ขิมโผเข้าไปประคองเขาทันที หัวใจแทบหล่น เธอสั่นไปทั้งร่าง มือไม้ไม่รู้จะคว้าอะไรก่อนดี รีบพยุงเขานั่งลงบนชานบ้าน พร้อมควานหากล่องปฐมพยาบาลในกระเป๋า
มือเล็ก ๆ คู่นั้นสั่นระริก ขณะที่พยายามเช็ดเลือดออกจากบาดแผล ราวินนั่งนิ่ง ปล่อยให้เธอดูแลเขาโดยไม่ปริปากซ้ำ
“ร้องไห้ทำไม...”
น้ำเสียงทุ้มเบาแผ่วลง พร้อมดวงตาที่จ้องมองเธออย่างลึกซึ้ง
“...ไม่ได้ร้องแค่น้ำตามันไหลมาเอง ก็ขิมห่วง ขิมตกใจ เลือดพี่ออกเยอะขนาดนี้พี่เจ็บไหมค่ะ ขิมเป็นห่วงพี่นะ”
คำพูดหลุดจากริมฝีปากอย่างไม่ทันคิด น้ำตาเม็ดเล็กคลอเต็มดวงตา
ราวินเงียบไป ก่อนจะยกมือขึ้นกุมมือเธอไว้แน่น
สัมผัสนั้นอบอุ่นและมั่นคงอย่างประหลาด
“ห่วงพี่...มากขนาดนั้นเลยเหรอ”
ขิมหลบตา หัวใจเต้นแรงราวกับจะทะลุออกมา ความรู้สึกบางอย่างที่ซ่อนอยู่ในใจ ถูกดึงขึ้นมาให้ยอมรับ...โดยไม่ทันตั้งตัว
“พี่ไม่เป็นไรมาก ทายาแป๊บเดียวก็หายแล้ว”
“แต่เลือดมันออกเยอะมาก... ถ้ามันลึกมากไปหาหมอนะคะ”
เธอพูดเสียงสั่น แต่สายตาจับจ้องแผลด้วยความเป็นห่วง
“พี่โอเค ทำแผลแล้วเดี๋ยวดีขึ้น”
เขายกมือขึ้นลูบศีรษะของเธอเบา ๆ อย่างอ่อนโยน
ทันใดนั้น ญาดาก็เดินออกมาจากเต็นท์พร้อมจานผลไม้ในมือ แต่ภาพที่เห็นตรงหน้ากลับทำให้เธอชะงักฝีเท้า
“เอ้า! ไปโดนอะไรมาน่ะพี่วิน เลือดออกจะหมดตัวอยู่แล้วมั้งนั่น”
ราวินหันมายิ้มบาง
“ไปตัดฟืน...กิ่งไม้มันเกี่ยวแรงไปหน่อยน่ะครับ เลยกลายเป็นแบบนี้”
เสียงฝีเท้าอีกคู่เดินเข้ามา เตชิตยกมือทัก พร้อมสีหน้าเป็นห่วง
“ไอ้วิน มึงโอเคอยู่เนอะ?”
“โอเค ไม่เป็นไรหรอก ขอบใจนะเต”
เตหันไปมองขิมแล้วยิ้ม
“ขิม...พี่ฝากเพื่อนพี่ด้วยนะ”
“ค่ะพี่เต ไม่ต้องห่วง ขิมดูแลพี่วินให้เอง”
ญาดาโบกมืออย่างขี้เล่น
“ฉันไปล้างผักก่อนนะ เย็นนี้มีปิ้งย่างจะกินให้ฉ่ำใจเลย!”
ขิมหัวเราะเบา ๆ
“เดี๋ยวขิมไปช่วยเตรียมเนื้อให้นะ”
“ไม่ต้องรีบจ้ะ พอมีเวลาอยู่”
ครัวนอกบ้าน
เสียงน้ำจากก็อกไหลเบา ๆ ดังสม่ำเสมอ ญาดาก้มล้างผักในอ่าง ลมเย็นพัดผ่านใบหน้าเธอช้า ๆ ดวงตาแอบเหลือบมองภาพของขิมกับราวินบนชานบ้านเป็นระยะ
เธอไม่ได้พูดอะไร...แต่สีหน้าและแววตายังคงเป็นห่วงเพื่อนของเธอ
“มองเขาไม่วางตาเลยนะ”
เสียงทุ้ม ๆ ดังขึ้นจากด้านหลัง
ญาดาสะดุ้งเล็กน้อย พอหันไปเห็นว่าเป็นเต ก็เบ้ปากใส่ขำ ๆ
“ก็แค่ห่วงเพื่อน กลัวว่าจะโดนผู้ชายหลอกให้รัก”
เตชิตหัวเราะในลำคอ เดินมานั่งข้าง ๆ ก่อนหยิบมีดขึ้นมาจัดการกับพริก หอม กระเทียม
“ห่วงเพื่อน...หรืออิจฉาเพื่อนกันแน่?”
ญาดาชะงัก เงยหน้ามองเขานิ่ง ๆ แล้วหัวเราะเบา ๆ
“พูดแบบนี้ ระวังเถอะ เดี๋ยวจะโดนมีดในมือฉันนี่แหละ”
“เออ...แค่หยอกนิดหน่อย ทำเป็นขึ้น ทำเป็นขึ้น”
เตยกมือยอมแพ้อย่างน่าเอ็นดู
เขาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดเสียงเบา
“อืม... แล้ว ญาดาเคยมีแฟนมั้ย?”
ญาดาชะงัก มือหยุดเด็ดผักบุ้งทันที
“ทำไม...พี่จะจีบหนูเหรอ?”
เตสบตาเธอ สีหน้าไม่ขำเหมือนเคย
“แล้ว...ถ้าจะจีบจริง ๆ ได้ไหมล่ะ?”
ญาดาหัวเราะแต่ไม่มีรอยยิ้มในแววตา
“เลิกเจ้าชู้ให้ได้ก่อนเถอะ ไอ้คนอย่างพี่อะ”
“ฮ่า ฮ่า แล้วพี่เจ้าชู้ตรงไหน?”
“น้องออย วิศวะ...น้องฟ้า การจัดการ...น้องฝน พยาบาล...แล้วยังมีน้อง...”
“พอ...พอเลย ไหนบอกไม่สนใจพี่ ทำไมรู้เรื่องพี่เยอะจัง”
เตชิตรีบเบรกอย่างลน ๆ
“ไม่ได้อยากรู้นะคะ...แค่คนเขาลือกันมาทั้งนั้น”
เตหัวเราะแต่สายตากลับนิ่งจริงจัง
“งั้นพี่ขอเริ่มใหม่แบบไม่มีข่าวลือ...ได้ไหม?”
ญาดาไม่ตอบ เพียงแค่ยื่นพริกชี้ฟ้าให้เขาพร้อมเสียงนิ่ง ๆ
“หั่นนี่ให้เสร็จ และหั่นดี ๆ ด้วยนะคะ ไม่อยากกินเลือดใคร”
เตชิตหัวเราะเบา ๆ
“ครับแม่ครัว...เป็นห่วงพี่ก็บอกดี ๆ ก็ได้นะ”
“ฝันไปเถอะยะ”
ยามเย็นค่อย ๆ กลืนกินแสงสุดท้ายของวัน ลานหน้าบ้านพักถูกแต่งแต้มด้วยไฟหลอดเล็ก ๆ ที่พวกเขาช่วยกันแขวนไว้ตั้งแต่บ่าย
เปลวไฟบนเตาหมูกระทะกำลังลุกพอดี ส่งไออุ่นคลุกเคล้ากลิ่นหมูหมักจนอบอวลไปทั่วบริเวณ
ธนากรนั่งอยู่ข้างเตา มือคีบหมูชิ้นแรกลงกระทะ เสียง "ฉู่ฉี่" ดังขึ้นพร้อมควันหอม ๆ ลอยล้อมเขาไปหมด
ญาดา เดินมาพร้อมจานผัก เธอสูดกลิ่นแล้วหลับตาพริ้ม
"น่ากินที่สุดเลยอะ… พี่กร"
ธนากรแค่นหัวเราะเบา ๆ ขณะคีบหมูชิ้นโตลงบนกระทะ
"เอ้า ญาดา มานี่เร็ว กิน ๆ เลย ไฟกำลังได้ที่เลยพอดี"
ขณะที่ทั้งสองกำลังสนทนากันก็มี เสียงดังมาจากอีกฝั่งของลาน
"เฮ้ยยย! รอกูก่อนดิ ไอ้กร!"
เสียงเตชิตตะโกนแซวพลางวิ่งถือจานผักมาเสริมทัพอย่างร้อนรน
ญาดาหัวเราะเบา ๆ มือคีบหมูอีกชิ้นวางลงตรงกลางกระทะแล้วหันไปทางเตชิต
"อันนี้ชิ้นแรก ยกให้พี่เลยค่ะ พี่เต~"
เธอพูดทีเล่นทีจริง แต่สายตาเธอหันไปสบตาเขาแวบหนึ่ง
เตชิตยิ้มกว้างออกมาเหมือนรู้สึกว่าได้รับความใส่ใจ
"โห ไหม้เกรียมเลย ให้พี่กินจริง ๆ เหรอ..."
เขาว่าพลางรับตะเกียบมาอย่างภูมิใจ
"กิน ๆ ไปเถิดหนา พี่เตอย่าบ่นเยอะ!" ญาดายังคงแซวต่อ
ธนากรแอบชะงักนิดหนึ่ง แต่ไม่ได้ว่าอะไร
เขาแค่หยิบเบียร์ขึ้นจิบ แล้วหันไปคุยกับราวินที่นั่งข้าง ๆ แทน
ทุกคนหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน โดยเฉพาะตอนที่ราวินกับสายขิมนั่งยอง ๆ เบียดกันข้างเตา ป้อนเนื้อย่างกัน ทั้งสองดูแลใส่ใจกันอย่างดี
บรรยากาศอบอวลด้วยกลิ่นหมูย่าง เสียงเบียร์เปิดกระป๋องดังเป็นระยะ ๆ เสียงหัวเราะพูดคุยสลับกับเสียงกีตาร์เบา ๆ ที่ราวินดีดเล่นอยู่ข้างเตา
ใต้แสงไฟเล็ก ๆ รอบลานที่หรี่สลัวๆ และกลิ่นควันบางๆ ทุกคนดูเหมือนจะลืมโลกภายนอกไปหมด
"นั่งไปนั่งมาก็เกือบห้าทุ่มแล้ว เราไปนอนกันไหมญาดา"
สายขิมกล่าวชวนเพื่อน
“ฉันว่าแล้ว ทำไมง่วง ๆ”
ญาดาพูดพร้อมหาวน้อย ๆ มือป้องปากอย่างน่ารัก
“งั้นเราไปนอนกันก็ได้ ง่วงแล้วจริง ๆ”
“สาว ๆ จะเข้านอนแล้วหรือ...”
เสียงทุ้มของเตชิตลากยาว ชวนล้อเลียนเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยเบา ๆ
ตามมาด้วยประโยคที่คล้ายอวยพร...แต่ก็แอบซ่อนอะไรบางอย่างไว้ในน้ำเสียง
“หลับฝันดีนะครับ”
สายตาของเขาสบตาญาดานิดเดียว แต่ญาดากลอกตาไปมาไม่สนใจสักนิด
"ฮ่า ฮ่า ไอ้เต คนนี้อด"
เสียงธนากรหัวเราเพื่อนที่ถูกสาวเมิน