ริมฝีปากทั้งสองยังคงเกี่ยวกระหวัดกันอยู่ครู่หนึ่ง
ก่อนที่สายขิมจะได้สติกลับมาในวินาทีนั้น
เธอกัดเขาเต็มแรง จนเลือดซึมออกจากริมฝีปากของเขาอย่างชัดเจน เขาส่งร้องด้วยความเจ็บ
“โอ๊ย…เธอเป็นหมารึไง”
เธอผละออกจากเขาทันที แต่ไม่ทันระวังร่างบางเซถอยหลังโดยอัตโนมัติ...
“พลั่ก!”
เธอชนกับโต๊ะล้มเสียหลักศีรษะของเธอกระแทกเข้ากับขอบโต๊ะอย่างจัง
เสียงกระแทกดังก้องอยู่ในห้องที่เงียบงัน
และในวินาทีนั้น... เหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุน
เลือดสีแดงสดค่อย ๆ ไหลจากหน้าผากของเธอ
หยดแล้วหยดเล่า ร่วงลงกระทบพื้นไม้
ในจังหวะหัวใจของเขากระตุกวูบอย่างรุนแรง
มือไม้สั่นระริก... เข่าแทบทรุด
ไม่เคยมีครั้งไหนเลยที่เขารู้สึกกลัวเท่าครั้งนี้
“ขิม... ขิม...ขิม ฟังพี่ ขิม...ขิม”
เสียงของเขาสั่นพร่า เจือด้วยความเจ็บลึกแทบขาดใจ
เขารีบเข้าประคองร่างของเธออย่างลนลาน
ดวงตาคู่นั้นคลอไปด้วยหยดน้ำตา ด้วยความตกใจ ตอนนี้หัวใจของเขาเหมือนถูกบีบแน่นจนแทบแหลกสลาย
เขาไม่ได้อยากให้มันเป็นแบบนี้เลย... ไม่เคยเลยสักนิด
เขาอุ้มเธอออกจากห้องด้วยหัวใจที่กำลังร้อนรุ่ม
เลือดที่ไหลจากหน้าผากเธอทำให้ใจของเขาแทบสลาย
ภายในรถยนต์คันหรู เขากดโทรศัพท์สั่งให้โรงพยาบาลเตรียมห้องฉุกเฉินไว้ทันที
มือของเขากอบกุมมือเธอไว้แน่น ราวกับกลัวว่าเธอจะหลุดหายไปจากชีวิตเขาอีกครั้ง
โรงพยาบาล
“หมอครับช่วยเธอด้วยครับ ช่วยเธอด้วยครับหมอ”
อาการของเขาตอนนี้เหมือนตอนที่สายขิมเอาร่างบังเขาจากคมมีดเมื่อหกปีที่แล้วไม่มีผิด เขาพร่ำบอกตัวเอกว่าเกลียดเธอโกรธแค้นเธอ แต่พอสถานการณ์แบบนี้เขากลับห่วงใยเธอเป็นที่สุด
“คุณวินรอข้างนอกก่อนนะครับเดี๋ยวหมอจะช่วยเต็มที่ ไม่ต้องห่วงครับ คุณผู้หญิงต้องปลอดภัย”
ระหว่างที่สายขิมกำลังรักษาตัวในห้องฉุกเฉิน เสียงโทรศัพท์ของของเธอก็ดัง
ชื่อที่โชว์บนหน้าจอคือ “ปัณ” น้องชายของสายขิม
เขากดรับสาย แต่สิ่งที่เขาได้ยินจากปลายสายกลับทำให้เขาหยุดชะงัก
“ฮัลโหลครับพี่ขิม ทางคู่กรณีเขาเรียกเงินชดเชยสองล้านบาท ถ้าเราไม่มีเงินผมยอมติดคุกครับพี่ ไม่เป็นไรเลย พี่ไม่ต้องลำบากทำเพื่อผม พี่ทำเพื่อครอบครัวมามากแล้ว ให้ผมติดคุกเถอะพี่จะได้จบ จบไป อย่าให้ใครต้องเดือดร้อนเพราะผม”
“ขิมเขาอยู่ในห้องฉุกเฉินรับสายไม่ได้ ไว้ถ้าฟื้นจะบอกให้โทรกลับ”
“ฮัลโหล ไม่ทราบว่าใครพูดสายครับ แล้วพี่ขิมเป็นอะไรถึงได้อยู่โรงพยาบาลครับ”
ปัณถามด้วยความสงสัย
“พี่เป็นแฟนของขิม เขาหกล้มไม่เป็นอะไรมากไม่ต้องห่วง พี่ดูแลให้ดีที่สุด”
“ขอบคุณครับพี่ชื่ออะไรครับ”
“ราวิน”
เขาตอบทันที
ปัณนึกได้ว่าผู้ชายคนนี้คือแฟนเก่าของพี่สาว แต่เขาก็ไม่กล้าทีจะถามต่อว่าคืนดีกันหรือไม่อย่างไร
“ผมปัณครับน้องพี่ขิม”
“ทำไมปัณต้องใช้เงินสองล้านเล่าให้พี่ฟัง เผื่อพี่จะช่วยปัณได้”
ปัณเล่าทุกอย่างให้ราวินฟังจนหมดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ราวินรับฟังด้วยความเข้าใจ
“ขิมต้องหาเงินช่วยผม... ถ้าไม่มีเงิน ผมคงต้องติดคุกจริง ๆ แต่ผมพร้อมติดครับ ผมไม่อยากให้พี่สาวผมลำบาก ตลอดชีวิตของพี่ขิม ทำเพื่อคนอื่นมามาก”
คำพูดของเด็กหนุ่มคนนั้นสะเทือนใจเขาอย่างรุนแรง
เหตุผลที่เธอเดินมาหาเขา... ไม่ใช่เพราะต้องการขายศักดิ์ศรี
แต่เพราะต้องการช่วยน้องชายของตัวเองจากความพังพินาศ
เขานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะต่อสายหาทนายความส่วนตัวทันที
“จัดการเคลียร์คดีของเด็กคนนั้นให้จบภายในคืนนี้
ฉันไม่ต้องการให้เขามีประวัติด่างพร้อยแม้แต่นิดเดียว”
ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง ทุกอย่างถูกจัดการเรียบร้อย
เด็กหนุ่มคนนั้นจะไม่ต้องติดคุก จะได้กลับไปเรียน มีอนาคตที่สดใส
...และทั้งหมดนี้ เขาทำเพียงเพราะผู้หญิงที่เขาไม่เคยลืมเลยสักวินาที
เมื่อสายขิมลืมตาตื่นขึ้นในห้องพักฟื้น ภาพแรกที่เห็นคือเขา... ชายหนุ่มที่เธอเคยรู้จักในแบบที่เย็นชาและห่างเหิน แต่ในเวลานี้ แววตาของเขาไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
เขาดูอ่อนลง... ลึกซึ้ง และเต็มไปด้วยบางสิ่งที่อัดแน่นอยู่ภายใน
เธอไม่เคยเห็นเขามองเธอด้วยแววตาแบบนี้มาก่อนเลย
เขานั่งเงียบอยู่ข้างเตียง ดวงตาไม่ละไปจากใบหน้าซีดเซียวของเธอแม้แต่วินาทีเดียว ก่อนจะเอ่ยเสียงต่ำ
“ฉันช่วยน้องเธอไว้แล้ว... คดีจบ ไม่มีใครติดคุก เขาจะได้กลับไปใช้ชีวิตตามปกติ ไม่มีรอยด่าง ไม่มีอะไรตามมาอีกแล้ว”
คำพูดของเขาเหมือนหยุดลมหายใจเธอชั่วขณะ สายขิมเบิกตากว้าง น้ำตาคลอเบ้า แต่มือยังสั่นเทา... เธอกำลังจะพูดอะไรออกมา แต่เขากลับวางซองเอกสารลงข้างเตียง ก่อนพูดต่อด้วยน้ำเสียงเรียบ แต่ชัดเจน
“เงินสองล้าน แลกกับการแต่งงานกับฉัน หนึ่งปี”
เขาจ้องตาเธอไม่กะพริบ
“หนึ่งปี แลกกับอิสรภาพของน้องชายเธอ... ชีวิตที่เธออยากให้เขาได้มี ถ้าเธอไม่ตกลง ฉันจะถอนเรื่องทั้งหมด ปล่อยให้เขาเข้าคุกไป”
เสียงของเขานิ่งเสียจนสายขิมไม่อาจเดาว่าเขาคิดอะไรอยู่
เธออ้าปากค้าง จ้องเขาด้วยความเจ็บปวดที่ล้นทะลัก น้ำตาไหลรินอาบแก้ม
แต่มันไม่ใช่เพราะความโกรธ... ไม่ใช่เพราะเสียใจ
แต่เป็นเพราะหัวใจของเธอมันยังเต้นแรง... เพื่อเขา
“ฉันตกลง...”
เสียงของเธอสั่น
“เพื่ออนาคตของน้องฉัน… ถ้าก่อนครบหนึ่งปี ฉันหาเงินคืนคุณได้ คุณจะปล่อยฉันไปใช่ไหม?”
คำพูดนั้นทำให้เขานิ่งไป ริมฝีปากขบแน่น เหมือนถูกบางอย่างกระแทกเข้าใส่
เธอยังอยากจากเขาไปอยู่ดีงั้นเหรอ?
เขาถามกลับด้วยเสียงเย็น
“อยากไปจากฉันเพราะผัวแก่ของเธอ…หรือมีใครที่เธอรักอีก”
เธอขมวดคิ้ว ใจสะท้านไม่เข้าใจว่าเขาหมายถึงอะไร
“ฉันไม่เคยแต่งงาน และไม่มีผัวแก่ที่คุณพูดถึง”
เขาขมวดคิ้ว คำพูดของเธอตรงไปตรงมาจนทำให้เขารู้สึกเหมือนตัวเองโง่เขลา
“ก็เพื่อนเธอบอกฉัน... ตอนที่เธอหายไป”
“เพื่อนฉันมีแค่ญาดาคนเดียว... คนอื่นไม่หวังดีกับฉันสักคน”
คำตอบของเธอแน่นหนัก บาดลึก
เธอหันหลังให้เขา พยายามกลั้นเสียงสะอื้น ราวกับไม่อยากให้เขาเห็นว่าหัวใจเธอกำลังแตกร้าว
เขาจ้องแผ่นหลังของเธออยู่นาน ก่อนจะพูดแผ่วเบา
เขาขยับเข้าใกล้ ลมหายใจของเขาแตะแผ่นหลังเธอแผ่วเบา เธอสะดุ้งเล็กน้อย แต่ไม่ขยับหนี
เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนิ่งแต่แฝงความนุ่มลึก
“จริงไม่จริง ฉันสืบเดี๋ยวก็รู้”
“เก่งนักก็สืบให้มันได้ความจริงแล้วกัน อย่ามาใส่ร้ายฉัน”
สายขิมพึมพำในลำคอ แต่เขายังคงได้ยิน
“เซ็นสัญญาเป็นเมียแล้วแต่งงานกับฉันสะ เพราะไม่ว่าอย่างไรเธอก็ต้องชดใช้กับความเจ็บปวดที่ฉันแบกรับมันมากว่าหลายปี”
เขายิ้มที่มุมปากเบาๆ แต่ใจของเธอนั้นกลับสั่นไหวไม่น้อย
“คุณมีคนรักอยู่แล้ว จะแต่งงานกับฉันไปในฐานะอะไร ‘เมียน้อยหรือ’ ”
“เธอมันไม่มีทางเลือกอยู่แล้ว จะแต่งเป็นเมียน้อยหรือนางบำเรอ ตำแหน่งนี้ก็เหมาะกับเธออยู่แล้ว”
สายขิมสะอื้นไห้ เสียงสะท้อนของมันดังเคล้าไปกับหยาดน้ำตาที่เธอพยายามซ่อนไว้
แม้จะเจ็บ เจ็บจนแทบหายใจไม่ออก...แต่เธอก็ยังคงกลืนน้ำตาลงไปเงียบ ๆ
“ออกจากโรงพยาบาลเมื่อไหร่... ฉันจะมารับเธอไปอยู่ที่บ้านกับฉัน”
“ขิม... ขออยู่ที่คอนโดได้ไหม?”
เสียงของเธอแผ่วเบา
เขาเบือนหน้ากลับมา ดวงตาแข็งกร้าว
“ฉันซื้อเธอแล้ว เธอก็ต้องเป็นเมียฉัน จะมาเรียกร้องอะไรตามใจไม่ได้”
สายขิมน้ำตาไหลไม่หยุด นี่เธอกำลังจะกลายเป็นผู้หญิงที่ไม่มีศักดิ์ศรีจริงๆ ใช่ไหม...
เขาอาจมีผู้หญิงคนอื่นอยู่แล้ว เธออาจจะเป็นแค่ของเล่นที่ซื้อมา…
ทันใดนั้น... มือของเขาก็ค่อยๆ จับปลายคางเธอให้หันหน้ากลับมา
ดวงตาทั้งสองสบกันตรงๆ ไม่หลบ ไม่หนี
ก่อนที่เธอจะทันได้พูดอะไร ริมฝีปากเขาก็กดลงบนริมฝีปากของเธออีกครั้ง
ร้อน... แนบแน่น... และเต็มไปด้วยความโหยหา
ไม่ใช่จูบที่นุ่มนวล
แต่มันสั่นสะเทือนความรู้สึกทุกอย่างในใจเธอ...
เขาผละออกช้าๆ จ้องลึกเข้าไปในดวงตาเธอที่ยังสะท้านระริก
“พรุ่งนี้ฉันจะมาใหม่… และเมื่อออกจากโรงพยาบาล”
เขาเว้นจังหวะ ก่อนเอ่ยเสียงหนักแน่น
“เธอจะย้ายไปอยู่บ้านกับฉันในฐานะผู้หญิงของฉันทันที”
เขาไม่รอฟังคำตอบ ไม่แม้แต่จะหันกลับไปอีกครั้ง
เสียงประตูปิดลงอย่างเงียบงัน ทิ้งสายขิมไว้กับริมฝีปากที่ยังร้อนผ่าว และหัวใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะ...