คืนวันฝนตก
ติ๊ด ติ๊ด
เสียงคีการ์ดดังขึ้น ก่อนที่ประตูจะเปิดออกช้า ๆ สายขิมก้าวเข้ามาในห้องพักอย่างเงียบงัน กลิ่นฝนยังติดตามเสื้อผ้า และเสียงหยดน้ำจากร่มหยดแหมะบนพื้น
ทันทีที่เธอก้าวพ้นประตู เงาหนึ่งก็พุ่งเข้าหา ราวินรวบตัวเธอแนบชิดกับผนังในพริบตา
"พี่วิน! จะทำอะไรคะ!"
เสียงเธอสั่นเล็กน้อย ทั้งตกใจและงุนงงกับการกระทำที่ไม่ทันตั้งตัว
ราวินไม่พูดอะไรในทันที เพียงสบตาเธอแน่นิ่ง ใจเขาเต้นแรงเหมือนจะระเบิดออกมา ความใกล้ชิดทำให้กลิ่นหอมจากตัวเธอยิ่งกระตุ้นความรู้สึกที่เขาพยายามเก็บกลั้น
เขาอยากกอด...อยากจูบ...
แต่ก็ลังเล กลัวเธอจะมองว่าเขารุกล้ำเกินไป
“พ...พี่ก็แค่อยากขอบคุณ ที่ขิมให้พี่ขึ้นมาพักด้วย...” เสียงเขาเบา ราวกระซิบอยู่ข้างหู
สายขิมพยักหน้าเบา ๆ ทั้งยังรู้สึกประหม่า
“ไม่เป็นไรค่ะ ให้นอนแค่คืนเดียว...แค่นั้น”
บรรยากาศตกอยู่ในความเงียบเพียงชั่วครู่
เธอหันหน้าไปอีกทางแล้วพึมพำเบา ๆ กับตัวเอง “ตกใจหมดเลย...”
เสียงฝนที่กระหน่ำลงมาไม่ขาดสาย เหมือนกำลังสะท้อนจังหวะหัวใจของใครบางคนที่กำลังสั่นระรัวอยู่ในห้องเล็ก ๆ
สายขิมนั่งอยู่ที่ปลายเตียง ใส่เสื้อยืดตัวโคร่งของตัวเองและกางเกงขาสั้นลายลายทางสีขาวดำ ผมยาวเปียกหมาดถูกปล่อยสยายดูน่ามอง
ราวินก้าวออกมาจากห้องน้ำด้วยเสื้อยืดสีเข้มกับผ้าขนหนูคลุมหัว หยดน้ำเกาะอยู่ตามลำคอและแผ่นอกแน่น ๆ ที่เผยให้เห็นผ่านเสื้อบางนั่นเล็กน้อย เขาเหลือบมองเธอช้า ๆ ดวงตาคมจัดของเขาแฝงแววซุกซนบางอย่าง
“เสื้อนี่หอมดี…กลิ่นของขิมสินะ”
เขายิ้มมุมปากแบบเจ้าเล่ห์ ก่อนจะเดินเข้ามานั่งข้างเธอบนเตียง
สายขิมหันหนีทันที หน้าแดงจัด มือรีบจับชายเสื้อตัวเองแน่น
“พี่วินห้ามมองขิมแบบนั้นสิคะ…”
“พี่มองแค่แฟนตัวเอง จะผิดไหม?”
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่กระซิบใกล้ ทำเอาเธอขนลุกซู่ไปทั้งร่าง
ราวินเอื้อมมือมาจับปลายผมเธอเบา ๆ ลูบไล้อย่างตั้งใจ แล้วเชยคางเธอให้หันกลับมาสบตา ดวงตาของเขาดูเย็นชาเวลาอยู่กับคนอื่น แต่ในเวลานี้…มันร้อนรุ่ม รุนแรง และอ่อนโยนสำหรับเธอเพียงคนเดียว
“ขิมรู้ตัวไหม…เวลาพี่อยู่ใกล้แบบนี้ มันอยากจะจูบให้หายใจไม่ทันเลยนะ”
เขาพูดเสียงเบา ริมฝีปากค่อย ๆ เคลื่อนเข้ามาใกล้
“พี่วิน…”
เธอหลบตาแทบไม่ทัน ใจเต้นแรงจนน่ากลัว
ริมฝีปากของเขาเกือบจะแตะลงบนแก้มของเธอแล้ว ทว่าเธอใช้มือปิดแก้มตัวเองไว้เสียก่อน
มือของเขาวางลงข้างเอวเธอ นิ้วโป้งไล้เบา ๆ บนเนื้อผ้านุ่มนิ่ม ขณะริมฝีปากแทบจะบดจูบลงไป...
“พี่...”
เสียงเธอเบาเหมือนสายลม
“...ขิมยังไม่พร้อม”
ราวินหยุดชะงักทันที เขาเงยหน้าขึ้นช้า ๆ มองเธออย่างแนบแน่นก่อนจะยิ้มบาง
“พี่แค่อยากรู้ว่า หัวใจขิมเต้นแรงเหมือนพี่หรือเปล่า...ใจพี่ตอนนี้มันร้อนรุ่มไปหมดแล้ว”
เขาถอนหายใจช้า ๆ ก่อนจูบเบา ๆ ลงบนหน้าผากของเธอแทน
คืนนี้...พี่จะนอนข้างขิมนะ สัญญาจะไม่ล่วงเกิน”
เสียงของเขานุ่มจนหัวใจเธอสั่นเล็ก ๆ ดวงตาสบกันในความมืดสลัว มีเพียงแสงไฟจากมือถือที่หรี่ไว้ต่ำ ๆ ให้พอมองเห็นเค้าโครงของกันและกัน
“สัญญาแน่นะ?”
เธอเอ่ยถามเบา ๆ เหมือนต้องการย้ำความมั่นใจ แต่แววตาเธอกลับมีแววแกล้งแฝงอยู่
ราวินยิ้มมุมปาก ตอบกลับอย่างไม่ยอมแพ้
“สัญญาสิ...ถ้าขิมไม่ยั่วพี่ก่อนนะ”
เธอเงียบไปเพียงชั่วอึดใจ ก่อนจะตีแขนเขาเบา ๆ ทั้งที่ใบหน้าร้อนวาบจนแทบจะซุกหมอนอยู่แล้ว
“พี่วินอะ แกล้งขิมตลอด”
“โอ๊ย เจ็บเลยนะเนี่ย พี่พูดเล่นนิดเดียว”
เขาหัวเราะเบา ๆ พลางล้มตัวนอนข้าง ๆ เธออย่างไม่แตะต้องอะไรทั้งสิ้น ท่ามกลางความเงียบและเสียงฝนที่ยังคงตกอย่างต่อเนื่อง
ภายใต้ผ้าห่มผืนเดียวกัน ความเงียบไม่อึดอัดเลยสักนิด เพราะมีเสียงหัวใจของทั้งสองคนเป็นจังหวะเดียวกันแทนคำพูดใด ๆ
เธอหลับตาลง หันหลังให้เขาเล็กน้อย แต่ก่อนที่เธอจะเคลิ้มหลับ เสียงทุ้มแผ่วเบากระซิบขึ้นใกล้ใบหู
“ขอบคุณนะ...ที่ไว้ใจพี่ ฝันดีนะครับ”
สายขิมไม่ตอบอะไร นอกจากยิ้มบาง ๆ ทั้งที่ยังหลับตา แล้วค่อย ๆ เอียงตัวพิงแผ่นอกเขาเบา ๆ
ราวินกอดเธอไว้หลวม ๆ อย่างให้เกียรติ อ้อมแขนนั้นไม่รุกราน แต่อบอุ่นมากในคืนฝนตก
ค่ำคืนนี้...ไม่มีคำว่าล่วงเกิน มีเพียงความอ่อนโยน ที่เริ่มหยั่งรากลึกลงในหัวใจทั้งสอง
เช้าตรู่ แสงแดดอ่อน ๆ ส่องผ่านม่านโปร่งสีครีมในห้องพักของสายขิม กลิ่นหอมของแชมพูผสมกับไออุ่นจากร่างข้างกายเขา ทำให้เธอรู้สึกถึงความอบอุ่นความรักที่ปลอดภัย
ราวินยังนอนตะแคงอยู่ข้างเธอ แขนแกร่งวางพาดบนเอวเบา ๆ ลมหายใจสม่ำเสมอรินผ่านต้นคอของเธออย่างแผ่วเบา
“ตื่นได้แล้วค่ะ พี่วิน...”
เธอกระซิบเสียงเบา พร้อมพยายามขยับตัวหนีจากอ้อมกอดนั้น แต่ชายหนุ่มกลับกอดแน่นขึ้น
“ขออีกห้านาทีนะครับ...”
เสียงทุ้มต่ำในยามเช้าช่างเซ็กซี่จนน่าหยิก เขายังหลับตาแต่รอยยิ้มมุมปากปรากฏชัดเจน
“พี่แกล้งหลับอยู่ใช่ไหม!”
สายขิมหน้าแดง พยายามดิ้นอีกครั้ง แต่ถูกเขาดึงกลับมากอดไว้แน่นขึ้นกว่าเดิม
“ขิมตัวหอม พี่ไม่อยากตื่นเลยอยากกอดขิมไว้แบบนี้”
เขาเอ่ยเบา ๆ พร้อมซุกใบหน้าลงบนไหล่ของเธอ ที่เปลือยเล็กน้อยจากคอเสื้อที่หลุด
“พี่วิน…อย่าทำน่ะ”
“ก็ไม่ได้ทำอะไร... แค่อยากกอดแฟนให้เต็มอิ่ม ก่อนต้องไปนอนเต็นท์แล้วไม่มีโอกาสแบบนี้”
คำพูดนั้นทำให้เธอหยุดนิ่ง หัวใจเต้นแรงขึ้นอีกครั้ง
“งั้น...รีบลุกไปเตรียมตัวเถอะค่ะ เดี๋ยวจะไปแคมป์สาย”
“ขิมนี่ไม่โรแมนติกเลย”
“ไม่อยากให้เพื่อนพี่รอค่ะ”
ทั้งสองลุกขึ้นมาเตรียมตัว เตรียมอุปกรณ์ก่อนจะขับรถออกไปเอากระเป๋าราวินที่คอนโด
เวลาเกือบสิบโมงเช้า - ลานจอดรถมหาวิทยาลัย
เตชิตยืนเท้าสะเอวข้างรถตู้ เตรียมอุปกรณ์พร้อมจะออกเดินทาง เขาสวมเสื้อยืดสีดำกับกางเกงแคชชวลสีเบจ แว่นกันแดดทำให้เขาดูแบด ๆ นิด ๆ และแน่นอน...เจ้าตัวรู้ว่าตัวเองดูดีแค่ไหน
“นั่นไง คู่รักของเรา”
เตชิตแซวทันทีที่เห็นราวินจูงมือสายขิมเดินมา
“สวัสดีค่ะ พี่เต”
สายขิมยิ้มหวานแต่ยังมีร่องรอยของการนอนน้อยบนใบหน้า
“นอนดึกล่ะสิเมื่อคืน?”
คำถามของเตชิตแฝงแซวนิด ๆ แต่สายตาเขาเลื่อนไปหยุดที่หญิงสาวอีกคนที่เพิ่งเดินมาถึง ญาดา
ญาดาใส่เสื้อเชิ้ตผูกเอวกับกางเกงยีนขาสั้น สะพายเป้ดูทะมัดทะแมง และ...น่ามองจนเตชิตเผลอกัดริมฝีปากตัวเอง
“ญาดา เธอมายังไงทำไมมาจากทางนั้นล่ะ”
สายขิมถามด้วยรอยยิ้ม
“มารถแท็กซี่น่ะ รถฉันเข้าอู่”
เธอตอบพร้อมส่งยิ้มบาง ๆ
“ครบกันแล้วขึ้นรถเลยครับ ญาดาส่งกระเป๋ามาพี่เอาไปไว้ให้”
เตชิตใส่ใจเทคแคร์ญาดาเต็มที่
“ขอบคุณค่ะพี่เต”
“งั้นเดี๋ยวพี่นั่งใกล้ญาดานะ ให้เจ้าวินกับสายขิมได้นั่งด้วยกัน สวีทๆ ตามประสาคู่รัก”
เตชิตพูดพลางเปิดประตูรถให้
ญาดาเลิกคิ้ว แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธอะไร รอยยิ้มจาง ๆ ผุดขึ้นเล็กน้อย
ราวินกระซิบเบา ๆ กับสายขิม
“สงสัยจะมีอีกคู่แล้วล่ะ”
สายขิมหัวเราะเบา ๆ ก่อนตอบกลับ
“ถ้าพี่เตเจ้าชู้ญาดาไม่ชอบหรอก แต่ถ้าเลิกเจ้าชู้ไม่แน่ค่ะ”
ราวินจับมือเธอแน่นขึ้นอีกนิดก่อนจะจูบหลังมือเบา ๆ
“ทริปนี้พี่ดูแลขิมเอง”
“แน่ใจนะ”
“ครับ”
“ถ้าพร้อมแล้วเราออกเดินทางกันเลยนะครับ”
เสียงธนากรตะโกนบอกเพื่อน ในขณะที่เขานั่งหน้าคู่คนขับรถตู้บ้านเตชิต
เสียงเครื่องยนต์เริ่มดังขึ้น พิกัดปลายทางคือบ้านพักเขาใหญ่คุณตาของราวิน