เช้านี้อากาศดีสายขิมนั่งรออยู่หน้าคอนโด เธอรู้ดีว่าในอีกไม่กี่นาที ราวินจะขับรถมารับเธอเช่นทุกวัน
รถเก๋งสีเทาธรรมดา ไม่หรูหราแต่สะอาดสะอ้านและอบอุ่นเหมือนเจ้าของ ค่อย ๆ เคลื่อนมาจอดตรงหน้า เขายิ้มให้เธอผ่านกระจกรถ รอยยิ้มที่ไม่ว่าจะเห็นกี่ครั้งก็ยังทำให้ใจเธอเต้นแรงได้เสมอ
“พี่ซื้อมื้อเช้ามาให้ ขิมอย่าลืมทานด้วยนะ”
เสียงเขาอ่อนโยนทำให้เธอรู้สึกปลอดภัยอบอุ่นใจเสมอมาตลอดสองเดือน
“ขอบคุณนะคะพี่วิน… พี่ดีกับขิมมากเลย”
เขาหันมายิ้ม ดวงตาทอแววอบอุ่น
“ขิมเป็นแฟนพี่ พี่จะดูแลขิมให้ดีที่สุดอยู่แล้ว”
หัวใจของสายขิมเต้นแรงจนแทบจะระเบิดออกมา เธอไม่เคยคิดเลยว่ารักครั้งแรกจะอ่อนโยนได้ถึงเพียงนี้
ราวินเป็นผู้ชายเพอร์เฟกต์ที่หล่อรวย ทำตัวติดดินเขาสามารถเลือกผู้หญิงที่สวยรวยฐานะเท่าเทียบเขามีมากมาย แต่เขาเลือกเธอ
ขณะนั่งรถไปด้วยกัน เธอเหลือบมองเขา รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังฝันอยู่
“คิดอะไรอยู่”
เขาสบตาและถามเธอเบา ๆ
“ป่าวค่ะ”
เขาเลิกคิ้วอย่างไม่เชื่อคำตอบของเธอ
“เย็นนี้เรียนเสร็จพี่จะรับไปดูหนังนะ ไปไหมครับ”
“ไปก็ได้ค่ะ ช่วงนี้เรียนหนักอยากพักสมองเหมือนกัน”
“ครับไว้พี่มารับนะ”
“ค่ะ ขอบคุณนะค่ะ”
“เขาส่งเธอลงที่หน้าคณะการจัดการ บรรดาเพื่อนๆ ต่างมองทั้งคู่ สาวๆ ต่างอิจฉาสายขิมที่มีแฟนเป็นหนุ่มวิศวะที่หล่อรวย เพอร์เฟกต์ขนาดนี้
คณะวิศวกรรมศาสตร์
เสียงเพื่อนสนิทของราวินดังขึ้นกลางลานหน้าคณะ
“วิน! ไอ้วิน มานี่เลย มึงหายหัวไปไหนวะช่วงนี้?”
ราวินหัวเราะเบา ๆ เดินเข้าไปหาเพื่อนรัก เตชิต ยกมือไหว้พระอาทิตย์ด้วยท่าทางเหนื่อยใจปนล้อ
“ตั้งแต่กลับจากค่ายมานี่ สองเดือนแกแทบจะไม่ออกไปไหนกับเพื่อนเลยนะ ติดแฟนหนักมาก”
“ก็มึงก็เหมือนกันนั่นแหละ ไปล่าญาดาอยู่นั่น”
“บ่ะ ไม่เหมือนกัน ญาดาเขาไม่เล่นด้วย เขาว่ากูเจ้าชู้”
“แล้วมึงจะไปโทษใครล่ะ มึงทำตัวของมึงเอง”
เตชิตกลอกตา ก่อนมองหน้าราวินอย่างจับสังเกต
“แล้วกับสายขิมนี่ มึงเลือกจริง ๆ แล้ว ใช่ไหม?”
คำถามนั้นทำให้ราวินนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าช้า ๆ
“ขิมเป็นคนที่น่ารักจริง ๆ เธอไม่หวังอะไรจากกูเลย... แค่ได้อยู่ข้าง ๆ เธอ กูก็รู้สึกว่าชีวิตนี้มันมีค่าขึ้นมาอีกเยอะเลย”
เตชิตหัวเราะเบา ๆ พลางตบบ่าเพื่อน
“เออ พ่อคนคลั่งรัก ฉันขอยอมแพ้”
“แล้วกรล่ะ? ช่วงนี้ไม่ค่อยเห็นหน้าเลยนะ”
“ก็เหมือนเดิมนั่นแหละ มันคงหมกตัวอยู่ในห้องสมุด ไม่ได้วิ่งตามสาวเหมือนพวกเราหรอก... มีแต่แกนั่นแหละ พอมีแฟนขึ้นมา ก็ลืมเพื่อนหมด”
“เฮ้ย! พอเลยไอ้เต กูไม่ได้ลืมพวกมึงนะ แค่…กูรักของกูบ้างไม่ได้หรือไงวะ”
ราวินยกมือขึ้นเกาหลังคออย่างกระดาก ก่อนที่เสียงหัวเราะของเตชิตจะดังขึ้นเบา ๆ แบบคนเข้าใจ
“เออ ๆ เข้าใจ ๆ พ่อคนคลั่งรัก งั้นเสาร์นี้ไปแคมป์กันไหม? ชวนสายขิม ญาดา ไปด้วย จะได้เปลี่ยนบรรยากาศบ้าง”
“โห... กระชั้นไปหน่อยป่ะวะ เดี๋ยวกูลองชวนขิมดูก่อน แต่ไม่รับปากนะ”
“แล้วคืนนี้ล่ะ ศุกร์แล้ว ไปดื่มกันสักหน่อยไหม?”
ราวินยิ้มแห้ง ก่อนส่ายหน้าเบา ๆ
“คืนนี้นัดกับขิมไว้แล้วว่ะ... จะไปดูหนังกัน”
เตชิตกลอกตา แกล้งถอนหายใจหนัก ๆ
“โห วิน! ขอเวลาให้เพื่อนบ้างก็ไม่ได้ มึงนี่นะ...”
“เออ ๆ รู้แล้ว ไว้นัดล่วงหน้าหน่อย กูพร้อมไปแน่นอน”
“ให้มันจริงเถอะมึง...”
ทั้งสองหัวเราะเบา ๆ ใต้แสงแดดยามบ่ายที่อ่อนลงเรื่อย ๆ ความสัมพันธ์ของพวกเขายังแน่นแฟ้น แม้จะมีใครบางคนเดินเข้ามาในหัวใจของใครอีกคนแล้วก็ตาม
เย็นวันศุกร์
ภายในโรงภาพยนตร์มืดสลัว แสงจากจอหนังกระทบใบหน้าสองคนที่นั่งเคียงข้างกัน เสียงป๊อปคอร์นกรุบกรอบสลับกับเสียงหัวใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะของหญิงสาวผู้กำลังตกหลุมรักซ้ำแล้วซ้ำเล่า
มือของสายขิมวางอยู่บนตักอย่างเรียบร้อย ทว่าไม่นาน มืออบอุ่นของราวินก็เอื้อมมาสอดประสานแนบแน่น ดั่งจะบอกกับเธอว่า “พี่อยู่ตรงนี้ ไม่ไปไหน”
แม้จะจับมือกันมาหลายครั้งแล้ว แต่สัมผัสของเขายังคงทำให้หัวใจเธอเต้นแรงเหมือนครั้งแรกไม่เคยชิน และไม่อยากชินเลยด้วยซ้ำ
หนังรักโรแมนติกดำเนินไปอย่างนุ่มนวล ทว่าภาพยนตร์ใดเล่าจะหวานเท่าสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างพวกเขาในตอนนี้...
“หนาวไหมขิม”
“ไม่หนาวค่ะ มีเสื้อคลุม”
“ขิมเปิดโอกาสให้พี่ได้หวานบ้างเถอะ”
“ดูหนังไปเลยค่ะ อย่ามัวแต่คุย เดี๋ยวดูไม่รู้เรื่อง”
“ครับที่รักของผม”
สายขิมยิ้มหวาน แม้ภาพยนตร์จะเปิดแอร์หนาวเย็นเพียงใจ แต่หัวใจของเธอตอนนี้อบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก
เวลาผ่านไปเกือบสองชั่วโมงครึ่ง
“หนังสนุกดีนะคะ...”
เธอเอ่ยเสียงเบา ขณะไฟในโรงค่อย ๆ สว่างขึ้น
“สนุกครับ...”
เขาหันมายิ้ม
“หวาน... เหมือนความรักของเราเลย”
ถ้อยคำธรรมดาแต่เปี่ยมด้วยความหมาย ทำเอาเธอหน้าแดงอย่างห้ามไม่อยู่
หลังหนังจบ ทั้งคู่เดินทอดน่องไปเรื่อย ๆ ในห้างที่เริ่มบางตา ราวินเงียบลงเล็กน้อย ดวงตาเขาเหมือนมีบางอย่างอยากพูดแต่ลังเลอยู่
“พี่วิน เป็นอะไรหรือเปล่าคะ?”
เธอเอ่ยถามอย่างอ่อนโยน
เขาหยุดเดิน ถอนหายใจแผ่วเบา
“เพื่อนพี่มันว่า... พี่ติดแฟน ไม่มีเวลาให้พวกมัน”
คำพูดนั้นทำให้สายขิมนิ่งไป เธอคิดตาม ก่อนจะเงยหน้ามองเขาด้วยรอยยิ้มบาง ๆ
“พี่ก็ให้เวลาเพื่อนพี่บ้างก็ได้นะคะ ไม่เห็นต้องไปรับส่งขิมทุกวันเลย...”
ราวินจับมือเธอแน่นขึ้นนิดหนึ่ง ดวงตาคู่นั้นมั่นคง
“แต่พี่อยากอยู่กับขิมตลอดนี่นา”
คำพูดแสนเรียบง่ายนั้นทำให้หัวใจเธอไหววูบ... อบอุ่นจนแทบละลาย
“เราก็หากิจกรรมชวนเพื่อนพี่และเพื่อนขิมมาทำร่วมกัน แบบนี้ก็ไม่ต้องมีใครทิ้งใครแล้ว”
“แฟนพี่ฉลาดจัง”
“ชมใช่ไหมคะ” สายขิมยิ้มหวนให้เขา
“ว่าแต่... เสาร์นี้เตชิตชวนไปแคมป์ ขิมไปด้วยกันไหมครับ? ถ้าได้ ชวนญาดาไปด้วยก็ได้นะ”
“ได้ค่ะ ขิมว่างพอดี แต่เรื่องญาดา ขิมขอโทรถามดูก่อนนะคะว่าเขาโอเคไหม”
“ได้ครับ พี่รอคำตอบนะ จะได้บอกไอ้เต”
ค่ำคืนนั้น ฝนเทลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา ท้องถนนในกรุงเทพฯ เริ่มเจิ่งนองด้วยน้ำราวกับคลองเล็ก ๆ ที่ตัดขวางเส้นทางกลับบ้าน
รถของราวินติดอยู่กลางถนนคอนโดของสายขิมที่น้ำเริ่มท่วมสูง
“แบบนี้พี่คงกลับบ้านไม่ได้แน่เลย...”
เขาพึมพำเบา ๆ สีหน้าแฝงความกังวล แต่แววตากลับมีความคาดหวังแฝงอยู่ลึก ๆ
สายขิมเหลือบมองเขา รู้ทันในพริบตา ผู้ชายเย็นชาที่ใคร ๆ ว่ากันว่าเข้าถึงยาก แต่กลับกลายเป็นแมวขี้อ้อนเมื่ออยู่กับเธอ
“ฝนตกหนักขนาดนี้... พักที่ห้องขิมก็ได้นะคะ”
ราวินหันขวับมามองทันที ดวงตาเขาเป็นประกาย
“ขิม... ให้พี่นอนด้วยจริง ๆ ใช่ไหม”
เธอพยักหน้าเบา ๆ
“ค่ะ”
สายตาของเขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาเธอ แล้วค่อย ๆ แย้มรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
“แค่นอนใช่ไหม? ไม่ได้หมายความว่าจะให้พี่ทำอะไรเกินเลย...”
คำพูดนั้นทำให้สายขิมหลบตาทันที แก้มแดงระเรื่อ
“พี่วิน! หยุดคิดเลยนะคะ”
สายขิมทำหน้ายู่ใส่เขา
“ฮะ ๆ พี่ก็ไม่ได้หมายความว่าอะไรนี่... หรือขิมคิดจะทำอะไรพี่?”
“พอเลยค่ะ! ไม่พูดด้วยแล้ว”
เธอเบือนหน้าหนี แต่รอยยิ้มบนริมฝีปากกลับห้ามไม่อยู่
และคืนนั้น... เสียงฝนที่พรำ ๆ ลงจากฟ้า อาจไม่ดังกว่าเสียงหัวใจสองดวงที่ค่อย ๆ ขยับเข้าใกล้กัน...ทีละน้อย...ทีละน้อย จนไม่เหลือช่องว่างให้สิ่งใดผ่านเข้าไปได้