ความหวานของสองเรา

1478 Words
เช้านี้อากาศดีสายขิมนั่งรออยู่หน้าคอนโด เธอรู้ดีว่าในอีกไม่กี่นาที ราวินจะขับรถมารับเธอเช่นทุกวัน รถเก๋งสีเทาธรรมดา ไม่หรูหราแต่สะอาดสะอ้านและอบอุ่นเหมือนเจ้าของ ค่อย ๆ เคลื่อนมาจอดตรงหน้า เขายิ้มให้เธอผ่านกระจกรถ รอยยิ้มที่ไม่ว่าจะเห็นกี่ครั้งก็ยังทำให้ใจเธอเต้นแรงได้เสมอ “พี่ซื้อมื้อเช้ามาให้ ขิมอย่าลืมทานด้วยนะ” เสียงเขาอ่อนโยนทำให้เธอรู้สึกปลอดภัยอบอุ่นใจเสมอมาตลอดสองเดือน “ขอบคุณนะคะพี่วิน… พี่ดีกับขิมมากเลย” เขาหันมายิ้ม ดวงตาทอแววอบอุ่น “ขิมเป็นแฟนพี่ พี่จะดูแลขิมให้ดีที่สุดอยู่แล้ว” หัวใจของสายขิมเต้นแรงจนแทบจะระเบิดออกมา เธอไม่เคยคิดเลยว่ารักครั้งแรกจะอ่อนโยนได้ถึงเพียงนี้ ราวินเป็นผู้ชายเพอร์เฟกต์ที่หล่อรวย ทำตัวติดดินเขาสามารถเลือกผู้หญิงที่สวยรวยฐานะเท่าเทียบเขามีมากมาย แต่เขาเลือกเธอ ขณะนั่งรถไปด้วยกัน เธอเหลือบมองเขา รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังฝันอยู่ “คิดอะไรอยู่” เขาสบตาและถามเธอเบา ๆ “ป่าวค่ะ” เขาเลิกคิ้วอย่างไม่เชื่อคำตอบของเธอ “เย็นนี้เรียนเสร็จพี่จะรับไปดูหนังนะ ไปไหมครับ” “ไปก็ได้ค่ะ ช่วงนี้เรียนหนักอยากพักสมองเหมือนกัน” “ครับไว้พี่มารับนะ” “ค่ะ ขอบคุณนะค่ะ” “เขาส่งเธอลงที่หน้าคณะการจัดการ บรรดาเพื่อนๆ ต่างมองทั้งคู่ สาวๆ ต่างอิจฉาสายขิมที่มีแฟนเป็นหนุ่มวิศวะที่หล่อรวย เพอร์เฟกต์ขนาดนี้ คณะวิศวกรรมศาสตร์ เสียงเพื่อนสนิทของราวินดังขึ้นกลางลานหน้าคณะ “วิน! ไอ้วิน มานี่เลย มึงหายหัวไปไหนวะช่วงนี้?” ราวินหัวเราะเบา ๆ เดินเข้าไปหาเพื่อนรัก เตชิต ยกมือไหว้พระอาทิตย์ด้วยท่าทางเหนื่อยใจปนล้อ “ตั้งแต่กลับจากค่ายมานี่ สองเดือนแกแทบจะไม่ออกไปไหนกับเพื่อนเลยนะ ติดแฟนหนักมาก” “ก็มึงก็เหมือนกันนั่นแหละ ไปล่าญาดาอยู่นั่น” “บ่ะ ไม่เหมือนกัน ญาดาเขาไม่เล่นด้วย เขาว่ากูเจ้าชู้” “แล้วมึงจะไปโทษใครล่ะ มึงทำตัวของมึงเอง” เตชิตกลอกตา ก่อนมองหน้าราวินอย่างจับสังเกต “แล้วกับสายขิมนี่ มึงเลือกจริง ๆ แล้ว ใช่ไหม?” คำถามนั้นทำให้ราวินนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าช้า ๆ “ขิมเป็นคนที่น่ารักจริง ๆ เธอไม่หวังอะไรจากกูเลย... แค่ได้อยู่ข้าง ๆ เธอ กูก็รู้สึกว่าชีวิตนี้มันมีค่าขึ้นมาอีกเยอะเลย” เตชิตหัวเราะเบา ๆ พลางตบบ่าเพื่อน “เออ พ่อคนคลั่งรัก ฉันขอยอมแพ้” “แล้วกรล่ะ? ช่วงนี้ไม่ค่อยเห็นหน้าเลยนะ” “ก็เหมือนเดิมนั่นแหละ มันคงหมกตัวอยู่ในห้องสมุด ไม่ได้วิ่งตามสาวเหมือนพวกเราหรอก... มีแต่แกนั่นแหละ พอมีแฟนขึ้นมา ก็ลืมเพื่อนหมด” “เฮ้ย! พอเลยไอ้เต กูไม่ได้ลืมพวกมึงนะ แค่…กูรักของกูบ้างไม่ได้หรือไงวะ” ราวินยกมือขึ้นเกาหลังคออย่างกระดาก ก่อนที่เสียงหัวเราะของเตชิตจะดังขึ้นเบา ๆ แบบคนเข้าใจ “เออ ๆ เข้าใจ ๆ พ่อคนคลั่งรัก งั้นเสาร์นี้ไปแคมป์กันไหม? ชวนสายขิม ญาดา ไปด้วย จะได้เปลี่ยนบรรยากาศบ้าง” “โห... กระชั้นไปหน่อยป่ะวะ เดี๋ยวกูลองชวนขิมดูก่อน แต่ไม่รับปากนะ” “แล้วคืนนี้ล่ะ ศุกร์แล้ว ไปดื่มกันสักหน่อยไหม?” ราวินยิ้มแห้ง ก่อนส่ายหน้าเบา ๆ “คืนนี้นัดกับขิมไว้แล้วว่ะ... จะไปดูหนังกัน” เตชิตกลอกตา แกล้งถอนหายใจหนัก ๆ “โห วิน! ขอเวลาให้เพื่อนบ้างก็ไม่ได้ มึงนี่นะ...” “เออ ๆ รู้แล้ว ไว้นัดล่วงหน้าหน่อย กูพร้อมไปแน่นอน” “ให้มันจริงเถอะมึง...” ทั้งสองหัวเราะเบา ๆ ใต้แสงแดดยามบ่ายที่อ่อนลงเรื่อย ๆ ความสัมพันธ์ของพวกเขายังแน่นแฟ้น แม้จะมีใครบางคนเดินเข้ามาในหัวใจของใครอีกคนแล้วก็ตาม เย็นวันศุกร์ ภายในโรงภาพยนตร์มืดสลัว แสงจากจอหนังกระทบใบหน้าสองคนที่นั่งเคียงข้างกัน เสียงป๊อปคอร์นกรุบกรอบสลับกับเสียงหัวใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะของหญิงสาวผู้กำลังตกหลุมรักซ้ำแล้วซ้ำเล่า มือของสายขิมวางอยู่บนตักอย่างเรียบร้อย ทว่าไม่นาน มืออบอุ่นของราวินก็เอื้อมมาสอดประสานแนบแน่น ดั่งจะบอกกับเธอว่า “พี่อยู่ตรงนี้ ไม่ไปไหน” แม้จะจับมือกันมาหลายครั้งแล้ว แต่สัมผัสของเขายังคงทำให้หัวใจเธอเต้นแรงเหมือนครั้งแรกไม่เคยชิน และไม่อยากชินเลยด้วยซ้ำ หนังรักโรแมนติกดำเนินไปอย่างนุ่มนวล ทว่าภาพยนตร์ใดเล่าจะหวานเท่าสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างพวกเขาในตอนนี้... “หนาวไหมขิม” “ไม่หนาวค่ะ มีเสื้อคลุม” “ขิมเปิดโอกาสให้พี่ได้หวานบ้างเถอะ” “ดูหนังไปเลยค่ะ อย่ามัวแต่คุย เดี๋ยวดูไม่รู้เรื่อง” “ครับที่รักของผม” สายขิมยิ้มหวาน แม้ภาพยนตร์จะเปิดแอร์หนาวเย็นเพียงใจ แต่หัวใจของเธอตอนนี้อบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก เวลาผ่านไปเกือบสองชั่วโมงครึ่ง “หนังสนุกดีนะคะ...” เธอเอ่ยเสียงเบา ขณะไฟในโรงค่อย ๆ สว่างขึ้น “สนุกครับ...” เขาหันมายิ้ม “หวาน... เหมือนความรักของเราเลย” ถ้อยคำธรรมดาแต่เปี่ยมด้วยความหมาย ทำเอาเธอหน้าแดงอย่างห้ามไม่อยู่ หลังหนังจบ ทั้งคู่เดินทอดน่องไปเรื่อย ๆ ในห้างที่เริ่มบางตา ราวินเงียบลงเล็กน้อย ดวงตาเขาเหมือนมีบางอย่างอยากพูดแต่ลังเลอยู่ “พี่วิน เป็นอะไรหรือเปล่าคะ?” เธอเอ่ยถามอย่างอ่อนโยน เขาหยุดเดิน ถอนหายใจแผ่วเบา “เพื่อนพี่มันว่า... พี่ติดแฟน ไม่มีเวลาให้พวกมัน” คำพูดนั้นทำให้สายขิมนิ่งไป เธอคิดตาม ก่อนจะเงยหน้ามองเขาด้วยรอยยิ้มบาง ๆ “พี่ก็ให้เวลาเพื่อนพี่บ้างก็ได้นะคะ ไม่เห็นต้องไปรับส่งขิมทุกวันเลย...” ราวินจับมือเธอแน่นขึ้นนิดหนึ่ง ดวงตาคู่นั้นมั่นคง “แต่พี่อยากอยู่กับขิมตลอดนี่นา” คำพูดแสนเรียบง่ายนั้นทำให้หัวใจเธอไหววูบ... อบอุ่นจนแทบละลาย “เราก็หากิจกรรมชวนเพื่อนพี่และเพื่อนขิมมาทำร่วมกัน แบบนี้ก็ไม่ต้องมีใครทิ้งใครแล้ว” “แฟนพี่ฉลาดจัง” “ชมใช่ไหมคะ” สายขิมยิ้มหวนให้เขา “ว่าแต่... เสาร์นี้เตชิตชวนไปแคมป์ ขิมไปด้วยกันไหมครับ? ถ้าได้ ชวนญาดาไปด้วยก็ได้นะ” “ได้ค่ะ ขิมว่างพอดี แต่เรื่องญาดา ขิมขอโทรถามดูก่อนนะคะว่าเขาโอเคไหม” “ได้ครับ พี่รอคำตอบนะ จะได้บอกไอ้เต” ค่ำคืนนั้น ฝนเทลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา ท้องถนนในกรุงเทพฯ เริ่มเจิ่งนองด้วยน้ำราวกับคลองเล็ก ๆ ที่ตัดขวางเส้นทางกลับบ้าน รถของราวินติดอยู่กลางถนนคอนโดของสายขิมที่น้ำเริ่มท่วมสูง “แบบนี้พี่คงกลับบ้านไม่ได้แน่เลย...” เขาพึมพำเบา ๆ สีหน้าแฝงความกังวล แต่แววตากลับมีความคาดหวังแฝงอยู่ลึก ๆ สายขิมเหลือบมองเขา รู้ทันในพริบตา ผู้ชายเย็นชาที่ใคร ๆ ว่ากันว่าเข้าถึงยาก แต่กลับกลายเป็นแมวขี้อ้อนเมื่ออยู่กับเธอ “ฝนตกหนักขนาดนี้... พักที่ห้องขิมก็ได้นะคะ” ราวินหันขวับมามองทันที ดวงตาเขาเป็นประกาย “ขิม... ให้พี่นอนด้วยจริง ๆ ใช่ไหม” เธอพยักหน้าเบา ๆ “ค่ะ” สายตาของเขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาเธอ แล้วค่อย ๆ แย้มรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ “แค่นอนใช่ไหม? ไม่ได้หมายความว่าจะให้พี่ทำอะไรเกินเลย...” คำพูดนั้นทำให้สายขิมหลบตาทันที แก้มแดงระเรื่อ “พี่วิน! หยุดคิดเลยนะคะ” สายขิมทำหน้ายู่ใส่เขา “ฮะ ๆ พี่ก็ไม่ได้หมายความว่าอะไรนี่... หรือขิมคิดจะทำอะไรพี่?” “พอเลยค่ะ! ไม่พูดด้วยแล้ว” เธอเบือนหน้าหนี แต่รอยยิ้มบนริมฝีปากกลับห้ามไม่อยู่ และคืนนั้น... เสียงฝนที่พรำ ๆ ลงจากฟ้า อาจไม่ดังกว่าเสียงหัวใจสองดวงที่ค่อย ๆ ขยับเข้าใกล้กัน...ทีละน้อย...ทีละน้อย จนไม่เหลือช่องว่างให้สิ่งใดผ่านเข้าไปได้
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD