บางทีเธออาจจะแค่ฝัน…เรื่องที่เกิดในคืนวันนั้นมันก็แค่ฝัน…ฝันร้ายที่เธอจะฝังมันไว้ไปตลอดกาล
“บัวว่าอะไรนะ?!”
“คุณแม่คะ…บัวขอโทษ” สิ่งที่เธอทำได้เพียงพูดคำขอโทษนับพันครั้งต่อหน้ามารดาจนเหมือนว่ามันจะกลายเป็นสิ่งไร้ค่าที่ไม่ว่าเธอจะเอ่ยมันออกมามากเท่าใดก็ไม่สามารถชดเชยกับสิ่งที่เกิดขึ้นได้เลยสักนิด
แม้ความฝันจะไม่ได้ทลายไปหมดเสียทีเดียว เพราะอย่างน้อยเธอก็ได้เรียนจบ…แต่ความฝันก็เพื่อวันในอีกไม่กี่เดือนนี้เท่านั้น…วันรับปริญญาของเธอ
“บัวทำอย่างนี้ได้ยังไง! มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ หรือว่าเป็นเพราะคืนนั้นใช่ไหม! ที่บัวไม่ได้กลับบ้าน!”
มีเพียงแต่เสียงสะอื้นไห้ที่ร้องให้มารดาได้ยินแทนคำตอบ แม้จะไม่ใช่ความผิดเธอทั้งหมด หากก็อดที่จะรู้สึกละอายไม่ได้
…บัวอยากจะเรียนอักษรค่ะ แล้วพอจบปอตรีแล้วบัวก็จะต่อโททันทีเลย ถ้าเป็นไปได้ก็อยากต่อปอเอกด้วย คุณพ่อเห็นด้วยไหมคะ…
ความฝันที่เธออยากสวมชุดครุยเพื่อเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรได้สูญสิ้นสลายหายไปหมดแล้ว ตั้งแต่วันที่เธอได้ทราบว่าเธอกำลังจะได้เป็น ‘แม่คน’
“บัวคงไปรับปริญญาไม่ได้แล้วนะเหวิน ฮึก เพราะถ้าวันนั้น บัวไป คุณพ่อ คุณแม่จะต้องอายแน่ๆ” เพราะหน้าท้องที่เริ่มนูนออกมาจากอายุครรภ์เกือบเจ็ดเดือนกว่าทำให้เธอไม่กล้าพอที่จะไปร่วมพิธีอันศักดิ์สิทธิ์ทั้งที่ใฝ่ฝันมาทั้งชีวิต เป็นสิ่งเดียวที่ลูกซึ่งไม่เคยทำอะไรเพื่อบิดามารดาอย่างเธอให้ภาคภูมิใจด้วยเกียรตินิยมอันดับหนึ่งที่พ่วงใบปริญญามาด้วย
เธอคงจะอับอายมากกว่านี้เป็นแน่หากไม่ได้พี่ชายซึ่งอยู่ในฐานะลูกพี่ลูกน้องที่เขาไม่เป็นที่รู้จักในแวดวงสังคมนักอย่างอภิวัชรมาช่วยออกปากปกป้องให้ว่าเขาคือพ่อของลูกในท้องเธอในยามที่พบพานกับคนรู้จักด้วยความบังเอิญ…
“ไม่เป็นไรแล้วนะบัว พี่จะช่วยบัวเลี้ยงลูกเอง”
คล้ายจะมืดมน แต่ในหนทางที่มองไม่เห็นนั้นก็มีแสงสว่างแห่งความสุขค่อยๆ เจิดประกายออกมาทีละน้อย แทรกซึมเป็นความสุขที่เธอแทบไม่เคยรู้ตัวมาก่อนในชีวิต…เรียนรู้กับความเป็นแม่ในอายุที่เธอไม่คาดคิดว่าจะต้องมาแบกรับสิ่งเหล่านี้
“แม่จะเลี้ยงหนูเองนะคะ แม่จะตั้งชื่อหนูว่าใบตองจะได้คล้องกับชื่อแม่…ดีไหมคะ” เธอบอกกับลูกในท้องราวกับรับรู้ว่าเด็กนั้นสามารถรับรู้ได้
ลูก…อยู่กับเธอในยามทั้งทุกข์และสุข เหงาและว้าเหว่ เล่าเรื่องที่ไม่สามารถระบายให้ใครฟังได้ให้ลูกฟัง…ลูกจึงกลายเป็นสิ่งเดียวที่เธอแทบจะยึดไว้ซึ่งถือว่าสำคัญยิ่งกว่าชีวิตของเธอ
บ่อยครั้งที่เธอเล่าไป ก็จะมีปฏิกริยาจากหน้าท้องของเธอสื่อออกมาให้เธอรับรู้ว่าเด็กในท้องรับรู้และความรู้สึกของเธอทุกประการ
ไม่ว่าใครจะตราหน้าเธอหรือมากล่าวหาว่าลูกของเธอนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ควรจะเกิดหรือว่าเป็นผู้หญิงที่ไม่ดีก็ตาม เธอก็ไม่สน…ขอเพียงแต่ชีวิตนี้เธอได้ใช้ชีวิตร่วมกับลูกอย่างมีความสุขเท่านั้นแค่นี้ก็เพียงพอแล้ว…เธอสามารถละทิ้งความฝันทุกอย่างเพื่อมาอยู่กับร่างเล็กๆ ในอ้อมแขนเธอได้ตลอดชีวิต โดยไม่สนใจสิ่งเหล่านั้นอีกต่อไป เพราะต่อจากนี้ ‘ลูก’ คือความฝัน และความหวัง ที่เปรียบเหมือนแสงสว่างของเธอทั้งหมด
หากดูเหมือนชะตาจะเล่นตลกกับเธออีกครั้ง เมื่อเขาพัดหวนคนที่สร้างความยุ่งยาก ลำบากมาให้พบเธอกับลูกอีกครั้ง เขาจึงกลับมาทวงสิทธิ์…สิทธิ์ที่เขาไม่ควร…และไม่มีตั้งแต่ทีแรก…ที่ทำให้ลูกสาวของเธอเกิดมาโดยไม่ได้ตั้งใจแล้ว!