กลกัลป์มันร้าย
ตอนที่3
[คู่หมั้น]
สองสัปดาห์ต่อมา
กลกัลป์ก้าวลงจากรถสปอร์ตสีดำขลับ ร่างสูงสมาร์ท ที่มีใบหน้าหล่อเหลาทรงเสน่ห์ ไม่ว่าจะแต่งกายด้วยลุคไหนสาว ๆ ที่เห็นต่างแอบกรี๊ดกร๊าดได้เสมอ ทว่าคืนนี้เจ้าตัวกลับเงียบขรึมจนผิดสังเกต
“ไอ้กัลป์มึงเป็นเหี้ยไรวะ! กูเห็นทำหน้าบอกบุญไม่รับตั้งแต่ก้าวลงจากรถ” สุดเขตเอ่ยถาม ทว่ากลกัลป์ไม่ตอบโต้ กลับเดินเลี่ยงไปขึ้นออฟฟิศอย่างหน้าตาเฉย สุดเขตจึงหันไปสบตากับขุนศึก ที่ไม่เข้าใจกับท่าทีของเพื่อนที่เปลี่ยนไป
“อืม! มันเป็นไรวะ! ถามก็ไม่ตอบ” ขุนศึกว่า ก่อนจะขยับเท้าตามเพื่อนอย่างรู้สึกห่วง ตั้งแต่คบกันมากลกัลป์ไม่เคยเป็นแบบนี้
กลกัลป์ก้าวไปผลักประตูเข้าห้องทำงาน หย่อนก้นลงกระแทกบนโซฟาหนานุ่ม แผ่นหลังกว้างอิงพนักโซฟาไว้ ยกมือก่ายหน้าผาก พลางหลับตานิ่ง
ทว่าไม่นานประโยคของมารดาก็ผุดขึ้นมาในหัวเป็นฉาก ๆ
'แม่คงปล่อยให้กัลป์ทำตามใจตัวเองมานานแล้ว ต่อไปนี้แม่จะเป็นคนชี้ทางสว่างให้กัลป์เอง’
‘คุณแม่หมายความว่าไงครับ’
‘ก็ต่อจากนี้ไปกัลป์ไม่ใช่คนตัวเปล่า…แต่กัลป์มี ‘คู่หมั้น’ แล้ว!’
‘คู่หมั้น’ เธอเป็นใครกันละครับคุณแม่’ เขายอมรับว่า ช็อคอยู่ชั่วครู่กับเรื่องที่ได้ยินจากปากของมารดา
'จะใครได้ล่ะ! ก็หนู ‘อลินดา’ ลูกสาวของน้ามณไง!’
'ยัย ‘เฉิ่มเชยมนุษย์ป้า’ นั่นเหรอครับ ที่คุณแม่อยากจะได้มาเป็นลูกสะใภ้’
'ตากัลป์จะพูดจะจาอะไร กรุณาให้เกียรติน้องบ้าง เพราะยังไงแม่ก็ไม่มีวันที่จะยอมรับผู้หญิงคนไหน มาเป็นสะใภ้ ‘ฉัตรอดิศร’ นอกจากหนู ‘อลินดา’ คนเดียวเท่านั้น…จำเอาไว้!’
“อ๊าาส์!” กลกัลป์ยกมือกุมขมับ แล้วร้องออกมาเสียงดังลั่นห้อง
ทำให้เพื่อนทั้งสองที่ก้าวตามมาถึงหน้าประตูหยุดชะงักกึก!
“เฮ้ย! ไอ้กัลป์ มันเป็นบ้าอะไรวะ!” ขุนศึกหันมาปรารภกับเพื่อน
“กูกับมึงก็ยังงง ๆ อยู่ด้วยกันไหม จะให้ไปถามใครได้อีกล่ะ! นอกจากต้องไปถามเจ้าตัวมันเอง”
เพื่อนสนิทค่อย ๆ แง้มประตูออก แล้วสอดกายเข้าไปด้านใน ก็เห็นว่ากลกัลป์กำลังใช้มือยีหัวตัวเองจนผมยุ่งเหยิง
“ไอ้กัลป์เป็นเชี้ย! อะไรของมึงเนี่ย!” ขุนศึกเข้าไปดึงมือออกจากหัว
“ปล่อยกู…พวกมึงอย่ามายุ่งกับกูได้ไหม…กูอยากอยู่คนเดียว” กลกัลป์ตวาดเสียงเครียด
“เฮ้ย! เราสามคนเป็นเพื่อนกันนะเว้ย! มึงมีอะไรไม่สบายใจก็ปรึกษากับพวกกูได้ กูกับไอ้เขตเห็นมึงเป็นแบบนี้ พวกกูก็ไม่สบายใจเหมือนกันนะเว้ย!” ขุนศึกเอ่ยอย่างจริงจัง
“เรื่องนี้ไม่มีใครช่วยกูได้หรอก” กลกัลป์เอ่ยเสียงเยาะหยัน
“เรื่องอะไรมึงก็พูดมาดิวะ! เผื่อกูสองคนจะช่วยแก้ปัญหาให้มึงได้” สุดเขตเอ่ยขึ้นบ้าง พลางลูบไหล่เพื่อนอย่างปลอบโยน
“พวกมึงเชื่อไหม ยุคนี้มันยุค 5Gไปแล้ว แต่คุณแม่กูก็ยังหัวโบราณอยู่อีก”
“มีอะไรมึงก็พูดมาดิ! พวกกูรอฟังอยู่” ขุนศึกแย้ง
“แม่กูคลุมถุงชน มึงเชื่อไหม แม่จับกูหมั้นกับลูกสาวเพื่อนสนิทของท่าน”
“หมายความว่าไงวะ!” สุดเขตสวนคำถามกลับ
“ก็กูมีคู่หมั้นแล้ว”
“ก็ดีดิ! ใครวะ! คงสวยมากแหละใช่ไหม” ขุนศึกว่ายิ้ม ๆ
“ถ้าสวยกูจะมานั่งเครียดทำสากกะเบืออะไรวะ!” กลกัลป์กระชากเสียงตอบ
“หมายความว่า…ไม่สวย!” ขุนศึกเลิกคิ้วถาม
“เออ! ดิ!” กลกัลป์รับคำ ทำสีหน้าบึ้งตึง
“แล้วมึงเคยเจอน้องแล้วเหรอ! ที่มานั่งเครียดอยู่เนี่ย!” สุดเขตถาม
“กูเคยเจอเมื่อสี่ปีก่อน” เขาทำท่าครุ่นคิด
“แล้วเป็นไง!” ขุนศึกถามบ้าง
“แต่งตัวราวกับ 'มนุษย์ป้า' พวกมึงว่าสวยไหมล่ะ!” กลกัลป์เอ่ยจบ ทำให้เพื่อนชายทั้งสองคน หลุดขำก๊ากออกมา
“พวกมึงขำเชี้ยไร! ไหนว่าจะเป็นที่ปรึกษาให้กู” กลกัลป์นึกฉุน
“เออ! มึงเคยบอกว่าเคยเจอเมื่อสี่ปีก่อนใช่ไหมล่ะ…ตอนนี้น้องเขาอาจจะโตเป็นสาว แล้วสวยสะพรั่งก็ได้ใครจะไปรู้ มึงก็อย่าเพิ่งตีโพยตีพายไป” ขุนศึกให้เหตุผล
“เออ! กูก็เห็นด้วยกับไอ้ขุน บางทีตอนนี้คู่หมั้นมึง อาจจะสวยน่ารัก หรือบางที ป่านนี้อาจจะมีหนุ่ม ๆ ตามจีบ จนมีแฟนเป็นตัวเป็นตนไปแล้วมั้ง” สุดเขตว่า
“อืม! ไอ้เขตมันพูดก็มีเหตุผล เพราะฉะนั้นมึงอยู่เฉย ๆ เชื่อกูดิ! กูว่าเรามานั่งแดกเหล้ากันให้สบายใจดีกว่า” ขุนศึกว่า แล้วลุกขึ้นยืน
“มึงจะไปไหน” สุดเขตถาม
“จะไปสั่งเด็กให้ยกเหล้ามาให้ มึงจะเอาอะไรพิเศษหรือเปล่า” ขุนศึกย้อนถาม
“ไม่อ่ะ! แล้วไอ้กัลป์ล่ะ! จะเอาสาวสวยหมวยอึ๋มสเปกมึงหรือเปล่า” สุดเขตหันไปถามเพื่อน
“ไม่มีอารมณ์ว่ะ! ขอแดกเหล้าอย่างเดียว” กลกัลป์ว่า พลางลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เพื่อจะสาวเท้าขึ้นบนชั้นดาดฟ้าตามสุดเขตไป
ไม่ถึงอึดใจสามหนุ่มก็ก้าวมาถึงชั้นดาดฟ้า ที่เป็นจุดสูงสุดของตึก
ลมเย็น ๆ พัดโชยมาปะทะใบหน้า ทำให้กลกัลป์รู้สึกสดชื่นขึ้นมาอย่างประหลาด สายตาคมกวาดมองไปด้านนอก มองแสงสีนวลสว่างไสวของกรุงเทพฯ ในยามค่ำคืนที่ผู้คนส่วนมาก กำลังหลับไหล ทว่าก็มีอีกจำนวนหนึ่งที่ฝักใฝ่และหลงใหลในการท่องราตรี
“เฮ้ย! ไอ้กัลป์ มึงยืนมองอะไรวะ! ไม่ใช่คิดจะฆ่าตัวตายละมึง” สุดเขตแกล้งเย้า เพื่อให้เพื่อนคลายเครียด
“ไอ้เชี้ย! อย่างกูไม่มีทางคิดสั้นแบบนั้นหรอกเว้ย!” กลกัลป์ตวาดกลับ
“แล้วมึงจ้องอะไร ตั้งนานสองนาน” สุดเขตขมวดคิ้วถาม
“กูกำลังมองบรรยากาศ ของกรุงเทพในยามค่ำคืน มึงว่าสวยไหม…สวยน่าหลงไหล แบบนี้แหละมั้ง ที่ทำให้คนส่วนใหญ่ต่างอยาก เดินทางเข้ามาหางานทำในกรุงเทพ” กลกัลป์เอ่ย พลางกวาดสายตาลงไปที่ลานจอดรถของร้าน ที่มีรถของลูกค้าจอดเต็มทุกช่อง แบบนี้กำไรเดือนนี้เป็นกอบเป็นกำอย่างไม่ต้องสงสัย
“เออ! ร้านเราลูกค้าประจำเยอะเหมือนกันนะ” สุดเขตที่มองตามเปรยขึ้น
“มันอยู่ที่การจัดระเบียบระบบของร้านได้ดีไง ทำให้ลูกค้าติดใจดิ!” ขุนศึกเอ่ยขึ้นบ้าง
“ถ้าเป็นแบบนี้ทุกเดือน พวกเราก็มีเงินเก็บเยอะดิ! พวกมึงอยากลงทุนทำอะไรต่ออีกหรือเปล่า” ขุนศึกที่มีครอบครัว ทำธุรกิจเทา ๆ เอ่ยขึ้น บิดาเปิดบ่อนขนาดใหญ่ และปล่อยเงินกู้นอกระบบที่ดอกเบี้ยแพงหูฉี่ อยู่ติดตะเข็บชายแดนใกล้ประเทศเพื่อนบ้าน
“แค่นี้เราก็ไม่มีเวลาได้พักล่ะ! ถ้าไม่มีเวลาดูตำราเรียน สอบไม่ผ่านก็ต้องเรียนซ้ำนะเว้ย! กูไม่เอาด้วยหรอก พ่อกูยิ่งแก่แล้วด้วย รอให้กูเรียนจบท่านก็จะเกษียณแล้ว” สุดเขตเอ่ยขัด เพราะครอบครัวเขา บิดาเป็นผู้บริหารบริษัทผลิตอะไหล่รถยนต์ ส่งออกทั่วประเทศและต่างประเทศ
“อืม…กูก็เหมือนกันเห็นพ่อทำแต่งานงก ๆ กูก็สงสาร! อยากเรียนให้จบไว ๆ จะได้ไปช่วยแบ่งเบาท่านบ้าง” กลกัลป์เปรยขึ้น
“มึงเรียนจบมีหวังแม่มึงได้จับแต่งงานชัวร์” ขุนศึกว่า พลางกระตุกยิ้ม
“มึงคิดว่ากูจะยอมเหรอ! เรื่อง 'เมีย’ กูขอเลือกเอง” กลกัลป์ว่า
“เออ! กูจะคอยดู ว่าคนอย่างมึง จะหนี 'เมีย' ที่แม่มึงเล็งไว้ให้พ้นหรือเปล่า” สุดเขตว่าใส่
“พวกมึงก็คอยดู! เฮ้ย! คุยเรื่องนี้แล้วเครียดว่ะ! แดกเหล้าดีกว่า” กลกัลป์ทำเสียงเครียด แล้วเอื้อมมือไปหยิบขวดเหล้ามาเทใส่แก้วตรงหน้า พลางยกกระดกดื่มรวดเร็วหมดแก้ว
“เฮ้ย! แดกขนาดนั้น เดี๋ยวก็เมา ขับรถกลับคอนโดไม่ได้หรอกมึง” สุดเขตเอ่ยปราม
“มึงอย่ามาห้ามได้ป่ะ! กูอยากเมา” คนอยากเมาเริ่มลิ้นพันกัน
“นี่! มึงเครียดอยู่ใช่ไหมไอ้กัลป์ กูบอกแล้วคู่หมั้นมึง ตอนนี้อาจจะสวย หมวยเอ็กซ์ สเปคมึงก็ได้”
“ไอ้สัสขุน! มึงอย่าพูดถึง 'ยัยเฉิ่มเชย’ ของแม่กูได้ป่ะ!” กลกัลป์ยกนิ้วชี้หน้าขุนศึกอย่างคาดโทษ
“ไอ้เชี้ย! เออ ๆ กูไม่พูดก็ได้วะ!” ขุนศึกต้องเออออตามเพื่อนอย่างเลี่ยงไม่ได้
สามหนุ่มนั่งกินเหล้า พลางพูดคุยสัพเพเหระ จนกระทั่งได้เวลาผับปิด คนที่เมาคอพับคออ่อนกลับเป็นกลกัลป์ จึงทำให้เพื่อนชายต้องหิ้วปีกลงจากชั้นดาดฟ้าอย่างทุลักทุเล
พอลงมาถึงลานจอดรถขุนศึกจึงแยกตัวไปเอารถมารับ ทว่าไอ้เพื่อนตัวดีกลับทำท่าจะอ้วกใส่
“เฮ้ย ๆ ไอ้กัลป์ อย่าอ้วกใส่กูนะมึง” สุดเขตเอ่ยปราม
อ้วก! อ่าส์!
“ไอ้เหี้ย! โดนเสื้อกูเต็ม ๆ” สุดเขตสบถออกมาอย่างหัวเสีย
“แค่ก! แค่ก! อ่าส์! ขมคอฉิบหาย! กูอยากบ้วนปาก” คนเมาเอ่ยขอ ทรงตัวโงนเงนซ้ายทีขวาที
“มึงรอให้ไอ้ขุนเอารถมารับก่อนได้ไหมวะ! ยืนนิ่ง ๆ กูเหม็นอ้วกจะแย่แล้ว” สุดเขตดุเพื่อน ไม่คิดว่ามันจะซดเหล้าราวกับดื่มน้ำเปล่าแบบนี้
ทั้งสองหนุ่มจึงต้องมาส่งกลกัลป์จนถึงคอนโดฯ ขุนศึกมาจอดรถเปิดประตูลง แล้วช่วยกันหิ้วปีกเพื่อนเดินเข้าลิฟต์ กดขึ้นชั้นที่ต้องการ เมื่อมาถึงจึงหิ้วปีกเข้าไปในห้อง
“ไอ้เหี้ย! ตัวหนักฉิบหาย!” ทั้งคู่สบถออกมาพร้อมกัน แล้วจัดการถอดเสื้อผ้าเช็ดตัวให้เพื่อน ก่อนจะเข้าไปอาบน้ำ
“กูว่าคืนนี้คงต้องนอนเฝ้ามันดีกว่า” สุดเขตเอ่ยด้วยความเป็นห่วงเพื่อน
“อืม” ขุนศึกครางรับ แล้วล้มตัวลงนอนบนเตียงกว้าง ไม่นานทั้งสามหนุ่มก็ผล็อยหลับไปด้วยกัน