กลกัลป์มันร้าย
ตอนที่4
[อลินดา]
หลายสัปดาห์ต่อมา
ณ ไร่มณฑิชา
“หนูอลินยังไม่เสร็จอีกเหรอลูก นี่สายแล้วนะ” คุณมณฑิชาเอ่ยถามบุตรสาวเพียงคนเดียว เธอใช้ชีวิตอยู่กับบุตรสาวตามลำพัง ตั้งแต่สามีประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต ในคราที่บุตรสาวตัวน้อยอย่างหนู ‘อลินดา’ เพิ่งจะมีอายุได้เพียงสิบขวบ
คุณมณฑิชาบริหารไร่เพียงลำพังตั้งแต่สามีจากไป กระทั่งน้องชายของเพื่อนที่คบกันมาตั้งแต่เด็กเรียนจบ จึงได้ขอให้มาช่วยเป็นผู้จัดการดูแลที่นี่ช่วยอีกแรง
‘ธนดล’ ชายหนุ่มหน้าตาดี นิสัยสุภาพอ่อนโยน ครั้นเรียนจบจึงมาช่วยดูแลไร่มณฑิชา จนกระทั่งถึงตอนนี้ ธนดลมีอายุครบยี่สิบเจ็ดปีแล้ว ทว่าเขาก็ยังคงทำงานอยู่ที่นี่ด้วยใจรัก
ไร่มณฑิชามีเนื้อที่กว้างขวางนับพันไร่ แบ่งโซนปลูกชาและปลูกผลไม้หลากหลายชนิด มณฑิชาเป็นคนที่ชื่นชอบในธรรมชาติมาก จึงแบ่งทำเลที่ติดเขาส่วนหนึ่งทำเป็นรีสอร์ทเล็ก ๆ เพื่อให้คนที่หลงใหลในธรรมชาติคล้ายตน ได้มีโอกาสมาพักผ่อนและผ่อนคลาย ในยามที่เคร่งเครียดแข่งขันทางด้านธุรกิจในยุคปัจจุบัน จนแทบไม่มีเวลาเป็นของตัวเอง รีสอร์ทมณฑิชาจึงมีลูกค้าเข้าพักอย่างไม่ขาดสาย
“เสร็จแล้วค่า” ร่างสมส่วนอยู่ในชุดกระโปรงสีเหลืองมีลายดอกไม้สีส้มเล็ก ๆ ประดับแซม เพื่อขับผิวที่ขาวจัดของเธอ ให้ออร่าสว่างขึ้น ผ้านิ่มพลิ้วไหวความยาวของกระโปรงคลุมถึงข้อเท้า ส่วนแขนเสื้อยาวถึงใต้ศอก อลินดามีใบหน้ารูปไข่ จมูกโด่งเป็นสันเชิดรั้นนิด ๆ อย่างไม่เคยยอมคน ถ้ารู้ว่าตนไม่ผิด ริมฝีปากอิ่มกระจับชมพูระเรื่อ ผิวเนียนใส เพราะมารดาให้ความใส่ใจมาตั้งแต่เด็ก ถึงแม้เธอจะสายตาสั้นสวมใส่แว่นหนาเตอะ ก็ดูดีมีเสน่ห์ชวนมองจากเพศตรงข้ามอย่างมาก
“เร็ว ๆ หน่อยสิลูก อาดลรออยู่ สายเดี๋ยวตกเครื่องแม่ไม่รู้ด้วยนะ” มารดาเร่งเร้า เมื่อบุตรสาวได้แต่ส่งเสียงมาก่อน ทว่ายังไม่ยอมโผล่หน้ามาสักที
“มาแล้ว ๆ มาแล้วค่า”
“อ้าว! ทำไมแต่งตัวแบบนี้ล่ะลูก” มารดานึกว่าบุตรสาวจะสวมใส่ชุดเดรสน่ารัก ๆ อย่างที่เคย ออกไปเดินเที่ยวห้างเสียอีก
“แล้วหนูใส่ชุดนี้ไม่สวยเหรอคะ” อลินดายืนหมุนตัวให้มารดาดูหนึ่งรอบ
“สวยค่ะ! ลูกสาวแม่สวมใส่ชุดไหนก็สวย” คุณมณฑิชาไม่ได้ยกยอบุตรสาวเกินจริง ทว่าอลินดาเป็นเด็กสาวที่สวยน่ารักเอามาก ๆ ไม่ว่าจะสวมใส่ชุดแบบไหน เธอก็สวยใสในแบบของเธอ
“เสร็จแล้วไปขึ้นรถเลยจ๊ะ อาดลรอนานแล้ว”
รถสี่ประตูสีดำขับเคลื่อนออกจากบ้านไม้หลังใหญ่ มุ่งหน้าไปที่สนามบินเชียงใหม่ โดยคนขับคือธนดล คนนั่งเบาะข้างเป็นคุณมณฑิชา ส่วนเบาะหลังเป็นบุตรสาวอย่างอลินดา
ไม่นานรถมาจอดที่ลานจอดของสนามบินนานาชาติเชียงใหม่ ทุกคนก้าวลงจากรถ คุณมณฑิชาเดินคู่กับบุตรสาว ด้านหลังมีร่างสูงขอธนดลเดินลากกระเป๋าเดินทางของอลินดา ตามมาไม่ห่าง
เมื่อมาถึงทางเข้าอลินดาจึงหันมาสวมกอดมารดา พลางเอ่ยขึ้น
“แม่ขา…หนูไปเรียนก่อนนะคะ อยู่คนเดียวก็ดูแลตัวเองดี ๆ อาดลขา…ฝากดูแลแม่แทนหนูด้วยนะคะ” อลินดาสวมกอดมารดา ก่อนจะยกมือไหว้บุพการี และหันไปยกมือไหว้ธนดลที่เธอรักและนับถือ ประดุจญาติสนิท
“ครับ! หนูอลินไม่ต้องเป็นห่วง อาจะดูแลอย่างดี”
“ขอบคุณอาดลมากนะคะ” เธอหันมากล่าวขอบคุณ เพราะไม่เคยห่างมารดาและจากบ้านไปไหนไกล ๆ
“หนูอลินไปอยู่กับป้าทิพย์ก็เชื่อฟังป้าเขานะลูก ป้าทิพย์ใจดี แม่เชื่อว่าหนูจะอยู่ได้”
“ค่ะ” อลินดารับคำ แล้วให้นึกถึงประโยคที่มารดาเพิ่งจะบอกเธอเมื่อหลายวันก่อน
‘หนูอลินจำพี่กัลป์ได้ไหมลูก’
‘จำได้ค่ะ ทำไมเธอจะจำผู้ชายที่เธอแอบชอบเขาไม่ได้ล่ะ!’
“พี่กัลป์กับหนูเป็นคู่หมั้นกันนะลูก’ อลินดาได้ยินในคราแรก เธอก็รู้สึกตกใจมาก และไม่คิดว่าผู้ชายที่เธอแอบชอบ ตั้งแต่แรกเห็นคนนั้น จะกลับกลายมาเป็นคู่หมั้นของเธอได้’ ทำให้เธอมีความคิดที่อยากจะลองใจคู่หมั้นดู ด้วยการเปลี่ยนลุคมาแต่งกาย ‘เฉิ่มเชย’
“บ๊าย! หนูไปแล้วนะคะแม่ ดูแลตัวเองดี ๆ”
“จ้า! หนูก็เหมือนกัน ไปถึงกรุงเทพก็รีบโทรมาบอกแม่ด้วย และก็เป็นเด็กดี เชื่อฟังป้าทิพย์นะลูก” สองแม่ลูกร่ำลากันซ้ำไปซ้ำมาจนธนดลอมยิ้ม
“พี่มณครับ หนูอลินเข้าไปด้านในแล้วครับ พี่จะกลับไร่เลย หรือว่าจะไปไหนต่อไหมครับ” ธนดลหันไปถามเจ้านายที่พ่วงตำแหน่งเสมือนพี่สาวของเขาอีกคน
“กลับไร่เลยดีกว่าเพราะพี่เพิ่งจะออกมาซื้อของเมื่อวานก่อนเอง”
มณฑิชาก้าวเดินตามร่างสูงของธนดลมาถึงลานจอดรถ ทั้งคู่เปิดประตูก้าวขึ้นรถพร้อมกัน จากนั้นรถคันดังกล่าวก็แล่นออกสู่ถนนใหญ่
ร่างเล็กของอลินดาอยู่บนเครื่องบินหนึ่งชั่วโมงสิบห้านาทีก็มาถึงกรุงเทพฯ อลินดาเดินออกมายืนรอรถมารับ เพราะคุณพรทิพย์เพิ่งจะวางสายไปเมื่อสักครู่ ว่าจะให้พี่กัลป์ออกมารับเธอที่สนามบิน
อลินดายืนรอด้วยหัวใจที่เต้นกระหน่ำ เมื่อคิดว่าอีกไม่นานก็จะได้พบหน้าของคนที่เธอแอบชอบ เธอยืนนานจนรู้สึกเมื่อยขา ก็ไม่เห็นวี่แววว่าจะมีใครมารับ จึงเดินลากกระเป๋าไปหาที่นั่ง และหยิบมือถือมาเลื่อนดูข่าวสารไปพลาง ๆ
ณ คอนโดฯ ของกลกัลป์
ครืด! ครืด!
ร่างสูงกำลังหลับสบายอยู่บนที่นอนหนานุ่ม ทว่าต้องพลิกกายเอื้อมมือไปควานหามือถือเครื่องหรู เมื่อมันยังส่งเสียงแสบแก้วหูเขาไม่เลิก
“บ้าฉิบ! ใครโทรมากวนแต่เช้าวะ!” กลกัลป์ครางสบถออกมาอย่างฉุนเฉียว กำลังหลับอยู่เพลิน ๆ แล้วมีคนโทรเข้ามารบกวน ทว่าเมื่อเห็นว่าเป็นเบอร์มารดาจึงรีบกดรับสาย
“ค้าบคุณแม่ มีอะไรถึงโทรมากวน ผมแต่เช้าล่ะครับ” กลกัลป์งัวเงียถาม
[นี่! ตากัลป์อย่าบอกนะ ว่าแกยังไม่ตื่น สายจนป่านนี้แล้วยังไม่ออกไปรับน้องอีก ป่านนี้น้องอลินคงรอแย่แล้วมั้ง] มารดาบ่นอุบ
“คุณแม่ค้าบ ผมยังง่วงอยู่เลย ให้ลุงชมออกไปรับแทนผมได้ไหมครับ” กลกัลป์อ้อนมาตามสาย
[ไม่ได้แกต้องลุกขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัว แล้วออกไปรับน้องด้วยตัวเองเดี๋ยวนี้] เสียงมารดาเฉียบขาด ทำให้กลกัลป์รีบรับคำ แล้วลุกไปจัดการกับตัวเอง กระทั่งเรียบร้อยจึงก้าวเข้าลิฟต์ลงไปชั้นล่างสุด
อลินดานั่งรอที่ม้าหินอ่อน หญิงสาวเลื่อนหน้าจอมือถือดูโน่นนี่ไปพลาง ๆ เพื่อฆ่าเวลา ทว่าจู่ ๆ เสียงมือถือของเธอก็ดังขึ้น เมื่อเห็นเป็นเบอร์คุณป้าพรทิพย์จึงกดรับสาย
“สวัสดีค่ะคุณป้า”
[หนูอลินจ๊ะ รอแป๊บนะลูก พี่กัลป์กำลังออกไปรับ]
“ค่ะคุณป้า” เมื่อวางสายจากคุณป้าพรทิพย์ อลินดาก็เริ่มใจสั่น หลายปีมาแล้วที่เธอไม่ได้พบหน้าเขา และเมื่อรู้ว่าพี่กลกัลป์กลายมาเป็นคู่หมั้น ยิ่งทำให้หัวใจของอลินดาเต้นรัวเร็วราวกับมีใครมารัวกลองชุดอยู่กลางอก
กลกัลป์ขับรถมาถึงลานจอด เปิดประตูก้าวลงเดินไป กวาดสายตามองหาคนที่เขาจะมารับ
เมื่อไม่เห็นผู้หญิงที่มีลักษณะท่าทาง เหมือนใครบางคนที่เขาเคยเห็นเมื่อสี่ปีก่อน เขาจึงหยุดเดินแล้วเป่าปากอย่างหงุดหงิด
“ยัยบ้าเอ้ย! ไปมุดหัวอยู่ไหนวะ!” เขาสบถด้วยถ้อยคำหยาบคาย ก่อนจะล้วงหยิบมือถือออกจากกระเป๋ากางเกง มาเปิดหาเบอร์ที่มารดาส่งมาให้ทางไลน์
แล้วพิมพ์ลงเครื่องอย่างรวดเร็ว พลางกดโทรออกอย่างไม่สบอารมณ์ เมื่อปลายสายกดรับ แต่ไม่ยอมพูด เขาจึงกระแทกเสียงถาม
“ใช่เบอร์หนูอลินดาหรือเปล่า” ปลายสายนิ่งเงียบ เขาจึงถามซ้ำ
“ใช่เธอหรือเปล่า ถ้าไม่ใช่ฉันจะได้กลับ” กลกัลป์กรอกเสียงเข้มลงไป จนปลายสายนิ่งอึ้ง เขามั่นใจว่าเบอร์นี้ต้องเป็นเบอร์ของยัยเด็กนั่น ที่กำลังจะมาทำให้ชีวิตที่สุขสบายของเขา ได้แปรเปลี่ยนไปในทางที่ย่ำแย่ลง หรืออาจจะทำให้เขาถึงกับตกนรก ถึงขุมสุดท้ายด้วยซ้ำ
มือของกลกัลป์กำโทรศัพท์แนบหูไว้แน่น พลางเงยหน้าขึ้นจึงสบตากับยัยแว่นหนาเตอะที่ยืนอยู่ตรงหน้า เขาค่อย ๆ ลดโทรศัพท์ลง
“เธออลินดาใช่ไหม” อลินดาไม่ตอบ เธอแค่พยักหน้ารับเบา ๆ อย่างอึ้ง ๆ นี่! นะหรือคู่หมั้นของเธอ พี่กลกัลป์ที่เธอแอบชอบเมื่อสี่ปีก่อน
“คุณแม่ให้ฉันมารับ ไปขึ้นรถสิ!” เขาบอกเสียงขรึม แล้วยื่นมือไปลากกระเป๋าเดินทางของเธอนำหน้าไปขึ้นรถ อลินดาได้แต่ก้าวเท้าเดินตามร่างสูงไปอย่างเงียบ ๆ
เธอลอบมองแผ่นหลังกว้าง ที่สูงกำยำตรงหน้า พี่กลกัลป์ตัวใหญ่และสูงกว่าเมื่อสี่ปีก่อนมากทีเดียว
ร่างสมส่วนสมชายชาตรี แขนที่พ้นชายเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีเทา มีหมัดกล้ามแน่น ๆ ราวกับคนที่ชอบการออกกำลังกายอยู่เป็นประจำ อลินดาลอบสำรวจร่างสูงตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างเพลิน ๆ โดยไม่ได้มองว่าด้านหน้ามีรถจอดอยู่ เมื่อกลกัลป์หยุดเดินใบหน้าเธอจึงกระแทกกับแผ่นหลังกว้างของเขาอย่างจัง!
ปึก!
“โอ๊ะ”
“เฮ้ย! ซุ่มซ่ามจังว่ะ!” กลกัลป์สบถออกมาอย่างหัวเสีย
“หนูขอโทษค่ะ” อลินดาลนลานยกมือไหว้ขอโทษเขาอย่างรู้สึกผิดทว่ากลกัลป์ไม่ได้ให้ความใส่ใจ เขาเปิดประตูยกกระเป๋าเดินทางของเธอขึ้นรถ ครั้นเรียบร้อยจึงเดินอ้อมมาเปิดประตูฝั่งคนขับ โดยไม่สนใจ มองร่างของอลินดาสักนิด
อลินดายืนเก้ ๆ กัง ๆ อยู่ข้างรถ เธอรู้สึกประหม่าจนทำตัวไม่ถูก
ส่วนกลกัลป์ที่ขึ้นนั่งประจำคนขับ เมื่อไม่เห็นร่างอลินดาก้าวขึ้นรถ เขาจึงตวัดสายตาไปจ้องเธอเขม็ง ราวไม่ถูกชะตากันมาเป็นสิบชาติก็ไม่ปาน
“ยืนบื้ออยู่ทำไมวะ! ขึ้นรถสิ! ฉันไม่ได้มีเวลาว่าง ที่จะมาไร้สาระกับเธอนานหรอกนะ” เขาเอ่ยเสียงดุ ทำให้อลินดายกมือเปิดประตู และก้าวขึ้นนั่งเบาะหน้าคู่กับคนขับ
“คาดเข็มขัดด้วย” เขาตวัดสายตามองเธอเพียงแวบเดียว แล้วหันไปมองถนน