สำรับไพ่ยิปซีเก่าแก่มีมนต์ขลังซึ่งตกทอดมาจากรุ่นสู่รุ่น ถูกคลี่ออกเป็นรูปครึ่งวงกลมบนผ้ากำมะหยี่เนื้อดีสีเข้ม ภายใต้ฝ่ามือเจ้าของคนปัจจุบัน นั่นก็คือ แพรพลิ้ว ศิวะมนต์
แพรขนตางอนหลับลงพร้อมกับตั้งสมาธิ ก่อนจะใช้มือซ้ายหยิบไพ่ขึ้นมาเพื่อทำนาย 3 ใบ ปรากฏว่าเป็น 10 of swords, The tower และ Death
“เฮ้อ!” ลมหายใจถูกพ่นออกมาอย่างสิ้นหวัง ไม่ว่าจะเปิดไพ่ทำนายให้ตัวเองกี่ครั้งก็ได้ 3 ใบนี้ ชะตาถึงฆาตเหมือนกับแม่ไม่มีผิด นี่ราจะต้องตายแล้วจริงๆ เหรอ
10 of swords หรือ 10 ดาบ คือไพ่ที่มีโอกาสเกิดอุบัติเหตุ เจ็บป่วย ไม่สบาย, ส่วนไพ่เดอะทาวเวอร์ (The tower) หอคอยถล่มโดยสายฟ้าที่ฟาดลงมาใส่อย่างกระทันหัน มันเป็นภัยภิบัติที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วรุนแรงและไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ สุดท้ายไพ่เดธ (Death) ก็ตรงตัวคือความตาย เหมือนไพ่ต้องการบอกเธอให้เตรียมตัวเตรียมใจเอาไว้ยังไงยังงั้น
อีก 3 เดือน แพรพลิ้วก็จะอายุครบ 25 ปี คุณยายทำนายดวงของเธอไว้ว่า ถ้าเข้าเบญจเพสเมื่อไหร่จะมีเคราะห์หนักถึงชีวิต เว้นเสียแต่ว่าเธอจะได้พบเนื้อคู่และอยู่กินกัน ดวงชะตาของเธอจึงจะเปลี่ยนไป เพราะดวงของเนื้อคู่จะเข้ามาเกื้อหนุนค้ำจุนดวงของเธอ ผ่อนหนักให้เป็นเบา จากร้ายกลายเป็นดีได้
แต่ติดปัญหาอยู่ที่เธอยังไม่มีวี่แววว่าจะได้เจอเนื้อคู่คนนั้นเลยด้วยซ้ำ เกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นเรื่องที่ทุกคนต้องเจอก็จริงอยู่ แต่เธอจะตายทั้งที่ยังสาว ยังสวย แถมยังโสดสนิทแบบนี้นะเหรอ ไอลดา เพื่อนสาวที่แซ่บที่สุดในแก๊งกุหลาบขาวแนะนำเธอว่าให้หาคู่แมทแล้ววันไนท์สแตนด์ไปเลยถ้าถูกใจ เพราะบางทีเขาอาจจะเป็นเนื้อคู่เธอก็ได้ถึงถูกเลือกให้แมทจากระบบ
“เฮ้อ! ฉันจะกล้าวันไนท์ครั้งแต่เจอกันได้ยังไงล่ะยัยไอเอ๊ย แต่กังวลไปก็เท่านั้น ไม่แน่ว่าคุณเจตน์ เกียรติวิรุณกรณ์ คู่แมทในแอปจับคู่ที่นัดเดทไว้เที่ยงนี้ อาจจะเป็นเนื้อคู่ที่เราตามหาอยู่จริงๆ ก็ได้ ลบเรื่องนี้ออกจากหัวไปแล้วใช้ชีวิตที่เหลืออยู่อีก 3 เดือน ให้คุ้มดีกว่า ถ้าดูกันไปแล้วใช่ขึ้นมาค่อยวันไนท์ก็ไม่สาย”
แพรพลิ้วให้กำลังใจตัวเองก่อนจะดูนาฬิกาที่ผนังห้อง ตอนนี้เป็นเวลาสิบโมงกว่าแล้ว เธอควรจะอาบน้ำแต่งตัวเพื่อเตรียมออกไปกินข้าวเที่ยงกับคนที่นัดเดทเอาไว้ได้แล้วล่ะ
หลังจากอาบน้ำแต่งตัวเสร็จร่างเล็กก็ลงไปรอรถแท็กซี่อยู่ที่หน้าคอนโด อยู่ๆ รถมอเตอร์ไซค์วินหน้าปากซอยก็ขับพุ่งเข้ามาทางเธอเนื่องจากหมาวิ่งตัดหน้ารถ แพรพลิ้วรีบก้าวหลบจนร่างบางเสียหลักสะดุดล้มไปบนฟุตบาท “ว๊าย!”
“เป็นอะไรมั้ยน้อง” วินมอเตอร์ไซด์รีบจอดรถลงมาดูอย่างตกใจเพราะเห็นเป็นลูกค้าประจำที่เคยนั่งรถมอเตอร์ไซค์ของเขา “พี่ขอโทษนะ เมื่อกี้หมาจรมันวิ่งตัดหน้ารถ พี่เลยหักหลบ น้องเจ็บตรงไหนรึเปล่า พี่พาไปโรงพยาบาลมั้ย”
ดวงตากลมมองที่เข่าตัวเอง รู้สึกเจ็บแสบจี๊ดๆ และเห็นแผลถลอกมีเลือดไหลซิบออกมาเล็กน้อย เธอรีบดึงชายกระโปรงปิดไว้เหมือนเดิมแล้วหันไปยิ้มให้คนถามแทน
“ไม่เป็นไรค่ะพี่ ไม่ต้องห่วงนะคะ พี่ไปขับวินต่อเถอะค่ะ” เหตุการณ์แบบนี้ไม่มีใครอยากให้เกิด แพรพลิ้วอดเห็นใจอีกฝ่ายที่หักหลบน้องหมาไม่ได้เช่นกัน เธอจึงไม่คิดจะให้พี่วินมารับผิดชอบเสียเงินค่าทำแผลให้ เพราะรายได้พี่แกก็ใช่จะมากมาย อย่างขับเข้ามาส่งเธอจากหน้าปากซอยถึงคอนโดก็แค่รอบละ 10 บาทเท่านั้น
พี่วินมอเตอร์ไซด์ช่วยพยุงเธอให้ลุกขึ้นยืน พร้อมกับสำรวจอาการเธอคร่าวๆ ก่อนจะถามอีกครั้งอย่างเกรงใจ
“น้องไม่เป็นอะไรจริงๆ นะ”
“จริงค่ะ พี่รีบไปทำงานต่อเถอะค่ะ”
“เอ่อ ถ้าน้องไม่เป็นไร งั้นพี่ไปรับลูกค้าแล้วนะ”
“ค่ะ” แพรพลิ้วพยักหน้าตอบรับด้วยรอยยิ้ม
พอเห็นพี่วินขับรถไปจนลับตาแล้วก็ดึงชายกระโปรงขึ้นดูเข่าอีกครั้ง แสบชะมัด สงสัยต้องทำแผลก่อน
ร่างบางเดินไปยังร้านขายยาที่อยู่ใกล้กับคอนโด ก่อนจะซื้อยามาทำแผลให้ตัวเอง
ดีนะที่ไม่เป็นอะไรมาก สงสัยเพราะใกล้จะถึงวันเกิดช่วงนี้ถึงได้มีอุบัติเหตุบ่อยขึ้นเรื่อยๆ
เดือนก่อนก็เดินชนโต๊ะจนต้นขาช้ำ สัปดาห์ก่อนก็ลื่นล้มในห้องน้ำจนเจ็บระบมก้นกบไปหลายวัน มาคราวนี้ถึงกับเลือดตกยางออก
นี่ถ้ายังไม่เจอเนื้อคู่มาแก้ดวงชะตาให้ สงสัยจะเจ็บหนักถึงขั้นได้ตายจริงๆ ดังคำทำนาย
พอทำแผลให้ตัวเองเสร็จแพรพลิ้วก็เปลี่ยนกระโปรงตัวใหม่แล้วนำตัวเก่าไปซักคราบเลือดออกก่อนที่มันจะฝังผ้าจนซักยาก
เมื่อทำทุกอย่างเรียบร้อยแล้วจึงเดินลงไปที่หน้าคอนโดเพื่อเรียกรถแท็กซี่อีกครั้ง