ปาฏิหาริย์ของเสียงกระดิ่ง

1806 Words
ตอนที่2 ปาฏิหาริย์ของเสียงกระดิ่ง แสงสีขาวนำพานิดที่ล่องลอยไปในอากาศอันเวิ้งว้างอย่างไม่มีที่สิ้นสุด เธอร้องไห้ออกมาพร้อมทั้งเรียกหาลูกสาว ภาพโปร่งแสงปรากฏขึ้นต่อหน้าทำให้เธอต้องหยุดและทอดมองออกไป ภาพน้องอัยย์ที่น่ารักไร้เดียงสากลับถูกเธอใช้อารมณ์และวาจาที่เลวร้ายแสดงออกไป ไม่ว่าจะทำร้ายทุบตีเพื่อเรียกร้องความสนใจจากผู้เป็นสามีโดยใช้ลูกเป็นโล่กำบังเพื่อเรียกร้องความรักจากเขา ความเลวทรามต่ำช้าที่เธอทำกับลูกมันส่งผลให้เรณิสราเจ็บปวดยิ่งนัก เธอทรุดตัวลงนั่งร้องไห้ฟูมฟายออกมา ภาพของลูกสาวที่นั่งเฝ้ามองเธออยู่ข้างๆมาตลอดยิ่งทำให้นิดรู้สึกผิดมากยิ่งขึ้นทำไมเส้นผมจึงบังภูเขาเช่นนี้นะมีความรักที่บริสุทธิ์อยู่แล้วกลับไม่ใส่ใจที่จะรักษาไว้ "ดีแล้ว!! เป็นแบบนี้ก็ดีแล้วฉันขอชดใช้ทั้งหมดเอง!!..." เรณิสราพูดออกมาพร้อมกับร้องไห้ฟูมฟาย "หากมีโอกาสอีกครั้ง ลูกขอกลับไปชดใช้ทั้งหมดให้น้องอัยย์ และจะไม่ขอรั้งเขาไว้หากเขาไม่ต้องการเธออีกเป็นอันขาด จากนี้ขอมอบชีวิตความรักทั้งหมดที่มีเพื่อน้องอัยย์ ได้โปรดเถอะสวรรค์ขอให้คำขอนี้เป็นครั้งสุดท้ายเถอะนะเจ้าคะ" นิดทั้งพูดทั้งร้องไห้ อยู่ๆลมก็พัดมาอย่างแรงภาพที่มองเห็นตรงหน้ากลับมลายหายไป กลายเป็นเสียงกระดิ่งดังลอยละลิ่วมาตามสายลม เสียงคำพูดคำพูดหนึ่งดังขึ้นภายในหัว "หากเสียงกระดิ่งดังแว่วมาตามสายลม วันนั้นหม่าม๊าจะกลับมา!!" น้ำตาไหลพรั่งพรูออกมาโอกาสนั้นคงหมดไปแล้วจริงๆ นิดค่อยๆลุกขึ้นและมองไปข้างหน้า ภาพต่างๆเหล่านั้นหายไปแล้ว มีแต่แสงแห่งดวงแก้วสว่างอยู่ทางด้านหน้า เธอค่อยๆเดินตามแสงนั้นไปอย่างสงบอยู่ๆดีแสงนั้นก็กลืนเธอเข้าไปทันที ...... วันนี้เป็นวันเสาร์น้องอัยย์ไม่ได้ไปโรงเรียนตั้งแต่ตื่นขึ้นมาน้องอัยย์ก็เข้ามาหาหม่าม๊าของตัวเอง น้องอัยย์ในวัยหกขวบเศษค่อยๆจับผ้าผืนน้อยขึ้นมาบิด แม้จะไม่ค่อยหมาดเท่าไรแต่น้องอัยย์ก็เต็มใจทำ "พี่เขียมคะ เปิดหน้าต่างหน่อยค่ะ น้องอัยย์อยากให้หม่าม๊าได้ยินเสียงกระดิ่ง " เขียมลุกขึ้นและเดินไปเปิดหน้าต่าง ลมในยามเช้าพัดโชยเข้ามา เสียงกระดิ่งดังไปมาจนน้องอัยย์ต้องหันไปมอง พลางพูดขึ้น "หม่าม๊าข๋า..ได้ยินเสียงกระดิ่งมั้ยคะ..มันดังทุกวันเลยนะคะ ..ไหนหม่าม๊าบอกว่าจะกลับมาเมื่อเสียงกระดิ่งดังยังไงคะ " น้องอัยย์หันมาหานิดที่นอนแน่นิ่ง แล้วจับมือของมารดาขึ้นมาทาบกับใบหน้าเล็กจิ้มลิ้มของตัวเอง "น้องอัยย์รอหม่าม๊านานแล้วนะคะ..น้องอัยย์จะทนไม่ไหวแล้ว" น้องอัยย์พูดออกมาพร้อมน้ำตา เขียมที่นั่งอยู่ข้างๆ ก็น้ำตาซึมเช่นกันอายุแค่นี้แทนที่จะสดใสน่ารักมีแต่รอยยิ้ม กลับกันแม้จะมีทุกอย่างครบกลับมีแต่รอยน้ำตาไม่ว่างเว้น วันนี้เป็นวันที่ลมโชยกว่าปกติ เสียงกระดิ่งดังไปมาตามแรงลม เขียมจะลุกขึ้นไปปิดหน้าต่าง แต่น้องอัยย์ห้ามไว้ "พี่เขียมอย่าปิด! ..บางทีหม่าม๊าอาจกำลังกลับมาหาน้องอัยย์ " เขียมปล่อยมือออกจากบานหน้าต่างแล้วนั่งลงพร้อมกับพูดขึ้นว่า "คุณหนู ลมแรงขนาดนี้เดี๋ยวคุณหนูและคุณแม่จะไม่สบายเอานะคะ " "ห้ามปิดก็คือห้ามปิด ถ้าพี่เขียมไม่เชื่อน้องอัยย์ น้องอัยย์จะโกรธพี่เขียมสามวันสามคืน !" เขียมถึงกับยิ้มออกมาเพราะความน่ารักไร้เดียงสาของน้องอัยย์ทุกการกระทำของคุณหนูดูน่ารักไปซะทั้งหมดสำหรับเขียม "ถ้าอย่างนั้น..คุณหนูอัยย์ต้องทานอาหารเช้าก่อนนะคะ ถ้าคุณแม่ของคุณหนูฟื้นขึ้นมาเห็นคุณหนูทานข้าวคุณแม่ของคุณหนูต้องดีใจแน่ๆเลยค่ะ" "ก็ได้..พี่เขียมไปเอามาให้น้องอัยย์เลยค่ะ" เขียมยิ้มออกมาแล้วลุกขึ้นคุณหนูน่ารักขนาดนี้ขนาดเธอเป็นแค่พี่เลี้ยงยังหลงไม่ไหว แล้วถ้าคุณนิดเกิดฟื้นขึ้นมาจริงๆ แล้วทำกับคุณหนูแบบเดิมจะเป็นยังไงนะ อีกทั้งคุณทศก็ยังเตรียมใบหย่าไว้แล้วด้วยคุณหนูจะเป็นยังไงอีกนะ เขียมหันมามองคุณหนูที่นั่งเอาผ้าเช็ดบริเวณมือให้กับคุณแม่ของเธอ น่ารักเสียจริงเขียมมองน้องอัยย์อีกครั้งแล้วเดินออกไป อาหารถูกยกเข้ามาอย่างมากมายเขียมยิ้มอยู่ตลอดเวลาเมื่อเห็นน้องอัยย์ทำหน้าที่เป็นลูกที่ดีให้กับมารดาของเธอ น่ารักขนาดนี้ใครจะไม่หลงรักนะมีแต่ก็คุณนิดนี่แหละทำไมถึงทำกับลูกสาวแบบนั้นนะหากคุณนิดเกิดฟื้นขึ้นมาจริงๆแล้วคุณหนูจะเป็นยังไงนะอีกทั้งคุณทศที่ยังเย็นชาแบบนั้นเขียมไม่อยากจะคิดไม่ดีเลยจริงๆ เมื่อทานอาหารเสร็จเขียมเก็บถาดอาหารออกไปลมพัดโชยมาอีกรอบเสียงกระดิ่งดังละลิ่วไปมาไม่หยุดน้องอัยย์หันไปมองแล้วค่อยๆยืนขึ้นและเดินไปตรงกระดิ่งเธอยกมือขึ้นประนมแล้วอธิษฐานออกมา "หม่าม๊าข๋า..กลับมาสักทีเถอะค่ะน้องอัยย์คิดถึงหม่าม๊ามากน้องอัยย์สัญญาไม่ว่าหม่าม๊าจะรักหรือไม่รักน้องอัยย์น้องอัยย์ก็จะเป็นลูกที่ดีของหม่าม๊าค่ะกลับมาเถอะนะคะน้องอัยย์ขอร้องน้องอัยย์แทบจะทนรอหม่าม๊าไม่ไหวแล้ว!!" น้องอัยย์พลางพูดพลางน้ำตาไหลออกมาในใจก็มีแต่มารดาเท่านั้นที่น้องอัยย์ไม่เคยคิดที่จะเกลียดเลยกลับยิ่งรักมารดามากขึ้นกว่าเดิมอีก น้องอัยย์เฝ้าภาวนาและขอพรให้แม่ของตัวเองรีบฟื้นขึ้นมาเสียที เสียงกระดิ่งดังแว่วมาทุกวันน้องอัยย์ก็เฝ้าอธิษฐานเพื่อให้แม่ที่เธอรักนั้นกลับมา เสียงกระดิ่งดังอยู่ไม่ขาดสาย น้องอัยย์ยิ้มออกมาทันที เหมือนกับว่าหม่าม๊าจะกลับมาหาน้องอัยย์ภายในเร็ววัน "หม่าม๊าข๋าไม่ว่ายังไงน้องอัยย์ก็จะรอค่ะ " น้องอัยย์เดินเข้ามาหามารดาที่นอนแน่นิ่ง เธอดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมตัวให้แม่ของเธอ และค่อยๆหันหลังเดินออกไปก่อนจะหันกลับมามองแม่ของเธออีกครั้ง เมื่อเสียงประตูห้องปิดลง นิ้วมือที่วางประสานกันของเรณิสราก็เริ่มกระตุก หัวคิ้วสองข้างเริ่มขมวดเข้าหากันลมหายใจที่แผ่วเบาค่อยๆแรงขึ้นๆเป็นจังหวะ เสียงกระดิ่งดังเข้ามาในโสตประสาททั้งที่ทั่วทั้งสรรพางกายยังไม่สามารถไหวติงใดๆได้ มีแค่เสียงกระดิ่งที่ดังแว่วเข้ามาให้รับรู้.. ..... ในตอนค่ำหลังจากทานอาหารเย็นเสร็จ น้องอัยย์รู้สึกใจเต้นแปลกๆ เธอจึงหันหน้าไปหาพี่เขียมที่ยืนอยู่ข้างๆ "พี่เขียมพาน้องอัยย์ไปหาหม่าม๊าหน่อยได้มั้ยคะ?" เขียมเงียบไปและหันไปมองหน้าของทศภาคที่นั่งมองลูกสาวอยู่ "น้องอัยย์..ปะป๊าคิดว่าวันนี้น้องอัยย์อยู่กับหม่าม๊าทั้งวันแล้ว ให้หม่าม๊าได้พักบ้างเถอะนะ อีกอย่างวันนี้หม่าม๊าก็ยังไม่ฟื้นขึ้นมาเลย" ทศภาคพูดพร้อมกับแตะไปที่หัวของน้องอัยย์ลูกสาวสุดที่รัก "น้องอัยย์แน่ใจค่ะปะป๊าว่าหม่าม๊าใกล้จะฟื้นแล้วน้องอัยย์ได้ยินเสียงกระดิ่งดังมากขึ้นทุกวัน " ทศภาคได้แต่ถอนหายใจ แล้วเดินเข้าไปหาลูกสาวตัวน้อยและย่อตัวลงต่อหน้าลูกสาว เขาคิดว่า ถึงเวลาแล้วที่เขาควรจะพาน้องไปไปหาคุณหมอ เพื่อตรวจสภาพจิตใจ เขาถอนหายใจเบาๆ "ถ้างั้นปะป๊ามีข้อแม้ถ้าน้องอัยย์ไปหาหม่าม๊าแล้วน้องอัยย์จะต้องรีบออกมาและรีบไปเข้านอนแต่หัวค่ำได้มั้ย?" น้องอัยย์มองใบหน้าของบิดาที่นั่งประจันหน้าอยู่กับเธอ มือเล็กๆป้อมๆของน้องอัยย์ยื่นไปจับใบหน้าหล่อของบิดา "ปะป๊า..ถ้าหม่าม๊าฟื้นขึ้นมาจริงๆปะป๊าสัญญาได้มั้ยว่าปะป๊าจะไม่ทิ้งน้องอัยย์กับหม่าม๊าไม่ทำให้หม่าม๊าต้องเหงาและร้องไห้น้องอัยย์อยากเห็นปะป๊ากับหม่าม๊ารักกัน" คำพูดของน้องอัยย์ครั้งนี้ทำให้ทศภาครู้สึกปวดใจขึ้นมา น้องอัยย์รู้ทุกอย่างระหว่างเขาและนิดเพียงแค่ไม่ยอมพูดออกมาเท่านั้นเอง ความเจ็บปวดนี้มันทรมานจริงๆ ..... เสียงกระดิ่งยังดังไปมา ลมเพลมพัด พัดโชนเข้ามาภายในห้อง หัวคิ้วของคนที่นอนเป็นผักขยับไปมาเพราะเสียงกระดิ่งอยู่หลายครั้ง ขนตางอนงามที่กระตุกอยู่นั้นค่อยๆสะบัดขึ้น ดวงตากลมโตค่อยๆเปิดขึ้นทีละนิด ความมืดมัวทำให้เธอค่อยๆกลอกตาไปมา เพดานห้องสีขาวบริสุทธิ์ เสียงเครื่องช่วยหายใจ เสียงมอนิเตอร์กำลังดังสวนกันไปมาระหว่างเสียงกระดิ่ง เธอลืมตาค้างไว้สักครู่ ไม่นานภาพที่มองเห็นค่อยๆชัดขึ้น เธอยิ้มออกมาเล็กน้อยเพราะยังขยับตัวไม่ค่อยได้ รู้สึกไม่ค่อยมีแรง คอแห้งผากอยากจะดื่มน้ำมาก เธอหันหน้าไปมาอย่างช้าๆเมื่อมองสิ่งต่างๆภายในห้องชัดขึ้น 'ยังไม่ตาย!!' เสียงของตัวเองภายในหัวดังขึ้น เธอนอนนิ่งอยู่สักครู่ก็ค่อยๆลองขยับมือและนิ้ว เมื่อขยับมือได้ก็ค่อยๆขยับขาและกระดิกนิ้วเท้า ซึ่งมันจะเจ็บมากพอสมควรเธอพยายามพลิกตะแคงตัวเองไปด้านขวาเพราะมองเห็นแก้วน้ำที่ตั้งอยู่ 'ลุกไม่ได้..ขยับไม่ได้!!' เสียงในหัวยังดังแบบนั้นอยู่แต่ความหิวน้ำจนจะทนไม่ไหว เธอใช้แรงกายที่มีอยู่น้อยนิดขยับไปสุดตัว มือที่ยื่นออกไปยังแก้วน้ำดันหมดแรงปัดแก้วน้ำนั้นตกจนเสียงดัง เพล้ง!!!~~ ทศภาค น้องอัยย์ และเขียมต่างพากันหันหน้ามองตรงไปยังห้องของเรณิสรา "ปะป๊า!!หม่าม๊าฟื้นแล้ววว!!!" น้องอัยย์พูดออกมาเองแบบยังไม่ทันได้คิด ทศภาครีบอุ้มลูกสาวแล้วรีบลุกขึ้นและวิ่งออกไป พร้อมกับน้องอัยย์และเขียม ?จบตอนที่2?
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD