เมื่อมาถึงโรงเรียนเรณิสราดูเก้ๆกังๆเธอค่อยๆเดินตามทศภาคไป ความรู้สึกทั้งดีใจและสับสนไม่รู้ว่าจะปฏิบัติตัวยังไงไม่รู้ว่าจะพูดยังไงกับคุณครูเพราะไม่เคยเจอกันเลยเรณิสราต้องเรียนรู้นิสัยน้องอัยย์อีกมากไม่รู้ว่าตอนไหนเธอชอบหรือไม่ชอบ ตอนไหนเธออารมณ์ดีหรืออารมณ์ร้าย
เรณิสรารู้สึกกังวลเธอไม่รู้อะไรเกี่ยวกับลูกสาวของเธอเลยเธอเดินไปเรื่อยๆตามหลังของทศภาค และเธอนั้นก็มัวแต่คิดไปต่างๆนานาจนทศภาคนั้นหยุดเดินและสุดท้ายเธอก็ชนเท่ากับแผ่นหลังของเขา เรณิสราสะดุ้งเมื่อทศภาคหันหน้ามาและทำหน้านิ่วคิ้วขมวด เธอรีบถอยหลังและเดินออกมา
"ขอโทษค่ะฉันยังไม่ได้มองฉันไม่รู้ว่าคุณจะหยุด" เรณิสราพูดออกมาตรงๆ ไม่นานเสียงเจื้อยแจ้วก็ดังมาแต่ไกล
"หม่าม๊าขาหม่าม๊ามารับน้องอัยย์จริงๆด้วย!" น้องอัยย์ยิ้มดีใจสุดตัว นานมาแล้วที่เธออยากให้แม่มารับแบบนี้ ที่สำคัญป่ะป๊าก็มา นั่นยิ่งทำให้รอยยิ้มน้อยๆนั้นยิ้มกว้างกว่าเดิม ขาสั้นๆป้อมๆวิ่งตรงเข้ามาหาเธอโดยไม่ได้เหลือบมองคนรอบข้าง และตรงเข้ามากอดหม่าม๊าของเธอแน่น
"หม่าม๊าขาน้องอัยย์ดีใจมากเลยค่ะวันนี้น้องอัยย์จะได้กินไอศครีมกับหม่าม๊าแล้ว!" รอยยิ้มเปื้อนหน้าของลูกสาวที่ส่งมายังเธอทำให้หัวใจของเรณิสราพองโต นี่สินะความรักอันบริสุทธิ์ เธอนิ่งเงียบไปและนึกเสียดายเวลาที่ผ่านมา นับว่ายังดีที่ทศเขาเลี้ยงดูและอบรมน้องอัยย์มาเป็นอย่างดี
"น้องอัยย์ลืมใครไปหรือเปล่าเอ่ย?" เสียงทุ้มนุ่มพูดขึ้นอย่างอ่อนโยน เรณิสรามองดูทศภาคสนทนากับลูกสาวตัวน้อยของเขา ถูกต้องและเหมาะสมแล้วที่น้องอัยย์จะเป็นสิทธิ์ของเขา ที่ผ่านมาเธอไม่เคยมองเห็นน้องอัยย์ที่เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของเธอเลยจริงๆ
แต่เมื่อทศภาคพูดออกมาเพราะดูท่าทางลูกสาวจะไม่สนใจเขาเลยมัวแต่สนใจหม่าม๊าของเขา เรณิสราเธอมีมนต์วิเศษอะไรนะทำร้ายลูกขนาดนั้นแต่ลูกก็รักเธอจนสุดหัวใจทศภาครู้สึกน้อยใจน้องอัยย์ขึ้นมา
"ปะป๊าขาไม่ต้องน้อยใจนะคะวันนี้น้องอัยย์ดีใจที่สุดเลยค่ะที่ปะป๊ากลับหม่าม๊าจะพาน้องอัยย์ไปกินไอศกรีมและไปซื้อของ" เสียงเล็กๆพูดจาเจื้อยแจ้ว นานแล้วที่ทศภาคไม่เห็นลูกสาวร่าเริงขนาดนี้ ในแต่ละวันที่ผ่านมามีแต่คราบน้ำตาและการรอคอย เขาถอนหายใจและเดินตามสองแม่ลูกไป
"ได้เลยเพื่อเป็นการไม่เสียเวลาเรารีบไปขึ้นรถปะป๊ากันเลยดีมั้ย? " เรณิสราพูดขึ้น เธอและน้องอัยย์เดินจูงมือนำหน้าทศภาคไป เสียงหัวเราะของน้องอัยย์พลอยทำให้เขามีความสุขไปด้วย
"เย้! หม่าม๊าน้องอัยย์จะกินเยอะๆเลยวันนี้ " หลังจากนั้นพวกเขาก็ขึ้นรถออกไป
เมื่อขึ้นรถกันเสร็จสรรพแล้วรถก็มุ่งหน้าไปที่ห้างสรรพสินค้าน้องอัยย์รู้สึกตื่นเต้นและมีความสุขเป็นพิเศษเป็นครั้งแรกที่เรณิสราตามใจและดูแลเธอเป็นอย่างดี เธอรู้สึกถึงความรักความอบอุ่นที่เรณิสรามอบให้เธอ น้องอัยย์ยิ้มแฉ่งตลอดเวลาและตื่นเต้นดีใจสุดๆที่วันนี้มีหม่าม๊ามาด้วย
ทศภาคได้แต่ยืนมองน้องอัยย์กับเรณิสรา เขาเพ่งพินิจดูแล้วท่าทางของเธอก็ไม่มีทีท่าจะทำอันตรายน้องอัยย์ หรือว่าเธออาจจะคิดได้หรือไม่ก็สมองกลับ ที่ผ่านมาเขาไม่อยากจะจดจำเลยว่าน้องอัยย์ต้องทรมานจากการเป็นแม่ของเธอมากแค่ไหน เขาไม่ละสายตา ทุกการกระทำของเธอจะไม่มีวันทำร้ายน้องอัยย์ได้อีก
เมื่อมาถึงห้าง ร้านไอศครีม ร้านพิซซ่า ร้านขนม ของเล่น น้องอัยย์พาเรณิสราเข้าออกย่างมีความสุข เป็นความสุขที่น้องอัยย์คงโหยหาจากมารดามานานแล้ว ช่วงเวลาที่เลวร้ายในความทรงจำของน้องอัยย์เธอขอลบมันทิ้งด้วยจิตใจที่บริสุทธิ์ของความเป็นแม่ของเธอในตอนนี้
ผ่านมาห้าปีกว่า น้องอัยย์ไม่เคยอยู่ในสายตาเธอเลย แม่ที่เลวระยำแบบนั้น เธอขอไม่ย้อนกลับไปอีกแล้ว เวลาหนึ่งปีที่ทศภาคขีดเส้นไว้ ทุกวินาทีมีค่ามาก เธอจะต้องให้น้องอัยย์เสพไออุ่นจากเธอให้มากที่สุด ความเจ็บปวดที่ยื่นให้ลูกสาวคนนี้จะไม่ทีวันทำให้เธอระคายเคืองอีกแน่
"น้องอัยย์อยากเที่ยวต่อจังเลยค่ะน้องอัยย์ยังไม่อยากกลับบ้านเลยค่ะปาป๊าหม่าม๊าพาน้องไปเที่ยวต่อได้ไหมคะ!" เสียงหวานเล็กของน้องอัยย์มันดูอ้อนนัก เธอทำท่าจะใจอ่อน แต่ก็ต้องชะงัก เมื่อมองหน้าของผู้เป็นสามีในนามแล้วมันดูบึ้งตึงไร้อารมณ์เหลือทน เรณิสรานิ่งไปเพราะไม่รู้จะตอบน้องอัยย์ยังไง
"น้องอัยย์ตอนนี้ก็เริ่มจะมืดแล้วถ้าหนูจะเที่ยวแบบนี้ต่อไปปะป๊าจะไม่อนุญาตให้น้องอัยย์เล่นโทรศัพท์นะ!" เสียงดุเข้มดังขึ้น มันก็จริง นี่ก็เกินเวลานอนของน้องอัยย์ไปแล้ว หากตามใจมากไปเดี๋ยวน้องอัยย์จะกลายเป็นเด็กเอาแต่ใจได้
"หม่าม้าขา!" น้องอัยย์หันหน้ามาหาหม่าม๊าของตัวเอง ทำหน้าอ้อนเธอซะเหลือเกิน
"เอาอย่างนี้นะคะน้องอัยย์เดี๋ยววันหลังหม่าม๊าจะพาน้องอัยย์มาอีกดีไหมคะ วันนี้ดูสิมืดขนาดนี้แล้วรถก็ติดดีนะที่เรากินอะไรกันมาแล้วป่านนี้พี่เขียมคงชะเง้อคอรอคอยน้องอัยย์อยู่แน่ๆเลย" เรณิสราปลอบลูกสาวที่กำลังจะทำท่างอแง
"ฮึ!น้องอัยย์เบื่อพี่เขียมม๊ากกกเลยค่ะ!" น้องอัยย์กอดอกและพูดเน้นเสียง ทำให้ทั้งทศภาคและเรณิสรายิ้มออกมากับท่าทางของลูกสาว จนทั้งคู่หันมามองหน้ากัน เมื่อสบตากันกลับหุบยิ้มกันในปัจจุบันทันด่วน
"ทำไมล่ะคะน้องอัยย์ พี่เขียมทำอะไรไม่ดีกับน้องอัยย์หรอคะถึงได้ เบื่อออม๊ากกก!" เรณิสราถามขึ้น และเน้นเสียงเหมือนน้องอัยย์ ทำให้น้องอัยย์หัวเราะออกมา
"เปล่าค่ะเปล่าค่ะ ตลอดเวลาส่วนมากน้องอัยย์อยู่แต่กับพี่เขียม พี่เขียมเล่าแต่เรื่องเดิมๆให้ฟังน่าเบื๊อน่าเบื่อ แถมพี่เขียมยังยังชอบแต่งตัวให้น้องอัยย์แบบโบราณมากเลยค่ะ!" น้องอัยย์ใช้โอกาสนี้ฟ้องเรณิสรา ทศภาคที่ฟังลูกสาวเล่าเรื่องเขียมก็อดที่จะอมยิ้มไม่ได้
"ฮ่าๆๆ เรณิสราหัวเราะขึ้นคำพูดที่ไร้เดียงสาของลูกสาวทำเอาทศภาคที่อมยิ้มอยู่นั้นก็อดที่จะหัวเราะออกมาไม่ได้ บรรยากาศภายในรถดูจะมีความสุขขึ้นมาเล็กน้อย พ่อแม่ลูกคุยกันมาจนถึงบ้าน และเมื่อรถจอดสนิทลง
ประตูรถเปิดขึ้น น้องอัยย์นั่งอยู่บนตักของเรณิสรา เธอหลับไปได้สักครู่ เธอค่อยๆเปิดประตูรถอย่างเบามือเพราะกลัวน้องอัยย์ตื่น
"คุณไม่ต้องเดี๋ยวผมอุ้มลูกขึ้นไปเอง" ทศภาคพูดขึ้น เขาเดินอ้อมมาทางคนนั่งและค่อยๆอุ้มน้องอัยย์ขึ้นบ่าอย่างเบามือ
น้องอัยย์หลับสนิท อาจจะเหนื่อยที่วันนี้ได้เที่ยวเล่นมากมาย แถมได้ของเล่นและเสื้อผ้าใหม่อีกทั้งหนังท้องตึงหนังตาก็คงหย่อนตามประสาเด็ก เขียมวิ่งมาต้อนรับเมื่อเห็นน้องอัยย์หลับ เขียมจึงรีบวิ่งขึ้นไปจัดที่นอนให้น้องอัยย์ทันทีส่วนเธอค่อยๆลุกจากรถ ขารู้สึกชานิดหน่อย แต่สายตาได้แต่มองทศภาคอุ้มน้องอัยย์ขึ้นไปนอน
เมื่อพาน้องอัยย์ไปเข้านอนแล้ว ก็เหลือแค่เขาและเรณิสรา ทั้งคู่มองหน้ากันไม่รู้จะคุยอะไรกัน เพราะอาจจะยังไม่ชิน เรณิสราเลยไม่มีเรื่องยากจะคุยกับเขา นอกเหนือจากเรื่องของน้องอัยย์ เรณิสรากำลังจะหมุนตัวออกไป แต่เสียงทุ้มนุ่มกลับดังขึ้น
"ถ้าสิ่งที่คุณทำวันนี้มันออกมาจากความรู้สึกจริงๆ ผมก็ขอบคุณนะ น้องอัยย์คงมีความสุขจริงๆ " ทศภาคพูดขึ้น
"แน่นอนค่ะ ทุกอย่างออกมาจากใจของฉัน คุณไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ ทุกเวลาของฉันกับน้องอัยย์เป็นช่วงเวลาที่มีค่าที่สุด ฉันไม่ปล่อยโอกาสนี้ไปหรอกค่ะ ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ฉันขอตัว!" เรณิสราเดินออกไปจากเขา ทศภาคได้แต่มองตามหลังของเธอ มันเร็วเกินไปที่เขาจะทำใจยอมรับเธอ จากนั้นเขาก็หมุนตัวออกไปเช่นกัน
เรณิสรารู้สึกนอนไม่หลับเธอกินอาหารเข้าไปนิดเดียวเพราะรู้สึกอิ่มเอมกับคำพูดของน้องอัยย์ เธอมีความสุขมากกับช่วงเวลาตอนเย็นที่ผ่านมา นี่สินะครอบครัวพ่อแม่ลูกๆเรณิสราส่ายหน้าไปมากับความคิดของตัวเอง ไม่ได้! มันจะทำให้เธอถลำลึกกับเขาเกินไป ไม่นานเสียงท้องของตัวเองก็ร้องขึ้นมา ไม่ได้การแล้ว เธอต้องหาอะไรกินซะหน่อย
อาการหิวตอน 5 ทุ่มคงทำให้เธอนอนไม่หลับเธอตัดสินใจลงมาข้างล่างเพื่อที่จะหามาม่ามาต้มกินสักหน่อยจริงๆแล้วอาหารแบบนี้ เธอดูถูกดูแคลนนักหนา แต่ตอนนี้คงไม่มีอะไรที่จะทำให้เธออิ่มท้องได้ เพราะถ้าให้ทำกับข้าวกินก็ทำไม่เป็นแน่นอน ถ้าจะเรียกเขียม เธอคงจะนอนหลับไปตั้งนานแล้ว มาม่าคือสิ่งที่ง่ายที่สุด เรณิสราลงมาที่ห้องครัว เปิดหาสิ่งที่ต้องการ แล้วจัดการอย่างรวดเร็ว
เธอยกถ้วยมาม่ามานั่งกินอย่างเอร็ดอร่อยนานแล้วสินะที่เธอไม่กินแบบนี้ ที่สำคัญตอนนั้นเธอลืมตัวตนของตัวเองไปแล้ว ตอนนี้ปลดปล่อยไปซะบ้างก็ทำให้เธอรู้สึกดีขึ้นแน่นอน การไม่ยึดติดกับคนคนนึงมันทำให้เธอรู้สึกดีขึ้นมาก แต่สิ่งที่ขว้างออกไปไม่พ้นใจคือ น้องอัยย์หากถึงเวลานั้น น้องอัยย์จะต้องได้สิ่งที่ดีที่สุดไป
ขณะเรณิสรากำลังกินมาม่าอย่างอร่อย เสียงฝีเท้าก็ดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆไม่แปลกใจเลย ฝีเท้าที่คุ้นหูนั้นเป็นทศภาคนั่นเอง เขาลงมาทำไม ทำไมเขาถึงไม่นอนเรณิสราไม่สนใจเธอรีบก้มหน้าก้มตากินมาม่าถ้วยนั้นให้เร็วที่สุดเพื่อจะได้ปลีกตัวออกจากเขา เธอยอมรับเลยว่า ตอนนี้กับตอนนั้นคนละอย่างกันจริงๆ
เมื่อกินเสร็จเธอยกถ้วยไปเก็บไว้ที่อ่างล้างจาน เธอล้างมือและกำลังจะเดินผ่านตัวของเขาขึ้นไป แต่อยู่ๆมือหนากลับจับแขนของเธอไว้แล้วมองมาที่เธอแปลกๆ
"อยู่คุยกับผมก่อนได้ไหม?" คำคำนี้เป็นสิ่งที่เขาต้องการได้ยินมานาน ที่ผ่านมามีแต่การหมางเมินชวนทะเลาะ
เสียงเรียบๆเย็นชาแบบนั้นดังเข้ามาในโสตประสาทของเรณิสราเธอหยุดอยู่ชั่วคู่เหมือนตกอยู่ในภวังค์บางอย่างในหัว ความรู้สึกเดิมเวียนกลับมา ความรู้สึกตอนนี้สับสนและบอกไม่ถูก
เธอไม่พูดอะไรแต่เดินกลับไปนั่งที่โต๊ะเหมือนโดนมนต์สะกดอะไรบางอย่าง รู้ตัวอีกทีก็นั่งลงที่เก้าอี้แล้ว คำพูดของเขายังมีผลต่อจิตใจของเธอไม่น้อย เธอยังไม่ได้คิดสิ่งใดกลับทำตามคำพูดของเขาไปโดยไม่ทันยั้งคิด
ทศภาคหยิบเบียร์ในตู้เย็นออกมาให้เธอ เขาวางไว้ให้เธอ 1 กระป๋องและเขา 1 กระป๋อง เรณิสรามองหน้าของทศภาค เขาเป็นบ้าอะไรนะ อยู่ๆถึงได้อยากคุยกับเธอทั้งๆที่แต่ก่อนไม่เคยที่จะมองหน้าเธอเลยด้วยซ้ำ เธอมองไปที่กระป๋องเบียร์ที่วางตรงหน้า
"ฉันไม่กินค่ะฉันเพิ่งกินมาม่าอิ่ม" เรณิสรามองหน้าเขาและพูดออกไป เธอสัญญากับตัวเองไว้แล้วว่า เธอจะไม่เอาตัวเองเข้าไปมัวเมากับของพวกนี้อีก
ทศภาคได้ยินสิ่งที่เรณิสราหลุดปากพูดออกมา เขาทำน้านิ่งและก้มลงเปิดกระป๋องเบียร์แล้วยกมันขึ้นมาดื่มพร้อมทั้งมองหน้าของเธออย่างใจเย็น ภายในใจยังครุ่นคิดวุ่นวายสับสนไปหมด หรือว่าเธอจะกลับตัวกลับใจแล้ว
ทศภาควางกระป๋องเบียร์ลงแล้วมองหน้าที่ไร้เครื่องสำอางใดๆเเต้มเติม บอกได้เลยว่าเขาไม่เคยเห็นเธอลุคนี้เลยตั้งแต่อยู่กันมา เธอดูเป็นผู้หญิงธรรมดาที่ผิวหน้าขาวใสดูมีน้ำมีนวล ปากแดงเรื่อดูอวบอิ่มตลอดเวลา ทำไมเธอไม่ทำตัวแบบนี้ตั้งแต่แรกนะ
" ถ้าคุณไม่มีอะไรจะคุยและเอาแต่มองฉันแบบนี้ฉันขอตัว ฉันง่วงแล้ว ฉันจะขึ้นไปนอน!" เธอพูดขึ้น พร้อมทั้งมองหน้าเขา สายตาของเธอดูว่างเปล่า ดูไม่มีความเสน่หาต่อเขาเหมือนที่เคย หรือว่าเธอจะคิดได้จากเรื่องราวเลวร้ายทั้งหมดที่ผ่านมา
อยู่ดีๆเขาก็ยังอยากจะพิสูจน์เธอหลายอย่างตอนนี้ดูเธอใจเย็น และท่าทางเย็นชานั่น ดูเธอจะเปลี่ยนไปมากทั้งเอาใจใส่น้องอัยย์ คำติด่าอารมณ์ร้ายไม่มีมาให้เขาได้ปวดหัวมันทำให้เขาอยากจะรับรู้ว่าในตัวของเธอตอนนี้คิดอะไรอยู่
เธอยังคิดกับเขาเช่นไร หรือว่ายังมีแผนอะไรในใจอีกรึปล่าว เขานั่งมองดูเธอและยกกระป๋องเบียร์ขึ้นดื่มอีก นั่นยิ่งทำให้เรณิสราอยากจะลุกออกจากตรงนี้เร็วๆ
"ถ้าไม่มีอะไรแล้วขอตัวนะคะ" เธอลุกขึ้นทันทีเพราะรู้สึกอึดอัดที่เขาไม่พูดอะไร ชวนเธอนั่งแล้วก็จ้องดูเธออยู่ตลอด จะพูดอะไรก็ไม่พูด เธอกำลังจะเดินออกไป แต่ทศภาคก็ลุกขึ้นและเดินตามไปคว้าแขนของเธอไว้อีกครั้ง
"อยู่เป็นเพื่อนผมก่อน" เขาพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนนุ่ม
"ไม่ค่ะเราไม่จำเป็นต้องคุยกัน ฉันบอกแล้วไงเราคุยกันแค่เรื่องลูกก็พอ!" เรณิสราย้อนคำพูดของเขาก่อนหน้านี้
คำพูดที่พูดออกไปเป็นคำพูดที่เธอกลั่นกรองออกมาจากความคิดแล้วจริงๆแต่เหตุใดในใจยังเต้นตึกตักแทบจะหายใจไม่ออก สิ่งที่เธอต้องการมาตลอดคือเขา แต่ตอนนี้เธออยากจะผลักไสเขาออกไปในเมื่อเขาเป็นคนพูดออกมาเองว่าเธอมีเวลาแค่ 1 ปี
"ปล่อยค่ะเราไม่จำเป็นต้องมีอะไรคุยกันคุณทศ คุณกับอัญวลีก็เปิดตัวกันไปแล้วฉันไม่ขอยุ่งเกี่ยวค่ะ"
คำพูดและสายตาของเธอที่มองขึ้นมามองเขาดูนิ่งและเยือกเย็นจริงๆ เธอเปลี่ยนไปแล้วจริงๆเหมือนกับว่าไม่ใช่เธอ แต่เป็นไปไม่ได้คนเราคนนึงจะเปลี่ยนแปลงนิสัยอันเลวร้ายได้ง่ายๆไม่มีทาง ทศดึงเธอเข้ามาใกล้เขา ลำตัวแทบจะติดกัน ใบหน้าของเขาก้มต่ำลงมองใบหน้าที่แหงนขึ้นพร้อมสายตาคมดุของเธอ ใบหน้าเเทบจะชิดกันมีลมหายใจร้อนๆเป่ารดหน้าจนรู้สึกได้
"คุณอย่าฝันนะนิดว่าคุณจะหลอกผมและลูกได้อีก สิ่งที่คุณทำลงไปนั้นมันสร้างบาดแผลใหญ่ให้น้องอัยย์ไว้มาก หากคุณจำไม่ได้ก็ไปทบทวนซะ ผมไม่มีวันยอมรับคุณแน่ๆ"
"คุณเป็นบ้าอะไรคุณทศ คุณเมาหรืออะไรปล่อยฉันเดี๋ยวนี้ฉันไม่ต้องการอะไรแล้ว โดยเฉพาะคุณ สิ่งเดียวที่ฉันต้องการคือน้องอัยย์!" เรณิสราพูดออกมาตรงขณะที่ใบหน้าจองทั้งคู่ยังประจันหน้ากันอยู่
ทศภาครู้สึกวูบโหวงขึ้นมาในใจ คำพูดของเรณิสราฟังแล้วดูแน่วแน่ เธอพยายามสะบัดแขนออกจากมือใหญ่ที่กำแขนของเธอไว้แน่น
"ปล่อยได้แล้วคุณทศ อย่าอยู่ใกล้คนไม่ดีอย่างฉันอีก!"
เรณิสราพยายามบิดแขนให้ออกจากอุ้งมือของเขาก่อนที่เธอจะปล่อยตัวปล่อยใจลงไปตามปฏิกิริยาที่เขาทำ ตอนนี้เขาอาจจะทดสอบเธอเพื่อที่จะได้หย่ากับเธออย่างรวดเร็ว ไม่มีทางเธอไม่มีวันยอมแน่ๆ ในช่วงเวลานี้คือช่วงเวลาที่มีค่าทุกนาทีของเธอคือน้องอัยย์เท่านั้น
จบตอน