ตอนที่ 9
ความสัมพันธ์ของหม่าม๊าและน้องอัยย์
ผ่านมาเกือบเดือนที่เรณิสราได้อยู่กับน้องอัยย์ แต่พักนี้ก็แปลกๆออกไป ทศภาคดูจะเคร่งเครียดกับงานเป็นพิเศษ อาจเป็นเรื่องของการโปรโมทสินค้าใหม่ที่ดูจะเข้มงวดเอาการ ถึงจะเป็นแบบนั้น เธอก็ไม่อาจจะยื่นมือเข้าไปเกี่ยวข้องใดๆอีก
อยู่ๆ ภาพในหัวกลับปรากฏขึ้นเพียงชั่วขณะ เรื่องราวในวันที่เธอตกตึกนั้นมันปรากฏชัดขึ้นมา แต่ก็เพียงไม่นาน ภาพจำนั้นมีแค่มือของใครบางคน ทำไมถึงจำไม่ได้นะ
"หม่าม๊าขา" เสียงหวานเล็กดังมาแต่ไกล พร้อมกับสามีที่เดินจูงกันลงมา เธอลุกขึ้นและกำลังจะเดินออกไป แต่น้องอัยย์ก็เรียกไว้
"หม่าม๊าจะไปไหนคะ นั่งเป็นเพื่อนปะป๊ากับน้องอัยย์ได้มั้ยคะ ?" เสียงพูดเจื้อยแจ้วพูดขึ้น เรณิสรามองหน้าของทศภาคที่เขาก็จ้องมาที่เธอเช่นกัน เรื่องเมื่อคืนยังติดอยู่ในใจ เธอทำสีหน้าไม่ถูก
"มานี่เลยค่ะหม่าม๊า มานั่งใกล้ๆปะป๊าเลยค่ะ เดี๋ยวน้องอัยย์จะนั่งตรงนั้น น้องอัยย์จะทานข้าวเองแล้ว " น้องอัยย์เดินไปเลื่อนเก้าอี้ของเธอให้หม่าม๊าของเธอนั่ง เรณิสรามองลงไปที่เก้าอี้
"นั่งลงสิ ลูกเลื่อนเก้าอี้ให้แล้ว !" เสียงของคนข้างๆพูดขึ้น ด้วยเสียงเรียบเย็นชา เธอค่อยๆนั่งลงพร้อมมองไปที่ลูกสาวที่นั่งยิ้มดีใจที่ปะป๊ากับหม่าม๊าของเธอนั่งใกล้กัน เรณิสรา หยิบแก้วน้ำขึ้นมาดื่ม
"ปะป๊าขา น้องอัยย์เหง๊าเหงา เมื่อไหร่ปะป๊ากับหม่าม๊าจะมีน้องให้น้องอัยย์บ้างคะ?" เด็กน้อยพูดขึ้นเพราะความไร้เดียวสา เรณิสรา ถึงกับสำลักน้ำออกมา ส่วนทศภาคก็เลิกคิ้วขึ้นสูง
ส่วนเขียมได้แต่ยืนยิ้มแห้งมองดูสามคนพ่อแม่ลูก ทศภาคหันมาทางเรณิสราแล้วพูดตอบลูกสาวไป
"ปะป๊าก็ต้องดูก่อนว่า น้องอัยย์ไม่ดื้อแล้วก็ไม่งอแงเอาแต่ใจแล้วปะป๊าจะคิดดู" ทศภาคตอบลูกสาวออกไป แล้วมองมาที่เรณิศราที่นั่งตัวแข็งนิ่ง
"ว่าไง คุณพร้อมมั้ยนิด?" ทศภาคพูดขึ้นพร้อมมองมาที่เธอ
"น้องอัยย์ สายแล้วค่ะ รีบกินเลยเดี๋ยวจะสายนะคะ " เรณิสราเปลี่ยนเรื่องแล้วรีบตักกับข้าววางใส่จานให้น้องอัยย์
"หม่าม๊าตักให้ปะป๊าด้วยสิคะ ตักให้แต่น้องอัยย์แล้วปะป๊าจะกินอะไร" น้องอัยย์พูดอย่างอ้อนๆ ภายในใจเธอคิดค้อนลูกสาวตัวน้อย แสบนักนะน้องอัยย์ เรณิสราตักกับข้าววางใส่จานของทศภาคอย่างไม่ค่อยเต็มใจ
"เฮ้อ!วันนี้ปะป๊าเจริญอาหารแน่ๆเลย" ทศภาคพูดกับน้องอัยย์ที่ยิ้มถูกใจกับการกระทำของหม่าม๊าของตัวเอง
เมื่อทานข้าวกันเสร็จเรียบร้อยทศภาคพาน้องอัยย์ขึ้นรถไปส่งที่โรงเรียน วันนี้คิดว่าเธอคงไม่ได้ไปส่งน้องอัยย์ที่โรงเรียน เธอคิดว่าวันนี้เธอจะไปดูพวกผ้าห่ม และที่นอนใหม่ให้น้องอัยย์ ซึ่งดูแล้วก็เก่าพอทน
เมื่อประตูรถปิดลงไป รถกลับไม่ยอมออกตัวไปสักที อยู่ๆกระจกก็เลื่อนลงมา ใบหน้าน้อยๆแก้มแดงๆพวงเล็กๆทำหน้าเง้างอ "หม่าหม๊าขา มาขึ้นรถสิคะ ถ้าหม่าม๊าไม่ไปส่งน้องอัยย์ น้องอัยย์ก็จะไม่ให้ปะป๊าออกรถ"
เรณิสราขมวดคิ้วทันที ทศภาคตามใจน้องอัยย์เกินไปแล้ว วันนี้เธอก็บอกเขาแล้วว่าจะไปดูที่นอนใหม่ให้น้องอัยย์ เธอหันไปสบตากับทศภาค เขาก็มองเธอกลับมาเช่นกัน จากนั้นทศภาคก็พูดขึ้น "คุณจะยืนอยู่อีกนานมั๊ย? ลูกจะไม่ทันโรงเรียนแล้ว "
เรณิศราสะดุ้ง เมื่อทศภาคพูดออกมาแบบนั้น เหตุการณ์ในตอนดึกที่ผ่านมา ทำให้เธอยิ่งอยากอยู่ห่างเขามากขึ้น เพราะเธอรู้สึกกลัว กลัวว่าใจของตัวเองนั้นจะตัดเขาไม่ขาด อยู่ๆเสียงประตูก็เปิดขึ้น ข้อมือของเธอถูกดึงด้วยมือน้อยไปนิ่มๆนั่น
"รีบมาเถอะค่ะหม่าม๊า น้องอัยย์จะสายแล้ว!" ข้อมือถูกดึงและพาเธอไปให้นั่งด้านหน้าเคียงคู่กับทศภาค เรณิสรารู้สึกอึนๆ มึนงงกับสิ่งที่เธอกำลังทำ เมื่อประตูปิดลง น้องอัยย์ไปนั่งด้านหลังแล้ว แต่เธอก็ยังนิ่งอยู่
เรณิสราหันหน้ามามองทศภาคที่มองมาที่เธอเช่นกัน เขามองมาที่เธออีกรอบ จนเรณิสราคิดว่าเขาคงไม่พอใจที่เธอมานั่งหน้าเคียงคู่เขาแน่ๆ อยู่ๆเสียงนุ่มทุ้มก็ดังขึ้น "รัดเข็มขัดสิคุณ น้องอัยย์ด้วย!" เขาพูดพลางจะออกรถ แต่ถึงกระนั้น เรณิสราดูจะลุกลี้ลุกลนอยู่
ทศภาคหันมามองเรณิสราที่เก้ๆกังกับเข็มขัดนิรภัย เขาไม่รอช้า วางพวงมาลัยรถยนต์ แล้วเอี้ยวตัวมาหาแล้วดึงเข็มขัดขึ้นมารัดให้เธอ ทศภาคหันมาสบตาของเรณิสราที่นิ่งอึ้งไป ใบหน้าทั้งคู่ใกล้กันจนรู้สึกได้ถึงลมหายใจของกันและกัน เรณิสราเบิกตากว้าง เมื่อสายตาของเขามองจ้องมาที่ใบหน้าของเธอ
ไม่นาน เสียงหัวเราะชอบใจก็ดังขึ้นจากเบาะด้านหลังรถ น้องอัยย์ชอบใจที่พ่อแม่ของเธอนั้นเริ่มคุยกันดีขึ้น เสียงหัวเราะน้อยๆนั้นทำให้ทั้งคู่ต้องสะดุ้งและได้สติกลับมา
"ปะป๊า หม่าม๊า ดีกันแล้วน้องอัยย์ดีใจและมีความสุขจริงๆเลยค่ะ อีกไม่นานนี้แน่ๆ" น้องอัยพูดขึ้น
"อีกไม่นานอ่ะไรฮึ! ตัวแสบ!" ทศภาคมองกระจกหลังและคุยกับน้องอัยย์
"ก็อีกไม่นาน..น้องอัยย์ก็จะมีน้องอีกไงคะ น้องอัยย์อยากมีน้องเยอะๆ หม่าม๊าก็สวย ปะป๊าก็หล๊อหล่อ..ปะป๊ากับหม่าม๊ารักกันแบบนี้ น้องอัยย์ก็คงจะมีน้องสวยหล่อแบบปะป๊าและหม่าม๊าแน่ๆ..ฮิฮิ" น้องอัยย์ทั้งพูดทั้งชอบใจ
"แก่แดดแล้วน่ะเรา!" ทศภาคพูดขึ้นแต่สายตากลับมองไปยังคนข้างๆ ที่นั่งนิ่ง แต่สองพวงแก้มกลับแดงเถือก เขาอมยิ้มอย่างถูกใจ เมื่อเห็นอาการของเรณิสราที่เป็นแบบนี้ เขินแบบนี้ก็พอดูได้
เรณิสรานั่งนิ่งเงียบไปตลอดทาง เธอรู้อยู่แก่ใจว่าทศภาคทดสอบเธอตลอดเวลา มันแน่ชัดแล้วแน่ๆ ภายในรถดูทศภาคจะพูดคุยเล่นกับน้องอัยย์ตลอดทาง ส่วนเธอนั้น ได้แค่ยิ้มรับคำพูดของลูกสาวตัวน้อย ที่ดูจะสดใสและดูมีความสุข นั่นยิ่งทำให้เธอรู้สึกผิดต่อน้องอัยย์มากขึ้น
เมื่อมาถึงโรงเรียน เรณสรานั่งลงและบอกกับน้องอัยย์เรื่องที่จะเปลี่ยนที่นอน น้องอัยย์ดีใจมาก เธอกอดเรณิสราและหอมแก้มหม่าม๊าก่อนจะเข้าไปในโรงเรียน จากนั้นเธอก็โบกมือบ๊ายบาย ปะป๊ากับหม่าหม๊าของเธอแล้วหันหลังและเดินเข้าไป รอยยิ้มน้อยๆหุบลงในทันที
เรณิสราและทศภาคยืนมองลูกสาวตัวน้อยเข้าไปในโรงเรียนแล้ว เธอหันมาหาทศภาคที่กำลังจะหันหลังกลับไปขึ้นรถ แต่ก็ต้องหยุด เมื่อเสียงเรียกดังขึ้น
"คุณทศ! " เสียงเรียกดังขึ้น เขาหยุดและหันหลังกลับมา ตามเสียงเรียกนั้น เขาจึงพูดขึ้น
" ขึ้นรถเถอะ .." ทศภาคเดินไปและเปิดประตูรถด้านคนขับ
"คุณไปเถอะค่ะ..ฉันจะไปแท็กซี่ " เรณิสราพูดขึ้น
"อ่ะอ๋อ ..เดี๋ยวนี้เก่งขึ้นแล้วสินะ ..อย่าลืมสัญญานะ ถ้าน้องอัยย์ต้องเสียใจ คุณก็เตรียมตัวออกไปจากที่นี่ได้ทันที ..มาขึ้นรถคุณจะไปซื้อที่นอนไม่ใช่เหรอ?" ทศภาคพูดขึ้น
"ฉันไม่..!" เรณิสราที่เกรี้ยวกราดตอนนี้ดูท่าจะเป็นลูกแกะน้อย เขารู้สึกชอบใจที่เธอเป็นแบบนี้
"นี่คุณจะให้ผมต้องเดินไปลากคุณมาขึ้นรถรึไง รีบมาอย่าแยกกันตรงนี้ เผื่อน้องอัยย์มาแอบดูเราสองคนที่ริมรั้ว!" ทศภาคพูดขึ้น
เรณิสราหันมองไปมา มันก็น่าจะจริง ปกติน้องจะถามตลอดว่ากลับพร้อมป่ะป๊ามั้ย เรณิสราหันซ้ายหันขวาแล้วรีบมาขึ้นรถและปิดประตูลงทันที ทศภาคอดที่จะยิ้มชอบใจไม่ได้ เขานั่งลงไปที่เบาะคนนั่งอย่างชอบใจ เมื่อนั่งลงแล้ว เขาก็หันมามองคนที่นั่งเคียงข้างตัวเอง ดูแล้วแข็งทื่อเหมือนรูปปั้น รถค่อยๆแล่นออกไป
"ไปซื้อที่นอนใช่มั้ย ?" เขาถามขึ้น
"ค่ะ" เธอตอบเขาออกมาสั้นๆ
"นี่ นิด ที่คุณทำดีกับน้องอัยย์ เพราะมีแผนอีกใช่มั้ย?" ทศภาคถามเธอออกไป
เรณิสราหันมามองเขาอย่างไว เขาคงยังไม่ไว้ใจเธอ แต่ก็ช่างเถอะ แล้วแต่จะคิดยังไงก็แล้วกัน มอบเวลาที่มีค่าทั้งหมดให้น้องอัยย์ดีกว่า เรณิสรากำลังจะหันไปเถียง แต่เธอก็ฉุกคิดได้และเงียบไป
รถยนต์หรูแล่นเข้ามาในห้างดัง เธอรีบลงรถและเดินนำทศภาคออกไปโดยไม่สนใจ เพราะเขาก็ต้องไปทำงาน อยู่ๆเธอก็ต้องตกใจเพราะคนที่เดินมาเคียงข้างนั้นกลับกลายเป็นเขา
"นี่คุณทศ คุณไม่ไปทำงานหรือไง!"
" ผมบอกกับเลขาไปแล้ววันนี้เป็นวันศุกร์ด้วย คุณจะมาซื้อที่นอนให้ลูกคุณจะเอาหน้ากับลูกเพียงคนเดียวหรือไง"
เรณิสราได้ยินคำพูดของทศภาค เธอถึงกับถอนหายใจพักนี้เขาเป็นอะไรทำไมชอบมาวุ่นวายนักและคิดอะไรเหมือนเด็กๆ เขาจะตามดูเธอทุกวินาทีหรือยังไงกัน เรณิสราได้แต่คิดและถอนหายใจพร้อมกลับมองคนที่เดินเคียงข้างมากับเธอ
ที่นอน หมอนผ้าห่ม หมอนข้างตุ๊กตาตัวใหญ่ทุกอย่างเรณิสราเลือกและจัดสรรให้กับลูกสาวตัวน้อยของเธอเป็นอย่างดีพร้อมกับทศภาคก็มีส่วนในการเลือกเช่นกัน เพราะเขาจะรู้ดีกว่าเธอในทุกๆด้าน เพราะที่ผ่านมาเธอไม่เคยสนใจน้องอัยย์เลย แม้แต่อาหารการกิน เสื้อผ้า ที่นอน
เมื่อทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยหมดแล้ว พนักงานทำเรื่องส่งให้พวกเขา ตอนนี้ก็บ่ายกว่าๆแล้ว เรณิสรารู้สึกหิวขึ้นมา ทศภาคมองหน้าแล้วเขาก็รู้ในทันที เรณิสราคนที่คอยเจ้ากี้เจ้าการ คนที่คอยอารมณ์เสียตลอดเวลา คนที่คอยตามตอแย กลับกันตอนนี้ดูเธอจะนิ่งเงียบ รู้กาละเทศะในสถานที่ต่างๆมากขึ้น ทศภาคมองหน้าของเธอแล้วก็อดที่จะยิ้มไม่ได้
"หน้าฉันตลกรึไงคะ ถึงได้อยากหัวเราะ!" เสียงประชดประชันพูดขึ้น
"ไปเถอะ ไปหาอะไรกินกัน " ทศภาคพูดขึ้น นั่นยิ่งทำให้กำแพงหัวใจที่เรณิสราก่อไว้ แทบจะพังทลาย เธอยิ้มออกมาน้อยๆอย่างดีใจ ไม่เคยคิดเลยว่าชีวิตนี้ ทศภาคจะชวนเธอและพูดดีกับเธอบ้าง แต่ก็เถอะ อย่าได้ย่ามใจ เขาเลือดเย็นกว่าที่คิด
"มาสิ! ยืนอยู่อีกทำไม ?" ทศภาคเดินกลับมาและดึงข้อมือของเรณิสราออกไป เรณิสราเดินไปตามแรงดึงของเขา
"คุณทศ ..ปล่อยก่อน!"
"ปล่อยไม่ได้ !" เขาพูดขึ้นและรีบโอบไหล่เธอทันที
"คุณทำบ้าอะไร!" เรณิสราพูดออกมา
"นิ่งๆไว้ นักข่าว!"
"เฮ้อ! นึกว่าเรื่องอะไร เลิกทำตัวเป็นดาราหน้ากล้องเถอะค่ะ ฉันเบื่อ!! รีบไปเถอะฉันหิว !"
เรณิสราเเกะมือของทศภาคออกแล้วเดินนำหน้าเขาไป เขาไม่ชักช้ารีบเดินตามเธอไปในทันที
หลังจากทานข้าวกลางวันเสร็จแล้ว ก็ถึงเวลาที่จะไปรับน้องอัยย์ทันที ตั้งแต่เรณิสราฟื้นขึ้นมา ดูน้องอัยย์จะมีความสุขขึ้นมาก เธอทั้งดูแลเอาใจใส่ลูกสาวตัวน้อยของเขาเป็นอย่างดีไม่เหมือนที่ผ่านมา แต่ช่างเถอะ ถึงอย่างไรเมื่อถึงเวลา เขาก็ต้องแยกเธอออกจากน้องอัยย์อยู่ดี เขาคงไม่มีทางไว้ใจเธอได้อีก ความคิดขัดแย้งในใจผุดขึ้นมาในหัวของทศภาค เขากำพวงมาลัยแน่นในทันที
เมื่อรถมาจอดที่หน้าโรงเรียน น้องอัยย์วิ่งออกมา เรณิสรานั่งย่อตัวลงและกางมือออกรอรับอ้อมกอดจากลูกสาวตัวน้อยที่ดูจะจ้ำม่ำขึ้น เมื่อทั้งคู่กอดหอมกัน
"เฮ้อ!! เดี๋ยวนี้ป่ะป๊าคงเป็นส่วนเกินแล้วสินะ " ทศภาคพูดขึ้น จนน้องอัยย์คลายกอดหม่าม๊าแล้วมากอดเขา พร้อมทั้งหอมไปที่แก้มของเขา
"ป่ะป๊าพอใจรึยังคะ ถ้ายังไม่พอใจ ให้หม่าม๊าหอมแก้มป่ะป๊าอีกคน ดีมั๊ยคะหม๊าม๊า!" น้องอัยย์พูดขึ้น
"อืออ!!..นับวันยิ่งแก่แดด!" ทศภาคพูดขึ้นพร้อมทั้งบีบจมูกน้องอัยย์เบาๆอย่างหมั่นเขี้ยว แต่ในใจกลับชอบใจคำพูดของตน้องอัยย์ เขามองไปที่อีกคนที่ยืนหน้าแดงเถือกอยู่ตรงนั้น อาการเขินของเรณิสราทำให้เขาชอบใจนัก
"ไปกันเถอะ!" ทศภาคพูดขึ้น
รถค่อยๆแล่นออกไปจากหน้าโรงเรียน และหันหัวขึ้นทางด่วนพิเศษ
"นี่คุณทศ ไม่ใช่ทางกลับบ้านนี่ จะพากันไปไหน?" เรณิสราถามขึ้น
" หม่าม๊าขา ป่ะป๊าจะพาไปบ้านตากอากาศที่บางแสนค่ะ ป่ะป๊าพาน้องอัยย์มาบ่อยๆ!" น้องอัยย์พูดขึ้นพร้อมกับยิ้มแฉ่งจนแก้มแทบปริ
นี่เป็นครั้งแรกที่ทศภาคพาเรณิสรามาด้วย บ้านหลังนี้คือที่หลบภัยของเขาและน้องอัยย์เสมอ ทุกครั้งที่น้องอัยย์ถูกกระทำ เขาจะพาน้องอัยย์มาที่นี่ ครั้งนี้เขากลับไม่สนใจ กลับพาเรณิสรามาด้วย อยู่ๆ เขาอยากให้ น้องอัยย์มีความสัมพันธ์กับเธอไว้มากๆ อย่างน้อยน้องอัยย์จะได้มีความทรงจำดีๆระหว่างหม่าม๊าของเธอ และครอบครัว
รถแล่นมาจอดที่รีสอร์ทส่วนตัวของทศภาค เรณิสรามองไปรอบๆ ที่นี่สงบและดูจะไม่วุ่นวาย มิน่าล่ะ ที่เขาและลูกไม่ค่อยจะอยู่ที่บ้านเพราะมาที่นี่นี่เอง ความทรงจำร้ายๆเริ่มผุดขึ้นมา น้ำตาเริ่มปริ่มในดวงตา มือน้อยๆยื่นเข้ามาเช็ดหยดน้ำตาที่กำลังจะไหลลง
"หม่าม๊าคะ อย่าเสียใจเลยนะคะ ที่ผ่านมาน้องอัยย์และป่ะป๊าเห็นแก่ตัวไม่เคยชวนหม่าม๊ามา จากนี้ น้องอัยย์และป่ะป๊าจะไม่ทิ้งให้หม่าม๊าเสียใจแบบนี้อีก " มือน้อยๆเช็ดน้ำตาพร้อมกับพูดออกไป ทำใหเรณิสรายิ้มออกมา
"โธ่!! น้องอัยย์ หม่าม๊าดีใจมากต่างหาก ดีใจจนน้ำตาไหลเลย" เรณิสราพูดออกมาทั้งน้ำตา นั่นยิ่งทำให้เธอรู้สึกผิดมากขึ้น และเสียดายเวลาที่ผ่านมา
สองแม่ลูกคุยกันกระหนุงกระหนิง ดูแล้วท่าทางดูจะมีความสุข ทศภาคยืนมองออกมาทางระเบียงด้านบนรีสอร์ทที่ใช้เป็นที่สำหรับทำอาหารกลางแจ้ง เขามองลงมายังทั้งคู่ ในหัวใจก็รู้สึกเป็นสุขขึ้นมา เรณิสราดูเป็นผู้เป็นคนขึ้นมากจริงๆ
"เอาล่ะ ..หิวกันรึยัง มากินบาร์บิคิวกันเร็ว !" ทศภาคเรียกทั้งคู่ น้องอัยย์ยิ้มออกมาอย่างมีความสุข ความอบอุ่นของครอบครัวที่มีพ่อ แม่ลูก นั้นทำให้น้องอัยย์มีความสุขมากจริงๆ
"ไปเถอะค่ะหม่าม๊า ปะป๊าบ้างบาร์บีคิวอร่อยที่สุดในโลกเลยค่ะ "
"อืม ถ้าอย่างนั้น น้องอัยย์ย่างให้หม่าม๊ากินด้วยได้มั้ยคะ?"
น้องอัยย์ยิ้มออกมา "ถ้าน้องอัยย์ย่างหม่าม๊าคงได้กินบาร์บิคิวแบบชาโคล แน่ๆฮิๆๆ!" ทั้งคู่เดินจูงมือหัวเราะกันจนมาถึงข้างบน บรรยากาศแสนสุขจริงๆ ดวงอาทิตย์กำลังลับฟ้า สวยจริง เรณิสราเดินไปที่ขอบระเบียงและยืนมองออกไป
ความสุขความสงบเป็นแบบนี้นี่เอง ที่ผ่านมาเธอเดินเข้าไปเหยียบกองไฟ กองไฟที่นิ่งเฉยแต่เธอดันก้าวเท้าเข้าไปหามันเอง สุดท้ายก็มีแค่ความว่างเปล่าสินะ ขณะที่เรณิสรากำลังคิดไปเรื่อยเปื่อย อยู่ๆ ไม้บาร์บิคิวก็ถูกยื่นมาต่อหน้า
"กินสิ !" เสียงนุ่มทุ้มพูดออกมาพร้อมกับยื่นมันเข้ามาใกล้เธอ
"เดี๋ยวฉันไปกินเองก็ได้ค่ะ " เรณิสราพูดออกมาเชิงปฏิเสธ ทำเอาคนที่ยื่นมาให้รู้สึกเหมือนหน้าแตกออกเป็นเสี่ยงๆ เรณิสราปฏิเสธเขาจริงๆหรือนี่ ทำเอาคนที่เคยถูกตามตอแยอย่างเขาถึงกับไปไม่เป็น อยู่ๆได้ยินเสียงสวรรค์ก็มาช่วยกู้หน้าเขา
"หม่าม๊า..กินเลยค่ะ ป่ะป๊าป้อนแล้ว !" น้องอัยย์พูดขึ้น
"อ้าปากสิ ลูกพูดแล้ว ..!"
"เอ่อ! "
"เธออยากให้น้องอัยย์มาเห็นเราสองคนในสภาพเดิมๆรึไง ..อ้าปากเร็ว!"
เรณิสรารีบอ้าปากทันที เพราะไม่อยากให้น้องอัยย์เสียใจ อย่างน้อยภาพที่น้องอัยย์ได้รับไปก็ยังเป็นความทรงจำดีๆ เรณิสราอ้าปากรับบาร์บิคิวจากมือของทศภาค หลังจากนั้นน้องอัยย์ก็เข้ามาระหว่างกลาง แล้วจับมือของทศภาคและเรณิสราให้จับมืกัน มือของสามคนพ่อแม่ลูกประสานกัน
น้องอัยย์ชี้ไปที่ดวงอาทิตย์ดวงใหญ่ที่กำลังจะลับฟ้าไป "ป่ะป๊าขา ถ่ายรูปเราสามคนได้มั๊ยคะ ?"
คำพูดของน้องอัยย์ทำให้เรณิสราสะเทือนใจนัก ตั้งแต่น้องอัยย์เกิดมา เธอไม่เคยถ่ายรูปหรือชื่นชมน้องอัยย์แม้แต่น้อย กล้องถูกยกสูงขึ้นโดยทศภาค เรณิสรายิ้มน้อยๆพร้อมกับความเจ็บปวดในหัวใจ ที่ผ่านมาเธอมันแย่จริงๆ เรณิสรา
ต่อจากนี้ ทุกอณูในชีวิตนี้ เธอขอมอบให้น้องอัยย์ทั้งหมด ...ตะวันค่อยๆลับขอบฟ้า ทั้งสามยืนมองมันจนลับฟ้าไป หลังจากนั้น ไม่นาน น้องอัยย์ก็ง่วงนอน..ทั้งคู่จึงพาน้องอัยย์เข้าไปนอนพักผ่อน ในทันที
จบตอนที่ 9