การกลับมา

2815 Words
ตอนที่5 การกลับมา ในรถยนต์ส่วนตัวของทศภาค " ปะป๊าน้องอัยย์อยากให้ปะป๊าให้โอกาส หม่าม๊าบ้างได้มั้ยคะ?" เสียงเล็กหวานเล็ดรอดออกจากปากเล็กๆของเด็กน้อยเป็นเชิงอ้อนวอนพร้อมกับใบหน้าอวบอิ่มของน้องอัยย์ ทศภาคเงียบไปชั่วครู่ ขณะนี้เขากำลังขับรถอยู่ เมื่อรถจอดติดไฟแดงเขาจึงหันมาคุยกับลูกสาวสุดที่รัก "น้องอัยย์รู้มั้ย? ปะป๊าต้องทนยอมให้น้องอัยย์เจ็บตัวเพราะหม่าม๊าของหนู บางทีปะป๊าก็ไม่อยากให้น้องอัยย์ตกอยู่ในสภาพเดิมๆอีก ปะป๊ากลัวว่าปะป๊าจะทนไม่ไหว" "ปะป๊าขา น้องอัยย์ไม่เป็นไร แค่ขอให้ปะป๊ากับหม่าม๊าเข้าใจกันแค่ให้เราได้อยู่อย่างครอบครัวเดียวกันแค่นั้นค่ะ เป็นสิ่งเดียวที่น้องอัยย์ต้องการ ปะป๊าขาให้โอกาสหม่าม๊าเถอะนะคะ" ทศภาคถอนหายใจออกมาเขาไม่อาจปฏิเสธคำขอร้องของลูกสาวได้ เรื่องนี้ต้องใช้เวลาเพราะคนเราจะแก้นิสัยเดิมๆคงอยาก "เรื่องนี้พ่อขอคิดดูก่อนได้มั้ยคะ.." "ไม่ต้องคิดแล้วค่ะปะป๊า..ให้โอกาสหม่าม๊าเถอะนะคะ" สายตาหวานของลูกสาวที่ดูอ้อนวอนต่อหน้าเขาทำให้เขาอดที่จะใจอ่อนไม่ได้เขาเงียบไปจนรถขับมาถึงหน้าบ้าน "เรื่องนี้อาจจะเป็นไปได้ ถ้าน้องอัยย์เชื่อฟังปะป๊าไม่ดื้อกับปะป๊าและพี่เขียม..เอาไง?" รอยยิ้มหวานของน้องอัยย์ยิ้มออกมาแล้วทำท่าครุ่นคิดอย่างน่ารักน่าชัง "ก็ได้ค่ะ..น้องอัยย์จะไม่ดื้อกับทุกคนแล้วค่ะ น้องอัยย์รักปะป๊าที่สุด" เด็กน้อยโผลเข้ากอดบิดาที่นั่งอยู่ข้างคนขับพร้อมกับจุ๊บไปที่แก้มหนึ่งที ทศภาคยิ้มออกมาเพราะพอใจกับการอ้อนของลูกสาว "เข้าบ้านกันเถอะน้องอัยย์" ...... ทุกวันที่โรงพยาบาลเรณิสราตั้งใจทำกายภาพมีน้องอัยย์มาหาทุกวันซึ่งก็เป็นกำลังใจสำคัญให้เธอได้ทำกายภาพ เธอเริ่มพูดคุยยิ้มแย้มเริ่มขยับตัวได้ วันนี้จึงเป็นวันที่ดีที่เธอจะได้กอดและขอโทษในทุกๆเรื่องที่ทำกับน้องอัยย์ในเวลาที่ผ่านมา เขียมยังกล้าๆกลัวๆและไม่ค่อยจะกล้าพูดกับคุณนายมากเท่าไรหากเธอไม่พูดเขียมก็จะนิ่งและพยายามฟังคุณนายของเธอว่าต้องการอะไร แต่ก็แปลกคุณนายกลับดูนิ่งสงบและพูดจาน้อยลงรอยยิ้มที่เขียมไม่เคยได้รับจะเป็นรอยยิ้มบางๆที่ผ่านใบหน้าของคุณนายตรงมาที่เธอทำเอาเขียมใจชื้นขึ้นมา วันนี้น้องอัยย์เข้ามาหาหม่าม๊าของเธอเร็วกว่าปกติเธอมาพร้อมกับปะป๊าของเธอเมื่อเข้ามาน้องอัยย์วิ่งเข้ามากอดหม่าม๊าของเธอทันที เรณิสรายิ้มออกมาอย่างชื่นใจที่วันนี้ได้เห็นหน้าลูกเร็วกว่าปกติทำเอาบุรุษหนุ่มที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสามีนึกแปลกใจ เรนิสราค่อยๆยกแขนขึ้นกอดลูกสาวและหอมแก้มทั้งสองข้างของน้องอัยย์ เธอค่อยๆเอื้อมมือมาจับใบหน้าเล็กๆอวบๆของลูกสาวแล้วมองเข้าไปในดวงตาของลูกสาวตัวน้อย พลันก็เปล่งเสียงออกมาด้วยความที่เก็บงำไว้ในใจมานานสองสามวัน ถึงเวลาแล้วที่เธอควรจะพูดกับน้องอัยย์เสียที "น้องอัยย์ที่ผ่านหม่าม๊าขอโทษที่หม่าม๊าทำไม่ดีกับน้องอัยย์หม่าม๊าผิดไปแล้ว น้องอัยย์ให้อภัยหม่าม๊าได้ไหมคะ?" เสียงที่พูดออกมาจากปากแม่ของเธอนั้นทำเอาน้องอัยย์ค่อยๆยื่นมือไปจับใบหน้าเรียวงามของมารดาซึ่งก็มีน้ำตาไหลออกมา เสียงอ่อนโยนที่เปล่งออกมานั้นทำให้น้องอัยย์รู้สึกชุ่มชื่นหัวใจคำพูดแบบนี้สินะที่น้องอัยย์รอให้หม่าม๊าพูดกับน้องอัยย์แบบนี้มานานแล้ว เธอยิ้มออกมาพร้อมกับมองใบหน้างามของหม่าม๊าของเธอนิ่งด้วยสายตาที่ดีใจอบอุ่นใจที่สุด "หม่าม๊าขาน้องอัยย์ไม่เคยโกรธและเกลียดหม่าม๊าเลย ที่ผ่านมาน้องอัยย์แค่กลัวว่าหม่าม๊าจะไม่รักน้องอัยย์กลัวว่าหม่าม๊าจะไม่กลับมาหาน้องอัยย์อีก..น้องอัยย์ไม่เคยโกรธหม่าม๊าเลยค่ะ.." "น้องอัยย์หม่าม๊ารักน้องอัยย์มากหากหม่าม๊าไม่เป็นแบบนี้หม่าม๊าคงจะคิดไม่ได้ ขอโทษจริงๆลูกรักหม่าม๊าทำไปเพราะ..." เรณิสราหยุดพูดกะทันหันแล้วเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มสูงใหญ่ที่ยืนอยู่ข้างหลังน้องอัยย์เธอไม่สามารถพูดอะไรต่อได้อีกเพราะเมื่อได้สบตากับเขาทำให้เธอไม่สามารถที่จะคิดอะไรออกได้ คนๆนี้ทำให้เธอเป็นคนที่เสียคนมาแล้วต่อจากนี้จะไม่ขอยุ่งหากเขาไม่รักก็จะไม่ยุ่งกับเขาไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อจากนี้เธอจะมีแค่น้องอัยย์เพียงเท่านั้น "วันนี้เป็นไงบ้าง?!" เสียงเรียบๆถามขึ้นมาจากคนตรงหน้าเหมือนกับว่าคำถามที่ถามออกมาเป็นการถามเพื่อมารยาทเท่านั้น หากไม่เต็มใจถามยืนนิ่งๆก็ไม่มีใครว่า ใช่แล้วสามีของเธอ สามีที่มีเพียงแค่ตำแหน่ง เรณิสราหยุดชะงักไปชั่วครู่กับคำถามที่ได้ยิน แล้วตอบออกไปเช่นกัน "ก็ดี!" คำตอบช่างสัมพันธ์กับคำถามเสียนี่กะไรถามมาสั้นๆห้วนๆก็ตอบแบบสั้นๆห้วนๆไปก็แล้วกัน ก็ไม่รู้ว่าจะคุยอะไรดีตั้งแต่ฟื้นขึ้นมาเขาก็พาลูกมาหาบ่อยๆแต่ทำไมตอนนี้เธอเหมือนไม่รู้จักเขามาก่อนเหมือนคนไม่เคยรู้จักกันคำตอบที่ได้ก็เลยมีอยู่แค่นี้ ทศภาคขมวดคิ้วเข้าหากันเขางงกับคำตอบที่เรณิสราตอบกลับมา ไหนว่าเธอเก่งขึ้นมากแล้วไง เขียมเล่าอาการของเรณิสราให้เขาฟังตลอดเวลา แต่ทำไมเขาถามเธอออกไปแล้วคำตอบที่ได้มันสั้นเหลือเกินหรือว่าเธอต้องการจะเล่นเกมอะไรอีก ...... ผ่านไปแล้ว 2 อาทิตย์ใกล้ถึงเวลาที่เรณิสราจะกลับมาแล้ว ต่อไปจะเกิดอะไรขึ้นเขาจะต้องกลับไปอยู่ในวังวนแบบเดิมๆอีกทั้งน้องอัยย์เป็นวัยที่กำลังเรียนรู้เธอจะต้องมาจมอยู่กับความโมโหร้ายของภรรยาอีกหรือไม่ ทศภาคจัดการทุกอย่างและเงื่อนไขต่างๆไว้ให้เรณิสราอย่างเรียบร้อย ทุกเงื่อนไขเธอได้สิ่งดีที่สุดแต่สิ่งเดียวที่เธอไม่ได้คือน้องอัยย์เขาไม่สามารถที่จะมอบน้องอัยย์ให้เธอได้ ทุกอย่างถูกเตรียมการไว้ทั้งหมด เพื่อน้องอัยย์แล้วเธอจะไม่มีวันกลับมาทำร้ายลูกและเขาได้อีกหากกลับมาครั้งนี้น้องอัยย์ต้องทรมานอย่างที่ผ่านๆมาเขาไม่ยอมแน่ เมื่อทุกอย่างผ่านไป เรณิสรากลับมาเป็นปกติอีกครั้งเธอกลับมาที่บ้านพร้อมกับเขียม น้องอัยย์และทศภาค เขียมได้แต่เงียบและมองหน้าคุณผู้ชายอย่างสงสัยหลังจากนี้จะเป็นยังไงต่อไปนะ แต่มองแล้วคนที่มีความสุขที่สุดตอนนี้คือคุณหนูอัยย์ รอยยิ้มคำพูดช่างดูสดใสเหลือเกินแล้วต่อจากนี้ทุกอย่างจะกลับเข้ากรอบเดิมๆอีกไหมนะ เขียมคิด เมื่อรถแล่นมาถึงหน้าบ้านทุกคนลงจากรถ เรณิสราค่อยๆก้าวเท้าลงจากรถโดยมีน้องอัยย์จับมืออยู่ข้างๆ เรณิสรายืนนิ่งและมองเข้าไปภายในคฤหาสน์หลังใหญ่ความทรงจำเก่าๆเเล่นเข้ามาเมื่ออดีตที่ผ่านมาเธอเลวร้ายเกินทน ทั้งๆที่พื้นฐานชีวิตไม่ได้เป็นคนแบบนั้น แต่เพราะความลุ่มหลงทำให้เธอต้องมีชีวิตที่ผิดพลาดและทำร้ายลูกสาวที่น่ารักของเธอเสมอมา เรณิสรายืนอธิษฐานอยู่ในใจ ต่อจากนี้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นน้องอัยย์จะเป็นคนที่เธอคิดถึงก่อนเสมอ เธอจะไม่มีวันทำให้ลูกสาวคนนี้ต้องเจ็บปวดอีก ชีวิตที่ผิดพลาดเมื่อครั้งอดีตขอให้เป็นตัวกำหนดอนาคตของเธอในครั้งนี้ ต่อจากนี้เธอจะมอบความสุขที่สุดให้น้องอัยย์เพียงเท่านั้น "คุณแม่ขาปวดขาเหรอคะทำไมคุณแม่ยืนนิ่ง?" เสียงเล็กหวานน่ารักดังขึ้นทำให้เรณิสราสะดุ้ง ความคิดชั่วขณะหยุดลง เธอก้มลงมองบุตรสาวที่อยู่ตรงหน้าแล้วยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน "เปล่าค่ะหม่าม๊าแค่ดีใจที่จะได้กลับมาที่นี่อีกครั้งแล้วก็ดีใจที่จะได้ดูแลน้องอัยย์อย่างเต็มที่ไงคะ" น้องอัยย์ยิ้มออกมาเมื่อได้ยินคำพูดของมารดาที่นานแล้วที่เธออยากได้ยินแบบนี้ แต่อีกคนกลับคิ้วขมวดเข้าหากันทันทีเพราะได้ยินคำพูดที่อ่อนโยนออกจากปากคนที่ก้าวร้าวอย่างเรณิสรา ทศภาคหันมามองดูเรณิสราที่นั่งย่อตัวลงพูดกับลูกสาว เขาไม่อยากจะตกหลุมพรางของเรณิสราอีกเขาจะต้องมองเธอนานๆเพราะบางครั้งการกระทำบางอย่างก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ความเลวร้ายของเธอที่ผ่านๆมาได้ "เข้าบ้านกันเถอะ" คำพูดห้วนๆออกจากปากเขาอีกครั้งเรณิสราหยุดพูดและค่อยๆลุกขึ้น น้องอัยย์ที่จับมือของมารดามองดูปะป๊าของเธอแล้วก็ยกยิ้มเรณิสราจึงก้มมองหน้าน้องอัยย์และเดินตามเขาเข้าไปภายในบ้าน ห้องนอนของเธอถูกจัดเตรียมไว้อย่างเรียบร้อยเธอมองดูภายในห้องไปรอบๆทุกอย่างยังเหมือนเดิมไม่มีสิ่งใดเปลี่ยนแปลง แต่สิ่งที่ต้องเปลี่ยนแปลงคือตัวเธอ เธอจะต้องระงับจิตใจระงับความลุ่มหลงที่มีต่อทศภาคให้ได้ ไม่ว่าเขาจะทำอะไรอย่าไปสนใจเขา อย่าให้ความสำคัญกับเขาเพราะเขาไม่เคยให้ความสำคัญกับเธอเหมือนดังที่ผ่านมา ในตอนค่ำ.. เรณิสราค่อยๆเดินเข้าไปเปิดตู้เสื้อผ้าที่เธอเคยใช้มาก่อน เธออยากจะหาชุดที่ใส่แล้วไม่ฟุ่มเฟือยเหมือนแต่ก่อน เธออยากจะเป็นแม่ที่ดีและเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับน้องอัยย์ เพราะน้องอัยย์ก็เริ่มจะรู้ความแล้ว น้องอัยย์เริ่มโตแล้ว ฉะนั้นการเปลี่ยนแปลงของเธอครั้งนี้จะทำให้ภาพความทรงจำเก่าๆในอดีตของน้องอัยย์ให้ค่อยๆเลือนหายไป เธอค้นหาชุดแต่ละชุดของตัวเอง แต่ต้องส่ายหน้าไปมา เพราะแต่ละชุดนั้นมันล่อแหลมเกินทน แต่ก่อนเธอใส่ไปได้ยังไงกันนะ ก็มีแต่ชุดนอนนี่แหละ ซึ่งก็มีอยู่ชุดเดียวด้วยที่ดูไม่โป๊เปลือย ตอนนี้ค่ำแล้วท่าทางน้องอัยย์จะนอน วันนี้ก่อนนอนเธออยากจะเข้าไปดูลูกก่อน ก่อนที่เธอจะนอนเช่นกัน เธอเดินมาหยุดอยู่ที่หน้าห้องนอนของน้องอัยย์แล้วค่อยๆเปิดประตูเข้าไปแต่ก็ต้องชะงักเมื่อทศภาคนั่งมองลูกอยู่ข้างๆเตียง ทศภาคค่อยๆเงยหน้าขึ้นและหันมามองคนที่เข้ามาและยืนนิ่งอยู่ตรงประตู "เข้ามาทำไมลูกนอนแล้ว!" คำพูดของเขาเหมือนบอกให้เธอรับรู้ว่าอย่าเข้ามายุ่งกับน้องอัยย์ให้มาก คำพูดที่แสนเย็นชานั้นมันกระตุกหัวใจของเธอไปไม่น้อย แต่ถึงอย่างไรเธอจะไม่ยอมให้เขามาอยู่เหนือเธอแม้ว่าเธอจะรู้แล้วว่าตลอดเวลาเขาไม่ต้องการเธอ แต่ก็ไม่ได้ความหมายความว่าน้องอัยย์จะเป็นลูกเขาเพียงคนเดียว น้องอัยย์ก็เป็นลูกของเธอเช่นกัน "ฉันแค่อยากมาดูน้องอัยย์ว่าหลับหรือยัง!" "คนแบบเธอนี่ยังคิดห่วงลูกเป็นอยู่เหรอ เธอทำแบบนี้ต้องการอะไร?!" "ไม่ได้ต้องการอะไรแค่อยากมาดูลูกเท่านั้น!" ทศภาคถอนหายใจแล้วรีบดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมตัวให้เด็กน้อยที่นอนหลับอยู่บนเตียง เขาค่อยๆลุกขึ้นและกำลังจะเดินผ่านเธอออกไปอย่างไม่ใยดีและทำเหมือนไม่อยากจะรู้จักเธอ "คุณทศขอคุยด้วยหน่อยได้ไหม?!" เรณิสราพูดตามหลังเขาที่กำลังจะเดินออกไป "แต่ผมไม่มีอะไรจะคุยกับคุณ!" เขาพูดตอบเธอออกไปทั้งๆที่ยังหันหลังอยู่ และกำลังจะก้าวเท้าเดินต่อ "ฉันมีและฉันต้องคุยกับคุณให้จบภายในวันนี้!" ทศภาคไม่สนใจเขาเดินออกไปทันทีทำให้เรณิสราที่ต้องการคุยกับเขาให้รู้แล้วรู้รอดเธอเดินตามออกไปแล้วพูดขึ้น "ฉันขอโอกาสได้ไหม?" ทศภาคหยุดชะงักและหันกลับมา "ผมจะมีโอกาสอะไรให้คุณอีกคุณทำกับผมและน้องอัยย์ขนาดนั้นคุณยังมีหน้ามาขอโอกาสผมเหรอ! ฟังไว้นะนิดต่อจากนี้หมดเวลาของคุณแล้ว!ถ้าเป็นไปได้อยู่ห่างๆผมและน้องอัยย์จะดีกว่า!" คำพูดของทศภาคทำให้นิดอ่อนแรงและทรุดลงตรงนั้นเธอจะยอมแพ้ไม่ได้เธอยังไม่ได้ชดใช้ความรักที่มีทั้งหมดของเธอให้กับน้องอัยย์เลยแม้ต้องก้มลงกราบแทบเท้าของทศภาคเธอก็ยอมเรณิสราค่อยๆทรุดตัวลงและพนมมือขึ้น ทำเอาทศภาคก็ตกใจในการกระทำของเธอเขาเบิกตากว้างขึ้น "ได้โปรดเถอะให้โอกาสฉัน ให้เวลาฉันกับน้องอัยย์หน่อยได้ไหมเรื่องของคุณฉันจะไม่ขอยุ่งฉันจะไม่ก้าวก่ายฉันจะไม่เข้าไปวุ่นวายให้คุณต้องเดือดร้อนใจขอแค่ให้ฉันได้อยู่กับน้องอัยย์ขอโอกาสเถอะนะคุณทศ!" ทศภาคถอนหายใจเข้าอย่างแรงและก็ไม่รู้ว่าจะทำยังไงกับคำขอร้องของคนที่อยู่ตรงหน้าเขาจึงพูดขึ้น "ถ้าอย่างงั้นตามผมมา!" ทศภาคเดินออกไปเรณิสราค่อยๆยืนขึ้นและตามเขาไปทันทีทศภาคพาเธอเข้ามาในห้องทำงานของเขา เขาเดินเข้าไปและนั่งลงที่โต๊ะทำงาน เขาเงยหน้าขึ้นและผายมือให้เธอมานั่งเก้าอี้ด้านหน้าโต๊ะของเขา เขาเปิดลิ้นชักออกมาแล้วหยิบบางสิ่งขึ้นมา "นี่ใบหย่าผมเตรียมไว้ตั้งนานแล้ว ถ้าคุณอยากอยู่กับน้องอัยย์ผมให้โอกาสหนึ่งปีก่อนหน้านั้นน้องอัยย์เคยขอโอกาสให้คุณกับผมมาก่อน ผมจึงคิดว่าเวลาแค่หนึ่งปีคงจะทำให้น้องอัยย์มีความทรงจำดีๆเกี่ยวกับคุณมากขึ้น เซ็นชื่อในใบหย่านี้ซะ ถ้าวันไหนน้องอัยย์ต้องเจ็บตัวเพราะคุณพูดหรือทำร้ายน้องอัยย์วันนั้นใบหย่านี้จะมีผลทันทีไม่ต้องรอเวลาให้ถึงหนึ่งปี คิดให้ดีนะเรณิสรา เพราะถึงยังไงผมก็คงร่วมทางเดินกับคุณไม่ได้!" เรณิสราก้มหน้าใช้มือปาดน้ำตาอย่างรวดเร็วเธอไม่พูดสิ่งใด สิ่งเดียวที่เธอต้องทำคือน้องอัยย์ทุกอย่างที่ทำให้เธอกลับคืนมามีลมหายใจอีกครั้งคือน้องอัยย์ลูกสาวเธอ เวลาหนึ่งปีถึงไม่มากแต่ก็ยังดีที่จะยังได้อยู่เคียงข้างลูก เธอหยิบปากกาขึ้นมาแล้วเซ็นใบหย่านั้นทันที ทำเอาทศภาคก็ถึงกับงงไปเช่นกัน ทำไมถึงได้ง่ายดายนักมันง่ายเกินไป หรือเธอคิดอะไรอยู่ เธอทำแบบนี้แล้วคิดว่าจะเลิกนิสัยเดิมๆได้เลยหรือ ได้! ถ้าวันไหนถ้าน้องอัยย์ต้องร้องไห้เสียใจหรือเจ็บตัวขึ้นมาวันนั้นมันเป็นวันสุดท้ายที่เธอจะได้อยู่ที่นี่ ทศภาคคิด "ฉันยอมรับเงื่อนไขของคุณทุกอย่างต่อจากนี้ฉันจะไม่เข้าไปวุ่นวายในชีวิตคุณสบายใจได้นะคะ!" เสียงพูดเรียบๆออกมาจากใบหน้าที่ตอนนี้ทศภาคก็ไม่สามารถที่จะเดาอารมณ์ของเธอได้ เรณิสราเมื่อพูดจบเธอก็ลุกขึ้นและเดินออกไปตทศภาคก็แปลกใจตั้งแต่ฟื้นขึ้นมา พฤติกรรมเดิมๆของเธอก็ยังไม่มีให้เขาได้ยินต่อจากนี้ต้องติดตามดูอย่าให้คาดสายตา เขาคิด ?จบตอนที่5 ?
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD