ตอนที่ 6
ไม่เรียกร้อง
เรณิสราตื่นแต่เช้าตรู่ เป็นวันแรกที่เธอได้กลับมาอยู่ที่บ้านหลังนี้ วันนี้เธอตื่นขึ้นเพื่ออยากจะทำบุญตักบาตรในสิ่งที่เธอไม่เคยคิดอยากจะทำเลยตั้งแต่แต่งงานกับทศภาค หลังจากนั้นเธอก็ต้องเสียพ่อกับแม่ของเธอไปอย่างไม่มีวันกลับ
ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาเธอก็เหมือนคนเสียศูนย์ไม่มีที่พึ่งพา เธอจึงอยากให้ทศภาคเป็นที่พึ่งพาและเป็นที่รักให้กับเธอ แต่วิธีการของเธอกลับผิดพลาดจนทำให้เธอเกือบหมดลมหายใจ
การได้กลับมาครั้งนี้เธอจะหมั่นสร้างแต่ความดี สิ่งใดที่ไม่ใช่ของเธอเธอก็จะไม่ไขว่คว้า สิ่งเดียวที่เธอจะต้องการคือลูกสาวของเธอที่ตอนนี้ช่างน่ารักเหลือเกิน แต่ก่อนเธอหน้ามืดตามัวอะไรอยู่นะถึงได้ลืมว่าเด็กผู้หญิงตัวน้อยๆน่ารักคนนี้รักเธอหนักหนาขนาดนี้
เมื่อตักบาตรเสร็จเรณิสราก็รีบเดินไปที่ห้องของน้องอัยย์ แต่เธอก็ต้องหยุดชะงักเมื่อเขียมกำลังจะเกลี้ยกล่อมให้น้องอัยย์แต่งตัวไปโรงเรียน เธอจึงเข้าไปพร้อมรอยยิ้มเอ็นดูลูกสาวที่กำลังงอแง เมื่อน้องอัยย์มองเห็นมารดาของตัวเองเธอก็ยิ้มออกมาและร้องเรียกเสียงดังพร้อมทั้งวิ่งเข้ามากอดเอวของหม่าม๊าของเธอ
"หม่าม๊า!"
เรณิสรายิ้มออกมาทั้งอยากจะหัวเราะเมื่อเขียมต้องไล่จับน้องอัยย์มาแต่งตัวไปโรงเรียน พลันให้นึกถึงตัวเองที่งอแงใส่มารดาของตัวเองเมื่อครั้งยังเด็ก
"เขียมออกไปก่อนเดี๋ยวทางนี้ฉันขอจัดการเองได้ไหม?" เรณิสราพูดบอกเขียม
เขียมหยุดชะงักและตกใจกับคำพูดของเรณิสราที่ดูจะอ่อนหวานและอ่อนโยนขึ้น บางทีเธอก็คิดว่าใช่คนเดียวกันไหมวะเนี่ย! แต่เขียมก็ไม่พูดอะไรได้แต่ยิ้มและก็ออกไปโดยดี แต่ก็ยังหันมามองอย่างห่วงๆเพราะที่ผ่านมาคุณนายไม่เคยทำอะไรแบบนี้ให้คุณหนูเลย
"น้องอัยย์แต่งตัวเถอะนะค๊ะ เดี๋ยววันนี้หม่าม๊าจะแต่งตัวให้ แล้วก็วันนี้หม่าม๊าจะไปรับน้องอัยย์ที่โรงเรียนด้วยนะดีไหมคะ? ต่อจากนั้นเราไปกินไอติมกัน ถ้าน้องอัยย์ไม่งอแงหม่าม๊าจะพาไปซื้อเสื้อผ้าอีก ไปซื้อขนมด้วยดีไหมคะ?" เรณิสราพูดออกมาพร้อมกับยกมือขึ้นจับแก้มอ้วนๆของลูกสาว
น้องอัยย์ยิ้มออกมา เธอรู้สึกมีความสุขและอุ่นใจที่หม่าม๊าช่างเอาใจเธอซึ่งก็อยากให้หม่าม๊าเป็นแบบนี้มาตั้งนานแล้ว น้องอัยย์กอดหม่าม๊าของตัวเองอย่างดีใจ พร้อมกับหอมแก้มไปหนึ่งที
"รีบแต่งตัวให้น้องอัยย์เลยค่ะหม่าม๊าขา วันนี้น้องอัยย์จะว่านอนสอนง่าย จะไม่ทำให้หม่าม๊าต้องลำบากใจดีไหมคะ?" น้องอัยย์พูดเจื้อยเเจ้ว
"ดีมากเลยค่ะ มาเถอะหม่าม๊าแต่งตัวให้" เรณิสราพูดพร้อมยิ้มให้กับลูกสาว
เรณิสราแม้จะไม่เคยทำอะไรให้ลูก แต่การที่วันนี้เธอแต่งตัวให้ลูกก็ดูเรียบร้อยเปียก็ถักสวยเนี๊ยบกว่าเขียมมาก ทำให้เด็กน้อยดูน่ารักขึ้น น้องอัยย์ยิ้มอารมณ์ดีตั้งแต่เดินลงมาที่โต๊ะกินข้าวโดยที่มีบุรุษหนุ่มหล่อนั่งกดไอแพดอยู่เพื่อตรวจดูงานในบริษัทอย่างเคร่งขรึม
เรณิสราจูงมือน้องอัยย์มานั่งที่โต๊ะพร้อมกับเธอก็นั่งลงด้วยเหมือนกัน ทศภาคเงยหน้าขึ้นมองสองแม่ลูกที่ดูจะยิ้มแย้มแจ่มใส เขามองมาที่นิดที่ดูจะมีสีหน้าสดใสขึ้น สองวันแล้วที่เธอกลับมาอยู่เธอไม่มายุ่งกับเขาตามที่เธอพูดจริงๆ แต่จะทนได้กี่วันกันนะ เขาคิด
"ปะป๊าขาวันนี้หม่าม๊าจะไปส่งน้องอัยย์ที่โรงเรียนให้หม่าม๊าไปด้วยนะคะ" เด็กน้อยพูดออกมาด้วยสายตาอ้อนๆของเธอ ทำให้คนที่เคร่งขรึมดูจะใจอ่อนลง
เมื่อน้องอัยย์พูดออกมาทำให้เรณิสราต้องจ้องมองหน้าทศภาคเพื่อรอคำตอบว่าเธอจะได้ตามไปส่งลูกที่โรงเรียนหรือไม่
"น้องอัยย์หม่าม๊าของหนูเพิ่งหายป่วยหนูจะให้หม่าม๊าไปส่งที่โรงเรียนแล้วเหรอคะ?" ทศภาคพูดขึ้น
"หม่าม๊าบอกน้องอัยย์ว่าหม่าม๊าแข็งแรงแล้วค่ะ น้องอัยย์อยากให้หม่าม๊าไปส่งบ้างให้แต่ปะป๊าไปส่งน้องอัยย์ก็เบื่อนะ!" น้องอัยย์ทำปากมู่จู้เพื่อรอคำตอบรับจากปะป๊าของเธอ ทศภาคเงียบไปแล้วเงยหน้าขึ้นมองสองแม่ลูกที่สายตาของทั้งสองเพ่งมาที่เขา จนเขาต้องยกกาแฟขึ้นมาดื่ม และวางแก้วลง
"ได้! ถ้าน้องอัยย์เป็นเด็กดีป๊ะป๋าก็ไม่ว่าค่ะ" ทศภาคพูดออกมา
"เย้!! น้องอัยย์รักปะป๊าที่สุดเลยค่ะ" น้องอัยย์ยิ้มออกมาและยกมือขึ้นไหว้บิดาแทนการขอบคุณ
เขามองเรณิสราที่นั่งเงียบๆไม่พูดอะไรได้แต่มองหน้าน้องอัยย์ไปมาสลับกับเขา เธอรีบทานข้าวพร้อมกับน้องอัยย์และทศภาค เมื่อถึงเวลาขึ้นรถเธอก็ค่อยๆอุ้มน้องอัยย์ขึ้นรถ ทศภาคที่นั่งอีกฝั่งและมีน้องอัยย์ที่นั่งคั่นตรงกลางและอีกด้านเป็นเรณิสรา
เรณิสราพยายามระงับจิตใจไม่ให้ตื่นเต้นไม่ให้ตัวเองโวยวายพยายามทำตัวให้นิ่งเฉยมากที่สุดเพื่อน้องอัยย์ แม้ในใจจะเต้นคุกคามมากมายแค่ไหนแต่เธอก็จะไม่มีวันก้าวข้ามเส้นที่ทศภาคนั้นขีดไว้อย่างแน่นอน
ตลอดเวลาที่นั่งรถไปส่งน้องอัยย์ มีแต่น้องอัยย์ที่นั่งพูดจาเจื้อยแจ้วอยู่ภายในรถ เรณิสราไม่พูดสิ่งใด ได้แต่ยิ้มให้กับลูกสาว เธอไม่กล้าแม้แต่จะมองหน้าทศภาค อาจจะเป็นเพราะอดีตที่ผ่านมาที่เธอทำกับเขาไว้เยอะ ทศภาคก็เช่นกันเขาก็เงียบไปตลอดทาง ซึ่งใบหน้าของเขาได้แต่ก้มมองไอแพดในมือ
เมื่อถึงโรงเรียนเรณิสราลงจากรถและส่งน้องอัยย์เข้าโรงเรียนแล้วเธอก็ต้องกลับมานั่งบนรถอีกครั้งแต่รถนี้จะต้องไปส่งทศภาคที่บริษัทก่อนเธอจึงต้องจำใจนั่งรถคู่กันไปกับเขา ทศภาคพยายามเงียบและหันไปมองสตรีที่นั่งข้างๆ เธอนั่งตัวตรงและไม่หันมาคุยกับเขาเหมือนที่เคยทำมาก่อน
เรณิสราไม่รู้จะทำสิ่งใดเพราะหากพูดไปหรือทำอะไรไปอาจเป็นการละลาบละล้วงเขา หากทำแบบนั้นเธออาจจะไม่ได้อยู่กับน้องอัยย์อีก เธอพยายามนั่งนิ่งก้มหน้าและไม่พูดสิ่งใด ในที่สุดคนที่ทนไม่ไหวคือทศภาคเขาจึงต้องพูดออกมาก่อน
"ถ้ารถไปถึงบริษัทแล้วเดี๋ยวผมจะให้รถกลับมาส่งคุณที่บ้าน !" ทศภาคพูดออกมาแต่สายตาก็ยังจ้องไปที่หน้าจอไอแพดเครื่องนั้น เรณิสราจึงตอบกลับออกไป
"ไม่เป็นไรค่ะฉันมีของที่ต้องซื้อและอีกอย่างฉันก็ต้องรอรับน้องอัยย์ตามที่สัญญาไว้ด้วยซื้อของเสร็จก็คงจะพอดีกับที่จะไปรับน้องอัยย์ที่โรงเรียน" เรณิสราก้มหน้าตอบเขาออกไปเช่นกัน แม้แต่ใบหน้าของเขาเธอยังไม่ค่อยกล้าจะมอง เธอไม่อยากทำอะไรผิดพลาดอีก เมื่อทศภาคได้ยินคำตอบเขาเงยหน้าขึ้นและหันมามองเธอ
"คุณจะไปซื้ออะไร!" คำถามถามออกมาแบบสั้นๆ ห้วนๆ แต่เรณิสราก็ยังก้มหน้าตอบเขาออกไปอยู่ดี
"ของใช้ส่วนตัวค่ะแล้วอีกอย่างฉันว่าจะขออนุญาตคุณพาน้องอัยย์ไปกินไอศครีมแล้วก็ไปเดินเล่นที่ห้างสักครู่เมื่อน้องอัยย์เลิกเรียนแล้วน่ะค่ะ" ครั้งนี้เรณิสราพูดตอบกลับเขาออกไปพร้อมกับมองหน้าเขา และอยากให้เขาอนุญาต
ทศภาคเงียบไป เขายังไม่ไว้ใจที่จะให้น้องอัยย์อยู่กับเรนิสราเพียงลำพัง เขาไม่รู้ว่าอารมณ์ของเธอจะดีจะร้ายในตอนไหน ที่สำคัญน้องอัยย์ก็ไว้ใจแม่ของเขาเกินไป แต่เขาเองกลับไม่ไว้ใจในตัวของเรณิสราเลยแม้แต่น้อย คำตอบของทศภาคที่ออกมาทำให้เรณิศราที่มีหวังหุบยิ้มไปในทันที
"ผมไม่อนุญาต!"
เสียงแข็งตอบเธอขึ้นมาพร้อมกับใบหน้าเทพบุตรที่ตอนนี้กลับดูเคร่งเครียดและดูจะไปทางโมโหซะมากกว่า ทำให้เรณิสราที่ได้ยินคำตอบของเขา เธอจึงต้องเงยหน้าขึ้นและหันมามองดูคนที่นั่งข้างๆพร้อมกับขมวดคิ้ว
"ผมจะอนุญาตคนที่ทำร้ายลูกขนาดนั้นได้ยังไง เอาอย่างนี้ คุณอยู่ที่ทำงานกับผมก่อน แล้วพอถึงเวลาน้องอัยย์เลิกเรียนเราสองคนจะไปรับลูกด้วยกัน ที่เหลือผมจะพาคุณไปเอง!" ทศภาคพูดออกมา
ในใจลึกๆเธอก็ดีใจที่ทศภาคพูดออกมาแบบนี้แต่ในความเป็นจริงเขาคงยังไม่ไว้ใจเธอที่จะให้เธออยู่กับน้องอัยย์ตามลำพัง ถูกต้องแล้ว! แล้วแบบนี้เธอจะตัดใจจากเขาได้ยังไงในเมื่อเธอต้องรอน้องอัยย์ และก็ต้องเจอเขาตลอด เรณิสรานิ่งและเงียบไป
"ว่ายังไง?" เสียงราบเรียบดังขึ้นมาอีกครั้งจนเธอต้องสะดุ้งเพราะกำลังขบคิด แต่คำตอบที่ตอบออกไปนั้นกลับไม่ทันจะยั้งคิด
"ก็ได้ค่ะถ้ามันเป็นความต้องการของคุณฉันก็ไม่ขัด!" คำตอบราบเรียบตอบกลับไปที่ทศภาคเช่นกัน
จริงๆแล้วทศภาคก็อยากจะพิสูจน์อะไรบางอย่างจากเรณิสรา เขาอยากลองให้เธอไปที่บริษัทและไปอยู่กับเขาจนกว่าจะเลิกงาน เขาก็อยากรู้เหมือนกันว่าถ้ามีพนักงานผู้หญิงคนอื่นๆที่เข้ามาส่งงานเขานิสัยเดิมๆของเธอจะเกิดขึ้นอีกหรือไม่ หากเป็นเช่นนั้นเขาคงไม่มีวันไว้ใจที่จะให้น้องอัยย์อยู่กับเธอเพียงลำพังแน่
เรณิสราเงียบนิ่งและนั่งรถกับเขาไปจนถึงบริษัทเธอเดินตามหลังทศภาคไปโดยที่มีพนักงานมากมายจ้องมองมาที่เธอ ไม่มีใครกล้าที่จะเข้ามาทักเธอ พนักงานผู้หญิงต่างพากันหลบเธอเมื่อเห็นเรณิสรากลับมาและเดินตามหลังผู้ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสามีของเธอ
เมื่อเข้าไปถึงในห้องเธอนั่งลงตรงที่เธอเคยนั่งและหยิบโทรศัพท์ออกมาแต่งรูปของน้องอัยย์ที่เธอถ่ายไว้ตอนไปส่งโรงเรียน ทำให้คนที่นั่งทำงานอยู่กลับไม่มีสมาธิและเหลือบมามองเธอหลายครั้ง พนักงานเดินเข้าออกสวนกันไปมาพนักงานผู้หญิงบางคนก็รีบส่งงานและเดินออกไป
เรณิสราไม่ได้สนใจในการทำงานของทศภาคเลย เธอนั่งแต่งรูปของน้องอัยย์ที่ดูจะน่ารักมากๆสำหรับเธอในตอนนี้ เธอนั่งมองดูลูกสาว มองแล้วมองเล่าก็ไม่มีท่าทีจะเบื่อจนใกล้จะเที่ยงเธอจึงเริ่มเงยหน้าขึ้นและมองมาที่ทศภาคพอดีกับมีพนักงานผู้หญิงเข้ามาส่งงานพอดี
พนักงานผู้หญิงคนนั้นตกใจและมือสั่นทศภาครู้ดีว่าตอนนี้เรณิสรากำลังมองมาที่พนักงานที่เข้ามาส่งงานเขา ในใจก็คิดว่านิสัยเดิมๆคงจะแสดงออกไวๆนี้แน่
เรณิสรามองทศภาคและพนักงานที่เอางานเข้ามาส่ง เธอพยายามข่มใจไม่ให้กรีดร้องออกมาเธอรีบก้มหน้าลงและกลับไปมองโทรศัพท์อีกครั้งความเงียบจึงเกิดขึ้นภายในห้องทำงานของทศภาคอีกครั้ง จนเสียงท้องร้องของเรณิสราดังขึ้นภายใต้ความเงียบในห้องทำงานของเขา
จ๊อกกกก!!~~
ทศภาคเงยหน้าขึ้นและมองมาที่เรณิสราทั้งคู่สบตากันพอดีเรณิสราจึงค่อยๆลุกขึ้น เพราะไม่รู้ว่าจะอยู่ต่อเพื่ออะไร ในเมื่อหิวก็ต้องกิน จะมานั่งรอเขาทำไมในเมื่อเขาก็ไม่เคยที่จะกินข้าวตรงเวลาสักที หมดเวลาที่เธอจะต้องตามง้อเขาอีกแล้ว จะไปสนใจทำไมในเมื่อที่ผ่านมาเขาก็ไม่เคยที่จะสนใจเธอเช่นกัน หากที่ผ่านมาใส่ใจกันสักนิดทุกอย่างอาจไม่เป็นเหมือนทุกวันนี้ เรณิสราถอนหายใจแล้วลุกขึ้น
"ทศคะ ฉันขอออกไปหาอะไรกินก่อนนะคะ" เรณิสราหยิบกระเป๋าจะเดินออกไป
ทศภาคคิ้วขมวดเข้าหากันทันที เขาคิดว่าเธอคงจะชวนเขาออกไปหาอะไรกินแต่คำพูดแบบนี้มันเกินไป แต่ก่อนเธอเคยอ้อร้อพูดจาหว่านล้อมเขาสารพัด แต่ตอนนี้เธอกลับดูเยือกเย็นนิ่งเงียบและไม่ได้สนใจเขาอย่างที่เคย
"ถ้างั้นออกไปกับผม!" ทศภาคพูดพร้อมกับมองมาที่เรณิสรา
"ไม่ๆๆค่ะ..ไม่เอาค่ะ ฉันอยากไปคนเดียวคุณทำงานเถอะค่ะเห็นงานคุณเยอะฉันไม่อยากรบกวนแค่นี้พนักงานก็ไม่เป็นอันทำงานแล้ว ฉันแค่ออกไปหาอะไรกินนิดๆหน่อยๆ"
"งานผมเสร็จพอดีออกไปกับผม!"
คำพูดสั้นๆทำให้ในเรณิสราต้องอยู่ทั้งๆที่เธอกำลังจะเดินออกไป การรับประทานอาหารพร้อมกันกับเขาเป็นเรื่องที่ยากมาก แม้แต่เขาจะมองหน้าเธอก็ไม่เคยจะมีเลยสักครั้ง การที่เขาชวนเธอในครั้งนี้แม้จะไม่เต็มใจแต่เธอก็รู้สึกดี ทั้งที่ในใจก็ต้องพยายามระงับความรู้สึกไม่ให้มันมากไปกว่านี้เพียงแต่ต้องย้ำเตือนตัวเองว่า ระหว่างเขาและเธอเป็นไปไม่ได้อีกแล้ว ขอให้คงไว้ซึ่งความเป็นพ่อและแม่ของน้องอัยย์ก็แล้วกัน
?จบตอนที่ 6?