ตั้งแต่เจอพี่เทมป์ครั้งนั้นฉันก็ไม่ได้เจอแบบจริงจังกับพี่เขาอีกเลย แม้ช่วงเวลานั้นจะเป็นการพบกันที่ไม่น่าจดจำเท่าไหร่ จนกระทั่งฉันขึ้นปีสามตอนที่ฉันไลฟ์อย่างเคย และผู้โชคดีที่ได้รับรูปสุดเอ็กคลูซีฟของฉันคือเขา แถมยังมือลั่นส่งรูปโป๊เปลือยทั้งตัวไปให้ กว่าจะลบทิ้งไปก็ราวสิบวิ ไม่รู้ว่าเขาได้เห็นรึเปล่า แต่ที่แน่ ๆ ตอนนี้ถ้าได้เจอหน้าเขา ฉันก็คงรู้สึกเหมือนตัวเองโดนจ้องตอนโป๊แน่ ๆ (เรียกว่าจิตปรุงแต่งได้ไหมนะ)
(ณ ห้องประชุมคณะบริหารธุรกิจ)
ห้องประชุมเต็มไปด้วยนักศึกษาคณะบริหารชั้นปี 3 และ ปี 4 วันนี้ทางสภาองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัย จะมีการคัดเลือกเพื่อเป็นตัวแทนคณะในการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัย แน่นอนว่าฉันจะทำตัวให้เล็กที่สุดเท่าที่จะทำได้
“ว้าว...ยัยเบลดูสิประธานสภา...หล่อมากแม่” ยัยนีนที่ตอนนี้เป็นเพื่อนสนิท เรียกว่าซี้กันจนตัวติดเป็นปลาท่องโก๋ ถึงกับอุทานออกมาเมื่อเห็น ประธานสภานักศึกษา
“ทำเสียงดังไปได้ เดียวเขาก็มองเราหรอก แกยิ่งเด่นกว่าชาวบ้านอยู่ นีน...” ฉันแทบอยากจะนั่งไกลออกไปจากเพื่อน
“ก็เขาหล่อจริงนี่หว่า...ชักอยากจะทำงานในสภาแล้วสิ”
“อยากทำไปคนเดียวเถอะ...ไม่ใช่ฉันแล้วหนึ่ง” การประชุมได้เริ่มขึ้น ประธานสภาได้อธิบายถึงหน้าที่ของตัวแทนคณะที่ต้องทำ ก่อนจะมีการคัดเลือกในคณะบริหาร จำนวนสองคน ฉันพยายามหลบเลี่ยงไม่อยากอยู่ในแสง ทว่า...ฉันไม่รู้อะไรดลใจประธานสภา
“น้องคนนั้นน่ะ ที่สวมแว่นก้มหน้ามุดโต๊ะ ผมเลือกคนนั้นแล้วกัน”
“ห๊า! ว่าไงนะ!” ฉันอุทานออกมาเพราะเขาเจาะจงมาที่ฉันทั้งที่ฉันไม่เคยรู้จักพี่เขา หรือคุยกับด้วยสักครั้ง อีกอย่างเขาเป็นคนคณะอื่นแท้ ๆ มีอำนาจในการชี้นิ้วเลือกคนโดยที่ไม่ต้องถามความเห็นเลยงั้นเหรอ คำว่าประธานนี้มีอำนาจไม่ว่าจะอยู่ในบริบทไหนก็ตามสินะ
ฉันลุกขึ้นท่ามกลางสายตาของคนทั้งหอประชุม แถมพวกเขายังซุบซิบกันยกใหญ่ คาดเดาไปต่าง ๆ นานา ‘โอ๊ย ขนาดฉันยังไม่รู้ว่าทำไมประธานสภาเลือกฉันด้วยซ้ำ’
“ยินดีด้วยเบล แกเหมาะสมกับงานนี้ที่สุด แปะ...แปะ” ยัยนีนก็เป็นไปกับเขาด้วย เธอเอาแต่หัวเราะลั่นออกไปทางสมน้ำหน้าฉันด้วยซ้ำที่ไม่อยากเป็นแต่ได้เป็น... ไม่ได้การฉันจะยอมรับตำแหน่งนี้ง่าย ๆ ได้ไง
“ขอโทษนะคะ เบลคิดว่ามีคนที่เหมาะสมกว่าเบลและเต็มใจทำงานให้สภา ประธานช่วยคิดดี ๆ ก่อนเลือกได้ไหมคะ” ฉันยืนขึ้นพูดโต้ง ๆ แพ้เสียงในหัวอีกตามเคย ทุกคนในห้องประชุมเงียบกริบเพราะไม่คิดว่าจะมีคนกล้าปฏิเสธการได้รับเกียรติให้อยู่ในองค์การสภาล่ะมั้ง
“ทำไมถึงคิดว่าตัวเองไม่เหมาะสมละครับ ทั้งที่ผมและคนในองค์การมองว่าเหมาะสม”
“ก็การเป็นตัวแทนคณะต้องมีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่น ๆ ได้ดี ต้องเข้ากับคนอื่นได้เยอะ และต้องเป็นคนที่พูดเก่งมีวาทศิลป์ บุคลิกดี หน้าตาสะสวยเผื่อจะได้ดึงดูดให้คนสนใจกิจกรรมมากขึ้นค่ะ” ฉันพูดออกไปเป็นฉาก ๆ ลำดับเป็นข้อ ๆ เพื่อให้พวกเขาเห็นภาพ ห้องประชุมเงียบกริบมองมาที่ฉันเป็นจุดเดียวด้วยใบหน้านิ่งราวกับพิจารณาอะไรบางอย่าง
“นี่ไงครับคุณสมบัติที่พี่ต้องการ ตอนนี้น้องกำลังเป็นแบบนั้น และก็มีทุกข้อด้วย แค่น้องพูดเมื่อกี้ทุกคนก็พร้อมฟังหมด แถมยังอธิบายเป็นข้อ ๆ ได้อย่างเข้าใจง่าย ใบหน้าที่ดูจริงจัง...ไม่มีใครเหมาะสมมากกว่าน้องแล้วครับ”
‘ม่ายยยยยยย...ฉันตั้งใจพูดไปทำไมเนี่ย’
ฉันทรุดตัวนั่งลงราวกับคนวิญญาณหลุดออกจากร่าง ฉันไม่สามารถปฏิเสธหน้าที่นี้ไปได้แล้ว แถมคนอื่น ๆ ก็เดินมาร่วมแสดงความยินดีกันยกใหญ่ที่ฉันได้เป็นตัวแทนคณะ หรือเรียกอีกนัยว่า สมาชิกสภาพองค์การนักศึกษานั่นแหละ จะระบายอะไรมากก็ไม่ได้ สงสัยต้องไประบายกับบรรดาเหล่าผู้ติดตามที่แน่นแฟ้นของฉันตามเคย
“ไม่เป็นไรนะ...แกเหมาะสมกับตำแหน่งนี้แล้ว” หลังจากที่ฉันถูกพี่ประธานและกลุ่มตัวแทนขององค์การสภานักศึกษาไปแนะนำคร่าว ๆ เบื้องต้น เพื่อเริ่มงานในสัปดาห์ถัดไปแล้วเสร็จ
ฉันกับนีนเดินออกจากห้องประชุมคณะ นีนก็ได้ตบไหล่ฉันเบา ๆ ปลอบใจ
“งั้นทำไมแกไม่เสนอตัวเองแทนฉันล่ะนีน ปกติแกชอบเป็นตัวเด่นกิจกรรมไม่ใช่เหรอ แถมดูแกก็บอกว่าประธานนั่นหล่ออีก”
“มันก็ใช่...ประธานก็หล่อ สภานักศึกษาก็เรียกได้ว่ามีหน้ามีตาในมหาลัยสุด ๆ ถ้าได้เป็นต้องเป็นที่สนใจมากแน่ ๆ”
“งั้นแกมาเป็นแทนฉันดีไหม ฉันจะพาไปบอกพี่ ๆ สภา” ฉันดวงตาประกายมองเพื่อนสนิท แต่เธอกลับยิ้มส่ายหน้าปฏิเสธ
“ไม่...เพราะสภานักศึกษามันวิชาการเกินไป แกก็รู้ว่าฉันมันโง่... ไม่ได้เรียนเก่งเหมือนแกหรอกนะ...เบล”
“นี่ฉันต้องเป็นจริง ๆ เหรอเนี่ยให้ตายเถอะอุตส่าห์พยายามใช้ชีวิตให้เรียบ ๆ ทำตัวให้กลืนอย่างอากาศธาตุไม่ต้องให้ใครมาสนใจในมหาลัยแล้วแท้ ๆ หรือเพราะฉันยืนข้างแกวะ...นีน” ฉันกุมศีรษะแน่นแทบทรุดลงพื้น แต่นีนใช้มือสองข้างจับตัวใบหน้าฉันไว้ก่อนจะขมวดคิ้วพ่นคำพูดหลายอย่างที่ทำให้ฉันสตั้น
“เบล...ฉันว่าแกต้องเข้าใจอะไรผิดแน่ ๆ แกบอกว่ายืนข้างฉันแล้วทำให้แกเด่นเหรอจะบ้าตาย ตรงกันข้ามหมดจ้า...แกไม่รู้เหรอว่าแกมันโดดเด่นขนาดไหน” ฉันปัดมือนีนของจากแก้มฉัน
“เด่นอะไร ดูฉันแต่งตัวออกจากเรียบร้อย ปิดลงคลุมเข่า ใส่แว่น หน้าไม่แต่ง ผมสั้นเรียบ ๆ ไม่ทำสี ไม่มีอะไรเด่นสักนิด”
“โอ๊ยยยย ก็เพราะแบบนี้ไงเลยเด่น ขนาดฉันยังอิจฉา ไม่คิดรึไงว่าทำไมฉันยังเลือกเดินเข้าหาแกในวันแรก”
“อธิบายให้เข้าใจหน่อยดิ...ชักปวดหัวแล้วนะ” ฉันเท้าสะเอวพูดกับนีน
“แกลองหันไปดูสาว ๆ ในมหาลัยรอบ ๆ”
“อืม ก็สวยกันทั้งนั้นแล้วไง”
“ก็เพราะเขาแต่งสวยเลยสวย แถมทุกคนก็จัดเต็มกันสุด แม้จะสวยไม่เท่าฉันก็เถอะ” นีนพูดอย่างเชิ่ด ก่อนจะพูดต่อ “แต่แกนะ...ไม่แต่งอะไรเลยก็ว่าเด่นแล้ว แถมดันสวยใสด้วยนะสิ เก็ทปะ เรียกว่าเป็นประเภทไม่แต่งก็ยังสวย มันก็ยิ่งเด่นดิวะ...ไม่เห็นอิประธานสภาสุดหล่อตอนเดินเข้าประตูมารึไง แวบแรกฉันนึกว่าสุดหล่อนั่นมองฉัน แต่เปล่าเลยมองแกชัด ๆ”
“ไม่หรอกม้าง...”
“เฮอะ...ซื่อจริงหรือแกล้งโง่ เหลือจะเกลื้อน...เอาเถอะฉันอยากกลับคอนโดล่ะ ว่าแต่แกเถอะ..ต้องไปกลับระหว่างบ้านกับมหาลัยแบบนี้ไม่เหนื่อยเหรอ”
“ฉันกำลังขอแม่อยู่ว่าย้ายมาคอนโดได้ไหม”
“บอกคอนโดที่ฉันอยู่ไปสิ มีทุกอย่าง แถมยังมีเพื่อนอย่างฉันด้วย”
“อืม กลับบ้านจะลองขอดู แม่อยู่บ้านพอดี นานทีปีหนจะได้เจอ เฮ้อ...”