บทที่ 2
พบกัน...อีกครั้ง
เมื่อถูกลากมาจนถึงตึกวิศวะที่ใหญ่โตมโหฬารกว่าคณะไหนก็ทำให้ฉันรู้สึกถึงความไม่เท่าเทียมแล้วในมหาลัยนี้ แต่ก็ช่างเถอะ เพราะฉันเลือกเรียนสาขานี้เองเลือกเพราะความชอบ แม้ครอบครัวจะคัดค้านหนัก แต่พ่อแม่จะห้ามอะไรฉันได้ในเมื่อพวกท่านไม่ได้อยู่ในประเทศด้วยซ้ำ...
“โอ้...น้องสาวคนสวยมาจากคณะไหนครับ...” เสียงของกลุ่มผู้ชายกลุ่มหนึ่งใต้ตึกคณะวิศวะเอ่ยแซวขณะที่เห็นนีนเดินผ่านแบบเชิ่ด ๆ เสียง วี้ด...วิ้วดังตลอดทางและดูเหมือนเจ้าตัวจะชอบมาก ๆ ต่างจากฉันลิบ แถมยังรู้สึกอายสุด ๆ จนต้องก้มหน้าเดิมตามเงียบ ๆ ยังไงฉันก็เป็นเหมือนกับเงาเท่านั้นแหละพวกผู้ชายพวกนั้นไม่ได้สนใจฉันหรอก
“อ่ะ...จู่ ๆ หยุดเดินทำไมนีน” ฉันที่เดินชนเพื่อนอย่างจังถึงกับต้องเงยหน้าขมวดคิ้วรอคำตอบ
“ดะ...ดูนั่นโชคดีเป็นบ้าเลยเบล” ฉันหันไปมองนีน ก่อนที่เธอจะชี้ไปยังตำแหน่งที่ต้องการให้ฉันดู
“หืม...ดูอะไรกลุ่มผู้ชายหล่อเหรอ แล้วไง”
“นี่ไม่รู้จักเลยเหรอ”
“ต้องรู้จักอะไรล่ะ” ฉันจ้องเขม็งผ่านแว่นตา “1 2 3 4 ก็แค่พวกคนหล่อนั่งอยู่ด้วยกันสี่คน”
“ตั้งสี่เลยนะแถมยังดังสุด ๆ” ดวงตาของนีนเป็นประกายก่อนจะพูดรายชื่อของคนในกลุ่มให้ฟังทีละคน
“คนที่ยืนผมยาวจนทัดหูได้คนนั้นชื่อ ‘ภีม’ หนุ่มแบดเร้าใจสุด ๆ คนนี้แหละที่ฉันหมายตาอยู่แล้วก็ยังเป็นคนรู้จักฉันด้วย คนที่สองหล่อทะลุแว่นเหมือนอาบน้ำทุกชั่วโมงคนนั้นชื่อ ‘ติณณ์’ คนที่สามหัวทองลูกครึ่งคนนั้นชื่อ ‘แฟรงค์’ เห็นว่าเป็นนักแข่งรถด้วยล่ะ คนที่สี่ ‘เทมป์’ หล่อร้ายฮอตสุด ๆ เห็นว่าใครได้มองตาก็ราวกับเหมือนสะกดจิต”
“ก็หล่อจริง ๆ นั่นแหละ แต่แค่หล่อทำไมต้องโด่งดังด้วย คนหล่อมีตั้งเยอะ” ฉันเกาหัวไม่เข้าใจ แม้พวกเขาจะหล่อโดดเด่น แต่ในมหาลัยแห่งนี้ก็ใช่ว่าจะไร้คนหล่อซะขนาดนั้นนี่
“พื้นเพครอบครัวไงล่ะ...หล่อมากไม่พอ รวยด้วยจะไม่ใช่ที่หมายปองของสาว ๆ ได้ไง แค่ได้สักน้ำก็นับว่าบุญกีแล้วล่ะ”
“เว่อร์นา...นีน”
“ไม่ได้เว่อร์ อย่างเช่นพี่เทมป์นั่นไง ลูกชายของนักการเมืองชื่อดังอย่างคุณสาธรเลยนะ” เพียงชื่อนักการเมืองที่ติดอยู่ในหัวฉันออกจากปากนีนก็ทำเอาฉันตาค้างไปเลย
“เดี๋ยวนะ...ลูกชายของคุณสาธร พี่อะไรนะ...”
“พี่เทมป์ไง วิศวะคอม ปี 2”
“พี่เทมป์งั้นเหรอ...” ฉันทำหน้าครุ่นคิดนึกย้อนไปวันวาน เด็กผู้ชายที่ให้ลูกกวาดฉันในวันเกิดคือพี่คนนี้เหรอเนี่ย ‘เปลี่ยนไปมากเลยนะ’
“แต่เอ๊ะ...” นีนยื่นหน้ามาจ้องฉันใกล้ ๆ ก่อนจะหรี่ตาราวกับกำลังจะคาดคั้นบางอย่างจากฉัน “สนใจพี่เทมป์เหรอ เห็นเงียบ ๆ แบบนี้ร้ายไม่เบานะเบล เป็นประเภทเดียวกันก็ไม่บอก”
“ปะ...เปล่านะ คุณสาธรเป็นนักการเมืองที่ดังจะตายดูข่าวตอนไหนก็เจอที่หน้าจอ ก็เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นลูกชายเขานี่นา...”
“งั้นเหรอ...ก็ดีแล้วล่ะ เพราะพี่เทมป์นะร้ายสุด ๆ เลยขอบอก”
“นีน...เธอพูดเหมือนรู้จักพวกเขาดีเลยนะ”
“แน่นอนสิ ก็อนาคตสามีฉันอยู่ในกลุ่มนั้นก็ต้องรู้จักเพื่อนของอนาคตสามีฉันอยู่แล้วสิ ปะไปหาพี่ ๆ กัน”
“เอ๋!!! ดะ...เดี๋ยวสิ ฉันไม่อยากเข้าไปนะ” สุดท้ายนีนลากฉันไปอยู่ดี ข่มใจไว้ ทำตัวให้สงบเสงี่ยม...ทำตัวให้เหมือนเงา เชื่อว่าพวกเขาไม่สนใจคนอย่างฉันหรอก
“พี่ภีมขา...คิดถึงนีนไหมคะ” นีนวิ่งแจ้งไปหารุ่นพี่วิศวะที่ชื่อภีม ฉันลองสังเกตดูพบว่าพี่ภีมทำหน้ากุมขมับเหมือนหนักใจมากกว่าจะดีใจที่นีนมาหาแหละ
“แหม...น้องนีนคนสวย ทำไมไม่อ้อนพี่แฟรงค์คนนี้บ้างครับ” พี่แฟรงค์หนุ่มลูกครึ่งสุดหล่อหัวทองยิ้มแก้มหยอกนีนไป เหมือนเป็นเรื่องปกติ
“แล้วนี่มาหาพี่ทำไม ไม่เห็นรึไงว่าพี่อยู่กับเพื่อน ๆ อยู่” พี่ภีมทำเสียงดุใส่นีน แต่ดูเหมือนนีนจะไม่ได้สนใจแถมยังชอบเสียอีก
“ก็นีนคิดถึงพี่ภีมนี่คะ พี่ไม่เคยมาหานีนก่อนบ้างเลย มีแต่นีนไปหาพี่”
“ก็มันน่ารำคาญ”
“อุ๊ย! ด่าอีกแล้วนะ แต่ไม่เป็นไรค่ะ นีนชอบ” พี่ภีมถึงกับส่ายหน้า เอาจริงถ้าฉันเป็นพี่ภีมก็คงรู้สึกปวดหัวเหมือนกัน ทว่า...การที่ฉันยืนอยู่ตรงนี้ ก็เหมือนกับอากาศธาตุ ดังนั้นถ้าฉันปลีกตัวไปเงียบ ๆ ก็คงไม่มีใครสังเกตเห็นละมั้ง แต่แล้ว...ขณะที่ฉันหันหลังกลับค่อย ๆ ย่องออกไป
“เบล...จะไปไหนรอกลับด้วยกันสิ” นีนเรียกฉันซะเสียงดัง จนพี่ ๆ ทั้งกลุ่มหันมามองฉัน ฉันค่อย ๆ หันหลังกลับไปมองพวกเขาด้วยรอยยิ้มเจื่อน ๆ
“นั่นเพื่อนเราเหรอ” เสียงของพี่ติณณ์ คนที่ใส่แว่นพูดขึ้น ฉัน “ดูไม่น่าคบกันได้นะ” ไม่ทันไรฉันก็โดนสบประมาณแทบเหมือนมีดทิ่มอก
“ฮ่ะ...ฮ่ะ ขนาดพวกพี่ทั้งสี่คนยังคบกับได้ นับประสาอะไรนีนกับฉันละคะ” เสียงในหัวฉันดังไปหน่อย พอรู้ตัวก็เอามืออุดปากแทบไม่ทัน พี่ ๆ ทั้งสี่หันมองมาที่ฉันเป็นจุดเดียวด้วยความเงียบ ก่อนจะหัวเราะดังลั่น โดยเฉพาะพี่เทมป์
“ฮ่า... ถูกใจว่ะ หน้าตาดูใสซื่อ แต่ปากร้ายจริง ๆ สงสัยเด็ด” คำพูดที่ไม่กักความรู้สึก แถมคุกคามอย่างตรงไปตรงมาทำเอาฉันอ้าปากค้าง เด็กชายที่ใจดีคนนั้นของฉันเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้ นี่คือคนเดียวกันกับที่ปลอบใจฉันในวันนั้นจริงเหรอเนี่ย แต่ก็นั่นแหละเวลาเปลี่ยนคนเราก็ต้องเปลี่ยนไปตามกาลเวลา ขนาดฉันเองยังเปลี่ยนไปเลย
“นี่คือคำพูดของคนที่ไม่รู้จักกันด้วยซ้ำเหรอคะ รุ่นพี่” เสียงในหัวฉันดังอีกครั้ง... คราวนี้พี่เทมป์หุบยิ้มขณะที่อีกสามคนกลับหัวเราะลั่นแทน
“ฮ่า...น้องคนนี้เด็ดจริงว่ะ หมายถึงสกิลปากล่ะนะ ดูท่าน้องเขาคงไม่รู้จักพวกเราจริง ๆ” พวกเขามองฉันแล้วพานกันขบขัน ตอนนี้แม้แต่ความรู้สึกแอบชอบพี่เทมป์ก็ไม่ช่วยให้ฉันอยากจะอยู่ตรงนี้ ฉันเท้าซะเอวก่อนจะหันไปพูดกับนีนแทน
“นี่...นีน ถ้าเธอจะอยู่ตรงนี้ก็อยู่ไปนะ ส่วนฉันจะกลับเพราะฉันยังมีธุระอื่นอีก”
ฉันหันหลังเดินกลับทันที ไม่หวังให้นีนต้องกลับด้วย เพราะยังไงก็เพิ่งรู้จักกัน ทว่า...นีนกลับวิ่งตามฉันมาคล้องแขนกัน
“กลับด้วยกันสิ มาด้วยกันก็กลับด้วยกัน”
“แล้วพี่ภีมของเธอล่ะ”
“พี่ภีมน่ะ ฉันอยากเจอเมื่อไหร่ก็ได้ งั้นก่อนกลับไปหาอะไรทานกันก่อนถือว่าขอบคุณที่ตามใจฉันมาที่นี่...”
นั่นแหละคือจุดเริ่มต้นของการที่ฉันได้รู้ว่า พี่เทมป์คือคนนั้น คนที่ค้างอยู่ในใจฉันมาตลอด แม้ตอนเห็นเขาครั้งแรกจะไม่เหมือนที่วาดฝันไว้ แต่แอบชอบคือแอบชอบไม่ได้อยากมีตัวตนหรือได้เขาเป็นแฟนซะหน่อย...เพราะตอนนี้ ความสุขของฉันอยู่ใน ‘แอคเค่อ’ ไปแล้วล่ะ