“ของพวกนั้นมันคืออะไรกันแน่...ทำไมแกถึงมีมันได้” ยัยนีนถามอย่างตรงไปตรงมา
“ของทำเงิน...หาความสุข” ฉันเองก็ตอบไปตรง ๆ
“ไม่ใช่ว่าแกเป็นลูกคนรวยเหรอ”
“ก็รวยอยู่ แต่รวยแล้วไง หาเงินอีกไม่ได้เหรอ”
“แต่ของพวกนั้นมัน...” ยัยนีนเงียบไปครู่ หันไปจ้องของพันธนาการร่างกายเหล่านั้น “มันขัดกับลุคของแกน่ะสิ”
“นี่...เหรียญยังมีสองด้าน นับประสาอะไรกับชีวิต”
“แกของขาดถึงขนาดต้องใช้ตัวช่วยเหรอ ให้ฉันช่วยหาผู้ชายให้แกระบายดีไหม” ยัยนีนกุมมือฉัน ทำไมฉันรู้สึกว่าสีหน้าของนางกำลังสงสารฉันขั้นสุด ยัยนีนต้องเข้าใจอะไรผิดแน่ ๆ
“แกพูดอะไรของแกกัน ใครของขาด ฉันไม่ได้ขาดอะไรทั้งนั้น”
“แต่แกมีทั้งแท่งหรรษา โซ่ กุญแจมือ เทียนเย็น พู่ตี ของพวกนี้ฉันยังไม่มีเลยนะ”
“เฮ้อ...ฉันไม่ได้เอามาช่วยตัวเอง นั่นมันของงานอดิเรกฉัน”
“งานอดิเรก? ของพวกนั้นเนี่ยนะ”
“ฉันไลฟ์สดนะ...”
“ไลฟ์สุดช่วยตัวเองแบบนั้นเหรอ? นี่แกทำไปทำไมเบล” ยัยนีนเกาะบ่า...ทำท่าเหมือนจะเป็นลม
“จะบ้าเหรอ ฉันแค่ไลฟ์สดในชุดวับ ๆ แวบ ๆ ไม่ได้โป๊ล่อนจ้อน” ฉันเปิดแอคให้นางดู ฉันค่อนข้างไว้ใจนางมาก ถ้าวันไหนที่ยัยนีนหักหลังฉันเอาเรื่องฉันไปเล่าให้คนอื่นฟัง ฉันก็จะตามจองล้างจองผลาญนางเหมือนกัน ความลับระหว่างเราสองคนมันเยอะ
“แองเจิ้ล! คือแกเหรอ...” ยัยนีนตกใจจนอุทานออกมา
“แก...รู้จักเหรอ” ฉันกลับเป็นฝ่ายตกใจบ้าง
“เคยเห็นตอนพวกพี่ ๆ เขาคุยกันในกลุ่ม”
“พี่ ๆ กลุ่มไหน?” ฉันยื่นหน้าไปถามด้วยความอยากรู้
“ถ้าจำไม่ผิด พี่เทมป์เป็นคนพูดแล้วก็ยื่นรูปสุดแซ่บของแองเจิ้ลให้ดู”
“ว่าไงนะ!!!” ฉันถึงกับสมองแบลงค์ ‘พี่เทมป์งั้นเหรอ หรือว่ารูปที่เอาให้พวกพี่ ๆ วิศวะดูคือรูปเปลือนนั่น ไม่นะ!!!’
“เบล...ยัยเบล แกเป็นอะไรไปนิ่งเชียว”
“ห๊ะ...เปล่า...” ฉันพูดไม่ออก ไปต่อไม่ได้
“แต่ไม่คิดเลยว่านั่นจะเป็นแกนะ ตอนพี่เทมป์เอารูปให้ดู ฉันยังอุทานออกมาว่า สวยเลย...ดูพี่เขาจะชอบแกนะ พี่เทมป์มันสายล่าสาวแซ่บอยู่แล้ว”
“แต่นั่นฉันแค่แต่งตัวไลฟ์เฉย ๆ ตัวจริงฉันเป็นคนแซ่บที่ไหนกัน”
“แล้วถ้าแกบอกว่าภาพลักษณ์นั้นไม่ใช่ตัวแก แล้วแกจะทำไปทำไมวะ...เบล” พอประโยคนี้ถูกถามมาฉันก็ถึงกับคิดตาม ‘นั่นสิ...ทำไมกัน’
“เพราะได้รับคำชมล่ะมั้ง ฉันอยากให้มีคนชมฉัน อวยฉันเยอะ ๆ มองเห็นฉันอยู่ในสายตา”
“แต่ถึงแกไม่ทำมัน แกก็โดดเด่นมากนะ”
“มันยังไม่พอน่ะ...เอาเป็นว่าหยุดพูดเรื่องของฉันเถอะ ฉันอยากจัดห้องให้เสร็จเร็ว ๆ ฉันนอนไม่ได้หรอกนะถ้าของยังระเนระนาดแบบนี้”
“นั่นสินะ...ลุยกัน...”
ฉะนั้นเรื่องของฉันก็จบลง ยัยนีนช่วยฉันจัดของเต็มที่ แต่ตอนเปิดกระเป๋านางก็เอาแต่ร้องอุทานไม่หยุด มองหน้าฉันแบบไม่เข้าใจ คงเพราะภาพลักษณ์ตอนนี้ กับชุดมันขัดกันคนละขั้ว ชนิดราวฟ้ากับเหวแบบคนที่ใส่ซื่อแต่ชุดมิดชิด เบื้องหลังจะนุ่งน้อยห่มน้อยแทบจะไม่ปิดอะไรละมั้ง
กว่าเราจะจัดห้องเสร็จ เปลี่ยนผ้าปูใหม่ที่ฉันชอบ แขวนเสื้อผ้าเข้าตู้แยกเป็นสัดส่วน จัดเรียงรองเท้าเข้าที่ ทุกอย่างเป็นไปได้ด้วยดี
“เหนื่อย...ไม่คิดว่าการจัดห้องจะเหนื่อยอะไรขนาดนี้” ยัยนีนบ่นก่อนจะนอนแผ่ไปตามเตียงนอนของฉัน
“พูดเหมือนไม่เคยจัดห้องตัวเอง” ฉันเท้าสะเอวมองเพื่อน
“ไม่เคยจัด ปกติให้แม่บ้านทำให้หมดน่ะ”
“จ้ายัยลูกคนหนู”
“ชิส์...ทำไมพูดเหมือนตัวเองไม่เป็นงั้นแหละ” ยัยนีนบ่น แต่สุดท้ายก็ลุกขึ้นมาพูดกับฉันพร้อมมอบกุญแจ “เอานี่กุญแจห้อง ค่าเช่าฉันคิดพิเศษ เป็นราคาของคำว่าเพื่อน”
“ไม่ต้องราคาพิเศษหรอกนีน ฉันมีเงินไม่ได้จน”
“จริง ๆ ฉันจะให้แกอยู่ฟรี ๆ ด้วยซ้ำ”
“แต่ตอนแรกแกบอกว่ามันไม่ว่าไม่ใช่รึไง ตอนนี้มาบอกว่าราคาพิเศษเอย อยู่ฟรีเอย มันคือยังไงกันแน่”
“ก่อนหน้านี้ฉันกะจะเช่าให้พี่ภีมมาอยู่ด้วยกัน แต่ตอนนี้ไม่ต้องแล้วละ...” น้ำเสียงของนางหงอยลง ฉันรู้เลยว่าตอนนี้หัวใจของนางกำลังมีปัญหา แต่ฉันไม่อยากคะยั้นคะยอให้นางเล่าหรอก สักวันถ้านางอยากเล่า นางคงเล่าเอง
“อย่าได้แคร์ ฉันเพื่อนแก จะเหนื่อยจะสุข เราก็ออกไปเตร็ดเตร่หาความสุขด้วยกันไงเพื่อน มีอะไรให้ต้องกังวล”
“นั่นสินะ” ใบหน้าของนีนพยายามฝืนยิ้ม แต่แค่นั้นก็ดีแล้วล่ะเพราะการที่นางยังยิ้มให้อยู่แสดงว่าตอนนี้นางคงโอเคในระดับหนึ่งแล้ว
“งั้นฉันกลับห้องก่อนนะ มีอะไรก็โทรมา จากนี้ไปเราต้องไปเรียนพร้อมกันบ่อย ๆ แล้ว คงเจอหน้ากันจนอ้วกทั้งคอนโด ทั้งมหาลัย”
“เออจริงลืมคิดไปเลยแหะ เจอกันจนอ้วก ฮ่า...”
เมื่อยัยนีนกลับห้องของตัวเองไปแล้วนั้น ฉันก็ดำเนินการจัดเซตอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ เลือกมุมที่คิดว่าสวย แม้วันนี้จะไม่มีคิวไลฟ์สด แต่ฉันก็มักจะเข้าไปเช็คแอคเคาท์ของตัวเองเสมอ อย่างน้อยก็ไปอัปรูป (ถ้าอารมณ์ดี) หรือคอมเมนต์ตอบกลับเหล่าแฟนคลับตัวยงของฉัน
“นี่ขนาดฉันไม่ได้ไลฟ์ ยังมีคนออนไลฟ์เพียบเลยนะ พี่ ๆ ทั้งหลายสงสัยกำลังดูไลฟ์สดห้องอื่นกันอยู่แหง ๆ” ถ้าให้นึกถึงความเป็นจริงก็ต้องเป็นแบบนั้น คนหนึ่งจะมีไอดอลในใจเพียงคนเดียวได้ไง ขนาดฉันเป็นติ่งเกาหลียังมีเมนเป็นสิบคน ฮ่า...
“เอ๊ะ!” ในขณะที่ฉันเลื่อนดูรายชื่อของคนออนอยู่และกำลังส่องแอคเคาท์ของฉัน ฉันก็สะดุดตากับชื่อ Tempo กว่าชื่อไหน ๆ ตอนนี้เขากำลังส่องอยู่มันทำให้หัวใจฉันพองโต เต้นระรัวไม่เป็นจังหวะราวกับกำลังถูกจ้องมองจากคนที่ชอบ “ทำไงดีนะ...ต้องลงรูปสักรูปดีไหม” ฉันเลิ่กลั่กทำตัวไม่ถูก หยิบมือถือตัวเองขึ้นมาถ่ายวิวผ่านกระจกบานใหญ่ของห้องก่อนจะใช้ฟีลเตอร์เบลอเพื่อไม่ให้เห็นรายละเอียดของภาพ ก่อนจะโพสต์มันลงไปพร้อมกับแคปชั่นเชิญชวนสุด ๆ
[รูปภาพวิวค่ำคืนผ่านที่พักแห่งใหม่]
แคปชั่น : วันนี้แองเจิ้ลย้ายมาอยู่ที่ใหม่แล้วค่ะทุกคน เย้! เพราะทุกคนทำให้แองเจิ้ลมีวันนี้ขอบคุณมากนะคะ ไว้แองเจิ้ลจะมาให้ของขวัญเป็นการตอบแทนในไลฟ์สดครั้งหน้าแน่นอน บะบุย~
เพียงเท่านั้นคอมเมนต์ที่ไม่คิดว่าจะมีเยอะก็รัวสนั่นจนโนติดังไม่หยุด ทุกคนเอาแต่ถามว่าที่ไหนครับกันจ้าละหวั่น นี่ขนาดเมนต์แค่รูปยังสามารถพิมพ์คุกคามทางเพศกันได้ พวกเขาหมกมุ่นกันจริง ๆ แฮะ แต่เข้าใจได้ขนาดฉันยังหมกมุ่นกับการอยากได้รับคำชมโดยไม่สนวิธีเลยเหมือนกัน แต่มีคอมเมนต์หนึ่งที่ทำให้ฉันขนลุกขนชัน ทั้งกายและใจได้
Tempo : วิวที่ห้องน้องแองเจิ้ลดูคุ้นจังเลยนะครับ เหมือนผมเคยเห็นที่ไหนมาก่อน
เพียงเท่านั้นฉันถึงกับเบิกตาโพลง ไม่ใช่แค่นั้นนะ แต่แชตก็แตกบรรลัย ยังดีที่เขาไม่พิมพ์อะไรต่อ ฉันไม่รู้เจตนาของพี่เทมป์ว่าทำไมต้องพิมพ์เหมือนรู้จักคอนโดของฉันแบบนี้ แต่ยอมรับเลยว่าในความกลัวนั้น กลับมีความตื่นเต้นเล็ก ๆ ซ่อนอยู่ในหัวใจ