บรรยากาศภายในห้องไม่สู้ดีนัก…
“ก็ดีใจอยู่หรอกที่จะได้ร่วมงานกับคนสวย แต่ถ้าตัวเองยังไม่เข้าใจสิ่งที่ต้องการให้พวกพี่ทำพี่ว่าน้องกลับก่อนไหม”
ปานยืนยิ้มเจื่อนแทบร้องไห้...เธอยืนนิ่งค้างไม่กล้าพูดอะไรต่อ ก่อนจะหันหน้ามาหาฉันเหมือนขอความช่วยเหลือ สุดท้ายฉันก็ต้องเป็นคนตามเช็ดขี้ให้ แล้วสภาพพวกเขาจะพร้อมรับฟังฉันไหม
“มานี่ ฉันอธิบายเองปาน เธอไปนั่งก่อน”
เพราะบรรยากาศมันมาคุไปเยอะแล้ว ฉันจึงต้องอธิบายอย่างใจเย็น ถึงสโคปงานที่เราต้องการให้พี่ ๆ วิศวะทำให้อย่างเข้าใจง่าย แน่นอนว่าการอธิบายแบบศัพท์ภาษาบริหารมันไม่ได้หรอก ต้องพูดให้แบบเห็นภาพไปในทางเดียวกัน ใช้เวลาไม่นานนัก สีหน้าพี่ ๆ ก็ดีขึ้น
“อืม พออธิบายแบบนี้ พี่มองเห็นภาพแล้วล่ะว่าสภาต้องทำงานยังไง...แล้วทำไมน้องเบลไม่ลุกขึ้นพูดตั้งแต่แรกก็จบ ปล่อยให้น้องปานพูดแต่น้ำทำไมไม่รู้” พี่วิศวะคนหนึ่ง
“พี่ให้โอกาสพวกเราหน่อยคะ พวกเราเพิ่งได้รับเลือกเป็นตัวแทนสภาพประจำคณะ นี่ก็เพิ่งจะได้รับงานแบบนี้เป็นครั้งแรก ปานเขาเก่งมากนะคะ อาจจะอธิบายไม่เก่งก็เท่านั้น” ฉันพยายามช่วยพูดสุด ๆ เท่าที่จะช่วยได้แล้วล่ะ
“เอาเป็นว่าในงานส่วนสำคัญที่ต้องทำระบบพี่ว่าน้องเบลมานั่งประกบพวกพี่เลยดีกว่า พวกพี่เองก็ไม่อยากทำไปจนเกือบเสร็จแล้วต้องมานั่งแก้ ส่วนน้องปาน คอยซัพพอร์ตจัดหาในสิ่งที่พวกพี่ ๆ ต้องการแล้วกัน อย่างเช่นตอนนี้พวกพี่อยากกินกาแฟ ชาเย็น ไปซื้อมาให้หน่อย” คำพูดของรุ่นพี่วิศวะเริ่มเปลี่ยนไปเมื่อเข้าสู่โหมดการทำงาน ไม่เว้นแม้แต่พี่เทมป์ที่ตอนแรกก็ดูอารมณ์เสีย แต่พอจะทำงานเขาก็ดูขึงขังขึ้นมาหน่อยแล้วล่ะ
“น้องเบลไปนั่งกับเทมป์แล้วกัน เพราะเทมป์คือ แกนหลักของการทำงานครั้งนี้”
“คะ? ต้องนั่งข้างพี่เทมป์เหรอ” ฉันอุทานออกมาด้วยความตกใจ ใบหน้าเหยเกนิด ๆ
“ทำไม...นั่งข้างนี่แล้วมันจะตายรึไง” สายตาที่ดูไม่เป็นมิตรมองมาที่ฉัน ไหนยัยนีนบอกว่าเขาอ่อนโยนกับผู้หญิง หลอกล้อเก่งล่ะ ผู้หญิงคนไหนอยู่ใกล้ก็ใจละลาย แต่ทั้งที่ฉันแอบชอบเขา กลับรู้สึกว่าตัวเองก็ไม่ได้พิศวาสเขาขนาดนั้นนี่นา และเขาเองก็ไม่เห็นอ่อนโยนกับฉันสักนิด
“ก็ไม่ทำไมหรอกค่ะ แค่อุทานน่ะ เข้าใจคำว่าอุทานไหมคะ” ฉันว่าสักวันถ้าฉันยังเอาแต่พูดเสียงในหัวแบบนี้มีหวังชีวิตไม่ยืนยาวแน่ ๆ
“ยัยนี่!!!”
“เอ้า...พี่ก็พูดไม่สุภาพแล้วยังจะมาบ่นคนอื่นอีก” ฉันหันไปพูดไม่พอใจเช่นกัน
“พอเลย ๆ ไอ้เทมป์ขอล่ะ งานนี้ต้องแกช่วยจริง ๆ เพราะทางมหาลัยก็ขอไว้ น้องเบลเองก็สงบสติหน่อย พี่รู้ว่ารับมือกับคนอย่างไอ้เทมป์มันยาก แต่มันเก่งจริง ๆ นะครับ เพราะถ้าไม่ได้มันละก็ งานนี้อาจจะใช้เวลานานก็เป็นได้”
“พี่พูดเหมือนทั้งคณะวิศวะคอม หาใครไม่ได้นอกจากพี่เทมป์เลยนะ”
รุ่นพี่ทั้งหมดเงียบเฉียบ หันหน้ามองกันไปมาก่อนจะยิ้มเจื่อน
“แหม...น้องเบลก็ไว้หน้าพวกพี่หน่อยดิ” พอคิดได้แบบนั้นฉันก็ตบปากตัวเองรัว ๆ
“ขอโทษค่ะ คราวหน้าเบลจะระวังคำพูดค่ะ”
“พอพูดความจริง ดันขอโทษ...เอาเถอะรีบวางสโคปงานกันจะได้จบ ๆ วันนี้ คนมีนัด” พี่เทมป์ทำท่าไม่สบอารมณ์ก่อนจะหันไปสนใจหน้าจอ
“งั้นเรารีบทำกันเถอะ ไอ้เทมป์มันมีนัดกับน้องมิ้นดาวคณะวิทย์”
“อืม...คืนนี้กูจะจัดให้หนักเลยแม่ง เอาให้หายเครียดกับงานนี่แหละ” เขาไม่พูดเปล่ากลับมองฉันด้วยสายตาอาฆาต...เอาเถอะฉันก็ไม่อะไรกับเขา พี่เทมป์ก็แค่คนที่ฉันแอบชอบ แต่เปลี่ยนนิสัยไปแล้วเท่านั้นแหละ
‘สถานะตอนนี้ ฉันขอปัดไปที่ แอบชอบแหละ แต่ไม่อยากได้เป็นแฟน’
เสียงของฉันกับพี่เทมป์ แดกดันกันไม่พัก บางครั้งฉันก็ต้องขยับแว่นกรอบเงินของตัวเองเพราะคนข้าง ๆ พูดไม่เข้าหู ในขณะที่เขาก็ทำท่าทีเหมือนจะไม่สบอารมณ์อยู่ตลอดเวลา ทว่า...มันน่าแปลกที่งานกลับเดินไปมากทีเดียว ส่วนปานนั้นก็เหมือนพยายามจะมานั่งตรงนี้ พอฉันลุกให้นั่งเธอก็มักถูกรุ่นพี่คนอื่น ๆ เรียกไปทำอย่างอื่นอย่างช่วยไม่ได้ ไม่รู้ว่ารุ่นพี่พวกนั้นต้องการเธอ หรือ รำคาญกันแน่
“วันนี้พอแค่นี้ก่อนแล้วกัน ไม่มีเวลาล่ะ” พี่เทมป์ท้วงขึ้น ฉันหันไปมองนาฬิกาเป็นเวลาหกโมงครึ่งแล้วแถมด้านนอกหน้าต่างก็เริ่มมืดแล้วด้วย
“จริงค่ะ เย็นแล้วด้วย งานก็ถือว่าคืบหน้าไปด้วยดี ถ้างานเดินเร็วแบบนี้ไม่กี่วันก็คงเสร็จ เป็นผลดีต่อพวกเรามากค่ะ”
“ฮึ...รังเกียจที่จะทำงานด้วยกันจนออกนอกหน้าจังนะ”
“ก็พอ ๆ กันแหละค่ะรุ่นพี่ งั้นวันนี้ขอบคุณมาก พรุ่งนี้ก็ขอรบกวนอีกทีนะคะ ถ้าเราช่วยกันแบบนี้ คิดว่าก็ไม่ต้องได้เจอหน้าให้รำคาญแบบนี้นานหรอกค่ะ”
‘ฉันพูดอะไรออกไปเนี่ย!!!’
“ฮ่า...” เสียงหัวเราะดังสนั่นไปทั่ว ฉันจึงตัดสินใจรีบคว้ากระเป๋าเพื่ออกจากห้อง แต่แล้วมือหนาของคนข้าง ๆ กลับดึงรั้งไว้จนฉันเซกลับไปหาเขาหัวโขกเข้ากับอกแกร่งนั่น รุ่นพี่คนอื่น ๆ ยิ่งแซวฉันใหญ่
“ไอ้เทมป์ มึงรุนแรงกับน้องเบลไปแล้วนะ ปกติมึงออกจะอ่อนโยนกับผู้หญิง”
“เออ ปกติกูก็เป็นแบบนั้น แต่ตอนนี้กูไม่ปกติ มานี่...”
“พี่เทมป์ พี่จะลากฉันไปไหน เดี๋ยวดิ...ปานมาช่วยฉันก่อน...” ปานทำหน้าเจื่อนยื่นนิ่งในขณะที่พวกเพื่อนพี่เทมป์ก็หัวเราะกันใหญ่แถมไม่มีใครเดินมาห้ามเพื่อนสักคน เขากำลังจะลากฉันไปไหนเนี่ย...
“พี่เทมป์ มันเจ็บนะ จะลากทำไมคะ ไม่อายคนอื่นรึไงเขามองกันตลอดทางแล้วเนี่ย” ฉันตะโกนตลอดทาง แต่เขาก็ไม่หยุดลากฉันเดินออกจากตึกคณะวิศวะคอม จนตอนนี้เขาก็ปล่อยฉันอยู่หน้าตึก
ฉันสะบัดมือไปมาเพราะมันเจ็บก่อนจะมองหน้าพี่เขาอย่างไม่พอใจ
“ทำไปทำไมเนี่ย เบลก็จะออกมาข้างนอกอยู่แล้ว”
“สร้างสถานการณ์ไง สนุกจะตาย”
“สนุกกับผีนะสิพี่ ดูสิคนมองกันใหญ่แล้ว เดี๋ยวพวกเขาก็เข้าใจผิดอีก...”
“เข้าใจผิดว่าอะไร” เขาพูดเสียงทุ้มกอดอกมองฉัน ฉันมองเขาก่อนจะหันไปรอบ ๆ ที่มีแต่คนมองมา ก็พี่เทมป์เป็นคนดังนี่นา ฉันกลัวคนอื่นได้ยินจึงยื่นหน้าไปใกล้ ๆ
“ก็เดี๋ยวเขาก็หาว่าพี่รสนิยมแย่ ควงสาวไม่สวยอย่างเบลไง” ฉันพูดไปขำ ๆ ให้เขาคิดได้ว่าระดับเขาไม่ควรมาสุงสิงกับผู้หญิงสุดแสนจะธรรมดาอย่างฉันไม่งั้นประวัติของคนที่ควงดาวมหาลัยทุกชั้นปีจะป่นปี้ได้
“งั้นเหรอ...” เขายักคิ้วโค้งตัวลงเอาหน้ามาใกล้ฉันก่อนจะยกยิ้มมุมปาก และทำในสิ่งที่สามารถสร้างข่าวลือคลื่นลูกใหญ่ให้ฉันและเขาอยู่ไม่เป็นสุข
‘จุ๊บ...’ เขาจุ๊บลงปากฉันดื้อ ๆ คนที่แอบถ่ายอยู่ก็ได้ภาพไปเต็มๆ ‘ให้ตายเถอะ พระเจ้าช่วยฉันด้วยยยยยยยยยยย!’