“เช้าแล้วเหรอเนี่ย...” ฉันที่เพิ่งตื่นนอนเพราะแสงแดดยามเช้าแยงตาจนสะดุ้งตื่น เพียงขยับตัวบิดไปมาอาการปวดเมื่อยก็โถมเข้ามา เพราะในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น มีเรื่องราวหลายอย่างเกิดขึ้นมากมาย ไหนจะเรื่องเรียน เรื่องกิจกรรม ไลฟ์สด รวมไปถึงเก็บของมากมายเพื่อเตรียมย้ายไปอยู่คอนโดในวันนี้
ทุกคนกำลังสงสัยใช่ไหมล่ะว่าทำไมฉันถึงบ่นเหนื่อยในการเก็บของทั้งที่บ้านของฉันก็รวย มีพ่อบ้านแม่บ้านมากมาย ที่ฉันสามารถสั่งให้พวกเขาทำก็ได้โดยที่ฉันไม่ต้องลงแรง ทว่า...ทุกคนลืมไปแล้วรึเปล่าว่าฉันมีความลับบางอย่างที่ไม่สามารถให้ใครล่วงรู้ได้ ชุดวาบหวามพวกนั้น อุปกรณ์มัดมือมัดเท้า โซ่ แส้ มากมายใครมาเห็นก็ต้องตกใจแน่ ๆ ดังนั้นฉันจึงเก็บของใส่กระเป๋าด้วยตัวเองไงล่ะ...
ถึงแม้ฉันจะตื่นแล้ว แต่ก็ไม่ได้ลุกจากที่นอนทันที เพราะฉันขี้เกียจมาก ๆ เลยโทรไปหายัยนีนก่อนว่าฉันจำเป็นต้องไปกี่โมง เพราะยังไงแล้วการจะไปที่นั่นก็ต้องรอให้ยัยนีนพร้อมเช่นกัน
“ทำไรอยู่นีน” ฉันพูด
(กำลังตื่นเลย สะดุ้งเสียงข้อความของแกเนี่ยแหละเบล)
“นี่มันสายแล้วนะ...ทำไมพึ่งตื่น”
(ฉันก็นอนกับพี่...ไม่ใช่ ๆ ก็เมื่อวานนอนดึกไปหน่อยนะ มัวแต่ทำการบ้าน)
“มีการบ้านที่ไหน แถนะ” ยัยนีนโกหกฉันหน้าด้าน ๆ
(งานเก่า ๆ แกส่งไปแล้วแต่ฉันยังไม่ได้ส่ง)
“อ๋อเหรอ...แล้วนี่ฉันขนของไปหาแกที่คอนโดได้รึยัง”
(อีกสองชั่วโมงนะเพื่อนค่อยมา ขอจัดการตัวเองสักหน่อยจะได้ช่วยแกจัดของเต็มที่)
“ได้...งั้นไม่กวนเพื่อนรักแล้วจ๊ะ”
ฉันวางสายไปก่อนจะนอนกลิ้งเกลือกอีกสักพัก ถึงจะลุกไปอาบน้ำแต่งตัว
“ป้าคะ ตอนให้คนมาขนกระเป๋าช่วยระวังด้วยนะคะ เดี๋ยวชุดมันพัง” ฉันบอกป้าแม่บ้านก่อนให้เขาสั่งคนอื่น ๆ ระมัดระวังในการในขนย้ายเป็นพิเศษ
“เข้าใจแล้วค่ะคุณหนู แต่ว่าถามได้รึเปล่าคะ ว่าชุดอะไรถึงเสียหายได้ค่ะ”
“เบลคงใช้คำผิด ต้องเรียกว่า แอคเซสเซอรี่”
“คะ? อะไรคือ แอคเซสเซอรี่” คุณป้าแม่บ้านอาวุโสเลิกคิ้วด้วยความงุนงง เพราะฉันดันใส่สำเนียงเจ้าของภาษาซะจัดเต็ม
“พวกเครื่องประดับน่ะค่ะ”
“อ๋อ เครื่องประดับ ป้าเข้าใจแล้วค่ะคุณหนู แล้วก็คุณหญิงกำชับให้บอกคุณหนูไว้ถ้าขาดตกบกพร่องอะไรโทรมาแจ้งป้าได้เลยนะคะ ไม่ว่าจะอาหาร ความสะอาด หรือสิ่งของอะไรขาดเหลือก็โทรบอกได้ทันที ป้าจะส่งคนไปจัดการให้”
“ได้ค่ะป้า...” จากนั้นป้าแม่บ้านก็หันไปตะโกนบอกแม่บ้าน พ่อบ้านคนอื่น ๆ ทันที ‘เฮ้อ...ป้าแม่บ้านยังทำหน้าที่แม่ได้ดีกว่าแม่แท้ ๆ ซะอีกนะ’
“พวกเอ็งระวังกระเป๋าสัมภาระของคุณหนูกันด้วยล่ะ...”
“ครับ / ค่ะ”
คนขับรถพาฉันมาส่งถึงคอนโดสุดหรูใจกลางเมือง ฉันแหงนหน้ามองขึ้นไปมองดูคอนโดที่สูงสุดลูกหูลูกตานี้
“สมกับเป็นคอนโดของคนรวยจริง แม้แต่ตอนจะเข้ามายังยาก ถ้ายัยนีนไม่แจ้งไว้ฉันคงต้องนั่งรอในรถโง่ ๆ แน่” ฉันบ่นพึมพำเบา ๆ ก่อนจะต่อสายหาเพื่อนสนิทให้มารับที่ล็อบบี้ของคอนโดทันที
ไม่นานร่างระหงของเพื่อนสาวอย่างยัยนีน ในสภาพกึ่งหลับกึ่งตื่น แต่ยังแต่งสวยคีพลุคไว้ สุดยอดจริง ๆ เพื่อนคนนี้ ในขณะที่ฉันแทบไม่แต่งอะไรเลย
“ทำไมมาแต่เช้าล่ะเบล” ขอบตาคล้ำเหมือนคนเพิ่งนอนตอนรุ่งสางเอ่ยถามฉันตอนใกล้เที่ยง
“อืมเช้าบ้านเพื่อนนีนมากค่ะ...ถ้าไม่ขนมาตอนนี้เกรงว่าจัดห้องน่าจะเสร็จตอนเที่ยงคืน” ฉันพูดด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม ทว่า...น้ำเสียงกลับแซะไปเต็ม ๆ
“โอ๊ย...ปลอมมากค่ะเพื่อนเบล มา ๆ เดี๋ยวช่วยขนของไปเก็บ” ฉันสั่งให้พ่อบ้านกลับเพราะคอนโดไม่อนุญาตให้นำคนนอกเข้าไปได้เลย และที่นี่ก็มีพนักงานพร้อมช่วยเหลือตลอดด้วย ดังนั้นพ่อบ้านจึงวางใจและกลับทันที...
‘นี่สินะ อิสระที่โหยหา ไร้การตีกรอบ จากนี้ฉันจะใช้ชีวิตให้สนุกสุดเหวี่ยงไปเลย’
หลังจากนีนพาฉันขึ้นมาในห้องคอนโดชั้น 15 ฉันก็ไม่ได้ตื่นเต้นอะไรหรอกเพราะห้องก็ไม่ได้หรูไปกว่าบ้านฉันสักนิด แต่ที่ทำให้ฉันยิ้มได้ คือ วิวต่างหากวิวกระจกนี่มันสวยจริง ๆ เหมาะเป็นฉากหลังของไลฟ์มาก แต่คงต้องเบลอภาพหน่อยไม่งั้นพวกเขารู้แน่ว่าที่นี่คือที่ไหน พวกแฟนคลับฉันมีแต่คนแกะรอยเก่ง ๆ ทั้งนั้นเพราะจำได้ว่า แค่ฉันไปซื้อที่คาดผมหูแมว ในห้างใกล้บ้าน พวกเขายังรู้ได้เลยว่าฉันไปซื้อที่ไหน เจาะลึกได้แม้แต่เวลาของลงที่ไหนก่อน ที่ไหนขายเวลาไหน นั่นจึงทำให้รู้ว่าในแอคลับนี้มีคนที่คลั่งไคล้ชนิดกำลังตามล่าหาตัวฉันอยู่น่ะสิ พอมาคิดดูแล้วก็รู้สึกกลัว ๆ อยู่เหมือนกัน ดังนั้นเรื่องความปลอดภัยของตัวเองฉันจะพลาดไม่ได้เด็ดขาด
“ไม่คิดว่าคนไม่แต่งตัวอย่างแก จะของเยอะเหมือนกันนะเนี่ย กระเป๋ากี่ใบละนั่น 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 สิบใบ!!! เบล...นี่แกขนมาทั้งบ้านเลยเหรอ”
“เปล่าของจิปาทะนะ...” ฉันยิ้มเจื่อน
“รหัส...อะไรเหรอ”
“1597...หืม เดี๋ยวนะแกถามรหัสทำไมนีน”
“เปิดกระเป๋าช่วยเก็บของไง”
“อย่าเปิดนะ...นีน” ฉันที่มักเสียงในหัวไปไวเสมอ ดันเผลอหลุดรหัสบอกนางไป พอฉุกคิดได้ก็รีบหันหน้าไปเตือน ทว่า...กระเป๋าใบนั้นก็ถูกเปิดออกไปแล้ว “ไม่นะ!!!!!!”
ยัยนีนถึงกับอึ้งตาค้าง มองฉันสลับกับของในกระเป๋าไปมาไม่หยุด ฉันยืนกุมขมับตัวแข็งทื่อไปแล้ว
“เบล...นี่มันอะไรกัน...ฉันว่าแกต้องเล่าอะไรให้ฉันฟังสักหน่อยแล้วล่ะ ไม่งั้นฉันไม่ปล่อยแกให้จัดห้องแน่” น้ำเสียงของนีนเปลี่ยนโทนไป ดูจริงจังไม่ติดเล่นเหมือนอย่างเคย ฉันเงยหน้าที่จริงจังไม่ต่างกัน
“รู้แล้ว ถามอะไรมาจะตอบให้ แต่ว่าแกต้องเก็บไว้เป็นความลับให้ฉันนะ และต้องสัญญาไม่ว่าภายภาคหน้าเราจะโกรธ จะเกลียดกันแค่ไหน แกอย่าได้เอาเรื่องนี้ไปแพร่งพรายเด็ดขาด”
ฉันเดินไปนั่งโซฟาด้วยความจำยอม ส่วนนีนก็ลุกขึ้นเดินตามมานั่งจ้องเขม็งกันข้าง ๆ
“เออ...สัญญา”