ตอนที่2คนที่ไม่อยากเจอ

1197 Words
“นายครับ คืนนี้มีงานประมูลเพชรการกุศลสนใจจะเข้าร่วมมั้ยครับ”เจมส์ผู้ช่วยส่วนตัวถามเอริค “ไปสิ”เอริคตอบเสียงเรียบ “คุณนิต้าที่กำลังเป็นข่าวกับนายอยู่ตอนนี้ก็ไปร่วมงานนี้ด้วยนะครับ ผมเกรงว่าคุณแอนนาจะไม่พอใจเอานะครับ” “ดี งั้นนัดนิต้าให้เข้างานพร้อมกัน” “นายถ้าเป็นข่าวจะเป็นเรื่องใหญ่เอานะครับ เดี๋ยวคุณแอนนาจะไม่พอใจนะครับ” “นั่นแหละสิิ่งที่ผมต้องการ แม่จะได้เลิกจับคู่ผมกับยายหมูอ้วนซักที” “คุณเกวลินเธอไม่อ้วนแล้วนะครับนาย รูปที่คุณแอนนาส่งมาให้ล่าสุดเธอสวยมากๆเลยนะครับ” “นายชอบก็จีบเอาสิ”เอริคก็ยังตอบลูกน้องแบบไม่สนใจใยดีอะไร “แต่เธอเป็นคู่หมั้นนายนะครับ” “คู่หมั้นที่แม่เลือกเองน่ะสิ ผมไม่ได้เห็นด้วยซักหน่อย” ในวัยเด็กแอนนาแม่ของเอริคและแม่ของเกวลินเป็นเพื่อนรักกัน สองครอบครัวหมั้นหมายลูกๆให้กันตั้งแต่พวกเขายังเป็นเด็ก ในตอนนั้นเอริคไม่เคยเห็นด้วยกับการหมั้นหมายนี้เลย เพราะเขาไม่ชอบ เกวลินเป็นที่สุด เด็กอะไรกินเก่งแถมยังขี้แยอีกต่างหาก พวกเขาเจอกันล่าสุดตอนเอริคอายุ 21 ปีซึ่งในตอนนั้นเกวลินอายุเพียง 13 ขวบภาพจำของเขาที่มีต่อเธอจึงไม่ค่อยดีนัก ยิ่งพอรู้ว่าจนถึงตอนนี้แม่ของเขาก็ยังไม่ละความพยายามที่จะให้เขาแต่งงานกับเธอเขาก็ยิ่งไม่พอใจที่โดนคลุมถุงชนแบบนี้ เขาจึงทำทุกวิถีทางเพื่อให้งานแต่งงานระหว่างเขากับเธอไม่เกิดขึ้น เอริคเลือกควงสาวไม่ซ้ำหน้า เพราะต้องการให้ภาพลักษณ์ออกไปว่าเขาเป็นเพลย์บอย คบผู้หญิงไม่เลือก แต่จริงๆแล้วเขาเป็นคนหวงตัวมากๆ ผู้หญิงที่เขาเคยควงอย่างมากก็ได้แค่จับมือหรือคล้องแขนเท่านั้น ทุกคนที่ผ่านเข้ามาในชีวิตเขาต่างก็รู้ดีว่าเขาเป็นคนไม่มีหัวใจ ไม่ยอมเปิดใจคบใครจริงๆจังๆซักคน แต่ในทางกลับกันผู้หญิงที่เข้าหาเขาต่างก็มีความหวังว่าซักวันจะเอาชนะใจเขาให้ได้ เพราะผู้ชายคนนี้เป็นคนที่เพียบพร้อมในทุกด้าน ทั้งรูปร่างหน้าตาที่หล่อเหลายังกับพระเอกละคร หุ่นที่แซ่บเหมือนนายแบบ หน้าที่การงานก็ดีและที่สำคัญคือรวยมาก “คุณดูลูกชายตัวดีของเราสิ ควงผู้หญิงออกงานอีกแล้วชั้นจะเป็นลม”แอนนาบ่นพลางยื่นมือถือให้สามีดูข่าว “อายุก็ 31 แล้วยังทำตัวแบบนี้อยู่อีกฉันล่ะกลุ้มใจจริงๆค่ะ ควงสาวไม่ซ้ำหน้าแต่กับคู่หมั้นตัวเองไม่เคยสนใจเลย เฮ้อ…..” “เอาน่า คุณก็ใจเย็นๆลูกแค่ยังรักสนุกอยู่” “รักสนุกมา 31 ปีแล้วนะคะ เมื่อไหร่เราจะได้อุ้มหลานกันซักที” “เอาอย่างนี้ดีมั้ย หนูเกลก็เรียนจบแล้วเราให้หนูเกลกลับไปทำงานกับเจ้าลูกตัวแสบของเราดีมั้ย” “จริงด้วย เป็นความคิดที่ดีจริงๆค่ะ ไม่ได้ละฉันต้องนัดหนูเกลกับแม่ของเธอมาคุยกันแล้ว ช้ากว่านี้เราจะอดได้ลูกสะใภ้ดีๆแบบนี้เอา” ….ร้านอาหาร…. “น้องมาลาทางนี้จ้า” “พี่แอนนาสวัสดีค่ะ” “ป้าแอนนาสวัสดีค่ะ”มาลาและเกลทักทายป้า แอนนา “นั่งๆๆ ไม่ต้องพิธีรีตองมากหรอกคนกันเองทั้งนั้น” หลังทานข้าวเสร็จป้าแอนนาก็เข้าเรื่องทันที มาลาเองก็ทราบเรื่องมาบ้างแล้วเพราะป้าแอนนาโทรไปเล่าให้ฟังแต่ไม่อยากตัดสินใจแทนลูกสาว วันนี้จึงนัดเธอมาคุยกับแอนนาเพื่อให้เกวลินเป็นคนตัดสินใจเอง “หนูเกลจ๊ะ คือป้ามีเรื่องจะขอร้องน่ะลูก” “คะ ขอร้องหนูหรอคะคุณป้า” “ใช่จ่ะ มีแค่หนูคนเดียวที่จะช่วยป้าได้ ตอนนี้ป้ากลุ้มใจมาก” “คุณป้ามีเรื่องร้อนใจอะไรคะถ้าเกลช่วยได้ เกลพร้อมจะช่วยเต็มที่เลยค่ะ” “เรื่องนี้เกลช่วยป้าได้แน่นอน เพราะเกี่ยวกับหนูโดยตรง เอ่อ คือตอนนี้หนูเกลก็เรียนจบแล้ว ป้าอยากขอให้กลับไปทำงานเป็นเลขาที่บริษัทพี่เอริคเค้าน่ะลูก” “เลขา!!!ไม่ดีมั้งคะ”เกวลินอุทานด้วยความตกใจ “ดีสิจ๊ะ อีกอย่างพวกหนูสองคนก็หมั้นหมายกันมานานแล้ว ป้าอยากให้ไปเรียนรู้กันและกันจริงๆซักที ป้าอยากให้เกลกลับไปทำงานกับพี่เค้าและพักที่บ้านเอริคด้วยน่ะจ่ะ” “คุณป้า หนูกับพี่อีตา…เอ่อ…พี่เอริคเราไม่ได้เจอกันนานแล้วนะคะและอีกอย่างทุกครั้งที่เจอเราก็ไม่เคยคุยกันดีๆสักครั้ง น่าจะไม่ไหวมั้งคะ” “หนูเกล ตอนนี้ป้ากับลุงก็แก่ลงเต็มที มีลูกชายคนเดียวก็ทำให้เป็นห่วง ไม่รู้ว่าก่อนตายจะได้เห็นลูกชายเป็นฝั่งเป็นฝามั้ย จะมีผู้หญิงดีๆมาดูแลรึป่าวก็ไม่รู้”ป้าแอนนาตีหน้าเศร้าเรียกคะแนนสงสารจากหลานสาว “คุณป้า….”เกวลินหนักใจ เพราะไม่อยากเผชิญหน้ากับเอริค เดิมทีเธอตั้งใจว่าเรียนจบจะทำงานที่อังกฤษไม่กลับเมืองไทย ส่วนนึงก็เพราะไม่อยากเจอคู่หมั้นของตนเอง เธอคิดว่าอยู่แบบนี้ต่อไปผู้ใหญ่ก็คงจะเลิกล้มความคิดที่จะให้เขาและเธอแต่งงานกันเอง แต่ที่ไหนได้เธอกลับคิดผิดโดยสิ้นเชิง “เอาอย่างนี้ ป้าขอร้องให้หนูเกลไปอยู่ที่บ้านกับพี่เอริคหกเดือน ถ้าครบหกเดือนแล้วพวกหนูทั้งคู่ยังไม่ชอบกันอยู่ ป้าก็จะถอนหมั้นให้หนูดีมั้ยจ๊ะ”ป้า แอนนายื่นข้อเสนอให้เกวลิน เธอคิดว่าแบบนี้ก็ดีเหมือนกันอดทนแค่หกเดือนแลกกับอิสระของเธอทั้งชีวิต หากไม่ใช่เพราะคำสัญญาที่พ่อเธอขอไว้ก่อนสิ้นใจ เธอไม่มีทางทนอยู่ในสภาพแบบนี้แน่ “พี่แอนนาว่ามันจะดีหรอคะที่เราทำกับลูกแบบนี้ ลูกๆจะไม่อึดอัดกันหรอคะ”มาลาถามแอนนาด้วยความกังวลใจ หลังเกวลินลูกสาวของเธอขอตัวออกไปพบเพื่อนแล้ว “ไม่หรอกเชื่อพี่ พี่ว่าพี่มองคนไม่ผิดยังไงซะเด็กสองคนนี้ต้องลงเอยกันแน่นอน” “บอกตามตรง มาลามองไม่เห็นทางเลยค่ะ” “เชื่อสายตาพี่ ไม่ต้องกังวลเรื่องเด็กๆเค้าแล้ว เราไปนวดให้ผ่อนคลายสบายใจดีกว่าพี่จองร้านไว้แล้ว”แอนนาพูดกับมาลาด้วยสีหน้ายิ้มแย้มและท่าทางที่มีความสุข
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD