“ว๊าย ไอ้พี่เอริคบ้า ตื่นเดี๋ยวนี้เลยนะไหนบอกจะไม่ทำอะไรไง”
เกวลินโวยวายเมื่อตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าตัวเองนอนอยู่ในอ้อมอกเขา
“เกลเสียงดังอะไรแต่เช้า พี่ยังง่วงอยู่เลย”
“ไม่ต้องนอนแล้ว นี่หมายความว่าไงพี่แอบเอาหมอนออกตอนเกลหลับหรอ”
เอริคลืมตาตื่นขึ้นมามองหน้าหญิงสาวที่ตอนนี้มองเขาตาเขียวปั๊ด
“คิดดีๆว่าใครเป็นคนถีบหมอนลงไปข้างล่าง”
“พี่จะหาว่าเกลเป็นคนทำหรอ”
“อือ…ฮึ”
“ไอ้คนเห็นแก่ตัว”เธอทุบที่อกเขารัวๆ
“เกลพี่เจ็บ”เขาจับข้อมือทั้งสองข้างของเธอไว้เพื่อให้เธอหยุดทุบเขา
“หันมองข้างๆสิว่าใครเป็นคนขยับหาใคร” เกวลินมองไปรอบๆเตียงก็พบว่าตัวเองเป็นฝ่ายข้ามฝั่งมาหาเอริคเอง จึงได้แต่ถอนหายใจให้กับความโก๊ะของตัวเอง
“อีกอย่างพี่ก็ไม่ได้ทำอะไรเกินเลยด้วย แค่กอด เกลก็นอนกอดพี่ทั้งคืนเหมือนกันพี่ยังไม่ว่าอะไรเลย”
เกวลินหน้าแดงด้วยความเขิน ไม่รู้จะทำตัวยังไงจึงรีบลุกขึ้นไปสูดอากาศที่ระเบียง
“ไม่คุยด้วยแล้วไปดีกว่า”
“ยัยบ๊องเอ๊ย น่ารักชิบ”เอริคยิ้มให้กับความโก๊ะของเธอ ก่อนจะเดินตามเกวลินออกไปสูดอากาศข้างนอก เขาเดินมาสวมกอดเธอจากด้านหลังและเอาคางเกยไหล่เธอไว้
“สดชื่นจัง หอมมากด้วย”เขามองวิวด้านนอกสลับกับดมผมเธอ
“ปล่อยเดี๋ยวนี้เลย ไอ้คนฉวยโอกาส”
“ฉวยโอกาสที่ไหน กอดคู่หมั้นตัวเองผิดด้วยหรอ”
“หยุดพูดเลย หมั้นกันมาเกือบสิบปีไม่เห็นจะเคยใส่ใจกันเลยสักนิด ทีนี้มาอยากกอดอยากหอม”เธอบ่นเขา
“ก็ตอนนั้นยังเด็ก ตอนนี้โตแล้วเปลี่ยนใจไม่ได้หรอ”
“อยู่ใกล้ใครก็ชอบคนนั้น เปลี่ยนใจง่ายจังนะคะพ่อคาสโนว่า”
“ใครเปลี่ยนใจง่าย”
“ก็ใครล่ะควงสาวไม่ซ้ำหน้า ล่าสุดเห็นว่าควงนางแบบชื่ออะไรนะ นิต้าใช่มั้ย”
เอริคจับเกวลินให้หันหน้ามาหาเขาและใช้มือสองข้างโอบเอวเธอไว้
“ไปได้ข่าวพวกนี้มาจากไหน”เขาถามเธอด้วยความสงสัย
“ลงข่าวซุบซิบบ่อยขนาดนั้น ถ้าไม่รู้สิแปลก”
“อ่านแค่ข่าวก็เชื่อหรอ”
“อือฮึ เชื่อสิคะมีอะไรให้ไม่เชื่อ”
“พี่ไม่เคยมีแฟน ไม่เคยคบกับใคร ที่เห็นก็แค่ควงออกงานตามมารยาทเท่านั้น”
“ฟังดูดีจัง ควงตามมารยาท แล้วที่ทำกับเกลแบบนี้ก็เพราะหน้าที่ด้วยรึป่าวหรือทำตามคำสั่งคุณป้า”
“เกลพี่จริงจังนะ ไม่ได้ทำตามคำสั่งใครทั้งนั้น ทำตามใจตัวเอง ให้พี่ทำยังไงเกลถึงจะเชื่อใจพี่”
“ไม่ต้องทำอะไรหรอกค่ะ ทำตัวเหมือนเดิมเหมือนที่พี่เคยทำนั่นแหละ”
“เกลไม่เอา อย่าพูดแบบนี้ ระหว่างเราพี่จริงจังนะ ไอ้สัญญาหกเดือนบ้าบอนั่นพี่ยกเลิก พี่ไม่ยอมปล่อยเกลไปแน่นอน”
“ไว้ให้ครบหกเดือนก่อนค่อยว่ากันเถอะค่ะ ตอนนี้แค่สามเดือน อะไรๆมันก็เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา”เกวลินตอบเขาตรงๆเพราะยังไม่มั่นใจในตัวชายหนุ่ม เธอไม่เชื่อว่าจากคนที่ไม่ชอบหน้ากันมานานอยู่ดีๆจะเปลี่ยนใจได้ในเวลาแค่สามเดือน
“ได้จากนี้พี่จะทำให้เกลเห็นว่าพี่จริงจังแค่ไหน เตรียมตัวตั้งรับไว้ให้ดีแล้วกัน”
เมื่อได้ยินคำพูดของเอริคเกวลินก็หัวใจพองโต ใจเต้นแรงไม่เป็นจังหวะ แต่เธอพยายามเก็บซ่อนความรู้สึกของตัวเองเอาไว้ไม่แสดงออกให้เขาเห็นว่าเธอเองก็เริ่มมีความรู้สึกดีๆให้เขาแล้วเช่นกัน เธออยากให้เวลาตัวเองและเอริคได้พิสูจน์ว่าความรู้สึกที่เกิดขึ้นมันเกิดขึ้นชั่วคราวด้วยความหลง หรือจะสามารถพัฒนาไปเป็นความรักได้ ผิดกับเอริคที่ค่อนข้างมั่นใจในตัวเองแล้วว่าความรู้สึกที่เกิดขึ้นคือความรัก เพราะเขาไม่เคยมีความรู้สึกแบบนี้กับใครมาก่อน นับวันยิ่งโหยหา อยากอยู่ใกล้ อยากเห็นหน้าตลอดเวลา
“เกลพี่ชอบเกลนะ เกลให้โอกาสพี่ได้พิสูจน์ความรักที่พี่มีต่อเกลได้มั้ย”
“เกลบอกอยู่นี่ไงคะว่าครบสัญญาหกเดือนเราค่อยมาคุยกันใหม่”
“ระหว่างนี้พี่จะรุกจีบเกลเต็มที่แล้ว หวังว่าเกลจะให้ความร่วมมือกับพี่นะ”
“ให้ความร่วมมืออะไรคะ”เกวลินถามด้วยความงง
“ป๊าว”เอริคได้แต่คิดในใจว่าก็ให้ความร่วมมือเวลาที่เขากอด จูบเธอไง
“ไม่มีอะไรแล้วก็ไปอาบน้ำแต่งตัวค่ะ เกลหิวแล้วทานข้าวเสร็จจะได้กลับบ้านกัน อ้อ เกลลืมบอกอีกอย่างในระหว่างที่ยังไม่ครบกำหนดหกเดือนนี้ พี่ไม่ต้องบอกแม่กับคุณป้านะคะพวกท่านจะได้ไม่ต้องหวังลมๆแล้งๆ เผื่อครบกำหนดหกเดือนแล้วไม่เป็นไปตามหวังพวกท่านจะได้ไม่เสียใจ”
“ก็ได้ เกลว่าไงพี่ก็ว่างั้น”เอริคยอมตกปากรับคำ ทั้งที่ในใจอยากจะโทรบอกแม่ตั้งแต่วันนี้ว่าให้ไปสู่ขอเกวลินให้หน่อย
…ตู๊ด…ตู๊ด…ตู๊ด…เสียงโทรศัพท์ของเอริคดังขึ้นขณะที่ทั้งคู่ทานอาหารเช้ากันอยู่
“ครับแม่”
“เป็นยังไงบ้างลูกสนุกมั้ย”
“ก็ดีครับ”เขาตอบแม่ด้วยท่าทางยิ้มแย้มมีความสุข ทำให้ผู้เป็นแม่พลอยชื่นใจไปด้วย
“หนูเกลล่ะไปไหน อยู่ด้วยกันรึป่าว”
เอริคไม่ตอบแต่ยื่นโทรศัพท์ไปให้เกวลินคุย
“ค่ะคุณป้า”
“หนูเกลชอบที่พักที่ป้าจองให้มั้ยลูก”
“ชอบมากค่ะคุณป้า สวยมากๆเลยค่ะ ถ้าคุณป้ากับคุณแม่กลับมาเกลจะพามาพักค่ะ สวยมากจริงๆนะคะ เมื่อเช้ามีทะเลหมอกด้วยค่ะ”เกวลินตอบป้า แอนนาด้วยใบหน้ายิ้มแย้มมีความสุข เพราะเธอชอบที่นี่มากจริงๆ
“ป้าเห็นพวกเราชอบป้าก็ดีใจ พี่เค้าไม่ได้ทำเรื่องอะไรกวนใจหนูใช่มั้ย”
“จะว่าไม่ก็จะหาว่าโกหก กวนใจนิดหน่อยแต่เกลจัดการได้สบายมากค่ะ คุณป้าไม่ต้องเป็นห่วง”เธอทำทีเป็นฟ้องคุณป้า เพราะอยากให้เขาโดนแม่ดุ
“เจ้าลูกคนนี้นี่ไปกวนใจอะไรน้องห๊ะ”
“ที่บอกก็ดีนี้มีความสุขเพราะได้แกล้งน้องใช่มั้ย”
“แม่ครับอย่าไปเชื่อเกลให้มากนักเลยครับ เธอก็พูดไปเรื่อย หลานสาวคนนี้ของคุณแม่เก่งจะตาย เมื่อกี้ยังบอกอยู่ไม่ใช่หรอว่าจัดการได้สบายมาก”เขาคุยกับแม่พลางหันไปคาดโทษเกวลินที่ทำให้เขาโดนแม่ดุ แต่เกวลินไม่มีสีหน้ากลัวเลยแม้แต่น้อย ซ้ำยังยิ้มเยาะเขาอีกด้วย
“แม่ดูสิครับว่าหลานสาวคนโปรดกำลังยิ้มเยาะผมอยู่”เอริคกลับกล้องไปหาเกวลิน แต่เธอไหวตัวทันรีบทำหน้าตาหน้าสงสารทันที
“พอเลยๆ ไม่ต้องมาโกหกแม่แล้ว แค่นี้แหละ ดูแลน้องดีๆ”
“ครับแม่” เมื่อวางสายจากแอนนา เอริคก็ลุกขึ้นไปจัดการกับยัยตัวแสบที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามทันที
“สนุกมั้ย ปั่นหัวคนแก่เล่น”
“เกลพูดความจริงก็พี่สร้างปัญหาให้เกลจริงๆ”
“ไหนพี่สร้างปัญหายังไงเล่ามาซิ”
เกวลินไม่ยอมตอบเขาเพราะปัญาที่เขาสร้างคือการกอด จูบ เธอจนทำให้เธอหวั่นไหว แบบนี้เธอจะกล้าบอกเขาได้ยังไง
“ไม่บอก”
….ฟอด….
เอริคก้มลงไปหอมแก้มเธอฟอดใหญ่เป็นการลงโทษยัยตัวแสบของเขาก่อนจะเดินอมยิ้มอย่างอารมณ์ดีไปเก็บของเตรียมตัวกลับบ้าน
“ไอ้คนฉวยโอกาส ฝากไว้ก่อนเถอะ”
“รีบมาเอาคืนก็แล้วกัน อย่าให้รอนาน อิ่มยังกลับบ้านกันได้แล้ว”
เกวลินที่ทำอะไรเขาไม่ได้เพราะตอนนี้ตัวเองเสียเปรียบอยู่ ได้แต่เดินหน้างอตามเขาออกไป